หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 14 เพียนเซียน

ชื่อตอน : บทที่ 14 เพียนเซียน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 644

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2561 20:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 เพียนเซียน
แบบอักษร

แม้ว่าจะไม่ใช่ผีเสื้อยักษ์อย่างที่คาดเอาไว้ แต่ก็ยังทำใจรับได้กับสิ่งที่ออกมาจากตัวดักแด้ นั่นก็คือสาวงามที่มีปีกผีเสื้อ

แน่นอน ตัวของสัตว์ประหลาดผีเสื้อยังไม่ได้ก้าวออกมาจากตัวดักแด้ทั้งหมด ควันแสงสีทองชมพูได้บดบังร่างกายของสิ่งมีชีวิตอันสวยงามที่กำลังจะก้าวออกสู่โลกใบนี้

ถ้าหากผีเสื้อสาวงามตนนี้เดินออกมาจากตัวดักแด้ ตัวเธอต้องกำลังโป๊อยู่แน่ๆ คิดไปคิดมาลั่วชิวจึงตัดสินใจถอดเสื้อกันลมที่เขาสวมใส่อยู่ออก แล้วโยนไปทางผีเสื้อสาวงามตนนั้น พูดขึ้นว่า “ทางที่ดีอย่าให้เกิดเรื่องน่าอายอะไรขึ้นเลย”

เสื้อกันลมตกอยู่ในมือของสัตว์ประหลาดผีเสื้อ

เธอยิ้มแล้วพูดว่า “พวกมนุษย์นี่แปลกจริง”

ลั่วชิวจับจมูกของตัวเองแล้วยิ้ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เป็นเพราะสัตว์ประหลาดผีเสื้อมีปีกอยู่ด้านหลังจึงทำให้เธอไม่สามารถใส่เสื้อที่ลั่วชิวให้ได้ เธอจึงนำมันมาคลุมด้านหน้าแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับมันไว้

สัตว์ประหลาดแมลงกางปีกออกแล้วค่อยๆ บินออกจากตัวดักแด้มาหยุดอยู่ตรงหน้าลั่วชิว พร้อมพูดด้วยความซาบซึ้งใจว่า “ขอบคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ เกรงว่าฉันคงจะออกมาจากตัวดักแด้ไม่ได้”

นี่เป็นรอยยิ้มที่งดงามเหลือเกิน ผิวพรรณของเธอดูดีกว่าตอนที่ยังอยู่ในร่างแมลงเสียอีก ความสวยงามที่ปรากฎให้เห็นวันนี้มันยิ่งทำให้ดูว่าเธอนั้นมีค่าแค่ไหน

เวลานี้ฟ้าเริ่มจะสว่าง พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นพร้อมแสงวันใหม่ นี่ก็แสดงว่าการปกป้องคุ้มครองลูกค้าในค่ำคืนนี้สิ้นสุดลง ลั่วชิวได้รู้เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของเหล่าสัตว์ประหลาดมาจากโยวเย่นิดหน่อย

สัตว์ประหลาดส่วนใหญ่สามารถปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตน แล้วใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างปกติ การใช้ชีวิตทุกอย่างของพวกมันเหมือนคนปกติทั่วไป แต่ก็มีสัตว์ประหลาดบางส่วนที่ไม่ชอบอยู่ร่วมกับมนุษย์ พวกมันจะอยู่ในที่ที่ห่างไกลไร้ผู้คน

ถ้าหากสัตว์ประหลาดผีเสื้อตนนี้สามารถปิดบังปีกที่ติดอยู่ทางด้านหลังของเธอได้ แม้ว่าจะไม่แต่งหน้าเธอก็ยังดูเป็นผู้หญิงที่งดงามมากคนหนึ่ง และเมื่ออยู่ใกล้ๆ เธอก็มักรู้สึกเสียการควบคุมในตนเอง

“ตอนนี้คุณพูดได้คล่องขึ้นเยอะเลย” ลั่วชิวเลือกที่จะไม่ตอบคำขอบคุณของสัตว์ประหลาดผีเสื้อ แต่กลับให้ความสนใจกับการพูดของเธอมากกว่า

สัตว์ประหลาดผีเสื้อกล่าว “อื้ม...ในตอนที่ยังอยู่ในร่างดักแด้ โครงสร้างร่างกายยังไม่สมบูรณ์พอ ตอนนี้โครงสร้างของร่างกายทุกอย่างได้วิวัฒนการจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นการพูดของฉันก็ไม่ติดปัญหาอะไรแล้ว”

ลั่วชิวพยักหน้าแล้วพูดว่า “การวิวัฒนการของคุณได้เสร็จสมบูรณ์ แล้วจะเอายังไงต่อไปล่ะ? จะกลับสู่สังคมโลกมนุษย์ใหม่หรือจะเป็นผีเสื้อโผบินอิสระอยู่ตามป่าเขา?”

สัตว์ประหลาดผีเสื้อครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วกล่าวขึ้นว่า “ฉันอยากจะอยู่บนโลกนี้ก่อน...คุณมีอะไรแนะนำไหม?”

