Bona Fide

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : PLAYBOY : 10

คำค้น : คริส พรีม 18+

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2561 15:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
PLAYBOY : 10
แบบอักษร




​PLAYBOY​ : 10



Chris Part


“ม้า ยังไม่หายโกรธเหรอครับ” ผมจับมือของหม่าม้ามากุมไว้ ท่านทำท่าจะดึงมือออกแต่สุดท้ายก็ยอมให้ผมจับไว้แบบนั้น

ตอนนี้เรากำลังอยู่บนรถระหว่างเดินทางไปบ้านมาเฟีย เมื่อวานหลังจากคุยกับป๊าเสร็จผมก็ต่อสายตรงถึงคุณย่ามาเฟียและเล่าเรื่องทุกอย่างให้ท่านฟังโดยไม่ปิดบัง ท่านรับฟังแต่โดยดีและอาสาเป็นผู้ใหญ่เข้าไปเจรจากับคุณพิมพ์นภาให้ วันนี้พวกเรายกเว้นครีมที่มีเรียนจึงแห่กันไปที่บ้านของคุณย่าก่อนเพื่อที่จะได้เดินทางไปบ้านคุณพิมพ์นภาพร้อมกัน

“ม้าคร้าบ”

“ไม่ต้องมาเรียกหรอก”

“แต่ผมไม่อยากให้หม่าม้าโกรธ”

“ไม่อยากให้โกรธก็ทำตัวดี ๆ บ้างสิ ป๊าก็ตามใจลูก ถ้าบังคับบ้างคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

“อ้าว” ป๊าที่นั่งอยู่ตอนหน้าของรถร้องออกมาเมื่อโดนพาดพิง “ทำไมป๊าถึงซวยไปด้วยล่ะเนี่ย”

“ป๊าไม่เกี่ยวหรอกครับ คริสไม่ดีเอง”

“รู้ตัวก็ดี” คำพูดนั้นทำผมหน้าหมองลง ถ้าเลือกได้คงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้




เงียบ

ทุกอย่างอยู่ในความเงียบจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง ๆ คุณพิมพ์นภา คุณวัลลภ คุณย่ามาเฟีย มาเฟีย ป๊า หม่าม้า และผม เราต่างนั่งจ้องหน้ากันเหมือนกำลังหยั่งเชิงว่าใครจะเป็นคนพูดก่อน และสุดท้ายคนที่ทนไม่ได้คนแรกก็คือคุณพิมพ์นภานั่นเอง

“คุณป้าคะ ดิฉันคิดว่าเราจะคุยเรื่องแม่พรีมกันเป็นการ ส่วนตัว เสียอีก” คุณพิมพ์นภาพูดคำว่าส่วนตัวตัวพร้อมปรายตามองมาที่ครอบครัวของผม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอกำลังบอกว่าครอบครัวผมเป็นส่วนเกิน

หม่าม้าเห็นแบบนั้นก็ขยับตัว แต่ถูกป๊าจับข้อมือไว้ก่อน หม่าม้าเป็นคนอารมณ์ร้อนง่าย โชคดีที่แต่งงานกับป๊าที่เป็นคนค่อนข้างใจเย็น เลยมีคนคอยรั้งเวลาม้าทำอะไรลืมตัวออกไป

“เรื่องนี้เราต้องคุยกันแบบนี้แหละแม่พิมพ์”

“ดิฉันไม่เข้าใจ”

“อืม...” คุณย่ามองหน้าผม ก่อนจะเอ่ยแนะนำผมให้คุณพิมพ์นภาและคุณวัลลภรู้จัก “นั่นคริส เป็นเพื่อนสนิทของหลานชายฉันเอง คริสเป็นลูกชายของก้องเกียรติและศศิวิมล เจ้าของบริษัทออกแบบภายในที่เป็นพันธมิตรกับบริษัทของฉัน เธอน่าจะรู้จัก”

“ดิฉันพอจะรู้จักคุณก้องเกียรติและคุณศศิวิมลบ้างค่ะ แต่เพิ่งเห็นหน้าลูกชายเขาครั้งแรก แต่เกี่ยวอะไรกับเรื่องของลูกสาวดิฉันหรือคะ”

“เกี่ยวสิ” ผมบีบมือตัวเองแน่นเมื่อคุณย่าเริ่มพูดธุระออกมา หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้เลย “เพราะคริสคือพ่อของลูกในท้องหนูพรีม”

“อะ...อะไรนะคะ”

“ผมต้องกราบขอโทษคุณน้าทั้งสองคนด้วยนะครับที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่ผมพร้อมจะรับผิดชอบพริมาตาทุกอย่าง ทั้งตัวเธอ และรวมถึงลูกในท้องของเธอด้วย” ผมรีบแจ้งเจตจำนงของตัวเองให้อีกฝ่ายทราบเพื่อแสดงความจริงใจทันที คุณวัลลภไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ดูเหมือนว่ากำลังคิดไม่ตกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนคุณพิมพ์นภาเธอมองหน้าผมด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้อยู่แบบนั้นหลายนาที และสุดท้ายก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

“พร้อมงั้นเหรอ เรียนจบหรือยัง”

“เอ่อ...คือผม...”

