หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 12 สัตว์ประหลาดแมลงไม่กินพืช

ชื่อตอน : บทที่ 12 สัตว์ประหลาดแมลงไม่กินพืช

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 750

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2561 09:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 สัตว์ประหลาดแมลงไม่กินพืช
แบบอักษร

ทำไมไม่เหมือนกับตอนแรกที่เคยคุยกันไว้ นี่มีโอกาสสูงที่จะต้องเกิดการปะทะกัน และยังเป็นการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเสียด้วย ทำให้ลั่วชิวอดเป็นกังวลไม่ได้

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นกังวลแต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด เพราะทั้งชีวิตและจิตวิญญาณของเขาเป็นของสมาคม ไม่มีอะไรในโลกนี้ทำลายเขาได้

แต่ถึงแม้ลั่วชิวจะเป็นเจ้าของสมาคม แต่เขาก็ไม่เคยผ่านการใช้ชีวิตมาเป็นร้อยเป็นพันปี เขาจึงยังเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึก จะกังวลก็ไม่แปลก

ส่วนเรื่องกลัวไม่กลัวนั้น...ในเมื่อรู้ตัวว่าทำอย่างไรก็ไม่ตาย แล้วจะกลัวไปทำไมล่ะ?

ลั่วชิวไม่ใช่คนที่มีความหนักแน่นเที่ยงตรงเหมือนอย่างพ่อของเขา แต่ในตอนที่ลั่วชิวลงสนามรบเขาจะนึกถึงคำที่พ่อสอนอยู่เสมอว่า “อย่าได้กลัว ลุยเข้าไป”

...

...

ที่ถืออยู่ในมือเป็นปืนพกที่โยวเย่จัดเตรียมไว้ให้เขา ลั่วชิวใส่กระสุนปืนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงใช้สองมือกำปืนไว้แน่นแล้วหันหัวปืนลงตรงพื้น

ส่วนโยวเย่ดูไม่เป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด หรือสัตว์ประหลาดตั๊กแตนตัวนั้นอาจไม่ได้อยู่ในสายตาโยวเย่เลยก็เป็นได้ เธอเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ เหมือนอย่างปกติ

แต่ในทางกลับกัน สัตว์ประหลาดแมลงที่สวมเสื้อโค้ทสีดำกลับกลัวจนตัวสั่น และเมื่อลั่วชิวเห็นเขาอยู่ในสภาพนั้นจึงเข้าไปยืนบังอยู่ตรงหน้าของลูกค้าใหม่คนนี้

ในเวลานั้นทั้งสามคนก็ยืนหันหลังให้กับแม่น้ำ ทางด้านหน้าและด้านข้างของพวกเขาเป็นป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หากสัตว์ประหลาดตั๊กแตนจะโจมตีขึ้นมาจากทางแม่น้ำคงเป็นเรื่องยาก

ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น และในขณะเดียวกันภายใต้แสงจันทร์และเมฆหมอกก็มีเงาดำวาร์ปมาจากป่าทางด้านซ้าย!

ในตอนที่ลั่วชิวยังไม่มีการตอบสนองใดๆ นั้น โยวเย่ก็พุ่งตัวออกไปในความมืด และมีเสียงการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นกลางอากาศ

ครั้นพระจันทร์เคลื่อนออกจากกลุ่มเมฆบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงจันทร์ที่สว่างขึ้นทำให้ลั่วชิวเห็นแท่นโลหะที่กำไว้ในมือของโยวเย่ และภายใต้แสงจันทร์ ก็ได้มีเงาคนที่สี่ปรากฎขึ้น...อืม ต้องบอกว่าเป็นเงาของสัตว์ประหลาดถึงจะถูก

“พวกแกเป็นใคร?”