ลั่วชิวอึ้งไปชั่วขณะ เพราะในความเป็นจริงแล้วเขาก็เป็นแค่นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ และยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสังคมโลกมากนัก แต่เมื่อมีคนถามแล้วถ้าตอบไม่ได้มันก็รู้สึกขายหน้า ดังนั้นจึงตอบไปว่า “ผมคิดว่าก่อนอื่นคุณควรจะมีชื่อก่อน”

“ชื่อ?”

ลั่วชิวยิ้มแล้วพูดว่า “ชื่อเป็นสิ่งแรกที่มนุษย์ควรจะมีเมื่อออกมาสู่โลกใบนี้”

“ฉัน...ไม่มีชื่อ” สัตว์ประหลาดผีเสื้อส่ายหัว แล้วเงยหน้าขึ้น สายตาคู่นั้นเหมือนกำลังอ้อนวอน “คุณ...ช่วยตั้งชื่อให้ฉันได้ไหม?”

ลั่วชิวครุ่นคิดอยู่นาน ต้องใช้ชื่ออะไรถึงจะดูเหมาะสมกับรูปร่างสง่างามของเธอได้ นี่มันเหมือนการคิดชื่อให้ผลงานปลายปากกาของศิลปินเลยทีเดียว

ลั่วชิวก้มศีรษะลง มองไปยังแม่น้ำ ท้องฟ้า และรอบข้าง มองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นมาพร้อมแสงของวันใหม่ แสงระยิบระยับที่เกิดมาจากในแม่น้ำนั้น ภาพแสงของดวงจันทร์อันงดงามเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่หัว จากนั้นเขาก็มาหยุดสายตาอยู่ที่สัตว์ประหลาดผีเสื้อ แล้วพูดกลอนบทหนึ่งขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา

ลั่วชิวหันตัวกลับมา แล้วมองไปยังสัตว์ประหลาดผีเสื้อ ดูแล้วเธอเหมือนเด็กน้อยในการ์ตูนเลย “เพียนเซียน*! ถึงมันจะฟังดูแปลก แต่คุณคิดอย่างไรกับชื่อนี้?”

“เพียนเซียน...” สัตว์ประหลาดผีเสื้อพูดชื่อนี้ซ้ำไปมาอยู่หลายรอบในขณะที่ก้มหน้าอยู่ จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแล้วพยักหน้า

สัตว์ประหลาดผีเสื้อได้รับชีวิตใหม่ภายในค่ำคืนเดียว แถมยังมีชื่ออีกด้วย

ปีกอันงดงามของเธอสยายออก แล้วสัตว์ประหลาดผีเสื้อก็บินขึ้นไปยังท้องฟ้า แสงระยิบนะยับไหลเป็นทางเดียวกับที่เธอเคลื่อนตัวไป และสุดท้ายสิ่งที่ตกลงมาอยู่ในมือของลั่วชิวคือตราหยกที่ใช้เป็นค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยน

“ขอบคุณ! ถ้ามีโอกาส หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีก”

สัตว์ประหลาดผีเสื้อโบยบินไปทางทิศที่พระอาทิตย์กำลังขึ้น

ลั่วชิวมองไปยังแผ่นตราหยกนั่นอยู่นาน ถึงจะหันตัวกลัวมาถามโยวเย่ว่า “ฉันรู้จักร้านขายซาลาเปาอยู่ร้านหนึ่ง อร่อยมาก น้ำเต้าหู้ก็ทำสดใหม่ทุกวัน”

...

...

และในทางกลับบ้าน เขาก็กินซาลาเปาไป พร้อมทั้งคิดเรื่องแผ่นตราหยกสีขาวที่ได้จากสัตว์ประหลาดผีเสื้อตนนั้นไปด้วย

เขาจับตราหยกนี้อยู่นาน แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็จะต้องทำการตัดสินใจ ว่าเขาจะใช้ตราหยกนี้เป็นเครื่องบูชาเพื่อแลกกับอายุขัยอีกเจ็ดสิบวัน หรือ จะใช้อายุขัยยี่สิบวันของเขาไปแลกเพื่อประเมินค่าตราหยกอันนี้ดี?

ลั่วชิวครุ่นคิดกับการตัดสินใจนี้อยู่ตลอดทางเดินกลับบ้าน แล้วถามความคิดเห็นของโยวเย่ด้วย แต่ทว่าสิ่งที่โยวเย่ตอบเขากลับมาคือ

“นายท่าน คุณมีความสุขก็ดีแล้ว...”

“งั้นเก็บมันไว้ก่อนแล้วกัน? เพราะถ้าใช้อายุขัยยี่สิบวันแลกมาซึ่งสิ่งนี้เห็นทีจะไม่คุ้มกัน...มันก็ดูไม่ได้มีค่าอะไรมาก แต่ถ้าจะนำมันไปบูชาเลยทันที ก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่นิดๆ” ลั่วชิวพึมพำกับตัวเอง

หรือจะเก็บตราหยกนี้ไว้ เพื่อใช้เป็นเครื่องบูชาตอนที่อายุขัยเหลือไม่มากแล้ว นี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

“ลั่วชิว นี่เธอยิ้มอะไรอยู่? ทำไมวันนี้ถึงตื่นเช้านักล่ะ?”