“ยังใช่ไหม เรียนยังไม่จบ งานยังไม่มีทำ แต่บอกว่าพร้อมจะรับผิดชอบลูกสาวฉันอย่างนั้นเหรอ คิดว่ากำลังเล่นขายของอยู่หรือไง”

“ถึงผมจะยังเรียนไม่จบ แต่ผมก็มีรายได้เป็นของตัวเองนะครับ” ผมพูดถึงรายได้ที่ผมลงทุนในตลาดหุ้น รายได้ต่อปีไม่ใช่น้อย ๆ เลย เพียงแต่การเล่นหุ้นมันค่อนข้างเสี่ยงอยู่มาก แต่ถึงอย่างไรเรียนจบผมก็รับช่วงกิจการต่อจากป๊าอยู่ดี ไม่ใช่ว่าจะเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฟ่อเสียเมื่อไหร่

“หึ” คุณพิมพ์นภาตอบแค่นั้น ก่อนจะหันไปหาคุณย่าของมาเฟีย “ขอบพระคุณคุณป้าที่กรุณาหาพ่อของหลานดิฉันมาให้จนได้นะคะ แต่ดิฉันไม่รับไว้ดีกว่า ลูกสาวดิฉันหนีไปไกลถึงที่ออสเตรเลียแล้ว แปลว่าแม่พรีมไม่ต้องการพ่อของเด็ก ดิฉันก็เช่นกัน”

ผมอ้าปากค้างเมื่อได้ยินแบบนั้น ถ้ารู้แบบนี้แล้วตามไปโวยวายไอ้มาเฟียถึงบ้านทำไม ผมไม่เชื่อเลยที่เธอบอกว่าไม่ต้องการพ่อของเด็กให้พรีม ที่คุณพิมพ์นภาพูดแบบนั้นเพราะพ่อของเด็กที่ได้ไม่ใช่คนที่เธอต้องการต่างหาก

ผมชักสงสัยแล้วสิว่าพรีมได้รับความรักจากแม่ตัวเองบ้างหรือเปล่า เพราะผู้หญิงคนนี้ดูไม่ได้แคร์พรีมเลย เอาตัวเองเป็นใหญ่อยู่ฝ่ายเดียว ขนาดเรื่องนี้ยังทำเหมือนพรีมเป็นแค่สิ่งของ เอาเรื่องเสื่อมเสียของลูกไปโพทะนา แล้วสุดท้ายพอได้คนที่ตัวเองไม่ถูกใจก็จะปล่อยให้ลูกสาวอุ้มท้องเพียงลำพังงั้นเหรอ

“ดิฉันไม่ส่งนะคะ ขอตัว” คุณพิมพ์นภาไม่รอให้ใครได้พูดอะไรอีก เพราะเธอลุกขึ้นเดินจากไปทันที แต่ผมไม่ยอมให้เรื่องมันจบแบบนี้แน่ ๆ

“ถ้าคุณน้าไม่ต้องการให้มีคนรับผิดชอบลูกสาวตัวเอง แล้วทำไมต้องไปโวยวายมาเฟียมันด้วยเหรอครับ” ผมลุกขึ้นยืนพร้อมถามออกไปเสียงดัง ป๊าพยายามดึงมือผมให้นั่งลแต่ไม่เป็นผล เพราะตอนนี้ผมโกรธมาก ทำไมคุณพิมพ์นภาทำเหมือนผมเป็นเด็กอมมือ รับผิดชอบอะไรไม่ได้เลยแบบนี้ ผมอาจจะไม่ได้มีชาติตระกูลที่ดีเหมือนมาเฟีย แต่ผมก็มีศักดิ์ศรีของผม และจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำได้เด็ดขาด!

“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องฉัน เธอไม่เกี่ยว”

“เกี่ยวสิครับ เพราะผมเป็นพ่อของหลาน ๆ ของคุณ”

“หลาน ๆ?” คุณวัลลภที่นั่งนิ่งมานานเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย ผมละสายตาจากร่างสูงโปร่งมาที่ว่าที่พอตา

“ครับ หลาน ๆ พรีมท้องลูกแฝด และเป็นลูกของผมเอง”

“เธอว่ายังไงนะ” คำบอกเล่าของผมทำให้คุณพิมพ์นภาเดินกลับเข้ามาจนใกล้กับผม ดวงตาสวยจ้องมองผมเขม็ง ผมเองก็ไม่ยอมหลบสายตา วันนี้ยังไงก็ต้องได้ขอสรุปของเรื่องนี้ให้ได้

“พรีมท้องแฝด ท้องกับผม ผมเป็นพ่อของเด็กในท้องพรีม ชัดไหมครับคุณน้า”

เพี๊ยะ!!

