หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 13 วิวัฒนาการของผีเสื้อ

ชื่อตอน : บทที่ 13 วิวัฒนาการของผีเสื้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 755

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2561 08:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 วิวัฒนาการของผีเสื้อ
แบบอักษร

ลั่วชิวมีนิสัยชอบตั้งกระทู้ในอินเตอร์เน็ต นี่คงจะเป็นเรื่องปกติของวัยหนุ่มสาวสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทู้ที่มีหัวข้อน่าเบื่อแค่ไหน แต่ก็มีเพื่อนในโซเชียลมาร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันอยู่ดี

และครั้งนี้ลั่วชิวก็ไปตั้งกระทู้ในเว็บที่เข้าเป็นประจำในหัวข้อ ‘เมื่อเห็นแมลงยักษ์กำลังกินตั๊กแตนควรจะทำอย่างไรถึงจะทนดูมันได้?’

แต่คำถามนี้อาจดูไร้สาระเกินไปถึงขั้นที่ชาวโซเชียลไม่อยากจะมาแสดงความคิดเห็นเลยก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตามลูกค้าคนนี้ก็ได้แก้แค้นศัตรูอีกทั้งยังกินมันเข้าไปทั้งตัวอีกด้วย

ภาพที่อยู่ตรงหน้าไม่ต่างอะไรจากการดูหนังสยองขวัญเลย ยังดีที่กินข้าวเย็นมานานพอสมควรแล้ว ไม่อย่างนั้นคงได้อ้วกแน่ๆ ลั่วชิวสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพูดขึ้นว่า “ดื่มน้ำสักหน่อยไหม? น้ำในแม่น้ำนั่นอย่างใสเลย...”

ผู้ชายที่ปรารถนาอยากจะอยู่คนเดียว ชอบสังเกตผู้คนรอบข้างอยู่ห่างๆ และแม้กระทั่งเวลาสนทนากับคนอื่นก็ยังรู้สึกเกร็งๆ ไม่ค่อยเป็นตัวเอง แต่คราวนี้เขากลับพูดแสดงความเป็นห่วงออกมา

ลั่วชิวรู้สึกว่าในสถานการณ์แบบนี้ ตัวเองยังสามารถพูดประโยคที่ว่าดื่มน้ำให้ชุ่มคอสักหน่อยได้นั้น ถือเป็นอะไรที่ล้ำค่ามากแล้ว

เจ้าสัตว์ประหลาดแมลงอึ้งไปสักพัก แล้วก้มหน้าดูผลงานตรงหน้าตัวเอง เขาตกใจมากและรีบวิ่งไปอ้วกลงในแม่น้ำ

ผ่านไปสักครู่ เจ้าสัตว์ประหลาดแมลงถึงได้ดื่มน้ำ พอเสร็จเขาก็ค่อยๆ เดินไปตรงหน้าของลั่วชิวและโยวเย่ ตอนนี้เขาน่าจะสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้ว “ขอบคุณ..ที่..ช่วย..ฉัน..แก้แค้น”

ลั่วชิวพยักหน้า “อย่าเกรงใจเลย เพราะนี่เป็นการแลกเปลี่ยนซื้อขาย ตอนนี้ศัตรูที่คุณกลัวก็ได้ตายจนไม่รู้จะตายยังไงแล้ว ยังมีอะไรอีกไหม?”

ลูกค้าบอกว่าจะซื้อเวลาความปลอดภัยหนึ่งคืน ถ้าคืนนี้ยังไม่ผ่านพ้นไป การแลกเปลี่ยนก็ถือว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ และตามหลักแล้วลั่วชิวจะยังรับตราหยกของสัตว์ประหลาดแมลงนี้ไม่ได้

แต่ถ้าลูกค้าบอกว่าโอเคแล้ว นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ดังนั้นตอนนี้ลั่วชิวจึงตัดสินใจทำเรื่องนี้ “คนที่คุณกลัวก็คือสัตว์ประหลาดตั๊กแตนตัวนี้ ที่ตอนนี้ถูกคุณ...อืม ที่ตอนนี้ได้ตายไปแล้วนั้น ทีนี้คุณก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวแล้วสินะ? ที่นี่เป็นป่ารกร้าง คงจะไม่มีคนไหนอยากมาในสถานที่แบบนี้หรอก”

“ปกป้อง...ฉัน...ก่อน...พระอาทิตย์ขึ้น”

“อืม...”

