โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10-1 ตราประทับ

ชื่อตอน : บทที่ 10-1 ตราประทับ

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2561 11:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10-1 ตราประทับ
แบบอักษร

“มนุษย์ ตื่นสิ”

“อือ... โมรฟิส...”

หลับไปได้ไม่นานเท่าไหร่แท้ๆ แต่ทำไมถึงปลุกให้ตื่นล่ะ ขณะที่ริกซ์ยังสะลึมสะลืออยู่นั้นก็เรียกชื่อเอลฟ์ออกมา แต่เธอรู้สึกได้ว่าเสียงที่เรียกเธอไม่ใช่เสียงเอลฟ์ทำให้ต้องรีบลืมตาขึ้น จะว่าไปแล้วโมร์ฟิสไม่จับตัวเธอตามใจชอบอยู่แล้ว

“มนุษย์”

ดวงตาสีเขียวอ่อนที่ต้องแสงแดดนั้นต้อนรับยามเช้าของริกซ์ เธอค่อยๆ หายใจติดขัด ต้องมีเหตุผลอะไรแน่ๆ ที่ทำให้มังกรเขียว พีริดินขึ้นคร่อมบนตัวเธอ และจับไหล่พลางจ้องหน้าของเธอ

“คะ อะไรคะ...”

“มีใครไล่เจ้าหรือเปล่า”

“อะไรนะคะ? ไม่มีค่ะ...”

ริกซ์ขยับตัวอย่างยากลำบากพีริดินจึงหลบให้ แต่เขาก็เปลี่ยนไปนอนอยู่ข้างๆ ริกซ์แทน ขณะที่เข้ามาใกล้ราวกับจะจูบนั้นเขาก็ผละออกอย่างเสียดายแล้วสอดมือที่ต้นคอดึงริกซ์มาหา

ริกซ์ที่ขยี้ตาขณะหาวนั้นไม่ขัดขืนและถูกดึงไปสัมผัสกับกลิ่นกายของเขา พีริดินวางคางไว้บนหัวของริกซ์  กลิ่นดอกไม้กระจายไปทั่วห้อง และลมที่ทำให้รู้สึกอารมณ์ดีก็พัดผ่านเข้ามา

“ริกซ์”

มังกรเขียวนำพาเอากลิ่นดอกไม้มาด้วย ผิดคาดที่คิดว่าเขาจะไม่พอใจที่เธอเรียกชื่อของเอลฟ์ โชคดีที่ไม่ทำให้เขาอารมณ์เสีย กลิ่นหอม เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีราวกับเป็นเพลงกล่อมนอน ริกซ์ที่หลงใหลในกลิ่นและเสียงหลับตาลง

“ริกซ์ ลองกินนี่ดูสิ”

ขณะที่พีริดินที่ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนหมาก็จับให้ริกซ์ลุกขึ้นนั่ง และเขาหยิบโน่นหยิบนี่ออกมาจนเกิดเสียงกรอบแกรบ ขณะที่เขาเหมือนอยากจะทำอะไรสักอย่าง ริกซ์ก็หาวขึ้นมาอีกครั้ง

เป็นเพราะพลังที่พอกพูนอยู่ในร่างกายหรือเปล่า โชคดีที่ความประหม่าที่รู้สึกในตอนแรกนั้นเหมือนจะลดลง ความหวาดกลัวก็ลดลงมากพอสมควรเหมือนกัน ตอนนี้เมื่อมองเขา เธอกลับเกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาแทน และเขาดูเหมือนจะกระวนกระวายใจอยู่เสมอด้วย

พีริดินเอาสิ่งที่ถือไว้ในมือข้างหนึ่งออกมาให้ริกซ์ดู

องุ่นเหรอ ลำต้นที่มีเนื้อผลไม้ห้อยระย้าอยู่นั่น แต่ทว่าถ้าดูแล้วสีของมันแดงเอามากๆ ไม่เห็นมีเปลือกแข็งเหมือนองุ่นด้วย เหมือนสิ่งที่ออกผลมาเป็นพุดดิ้ง มีความมันเงาและดูนุ่มนิ่ม หากแตะดูเหมือนจะแตกออกมา เธอจึงไม่ใช้มือสัมผัสมัน พีริดินเด็ดออกมาให้หนึ่งเม็ดและยื่นมาให้ตรงหน้า

‘ไม่แตกแฮะ’

ริกซ์คิดอย่างเหม่อลอย

“เอาล่ะ...”