“อย่ามาทำตัวหยิ่งผยองใส่ฉัน!! ผู้ชายแบบเธอไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกสาวฉันเลย แต่ก่อนบ้านเธอเคยเป็นแค่พ่อค้าแม่ค้าชาวจีนไม่ใช่เหรอ แค่นี้ก็ต่างจนเทียบไม่ติดแล้ว!!”

“มันจะมากไปแล้วนะพิมพ์นภา!!!” หม่าม๊าที่เริ่มทนไม่ไหวลุกขึ้นยืนบ้าง ผมหันไปมองก็เห็นว่าป๊าไม่ได้ห้ามแล้ว ผมไม่แปลกใจเลย เพราะถูกดูถูกซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้เป็นใครใครก็โกรธ คุณพิมพ์นภาทำเกินไปจริง ๆ “อย่าคิดว่าตัวเองเติบโตมาในรั้วในวังแล้วจะดูถูกคนอื่นได้ตามใจชอบ ครอบครัวฉันจะมาจากไหน แต่สิ่งที่เรามีเหมือนกันคือความเป็นคน!! ฉันก็คน เธอก็คน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกัน อย่าคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสกว่าคนอื่นนักเลย เพราะมันไม่ได้ทำให้เธอดูสูงส่งเหมือนนามสกุลตัวเองแม้แต่นิด!”

“ศศิวิมล!!”

“พอ!!!” เสียงก้องกังวานที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนหยุดเถียงกันทันที ก่อนจะมองไปที่เจ้าของเสียงนั้นเป็นตาเดียว “พิมพ์ ผมชักไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าคุณรักลูกบ้างหรือเปล่า”

“คุณลภ!”

“ตอนนี้พรีมกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ไม่รู้ว่าเป็นอยู่อย่างไร มีความสุขดีหรือไม่ แต่คุณดูไม่ได้สนใจตรงนี้เลย เอาแต่ห่วงนามสกุล ห่วงเชื้อชาติ ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าไปโวยวายที่บ้านคุณนงนาถ คุณก็ไม่ฟัง อ้างว่าอยากให้พ่อของเด็กรับผิดชอบ นี่ไง” คุณวัลลภชี้มาที่ผม “พ่อของเด็ก เขาพร้อมจะรับผิดชอบขนาดนี้ แต่คุณกลับเดินหนี นี่เหรอที่คุณบอกว่าหวังดีกับพรีม”

“เพราะฉันหวังดีไงคะฉันถึงอยากให้แม่พรีมได้สามีที่ดี ที่มีอนาคต และมีรากฐานที่มั่นคง”

“แล้วลูกชายผมไม่ดีตรงไหน” ป๊าพูดขึ้นมาบ้างหลังจากเป็นผู้ฟังมานาน “การศึกษา ลูกชายผมกำลังจะเรียนจบปริญญาตรีอีกไม่กี่เดือนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ฐานะ บริษัทของผมก็เป็นบริษัทใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และมีสาขาทั่วเอเชีย ลูกชายผมด้อยกว่าคนอื่นตรงไหน หรือเพราะจุดเริ่มต้นตระกูลผมมาจากจีน หอบเสื่อผืนหมอนใบมาทำงานและตั้งรกรากที่นี่ ถ้าแค่เรื่องนั้น ผมบอกได้เลยว่าคุณเป็นคนที่จิตใจคับแคบมาก”

“...” คุณพิมพ์นภาไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอจ้องหน้าทุกคนอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหยุดลงที่ผม

“พิมพ์นภา ฉันรับรองได้ว่าคริสไม่ใช่เด็กที่แย่ เขาเก่งและยังมีน้ำใจ ตอนที่ฉันเข้าโรงพยาบาลคริสก็เข้ามาดูแลไม่ขาด ฉันมั่นใจว่าเขาดูแลลูกและหลานของเธอได้” คุณย่าเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ทุกคนเงียบไป คุณพิมพ์นภาละสายตาจากผมไปมองคุณย่า ก่อนจะมองไปที่สามีของตัวเอง

“ตามแต่ใจคุณลภก็แล้วกันค่ะ ดิฉันไม่อยากยุ่งกับเรื่องนี้แล้ว” ว่าจบร่างโปร่งบางก็เดินขึ้นชั้นสองของบ้านไปทันที ผมถอนหายใจออกมา นี่แค่เริ่มต้นยังเป็นแบบนี้ ต่อไปจะมีความสุขได้ยังไง