เมื่อได้ยินคำรับปากที่ออกมาจากปากของลั่วชิวแล้วทำให้สัตว์ประหลาดแมลงเบาใจไปไม่น้อย “ขอบคุณนะ”

เป็นคำพูดที่เขาพูดได้ไหลลื่นที่สุดตั้งแต่ที่เขาพูดมา

ต่อมา สัตว์ประหลาดแมลงก็ถอดเสื้อโค้ทสีดำที่เขาใส่คลุมตัวไว้ เผยให้เห็นร่างกายอันน่าเกียจน่ากลัวของเขา บาลแผลที่ยังไม่ตกสะเก็ดบนเนื้อตัวของเขาดูเหมือนว่าจะหนักกว่าที่ลั่วชิวเห็นเมื่อวานนี้เสียอีก

เขาหันตัวกลับไปอย่างเงียบๆ แล้วค่อยๆ เดินไปทางแม่น้ำสายนั้น ลั่วชิวไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดแมลงตนนี้จะทำอะไรต่อจากนี้ แต่ก็มีความรู้สึกว่าภาพที่จะเห็นต่อจากนี้คงเป็นภาพที่ลืมยากที่สุดในชีวิตของเขา

พระจันทร์ที่ทอแสงอยู่บนท้องฟ้า สัตว์ประหลาดแมลงได้ลงไปอยู่ในแม่น้ำ ร่างกายสัมผัสกับน้ำอันหนาวเย็นของแม่น้ำสายนี้ เขาเงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังพระจันทร์บนฟ้า ก่อนร่างกายอันน่าเกียจน่ากลัวนี้จะค่อยๆ ขยายตัวขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆ หดตัวลง

ลั่วชิวยังคงไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดตนนี้ต้องการจะทำอะไรกันแน่

ทว่าความรู้สึกกลับเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

สัตว์ประหลาดแมลงหดตัวลง หรือจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการแข็งตัว...หรืออาจจะเป็นความเหือดแห้ง ลั่วชิวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ

และทันใดนั้นก็เกิดแสงระยิบระยับสีน้ำเงินขึ้นมาจากแม่น้ำ เหมือนแสงที่เกิดขึ้นจากการรวมของหิงห้อยไม่รู้ตั้งเท่าไร แสงน้ำเงินที่มาจากแม่น้ำสายนี้ได้สาดส่องไปทั่วทุกทิศ ก้อนหินที่ถูกซัดขึ้นมาอยู่ริมแม่น้ำก็กลายเป็นดังแก้วมณีสีน้ำเงิน มันงดงามจนเกินกว่าที่จะละสายตาได้จริงๆ

และรอบๆ ตัวของสัตว์ประหลาดตนนี้ก็มีแสงสีเหลืองปรากฎขึ้น แสงนั้นค่อยๆ รวมตัวกับน้ำแล้วไหลวนอยู่รอบตัวของสัตว์ประหลาดแมลง

“มันกำลังดูดซับพลังจากแม่น้ำและดวงจันทร์”

และทันใดนั้นเสียงของโยวเย่ก็ดังขึ้นข้างหูลั่วชิว “นายท่านคะ มันกำลังจะแปลงร่างเพื่อวิวัฒนาการก้าวสู่ชีวิตใหม่”

“อืม” ลั่วชิวแค่พยักหน้า

ลั่วชิวมองดูสภาพของสัตว์ประหลาดแมลงในขณะนี้ ทำให้เขาคาดเดาบางอย่างอยู่ในใจแล้ว และโยวเย่ก็ตอบคำถามของปัญหาที่เขาคาดเดาเอาไว้ออกมา

สัตว์ประหลาดแมลงอยากที่จะวิวัฒนาการร่างของตนในค่ำคืนนี้ จึงอยากได้รับความคุ้มครองจากลั่วชิวและโยวเย่

พลังจากน้ำและดวงจันทร์ นำพามาซึ่งเรื่องน่ายินดีของการวิวัฒนาการไปสู่ชีวิตใหม่...ทุกทิศทางเต็มไปด้วยป่าที่สงบไร้การเคลื่อนไหวใด มีเพียงเสียงน้ำซึ่งดูเหมือนกำลังยินดีกับเรื่องน่ายินดีที่กำลังจะเกิดขึ้น

นี่ก็ไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้ว ลั่วชิวยังคงหลงอยู่ในแสงแห่งชีวิตที่งดงามนี้

จนกระทั่งดวงจันทร์ค่อยๆ ลับไป แสงสีเหลืองค่อยๆ อ่อนลง ได้ยินเพียงแค่เสียง...

“ทำไมดูเหมือน...มันออกมาไม่ได้” ลั่วชิวขมวดคิ้วฉับพลันทันที

สัตว์ประหลาดได้รับการวิวัฒนาการมาจากแมลง และลั่วชิวแน่ใจว่าสัตว์ประหลาดตนนี้ถ้าไม่ใช่สายพันธุ์พวกผีเสื้อก็อยู่ในสายพันธุ์ของตัวมอด

โดยปกติ การวิวัฒนาการจากดักแด้สู่ผีเสื้อเป็นเรื่องยาก แต่พวกมันจะทำได้ตามสัญชาตญาณของพวกมันเองเมื่อถึงเวลา

แต่ที่ลั่วชิวบอกว่ามันออกมาไม่ได้ นั่นมันออกมาไม่ได้จริงๆ สัตว์ประหลาดแมลงติดอยู่ใต้ปีกของดักแด้ และในเวลานั้นก็ไม่สามารถออกมาจากดักแด้ได้

“มันอ่อนแอเกินไป...” โยวเย่ส่ายหัวแล้วพูดขึ้นว่า “ถึงแม้จะดูดซับพลังจากแม่น้ำและดวงจันทร์แล้ว แต่มันก็ยังคงไม่เพียงพอ”

น่าเสียดายที่คืนนี้ไม่ใช่คืนพระจันทร์เต็มดวง ถ้าไม่อย่างนั้นคงจะทำให้เขาแข็งแกร่งกว่านี้

อ่อนแอ...