มือของพีริดินถูกย้อมเป็นสีแดง มันไม่ได้มีน้ำไหลออกมา และไม่ได้เปียกชื้นด้วย แต่ทันทีที่สัมผัสผลของมันผิวหนังก็จะถูกย้อมเป็นสีแดง ริกซ์ไม่คิดจะสัมผัสมันด้วยมือ และค่อยๆ ยื่นหน้าไปใกล้ก่อนจะแลบลิ้นรับมันมากิน

ทันทีที่เข้ามาในปาก รสหวานก็แผ่กระจายก่อนที่จะเคี้ยวเสียอีก เมื่อกัดสิ่งที่อยู่ในปากที่หวานเหมือนกับน้ำตาล น้ำหวานก็แตกในปากและไหลลงคอไปเลย กลิ่นหอมหวานเหมือนจะแผ่ขึ้นไปถึงโพรงจมูก เธอทำตาหยีและพูดโพล่งออกมาตามที่ใจคิด

“อร่อยจัง...”

พีริดินกำลังมองริมฝีปากของริกซ์อยู่ ริมฝีปากที่แดงขึ้นเมื่อสัมผัสกับผลไม้นั่น ถ้าได้สัมผัสดูคงจะนุ่มเหมือนเยลลี่แน่ๆ ตอนที่เธอรับสิ่งที่อยู่ในมือไปกินนั้นความเปียกชื้นของลิ้นที่ได้สัมผัสชั่วครู่ยังลงเหลืออยู่ที่มือของเขา

ริกซ์มองเขาที่มองมาที่เธออย่างเร่าร้อนก็รู้ทันว่าเขาต้องการอะไร เธอจึงลดสายตาลง แล้วริมฝีปากของทั้งคู่ก็แตะกัน ลิ้นที่แทรกเข้ามานั้นฉกชิงความหวานของน้ำผลไม้ที่ยังหลงเหลืออยู่ ถึงยังไงก็น่าเสียดาย แต่ริกซ์ก็คิดว่ายังมีผลไม้อีกมากให้เธอได้กิน

พีริดินวางผลไม้นั้นลงบนเตียงอย่างลวกๆ และใช้ทั้งสองมือจับหน้าของริกซ์ แล้วก้มหน้าลง เมื่อลิ้นของทั้งคู่โรมรันกัน พีริดินก็ขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวริกซ์อีกครั้ง ริกซ์ที่ขอบตาแดงก่ำหอบหายใจรุนแรงอีกครั้ง

“อ้า ดีจัง”

พีริดินหลงใหลในอุณหภูมิร่างกายอันอบอุ่นและกลิ่นกายของริกซ์ อยากจะช่วงชิงมันอีกหน่อย เขาจึงเปลี่ยนมุมและประกบปากอีกครั้ง  และดูดดุนลิ้นนั้นรุนแรงขึ้น

“อื้ม...”

เสียงลมหายใจเข้าออกพันกันยุ่งเหยิง ริกซ์จ้องมองเส้นผมสีเขียวอ่อนของเขา จากนั้นก็เบนสายตากลับไปที่องุ่นซึ่งวางอยู่ข้างๆ อีกครั้ง กินอีกได้ไหมนะ

“มนุษย์  มีกลิ่นหอมๆ ออกมาด้วย เจ้าชอบไหมล่ะ”

พีริดินใช้ริมฝีปากบดเบียดแก้มและไล้ลงมาที่คาง ชอบหรือไม่ชอบแล้วมันจะสำคัญอะไร ริกซ์กลั้นหายใจและพยักหน้าตอบ

ที่จริงต้องบอกว่าชอบออกไปสิ หากพวกเขาเข้ามาสัมผัสตัวเธอและแบ่งปันไออุ่น ไม่ว่าจะเป็นเพราะอิสรภาพของพวกเขา หรืออิสรภาพของริกซ์ แต่ก็เท่ากับเขาพวกเราได้ใกล้กัน