เสียงอันน่ากลัวลอยมาจากทางด้านหน้า ลั่วชิวพยายามรวบรวมสติจึงทำให้เขามองเห็นอะไรได้ชัดขึ้น

เขาเห็นสัตว์ประหลาดตั๊กแตนยืนในท่าที่กางขาทั้งสองข้างออกจากกัน แต่แขนทั้งสองข้างปล่อยทิ้งลง นิ้วมือบนฝ่ามือติดกันแน่นทุกนิ้ว ใช่แล้ว นั่นคือนิ้วมือ

สิ่งที่ลั่วชิวเห็นอยู่ตรงหน้าคือ สีหน้าที่ซีดขาวเล็กน้อย และใบหน้าที่สมประกอบ คาดไม่ถึงว่าในสายตาของมนุษย์เขาคือชายหนุ่มที่จัดว่าหน้าตาดีเลยทีเดียว

ใส่สูทลำลองลายทางสีน้ำเงิน ส่วนกางเกงก็เป็นสีเดียวกับเสื้อ ถ้าไม่ติดตรงท่ายืนที่ดูประหลาดแล้ว เขาก็ดูเหมือนนายแบบเสื้อผ้าขึ้นมาเลย

เพียงแค่สีหน้าที่ดูดุร้าย ก็ได้ทำลายภาพลักษณ์ของเขาจนหมดสิ้น

อืม รูปร่างสัตว์ประหลาดตั๊กแตนตัวนี้แตกต่างจากสัตว์ประหลาดแมลง (ลูกค้า) อย่างเห็นได้ชัด

ลั่วชิวรู้สึกว่า นี่สิถึงจะนับว่าเป็นการปรากฎตัวของสัตว์ประหลาดในแบบที่เขาคิดเอาไว้

“คุณ...อืม คุณตั๊กแตน ถ้าเป็นไปได้ผมอยากขอให้คุณไปจากที่นี่” ลั่วชิวพูดให้ดูสุภาพขึ้น “ชายที่เห็นอยู่นี้...สหายของผม ตอนนี้เขาอยู่ในการคุ้มครองของพวกเรา ถ้าเป็นไปได้ คืนนี้ผมอยากให้คุณออกไปจากที่นี่ได้ไหม?”

คนที่ใช้แต่กำลังนั้นไม่ฉลาดเอาเสียเลย คนที่สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ใช้กำลังนี่สิถึงจะดูเท่ ลั่วชิวอยากจะได้ค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนมาอย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย!

แต่ในสมาคมก็มีกฎเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เราจะเปิดเผยความลับเรื่องการดำรงอยู่ของสมาคมแห่งนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่อยู่ต่อหน้าศัตรูแบบนี้ยิ่งไม่สมควรที่จะกล่าวอ้างถึงสมาคมเลยแต่อย่างใด

โยวเย่เคยบอกว่า ‘ทราฟฟอร์ด’ มีคนรู้เยอะ หรืออาจจะเคยได้ยินเขาเล่าขานกันมา แต่คนที่ไม่รู้ก็ยังมีมากกว่า ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรให้คนไม่รู้ รู้มากจนเกินไป

ยังมีอะไรที่ไม่รู้อีกเยอะเกี่ยวกับเบื้องหลังของสมาคมแห่งนี้

ลั่วชิวรู้ดีว่าตัวเองที่เพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ไม่มีทางรู้เรื่องของสมาคมนี้ได้ทุกอย่าง สมาคมแห่งนี้อยู่มานานกว่าเวลาที่โยวเย่มารับใช้เสียอีก และสิ่งที่สาวใช้ผู้นี้รู้คือ เรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาร้อยกว่าปีที่เธอได้ยินมาจากเจ้าของคนเดิมเท่านั้นเอง

นานๆ ทีเจ้าของคนเก่าคงจะเล่าอะไรให้โยวเย่ฟังบ้าง แต่เมื่อนึกถึงนิสัยที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้องพร้อมกับเปิดกล่องดนตรีฟังทั้งวัน คงไม่น่าจะเล่าอะไรให้ใครฟัง ลั่วชิวเริ่มที่จะเดาไปเองว่าเรื่องส่วนใหญ่คงเป็นสิ่งที่โยวเย่แต่งขึ้นมาเพื่อสร้างสีสัน...

