หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 11 สัตว์ประหลาดตั๊กแตนมาแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 11 สัตว์ประหลาดตั๊กแตนมาแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 807

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2561 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 สัตว์ประหลาดตั๊กแตนมาแล้ว
แบบอักษร

แต่กระสุนที่ออกมามากมายนั้น ลั่วชิวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโยวเย่ไปเอามาจากไหน

ถึงแม้ว่าจะเคยเล่นพวกอาวุธปืน แต่ก็อยู่ในเขตพื้นที่ที่ถูกอนุญาตให้เล่น และยังมีผู้ฝึกสอนคอยดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย พ่อของลั่วชิวเสียไปนานแล้ว เขาเองก็ไม่ได้จับของแบบนี้มานานแล้วด้วย

แม้ว่าจะยังไม่ได้ลืมไปเสียทั้งหมด แต่ก็เหลือแค่ความรู้อันน้อยนิด ในเรื่องของการเล็งปืนยังคงจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนอีกเยอะ

วิชาการทะลุมิติที่เขาได้มาพร้อมกับตำแหน่งเจ้าของสมาคมนี้ใช้ดีมาก ในช่วงดึก ลั่วชิวและโยวเย่ก็ทะลุมิติไปยังป่าลึกเพื่อที่จะไปเล่นเกมยิงปืนที่ตนเคยชอบมากตอนเด็กๆ

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!

เสียงนี้ทำเอาสัตว์เล็กที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ตกใจกลัว และผ่านไปแค่ครู่เดียวกระสุนก็หมดไปสิบกว่าลูกแบบไม่รู้ตัว

มันเป็นความรู้สึกที่สะใจแบบสุดๆ ลั่วชิวนวดไหล่ที่ปวดเมื่อยจากการเล่น เมื่อมองไปยังผลงานการยิงนัดสุดท้ายของเขา ลั่วชิวก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ?”

โยวเย่เองก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “นายท่านมีความสุขก็ดีแล้ว”

ลั่วชิวรู้ว่าตัวเองไม่ได้ยิงดีสักเท่าไรหรือจะพูดว่าแย่เลยก็ได้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเคอะเขินอะไรตอนพูด แล้วเขาก็ยื่นปืนพกอันนั้นไปให้โยวเย่เก็บรักษา จากนั้นเขาก็โบกมือลา ด้านซ้ายของเขาเป็นประตูที่สามารถผ่านออกไปยังสมาคม ส่วนทางด้านขวาเป็นทางสำหรับกลับบ้าน

“ถ้าหากมีลูกค้ามาอีกก็เรียกฉันแล้วกันนะ” ลั่วชิวลองอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ว่า “ถ้าหากเป็นไปได้ ในช่วงเวลานี้ตัวฉันก็ยังเป็นฉัน เป็นนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ และยังมีแม่เลี้ยงที่แสนดีคนหนึ่งรออยู่ที่บ้านด้วย”

โยวเย่พยักหน้า เห็นลั่วชิวหายไปทางด้านขวา

โยวเย่ที่เมื่อกลับไปถึงสมาคมแล้วก็ยังไม่หยุดนิ่ง เธอเพียงแค่นั่งลงเงียบๆ ไม่ได้หลับตาลง แต่แสงวิบวับในดวงตาสีฟ้าดุจไพลินทั้งสองข้างกลับสงบลง

สำหรับโยวเย่ นี่ก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนของเธอแล้ว

แต่ในทันทีที่ได้ยินเสียงประตูไม้ถูกเปิดออก เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้น สาวใช้ที่ทำหน้าที่บริการลูกค้าอยู่ที่นี่มาเป็นเวลากว่าสามร้อยปี ก็จะลุกขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเสมอ

...

...

