ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ไม่ชอบเหรอ แต่พี่ชอบนะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ไม่ชอบเหรอ แต่พี่ชอบนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 861

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2562 02:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ไม่ชอบเหรอ แต่พี่ชอบนะ
แบบอักษร

เช้าวันที่ 2 สิงหาคม 2018

ผมที่ไม่ได้นอนตลอดทั้งคืนเดินไปส่องกระจกแต่เช้า แต่ภาพที่เห็นก็คือแมวตัวอ้วนกลมน่าจะสายพันธุ์สก็อตทิชโฟลด์ ผสมกับ อเมริกันช็อตแฮร์ ที่มีขาและลำตัวเป็นสีขาวส่วนหลังและหน้ามีสีเทา

“นี่เรื่องจริงใช่มั้ยเนี่ย” ToT ผมมองตัวเองในกระจกจนแทบจะร้องไห้

“แล้วทำไมท่านผู้เฒ่าแมวไม่มาอีกล่ะเนี่ย!!” ผมพูดพึมพำ

จะถ่างตาไม่ไหวแล้วนะ ตาจะปิดแล้วผมที่ไม่ได้นอนทั้งคืนรู้สึกง่วงมาก จนผมผลอยหลับไป

“กว่าเจ้าจะหลับนี่นะ!!” แมวสูงอายุที่ถือไม้เท้าพูด

“อ้อ จริงด้วยผมต้องหลับนี่นาถึงจะได้คุยกับท่าน แต่ว่าผมขอเรียกท่านว่าท่านผู้เฒ่าแมวได้มั้ยครับ” ผมถาม

“แล้วแต่เจ้าเถอะ” ท่านผู้เฒ่าแมวพูด

“แล้ววิธีแก้คำสาปล่ะครับ” ผมรีบถาม

“ง่ายๆ ก็แค่เจ้าต้องหารักแท้ให้เจอแล้วแต่งงานกับเขาซะก็แค่นั้น” ท่านผู้เฒ่าแมวพูด

“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงครับว่าใครเป็นรักแท้ของผม” ผมถามอย่างสิ้นหวัง

“ก็ง่ายๆ อีกแหละ ตอนที่เจ้าอยู่ในร่างแมวให้เจ้าเดินเอาหัวไปสัมผัสกับมนุษย์ที่เจ้าคิดว่าเป็นรักแท้ หากเขาคนนั้นเป็นรักแท้ของเจ้าจริง หางของเจ้าจะชี้ขึ้นทันที ง่ายใช่มั้ยล่ะ 5555+” ท่านผู้เฒ่าแมวพูดจบก็มีควันสีขาวลอยฟู่!! พุ่งขึ้นมาแล้วท่านผู้เฒ่าแมวก็หายตัวไปในทันที

“เฮือกกกกก!!!” ผมสะดุ้งตื่นขึ้น

“ง่ายตรงไหนล่ะครับ” ผมพูดกับตัวเอง

แล้วคนอย่างผมจะไปหารักแท้จากไหน จะมีผู้หญิงที่ไหนมาชอบผู้ชายที่มีร่างกายผอบบางเหมือนผู้หญิงอย่างผม

แต่ยังดีนะตอนที่เป็นแมวผมยังมีโอกาสได้ตัวอ้วนบ้าง ผมพยายามมองโลกในแง่ดี แต่ก็ไม่เป็นผล ฮือ ฮือ Y^Y

จู่ๆ ผมก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่า ผมจะสามารถคุยกับคนอื่นได้มั้ยนะ ผมเลยเดินออกไปหน้าบ้าน จังหวะนั้นมีผู้หญิงเดินผ่านมาพอดี

“คุณครับๆ ๆ ๆ” สิ่งที่ผมพูด

“เหมี๊ยว เหมี้ยว~” สิ่งที่คนอื่นได้ยิน

“ว้าว...น้องแมวน่ารักจังเล้ยยย” ^o^ ผู้หญิงคนนั้นใช้เสียงสองพูดกับผม และเธอก็อุ้มผมขึ้นหอมผมฟัดผมอย่างบ้าคลั่ง