และในช่วงที่ลั่วชิวหลุดไปกับความคิดของตัวเองนั้น สัตว์ประหลาดตั๊กแตนก็เคลื่อนไหว

“หึ”

สัตว์ประหลาดตั๊กแตนยิ้มด้วยท่าทีเต็มไปด้วยความมั่นใจ ว่าเขาจะเอาชนะลั่วชิวได้ จากนั้นก็มองสัตว์ประหลาดแมลงที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังของลั่วชิว “ฉันก็ว่าทำไมแกถึงกล้าออกมาเผชิญหน้ากับฉัน ที่แท้ก็หาตัวช่วยได้สองคนนี่เอง แต่ทว่า พ่อหนุ่มน้อย แกคิดว่าพูดแบบนี้แล้วจะหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของฉันได้อย่างนั้นเหรอ?”

สัตว์ประหลาดตั๊กแตนเดินเข้ามาข้างหน้าก้าวหนึ่ง ด้วยสีหน้าที่น่ากลัวขึ้น

สัตว์ประหลาดแมลงก้าวถอยหลังด้วยความกลัว พร้อมพูดด้วยความตกใจว่า “แก...อย่า...เข้ามา !!”

สัตว์ประหลาดตั๊กแตนหัวเราะพร้อมกับพูดว่า “แกมันก็แค่สัตว์ประหลาดที่ยังอยู่มาไม่ถึงห้าสิบปี แกคิดว่าฉันจะเอ็นดูแกจริงๆ อย่างนั้นเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะไม่กี่ปีมานี้สัตว์ประหลาดตัวใหญ่ถูกฉันกินไปหมดแล้วล่ะก็ แกคิดเหรอว่าฉันจะยอมมากินสัตว์ประหลาดตัวเล็กกลิ่นเหม็นอย่างแก?”

สัตว์ประหลาดตั๊กแตนกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่เยือกเย็นว่า “แม่ของแกก็ถูกฉันกินไป เสียงร้องโหยหวนนั้นฉันยังจำได้ดี! แกจำเสียงนั้นได้หรือเปล่า? ฮ่าๆๆๆ! ตอนนั้นแม่ของแกปกป้องแกจนตัวตาย แกนึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าตอนนั้นแกซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน? อย่ามาตลกหน่อยเลย สัตว์ประหลาดอนุบาลอย่างแกฉันไม่อยากใส่ใจมาก! ที่ฉันปล่อยแกไปตอนนั้นก็เพื่อรอให้แกตัวใหญ่ขึ้น ฉันจะได้กินอิ่มก็แค่นั้น! อ่า แค่ฉันคิดถึงเสียงร้องโหยหวนก่อนตายของแม่แก ก็ทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเลย! แกว่าฉันจะกินแกเข้าไปแบบไหนดี? หรือจะให้เหมือนตอนที่กินแม่ของแก? หักแขนออกมากินก่อนเป็นส่วนแรก หรือจะควักเอาสมองออกมา? แกยังจำได้สินะ? ตอนที่แม่แกตายก็ถูกควักสมองออกมานี่นา!”

“หยุด...พูด...สักที!!”