เมื่อตื่นเช้ามา เริ่นจื่อหลิงก็ออกไปทำงานแล้ว

ถ้าจะให้พูดตามหลักปกติแล้ว ในเวลานี้ลั่วชิวก็ควรจะนั่งรถไปเรียนที่มหาวิทยาลัย เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เขาไม่ต้องเดินทางไปมหาวิทยาลัยด้วยรถโดยสารอีกแล้ว

ลั่วชิวมีเพื่อนในมหาวิทยาลัยเพียงแค่ไม่กี่คน แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แค่เขา แต่คนส่วนมากที่เข้ามหาวิทยาลัยมาจะหาเพื่อนที่จริงใจได้สักกี่คนกันเชียว

เพื่อนร่วมชั้นกับเพื่อนร่วมห้องนั้นมีอยู่เยอะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะคบค้าสมาคมกับทุกคน เพราะในความเป็นจริงแล้วอาจไม่ใช่เพื่อนทุกคนที่จะจริงใจและยอมเสียสละเพื่อเราได้

แน่นอนว่าเพื่อนไม่เยอะ จึงทำให้เขาไม่มีพันธะติดพันอะไรกับทางมหาวิทยาลัยมากนัก แต่ปัญหามันอยู่ที่คณะของลั่วชิว

จนกระทั่งทุกวันนี้ ลั่วชิวก็ยังคิดว่าคงเป็นเพราะโดนมนตร์ดำถึงทำให้เขาเลือกคณะนี้ในตอนแรก

และดูเหมือนว่านี่จะเป็นคณะที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่กี่ปี ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นนักศึกษาปีสี่แล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะยังห่างไกลจากคำว่าจบการศึกษาอยู่ดี

คณะวิชาที่ว่าด้วยสัตว์และพืชดึกดำบรรพ์ เป็นสาขาวิชาที่ลั่วชิวเรียนอยู่ในตอนนี้ ถ้าหากนับตัวเขาด้วยแล้วทั้งคณะก็มีกันอยู่แค่สองคน

ตอนแรกที่เลือกคณะนี้ ไม่มากก็น้อยเป็นเพราะเขายังทำใจจากการเสียพ่อไปไม่ได้ เขาจึงไม่อยากอยู่ในที่ที่มีคนเยอะ 

แต่จนถึงตอนนี้ ลั่วชิวก็ยังคิดว่า โดนมนตร์ดำเข้าแล้วแน่นอน...

แต่อย่างไรก็ตาม วิชาที่ว่าด้วยสัตว์และพืชดึกดำบรรพ์นี้ก็มีข้อดีในตัวมันอยู่ อย่างเช่น เรียนสบายไม่กดดัน พูดได้ว่าสบายจนถึงขั้นพวกคณะศิลปศาสตร์ต้องอิจฉา เพราะมีอาจารย์แก่ๆ คนเดียวสอนเกือบทุกรายวิชาของคณะนี้ แล้วอาจารย์ก็ดันขาดสอนมากกว่าการขาดเรียนของนักเรียนอย่างลั่วชิวเสียอีก...

ดังนั้น ถึงแม้อยู่ๆ ไม่ได้ไปเรียนอาทิตย์หนึ่ง แต่ผลคะแนนในปลายภาคเรียนก็ไม่ได้ตกเพราะคะแนนเข้าเรียนไม่พอ เดิมทีก็มีเรียนแค่วิชาเดียว แล้วก็ไม่มีคาบชดเชยด้วย

มีคนบอกว่า ที่คณะนี้ยังดำเนินการต่อไปได้ คงเป็นเพราะอาจารย์มีธุรกิจลับกับคนของฝั่งมหาวิทยาลัย ได้ยินมาว่าอาจารย์คนนี้หลงใหลการทำวิจัยด้านนี้มาก เขาจึงตั้งคณะนี้ขึ้นมา โดยใช้เงินที่ฉ้อโกงมาจากเงินสนับสนุนการวิจัย

ดังนั้นแค่ขอให้เพื่อนร่วมห้องที่มีอยู่คนเดียวช่วยลาเรียนก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