“ขอโทษแทนพิมพ์ด้วยนะครับ” คุณวัลลภยกมือไหว้ทุกคน ผมได้แต่สะท้อนใจ มีภรรยาแบบนี้คงปวดหัวน่าดู “นั่งคุยกันก่อนเถอะครับ”

บรรยากาศเหมือนจะผ่อนคลายลงเมื่อไร้เงาของคุณพิมพ์นภา ผมเดินกลับไปนั่งที่ตัวเองด้วยอารมณ์ที่สงบลง และตอนนั้นเองที่ผมเริ่มรู้สึกแสบที่แก้ม

ลืมไปเลยว่าโดนตบ ในที่สุดผมก็เจอคนที่มือหนักกว่าหม่าม้าแล้ว ไม่รู้จะดีใจดีไหม...

“แล้ว...จะเอายังไงต่อดีครับ” คุณวัลลภเอ่ยถามขึ้น ทำให้ผมเลิกสนใจความเจ็บของตัวเองและเข้าสู่โหมดจริงจังอีกครั้ง

“ผมยังยืนยันคำเดิมว่าจะรับผิดชอบพรีมและลูกครับ”

“หมายถึง...แต่งงาน”

“ครับ” ผมใจหายไม่น้อยที่พูดออกไปแบบนั้น เรื่องแต่งงานมันเคยไกลตัวผมมาก ๆ แต่วันนี้มันกลับใกล้ขนาดนี้ ไหนจะเรื่องลูกอีก ใครจะคิดว่าผู้ชายเจ้าชู้ไหลไปเรื่อย ไม่เคยคบใครแบบผมจะแต่งงานมีลูกเมียก่อนเพื่อนแบบนี้

“ผมเห็นด้วยที่คริสตัดสินใจแบบนั้น ผมไม่ได้บังคับลูกนะครับ แค่บอกให้เขาคิดให้ดี และเขาคิดดีแล้วว่าจะแต่งงานกับหนูพรีม”

“ผมได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ อย่างน้อยลูกผมก็ไม่ต้องท้องไม่มีพ่อ ส่วนหลาน ๆ ผมก็ไม่ต้องกำพร้า แต่ปัญหาตอนนี้อยู่ที่พรีมน่ะสิครับ”

“ทำไมเหรอครับ” ผมรีบเอ่ยถามทันที ทำไมกับแค่จะแต่งเมียมันมีปัญหาเยอะแยะได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้

“ที่บ้านไม่มีใครติดต่อพรีมได้เลยครับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอไปอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ตอนแรกผมคิดว่าลูกคงไปอยู่กับญาติเหมือนตอนที่ไหนเรียนต่อ แต่วันก่อนที่รู้ว่าพรีมท้องผมและคุณพิมพ์พยายามติดต่อลูกแล้ว ญาติที่ซิดนีย์ก็บอกว่าพรีมไม่ได้ไปอยู่กับเขา และตัวพรีมไม่ยอมรับสาย ไม่ตอบข้อความอะไรทั้งนั้น ผมว่าอาทิตย์หน้าจะเคลียร์งานและไปตามหาลูกอยู่เหมือนกัน กำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ ๆ” คุณวัลลภเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่ตึงเครียดและเป็นกังวล ผมเองก็พลอยกังวลไปด้วย ถึงจะบอกว่าจะไปตามหา แต่เราทุกคนรู้ดีว่าซิดนีย์ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย จะตามหายังไงให้เจอ...

“ผมคิดว่าผมรู้ว่าพรีมอยู่ไหนครับ” เสียงของคนที่แทบจะไร้ตัวตนเพราะไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยทำให้ทุกคนสนใจ รวมถึงผมด้วย

“พรีมอยู่ที่ไหนเฟีย”










คุณพิมพ์นภานี่เอาใจยากจริง ๆ คืออยากได้ลูกเขยที่มีศักดิ์เท่ากันหรือมากกว่าเท่านั้น ครอบครัวมาเฟียว่าหนักแล้ว บางทีครอบครัวพรีมอาจจะหนักกว่า แต่ยังยืนยันคำเดิมไม่ต้องกลัวดราม่าค่ะ เพราะพระเอกเราหน้ามึนพอ

เลิกด่าคริสหรือยังคะ555 ถึงเฮียแกจะเจ้าชู้ไปหน่อย และตอนแรกที่ยังไม่แน่ใจก็ลังเลจนคนด่า แต่ตอนนี้เฮียแกยืดอกรับสุด ๆ แล้วนะ

ตอนหน้าเริ่มติดเหรียญตามที่แจ้งไว้นะคะ อ่านกันนะ ต่อให้ใช้กุญแจหรืออะไรก็ตามก็ยังอยากให้ติดตามตลอดไปเลยยย เพราะไรท์ตั้งใจเขียนมากไม่ว่าเรื่องไหน ><



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น