สัตว์ประหลาดแมลงสติแตกไปแล้ว เขาส่งเสียงร้องออกมา แล้วพุ่งตัวไปยังสัตว์ประหลาดตั๊กแตนตัวนั้น

แต่คิดไม่ถึงว่าเพราะร่างกายเทอะทะเกินไป แค่ลั่วชิวยื่นเท้าออกไปขัดขา ก็ทำให้สัตว์ประหลาดแมลงตนนั้นล้มลงไปกับพื้น

“ดูไปแล้วคุณตั๊กแตนน่าจะมีความสามารถพิเศษในการยั่วโมโหนะ ขนาดผมยืนฟังอยู่ข้างๆ ยังรู้สึกผิดกับตัวเองที่ก่อนหน้านี้ไม่ชกคุณไปสักหมัดเลย” ลั่วชิวส่ายหัวแล้วพูดว่า “ลุกขึ้น อย่าลืมว่าตอนนี้คุณอยู่ในการคุ้มครองจากพวกเรา ถ้าจะให้ลูกค้าลงสนามรบเองเราก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว”

“ผม...”

อาจด้วยล้มลงไป จึงทำให้สัตว์ประหลาดแมลงมีสติขึ้น แล้วรู้ว่าจุดประสงค์ของสัตว์ประหลาดตั๊กแตนคืออะไร ทำให้เขาทั้งตกใจและกลัวมาก

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง กินแกก่อนแล้วกัน!” สัตว์ประหลาดตั๊กแตนพูดพร้อมกับเสียงหัวเราะ จากนั้นก็กระโดดขึ้นไป

และในกลางอากาศนั้น สัตว์ประหลาดตั๊กแตนก็กางมือทั้งสองข้างที่ขาวซีดของเขาออก จากนั้นมือที่ซ่อนอยู่ในเสื้อก็ค่อยๆ คลี่ออก แล้วเปลี่ยนกลายเป็นมีดที่มีความแหลมคม กำลังพุ่งตรงลงมาจากทางด้านบน

ถึงแม้ลั่วชิวจะไม่เคยมีประสบการณ์ต่อกรกับสัตว์ประหลาดตั๊กแตนมาก่อน แต่เขาก็เล็งปืนไปบนอากาศในทางที่สัตว์ประหลาดตั๊กแตนกำลังลอยตัวลงมา

ปัง ปัง ปัง!!!

นี่เป็นเป้ายิ่งที่เยี่ยมยอดไปเลย ถ้าวันนี้ไม่ได้ลั่นไก กระสุนที่ใช้ซ้อมยิงก่อนหน้านี้ก็คงจะเสียเปล่า

“ของเล่นมนุษย์อย่างนี้หรือจะมาทำร้ายฉันได้? ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน”

กระสุน.45ไม่สามารถทำอะไรแขนใบมีดที่เขาเอามาบดบังตัวไว้ได้เลยแม้แต่น้อย!

สัตว์ประหลาดตั๊กแตนลอยตัวลงมาอยู่ตรงหน้าของลั่วชิว และใช้ใบมีดที่แขนฟันไปตามแนวขวาง ใบมีดเล่มนี้คมกว่าใบมีดทั่วไปอยู่มาก คมจนฟันก้อนหินแยกออกเป็นสองส่วนได้สบายๆ

เมื่อลั่วชิวเจอสถานการณ์แบบนี้จึงย่อตัวลงเพื่อหลบการโจมตี

แน่นอนว่า ต่อให้เขาไม่หลบก็ไม่เป็นอะไรอยู่ดี ขนาดถูกกระสุนยิงกลางหน้าผากยังไม่ตายเลย และครั้งนี้ถึงร่างกายจะถูกฟันออกเป็นสองท่อนก็คงจะกลับมาต่อกันเอง

เมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่มีวันตายก็ทำให้เขาโล่งใจไปเยอะ...แต่ปัญหาอยู่ที่ว่ามันรู้สึกเจ็บน่ะสิ!