เริ่นจื่อหลิงเดินออกมาจากห้องพร้อมผมเผ้ายุ่งเหยิง และหน้าที่เหมือนยังไม่ตื่น จากนั้นลั่วชิวก็ชี้ไปยังโต๊ะที่วางซาลาเปาและน้ำเต้าหู้ไว้ในห้องรับแขก พร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “คุณก็ตื่นเช้าเหมือนกัน”

เริ่นจื่อหลิงจามไปทีหนึ่งแล้วนั่งลงข้างๆ ลั่วชิว ก่อนใช้มือตบบ่าลั่วชิวเบาๆ ยิ้มตาหยีพลางพูดว่า “เด็กน้อย สองวันมานี้มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า? บอกฉันได้ไหม? ฉันจะทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านชีวิตให้ดีที่สุด!”

ลั่วชิวทำท่าไม่สนใจ และหยิบรีโมทมาเปิดทีวี เริ่นจื่อหลิงก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอเพียงหยิบเอาซาลาเปาที่อยู่ในถุงออกมากิน

ลั่วชิวขมวดคิ้วแล้วหันไปพูดกับเธอว่า “คุณ...แปรงฟันหรือยัง?”

เริ่นจื่อหลิงทำตาปริบๆ พลางพูดว่า “กินเสร็จแล้วค่อยไปล้างหน้าบ้วนปาก แบบนี้จะสะอาดกว่าไหม?”

“นี่ล่ะนะอาจารย์ในชีวิตของจริง” ลั่วชิวพูดเหน็บแนม

เริ่นจื่อหลิงยักไหล่แล้ววางซาลาเปาในมือลง จากนั้นก็เหลือบไปเห็นแผ่นตราหยกที่วางไว้ใกล้กับสำรับน้ำชาบนโต๊ะ แล้วเธอก็ยื่นมืออกไปจับมันมาไว้ในมือ “บ้านเรามีของสิ่งนี้ด้วยเหรอ?”

“ก็มีตอนนี้แหละ”

เริ่นจื่อหลิงจ้องมองมัน ก่อนขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เหมือนฉันเคยเห็นมันที่ไหน...ที่ไหนกันนะ?”

ลั่วชิวแย่งตราหยกนี้มาจากมือของแม่เลี้ยง ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “เมื่อคุณคิดออกแล้วว่าเคยเจอมันที่ไหนค่อยมาบอกผมก็ได้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้คุณควรจะไปอาบน้ำแปรงฟันก่อน คุณรู้ไหมว่าผู้หญิงที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานๆ ตื่นเช้ามาแล้วกลิ่นปากจะแรงมาก?”

เริ่นจื่อหลิงรีบเอามือทั้งสองข้างป้องปากแล้วพ่นลมออกมาเพื่อเช็คกลิ่นปากของตน จากนั้นก็พูดว่า “ก็ไม่นี่?”

“แล้วคุณจะไปแปรงฟันไหม?” ลั่วชิวพูดพร้อมกับชูถุงใส่ซาลาเปาที่วางไว้บนโต๊ะขึ้น

เริ่นจื่อหลิงรีบวิ่งตรงไปยังห้องอาบน้ำ

จากนั้นลั่วชิวก็หยิบแผ่นตราหยกขึ้นมาดูอีกครั้ง แล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับมัน

ข่าวเช้าวันนี้ได้รายงานข้อมูลใหม่ๆ ของวัน ผู้สื่อข่าวหญิงสาวที่กำลังรายงานข่าวนั้นพูดขึ้นว่า “ในวันนี้ เหิงซินกรุ๊ปจะแถลงข่าวเกี่ยวกับโครงการใหม่ การแถลงข่าวในครั้งนี้จะเป็นการร่วมมือกับจินอิงกรุ๊ปบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดอสังหาฯ ในเวลานี้”

ลั่วชิวดูแล้วนี่มันเป็นโครงการพัฒนาอสังหาฯ ของเฉาจื่อเชียนนี่นา

แต่ทว่าไม่ได้มีการรายงานถึงเรื่องประธานบริษัทจินอินกรุ๊ปจินจื่อฝูเลย แต่ลั่วชิวรู้ว่า ภายหลังเฉาจื่อเชียนได้นำส่งจินจื่อฝูไปยังสถานบำบัดที่ดีแห่งหนึ่ง

ในตอนนี้ เริ่นจื่อหลิงก็พุ่งตัวออกมาจากห้องน้ำ ด้วยสภาพที่แปรงสีฟันยังคาอยู่ในปาก พลางพูดว่า “ฉันคิดออกแล้วว่าฉันคยเห็นแผ่นตราหยกนี้จากที่ไหน!”


*เพียนเซียน แปลว่าท่วงท่าการร่ายรำอันสง่างาม

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น