ลมอุ่นๆ โอบล้อมภายในห้องและกลิ่นดอกไม้ก็รุนแรงขึ้น สายลมของพีริทำให้มนุษย์อ่อนแรงลงราวกับตั้งใจเอาความรู้สึกของตัวเองใส่ลงไปในสายลมนั้น เธอสงสัยว่าดอกไม้ที่ส่งกลิ่นอันร้ายกาจนี้คือดอกไม้อะไรกันนะ แล้วสำหรับพวกเขาแล้ว กลิ่นเครื่องหมายของเธอมีกลิ่นอย่างไร จะคล้ายกันกับแบบนี้ไหม

ริกซ์ใช้หน้าผากดันใบหน้าของเขาออกเพื่อที่จะบอกว่าพอได้แล้ว ที่จริงแล้วไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ก็หยุดการเคลื่อนไหวของพีริดินที่เข้ามาใกล้ได้ เมื่อลองเงยหน้ามองเขาก็พบว่าพีริดินกำลังยิ้มสดใสอยู่ ท่ามกลางขนตาเรียวยาวนั้นมีประกายสดใสของมังกรเขียวอยู่

“ถูกใจอันนั้นไหม”

“อือ...”

เหมือนจะถูกจับได้ว่าแอบมอง มือที่ทำให้ตัวเธอลุกขึ้นนั้นหยุดนิ่ง และริกซ์ถูกจับให้นั่งอยู่กลางหว่างขาของเขาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอแค่เหม่อนิดหน่อย แต่ริมฝีปากที่สัมผัสบนหน้าผากนั้นทำให้สะดุ้ง และริกซ์ก็รับผลไม้ที่เขาป้อนให้กินอีกครั้ง

มือที่ลูบไล้แก้มกับไหล่นั้นไม่ใช่แค่ขัดขวางรสหวานภายในปาก ทว่าเมื่อรับเข้ามากินสามสี่ผล มือใหญ่นั่นก็ค่อยๆ เข้ามาข้างในลึกยิ่งขึ้น ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายขึ้นมา ลมหายใจของเขาเฉียดผ่านที่ข้างหูและความรู้สึกดีก็เริ่มตีตื้นขึ้นจากด้านล่าง

“คือ... ข้ากินเองได้ค่ะ”

“อ้า... ดีเลย”

จุ๊บ จุ๊บ เสียงริมฝีปากที่สัมผัสกันแล้วผละออกดังขึ้น ขณะที่ตั้งใจจะผละออกจากวงแขนนั้น แขนแกร่งก็โอดรัดแน่นขึ้น ริกซ์รีบยอมแพ้ทันที หากลองคิดดูแล้วไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องขัดขืน มังกรเขียวทำให้รู้สึกดีอย่างที่เคยพูดเอาไว้ การที่พลังเพิ่มขึ้นเร็วๆ ไม่ดีหรือไง

“คือว่า... ข้าตัดสินใจเรื่องเจ้าได้แล้ว”

ริกซ์ตาโตขึ้นชั่วขณะ เธอไม่รู้จริงๆ ว่าเขาหมายความว่าอะไร

“อะไรนะคะ หมายความว่าอย่างไรเหรอคะ”

“ข้าบอกว่าหากเป็นอิสระจากที่นี่ ข้าจะพาเจ้าไปด้วย”

‘พูดเรื่องอะไรน่ะ’

ริกซ์ผลักพีริดินที่กำลังจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากและแก้มของเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถผลักออกได้ง่ายๆ เลย เธอจึงพยายามบิดตัวออก

“ทำไมล่ะ”

“ท่านมังกร นั่นมันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ”

พีริดินเอียงหัว สีหน้าที่อ่านไม่ออกนั้นค่อยๆ เด่นชัดขึ้น

“ทำไม มีอะไรไม่ถูกใจเจ้าเหรอ”

“หากเป็นตอนนี้ ข้าอาจจะมีคุณค่ากับที่นี่ แต่หลังจากที่หมดหน้าที่แล้ว ข้าก็ไม่ได้ต่างจากสัตว์เดรัจฉานที่ต่ำต้อยหรอกหรือคะ ท่านอาจจะเลิกความสนใจในตัวข้าก็ได้ค่ะ ”