ตอนที่จินจื่อฝูใช้ปืนยิงไปตรงหน้าผากของลั่วชิวนั้น ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ตอนที่ถูกยิงมันเจ็บจนอยากจะร้องออกมาดังๆ

ลั่วชิวเลือกที่จะไม่พูดโอ้อวดว่าตนมีพลังแกร่งกล้า เพราะเขาไม่อยากทำให้ตัวเองต้องเจ็บตัว

ลั่วชิวผู้ที่ชอบหลุดเข้าไปในความคิดตนเองเพิ่งย่อตัวลงมา สัตว์ประหลาดตั๊กแตนก็เตะไปที่ขาของเขาอย่างเต็มแรง

แต่แล้วก็ทำเอาสัตว์ประหลาดตั๊กแตนประหลาดใจเมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองเตะไม่โดน เพราะลั่วชิวไปปรากฎตัวขึ้นในอีกที่หนึ่งซึ่งห่างออกไปจากตัวของสัตว์ประหลาดประมาณสามเมตร

อืม...ยังคงอยู่ในท่านั่งยอง

เขารู้สึกว่าการที่เขาทำแบบนี้ไม่สมกับฐานะเจ้าของสมาคมเอาเสียเลย เขาจึงรีบลุกขึ้นยืน

ถึงแม้เมื่อคืนจะปลดปล่อยด้วยการยิงกระสุนต่อเนื่องกันสิบกว่านัด แต่ทว่าหลังจากที่ลั่วชิวกลับบ้านตัวเอง แล้วได้เล่นพลังการหายตัวนั้นสนุกยิ่งกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะใช้พลังในการเล่นมากไป ก็คงจะไม่ถึงขั้นที่ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าเริ่นจื่อหลิงออกไปทำงานแล้ว

โดยปกติแล้วจะไม่เป็นแบบนี้

คราวนี้สัตว์ประหลาดตั๊กแตนรู้สึกประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด แต่สัตว์ประหลาดที่ผ่านการต่อสู้มานับร้อยปีอย่างเขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ครั้งนี้เตะไม่โดนก็ไม่เป็นไร เพราะศัตรูก็อยู่ไม่ไกลออกไปจากตนมากนัก

และในทันทีที่สัตว์ประหลาดตั๊กแตนกำลังจะใช้แขนใบมีดฟันลั่วชิวออกเป็นสองท่อน ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง เหมือนหัวของเขากำลังจะระเบิดออกมา ในตอนนั้นเขายังไม่ทันได้คิดอะไร ตัวของเขาก็ล้มลงกับพื้น แขนขาอยู่ในท่าชักแล้วมีฟองออกมาจากปาก จากนั้นร่างที่กองอยู่บนพื้นก็ค่อยๆ กลับสู่ร่างเดิม

มันเป็นตั๊กแตนตัวใหญ่มาก

ลั่วชิวอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้โยวเย่

แท่นโลหะสีดำที่อยู่ในมือของโยวเย่ทำได้ดีมาก แน่นอนว่ามันโจมตีสัตว์ประหลาดตั๊กแตนได้โดยที่มันไม่รู้ตัวเลยสักนิด

ลูกค้าสัตว์ประหลาดแมลงไม่คิดไม่ฝันว่าศัตรูของตนจะถูกแท่นโลหะนี้ฟาดจนเกือบตาย จากนั้นเขาก็กลับสู่ร่างเดิม

ตอนนี้เขาตะโกนออกมาอย่างเต็มเสียง แล้วพุ่งตัวเข้าไปลากตัวสัตว์ประหลาดตั๊กแตนนี้ขึ้น ท่าทางของเขาในตอนนี้ เหมือนจะคล่องแคล่วว่องไวกว่าตอนเดินปกติอยู่มาก

โยวเย่มีท่าทางเหมือนทนดูไม่ได้ เธอจึงเดินถอยห่างออกไปในตอนที่สัตว์ประหลาดแมลงได้พุ่งตัวเข้ามา

และทันใดนั้น สัตว์ประหลาดแมงก็จู่โจมเข้าไปกัดกินตั๊กแตนที่เป็นศัตรูของตน

เอ่อ...เจ้าสัตว์ประหลาดแมลงตัวนี้ไม่ได้กินพืชหรอกเหรอ?

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น