“เหมี้ยว เหมี้ยว!” ผมร้องขอชีวิต

เมื่อเธอฟัดผมจนหนำใจเธอก็ปล่อยและเดินจากไป ผมจึงรีบวิ่งเข้าบ้านด้วยความหวาดกลัว

นี่ผมต้องเจอแบบนี้ตลอดเดือนละ 3 วันเลยเหรอเนี่ย

โอ้มายก๊อดดด!!!! (OoO) แค่คิดผมก็ท้อแล้ว

ผมอยู่ในร่างแมวโดยไม่ได้ไปทำงาน 3 วันและไม่ได้ออกจากบ้านไปหารักแท้ด้วย เพราะผมยังไม่พร้อมนั่นเอง จนเวลาผ่านไป

เช้าวันที่ 4 สิงหาคม 2018

“ห้าววววววว อื้อ” \*~*// ผมตื่นมาบิดขี้เกียจ

“เอ้!! แขน แขนยาว เย้!!!!” ผมกลับมาเหมือนเดิมแล้ว ผมดีใจจนตีลังกาม้วนหน้าไปหนึ่งที

ผมรีบอาบน้ำและออกไปสำนักพิมพ์ทันที ก็โชคดีหน่อยนะที่ผมเป็นนักเขียนเลยไม่ต้องออกไปทำงานทุกวัน ขอแค่ส่งต้นฉบับให้ทันเวลาก็พอ และโชคดีที่ผมเพิ่งส่งต้นฉบับไป

แต่วันนี้ที่ผมต้องไปสำนักพิมพ์เพราะผมจะไปหาเอมิเพื่อนสาวของผม เพื่อเล่าเรื่องราวประหลาดที่ผมเจอและขอความช่วยเหลือจากเธอ

ผมเดินไปสำนักพิมพ์เพราะมันไม่ไกลจากบ้านผมมาก เดินแค่ 15 นาทีก็ถึง ผมเดินเข้าไปในสำนักพิมพ์

“ยูตะะะะะะะะ!!” มีเสียงผู้ชายเรียกผมมาแต่ไกล

“คิดถึงจังเลย” รุ่นพี่ฮีทนั่นเอง เขาวิ่งมากอดผม

“พะ พอแล้วครับ ผมหายใจไม่ออก!!” รุ่นพี่ฮีทกอดผมแน่นด้วยร่างกายอันใหญ่โตผมอึดอัดจนหายใจไม่ออก

รุ่นพี่ฮีท เป็นรุ่นพี่ที่ทำงานสำนักพิมพ์เดียวกับผม เขามีผมสีดำ ใส่แว่น หน้าตาหล่อมาก ผิวขาว แถมยังหุ่นดีอย่างกับนายแบบ น่าจะสูงซัก 188 ซม.เห็นจะได้ ต่างจากผมลิบลับ ผมนี่ตัวเท่าไหล่พี่เขาแค่นั้นเอง

“ก็ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงนี่นา” รุ่นพี่ฮีทพูดกับผมด้วยน้ำเสียงมุ้งมิ้ง

“นี่ถ้าพี่เป็นผู้หญิงผมคงหลงรักพี่ไปแล้วนะ” ผมพูด

“เป็นผู้ชายนายก็หลงรักฉันได้นะ” ^o^ รุ่นพี่ฮีทพูด

“อ้อ...วันนี้ไปดื่มกันเถอะ” รุ่นพี่ฮีทชวนผม

“น่าจะพูดแบบนี้ซะตั้งแต่แรก” ผมตกลงแต่โดยดี

“ร้านเดิมนะที่รัก” รุ่นพี่ฮีทพูดด้วยน้ำเสียงดีใจก่อนจะวิ่งออกไป

ผมก็ไม่รู้ทำไมรุ่นพี่ฮีทถึงชอบทำกับผมแบบนี้ตลอด อาจเป็นเพราะภายนอกผมอาจจะดูบอบบางก็ได้มั้ง แต่เอาจริงๆ ก็มีบางครั้งที่ผมเผลอคล้อยตามรุ่นพี่ฮีทไปบ้างเหมือนกัน ก็รุ่นพี่เขาหล่อนี่นา 555+