เธอคิดว่าเพราะเครื่องหมายทำให้เธออดทนและไม่ยอมตาย แต่หลังจากนี้ไม่มีเหตุผลที่ร่างกายอันไร้ค่านี้จะยังคงอยู่ และไม่มีเหตุผลให้พวกเขาต้องมาคอยดูแลให้เธอสุขสบายด้วย

นอกจากนั้น หากเป็นไปได้ เธอคิดว่าเธอจะออกจากที่นี่ไปก่อนจะมีทายาท

 “อ้า ไม่เป็นไร ข้าถูกใจเจ้า เจ้าเองก็ชอบใช่ไหม”

พีริดินแสร้งทำเป็นรับฟังคำของริกซ์ที่เหมือนจะปฏิเสธออกมา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอย่างจริงจัง มือที่นุ่มนวลของเขาจับและบีบแก้มของริกซ์

“ค่ะ ชอบสิคะ หากมีทายาทเร็วๆ ท่านมังกรเองก็จะยิ่งได้รับอิสระเร็วขึ้นไม่ใช่เหรอคะ วันที่ข้าจะได้ออกไปก็เหมือนกันแหละค่ะ ก่อนจะถึงตอนนั้นข้าจะออกไปจากที่นี่ค่ะ คาร์ดัมเองก็พูดแบบนั้น”

เมื่อพูดถึงคาร์ดัมสายลมอันหยอกล้อของมังกรเขียวก็ได้หยุดลง

‘อ้า อีกแล้ว...’

ริกซ์คิด

“นั่นคือเหตุผลงั้นรึ”

พีริดินละจากแก้มที่เคยบีบอยู่และจับไหล่ของริกซ์แน่น เขาขมวดคิ้วราวกับไม่เข้าใจ เล็บของเขาจิกลงบนไหล่

“ใครให้เจ้าทำแบบนั้น”

“อื้อ ปล่อยเถอะค่ะ!”

“เจ้าสังเวยตัวให้ข้าแล้ว ต่อให้พี่ยอมรับหรือไม่ แต่ข้าไม่ นั่นคือเรื่องที่ข้าจะต้องตัดสินเอง เจ้าไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

เธอรู้ได้ว่าอารมณ์ของมังกรเขียวกำลังจมดิ่ง เพราะสายลมที่อ้างว้างนั้นเริ่มโหมร้อนขึ้นภายในห้อง พีริดินจับข้อมือริกซ์อย่างแรงและคำรามออกมา คำรามแบบนี้ทั้งที่อยู่ในร่างกายมนุษย์มันช่างดูไม่เข้ากันเสียเลย แต่มังกรก็ต้องคำรามแบบนั้นอยู่แล้ว และมังกรกับมนุษย์ก็ไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้ด้วย

เธอใช้กำลังที่มีขืนตัวออก แต่มือแข็งแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดขึ้นนั้นก็ไม่ยอมขยับเขยื้อนสักนิด เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะสู้แรงได้ ริกซ์จึงยอมแพ้ที่จะดิ้นรน

เธอคิดว่าแค่ทำสัญญากับกับคาร์ดัมก็น่าจะพอ แต่ไม่ใช่หรอกเหรอ อย่าบอกนะว่าเธอต้องไปขอคำยืนยันจากมังกรทั้งห้าเสียก่อน เมื่อคิดถึงแบบนั้นแล้วหนทางช่างเลือนรางนัก

“ข้าไม่มีคุณค่าอะไรเลยนี่คะ! เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ข้าจะยิ่งไร้ค่ายิ่งกว่านี้เสียอีก!”

ทั้งที่ริกซ์พูดออกมาเองแต่เธอกลับอึดอัดใจเสียเอง แม้จะเคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาบ่อยๆ แต่เธอไม่นึกว่าเธอจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาด้วยตัวเอง

เรื่องปวดหัวที่ไร้ค่ามีอยู่ในทุกๆ ที่ มีคำไหนที่จะเหมาะสมไปมากกว่านี้อีกไหม ถึงอย่างนั้นตอนนี้เธอก็อยากจะถอนตัวตนของเธอทิ้งไปเสีย แล้วใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่นี่มันเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น