ดูท่าทางของสัตว์ประหลาดแมลงที่อยู่ในดักแด้แล้ว มันคงอยากกางปีกออกมา แต่เป็นเพราะปากดักแด้ที่เปิดไว้แคบเกินไป จึงทำให้มันไม่สามารถออกมาได้ ลั่วชิวก็ได้ถอนหายใจ

เป็นเพราะมันกินอาหารที่ปนเปื้อนสารก่ออันตราย จึงทำให้ร่างกายของมันอ่อนแอ

ลั่วชิวหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าของดักแด้ยักษ์ สองมือของเขาสอดเข้าไปในตัวดักแด้ ก่อนใช้แรงง้างปากของดักแด้ให้กว้างขึ้น “ฟังนะ ผมช่วยคุณได้เท่านี้ กางปีกของคุณออกมา แต่คุณจะต้องออกมาจากตัวดักแด้นี้เองให้ได้ ถ้าหากคุณเอาชนะความลำบากที่จะออกสู่โลกนี้ไม่ได้ แล้วคุณจะออกมาสู่โลกนี้ทำไม?”

ปีกคู่นั้นถูกกางออกมาจากตัวดักแด้ แต่ปีกก็ยังอ่อนแรงมาก จะต้องใช้เวลาพอสมควรในการฟื้นตัวให้แข็งแรง

จนกระทั่งมันกางออกตามลมที่พัดมา

ปีกที่แทรกสีเขียวชมพูม่วงค่อยๆ กระพือออก

ลั่วชิวถอนหายใจ แล้วค่อยๆ เดินถอยออกมา สัตว์ประหลาดแมลงกางปีกได้อย่างสมบูรณ์ ต่อไปก็เหลือแต่ให้ส่วนร่างกายของมันทำการวิวัฒนการต่อไปในดักแด้นั้น

ลั่วชิวนั่งลงบนก้อนหินริมแม่น้ำ และโยวเย่ก็อยู่ข้างเขาอย่างเงียบๆ

“หาเจอแล้ว” ลั่วชิวชูโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นด้วยความดีใจ “ในที่สุดก็บอกได้แล้วว่ามันอยู่ในสายพันธุ์ไหน”

โยวเย่มองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ สิ่งที่แสดงอยู่บนนั้นคือผีเสื้อแบบเดียวกับที่สัตว์ประหลาดตนนั้นกำลังวิวัฒนาการ และค่อยๆ อ่านชื่อของผีเสื้อสายพันธุ์นี้ “ผีเสื้อ...อะไรสีทอง”

สายพันธุ์ ‘ไกเซอร์อิมพีเรียล’ ลั่วชิวพูดแล้วยิ้ม “ถึงแม้ว่าจะเป็นพันธุ์ไกเซอร์อิมพีเรียลธรรมดา แต่ก็จัดอยู่ในสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และนี่ยิ่งมากลายเป็นตัวสัตว์ประหลาดสายพันธุ์ไกเซอร์อิมพีเรียลอีก ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“งดงามจริงๆ” โยวเย่พูดขึ้น

ลั่วชิวยืนขึ้นแล้วเดินไปข้างๆ พร้อมพูดว่า “เรื่องน่ากลัวที่ได้เจอมาทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นของขวัญของชีวิตละกัน เดินเข้าไปดูใกล้ๆ หน่อยดีกว่า”

เมื่อเดินไปอยู่ตรงหน้าดักแด้ ลั่วชิวก็เริ่มสงสัยบางอย่าง

สัตว์ประหลาดตั๊กแตนตัวนั้นเคยขยายร่างให้ใหญ่ได้ ตัวสัตว์ประหลาดแมลงนี้ก็มีขนาดตัวใหญ่เท่ากับมนุษย์ผู้ใหญ่ แล้วตอนที่ออกมาจากตัวดักแด้แล้วล่ะจะใหญ่เหมือนกันไหม?

ผีเสื้อขนาดยักษ์ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน อาจจะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

ในที่สุด ดักแด้ก็เปิดออกในทันใด แสงสีเหลืองค่อยๆ ปรากฏขึ้นในขณะที่ดักแด้เปิดแยกออกจากกัน

จากนั้นมือสีขาวเนียนละเอียดก็ค่อยๆ ง้างเปลือกดักแด้ออก

ลั่วชิวอ้าปากค้าง นี่คือสัตว์ประหลาดแมลงที่ได้รับการวิวัฒนาการ...อืม และสิ่งที่ออกมาจากตัวดักแด้ไม่ได้เป็นผีเสื้อยักษ์อย่างที่เขาคิดไว้ ทว่าเป็นสาวงามที่มีปีกผีเสื้อ

นี่มันอะไรกัน?

แล้วที่บอกว่าจะเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติล่ะ?

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น