ผมรีบเดินไปหาเอมิ

“เอมิ!!!” ผมตะโกนเรียกเธอเสียงดัง

“มีอะไร!!!” เอมิตะโกนตอบมา

“มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย!!!” ผมตะโกนกลับไปอีกที

“พักเที่ยงค่อยคุย!!!” เอมิตะโกนกลับมาอีกครั้ง

ผมจึงไปนั่งรอตรงห้องรับรองของสำนักพิมพ์ พอถึงเวลาพักเที่ยงเอมิก็เดินมา

ผมเล่าเหตุการณ์ที่ผมเจอมาทั้งหมดตลอด 3 วันให้เธอฟัง อย่างตั้งใจและจริงจังมาก

“นี่เมาเหรอ หรือยังไม่สร่างใช่มั้ย เมื่อคืนดื่มเยอะขนาดนั้นเลย?! หรือจะหาแรงบรรดาลใจเขียนนิยายเรื่องใหม่เหรอ หรือยังไง?!” เอมิถามผมและมองด้วยสายตาที่คิดว่าผมบ้า

“จริงๆนะ เชื่อสิ!!” ผมบอกเธอด้วยสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้

“ถ้าไม่เชื่อนะ เดี๋ยววันสิ้นเดือนแกมานอนบ้านฉันและแกจะได้รู้ว่าฉันพูดความจริง” ผมบอกเธอ

“เออๆ เข้าใจแล้วไปกินข้าวก่อนนะ หิว!! วันนี้งานเยอะต้องรีบกินรีบกลับไปทำงานต่อ!!” เอมิพูดจบก็เดินจากไป

ผมได้แต่นั่งหงอยโดยที่ไม่ทำอะไร รอเวลาไปดื่มกับรุ่นพี่ฮีทอย่างเดียว

ตกเย็นหลังจากที่รุ่นพี่ฮีทจัดการกับต้นฉบับเสร็จ เขาก็รีบวิ่งมาหาผมและเราก็ไปดื่มร้านประจำแถวสำนักพิมพ์ด้วยกัน

“นี่ยูตะ เมื่อไหร่จะชอบฉันซะที?!” รุ่นพี่ฮีทถามแบบนี้เป็นครั้งที่ 108 แล้ว

“เห้อออ! เมื่อไหร่ก็เมื่อนั่นแหละ!” ผมเบื่อจะตอบคำถามนี้ซ้ำๆ จึงตอบแบบส่งๆ ไป

“ผมไปห้องน้ำก่อนนะครับ” ผมบอก

“อื้ม” ^__^ รุ่นพี่ฮีทพูดและส่งยิ้มหวานให้ผม

หลังจากไปไม่นานผมก็เดินกลับมา พอมาถึงที่โต๊ะจู่ๆ ผมก็สะดุดล้ม

“อุ๊ย!” ผมสะดุดล้มไปนั่งที่ตักรุ่นพี่ฮีทพอดี

“ระวังหน่อยสิ” รุ่นพี่ฮีทกอดผมที่นั่งอยู่บนตักเขา

“ขะ ขอบคุณครับ ระ รุ่นพี่ ปะ ปล่อยผมได้แล้ว!!” ผมพูดเพราะรุ่นพี่ฮีทกอดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“ไม่ชอบเหรอ แต่พี่ชอบนะ” รุ่นพี่ฮีทพูดกับผมด้วยน้ำเสียงที่แปลกไป ปกติพี่เขาจะน้ำเสียงสดใส แต่ตอนนี้กลับพูดด้วยเสียงทุ้มปนเจ้าเล่ห์

ผมหันหน้าไปมองรุ่นพี่ฮีท พี่เขามองผมด้วยสายตาที่เหมือนจะกลืนกินผมไปทั้งตัว จู่ๆ ใจผมก็สั่นมันเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ หน้าผมจากที่ขาวๆ ก็กลับแดงขึ้นมาทันที ผมจึงผละตัวออกและกลับมานั่งที่ของตัวเอง

หลังจากเราดื่มกันไปซักพักก็เริ่มเมามากจึงจะกลับกัน

“คืนนี้พี่ไปนอนบ้านยูตะได้มั้ยอ่ะ พี่กลับบ้านไม่ไหวแล้ว” รุ่นพี่ฮีทที่ยืนไม่ค่อยจะตรงพูด

“ก็ได้ครับ” ผมเห็นอาการพี่เขาไม่น่าไหวจึงเป็นห่วง

ผมโบกแท็กซี่แล้วพยุงพี่เขาขึ้นรถ ถึงบ้านผมจะอยู่ใกล้แต่เราเดินกลับกันไม่ไหวแล้ว

เมื่อถึงบ้าน ผมก็พยุงรุ่นพี่เขาโยนลงบนที่นอน

“ทำไมตัวหนักขนาดนี้นะ” ผมบ่นพึมพัมคนเดียว

ความคิดเห็น