หลังจากที่ลั่วชิวอาบน้ำเสร็จ เขาก็มานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พร้อมน้ำอุ่นแก้วหนึ่ง และเริ่มสำรวจพื้นที่ที่ต้องไปอารักขาสัตว์ประหลาดแมลงในคืนนี้ผ่านทางแผนที่ดาวเทียม

ถึงแม้ว่าลั่วชิวจะใช้ความสามารถในการทะลุมิติไปดูได้โดยตรง แต่ถ้าทุกอย่างสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า คงจะไม่มีแผนที่ทางดาวเทียมพวกนี้มาช่วยให้เห็นกว้างขึ้นหรอก

พอดูอันนี้ก็กินเวลาไปกว่าครึ่งค่อนวัน สัตว์ประหลาดแมลงเคยบอกไว้ว่าที่ร่างกายของตนเต็มไปด้วยแผลและน้ำหนองเป็นเพราะ กินอาหารที่ปนเปื้อนสารก่ออันตรายกับสิ่งมีชีวิตเข้าไป ดังนั้นลั่วชิวจึงให้ความสนใจในเรื่องนี้มากกว่า แล้วเริ่มที่จะหาที่มาของสารปนเปื้อนผ่านแผนที่ดาวเทียม

จนถึงเวลาประมาณเที่ยง ลั่วชิวถึงปิดคอมพิมเตอร์แล้วกลับไปยังสมาคม

ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าใหม่เลยสักคน

สำรับอาหารเที่ยงที่โยวเย่จัดเตรียมไว้ให้ลั่วชิวนั่นคือเมนู เนื้อตุ๋นแครอทแดง เสิร์ฟคู่กับแตงกวาดอง นอกจากนี้ยังมีขนมปังและซอสไข่ปลาคาเวียร์ และอย่างสุดท้ายคือซุปบีทรูทที่เคยกินมาแล้วครั้งหนึ่ง

ลั่วชิวมองไปที่ขนมปังอย่างใจจดใจจ่อแล้วถามว่า “นี่คือ**เหลี่ยะปา*******เหรอ?”

“อืม...คนทางนี้ส่วนมากจะใช้คำพ้องเสียงที่เป็นภาษารัสเซียมาเป็นชื่อเรียกของมัน” โยวเย่ยิ้มแล้วพูดว่า “แน่นอนนี่ก็เหมือนขนมปังทั่วไป แค่มีขนาดที่ใหญ่กว่าและแข็งกว่าเล็กน้อยเท่านั้นเอง”

ลั่วชิวมองสำรับตรงหน้าที่ถูกจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย ก่อนยิ้มพร้อมกับพูดออกมาว่า “อาหารพวกนี้คงจะพบได้บ่อยในรัสเซียสินะ โดยเฉพาะซุปบีทรูทนี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้วที่เธอทำ ดูเหมือนว่าโยวเย่จะชอบอาหารรัสเซียนะ?”

โยวเย่แค่ยิ้มรับ แต่เธอก็ไม่ได้ตอบคำถามนี้ของลั่วชิวแต่อย่างใด

และนี่ก็คาดเดาได้หลายอย่าง เช่น โยวเย่ถูกสร้างขึ้นโดยนักเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งได้ผนึกจิตวิญญาณไว้กับหุ่นเชิดตนนี้ และแน่นอนเมื่อขึ้นชื่อว่าถูกสร้างโดยนักเล่นแร่แปรธาตุแล้ว นั่นก็หมายความว่าเธอคงไม่ใช่ชาวตะวันออกอย่างลั่วชิวแน่นอน

ดังนั้นนักเล่นแร่แปรธาตุที่สร้างโยวเย่นี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นคนรัสเซีย หรือไม่ก็ประเทศใกล้เคียงในแถบนั้น และในประเทศหนาวเย็นที่ว่านี้ก็อาจจะเป็น...บ้านเกิดของโยวเย่

ลั่วชิวเคยถามโยวเย่ว่า จำเรื่องราวก่อนหน้าที่จะถูกนักเล่นแร่แปรธาตุสร้างเธอได้ไหม

แต่โยวเย่เอาแต่ส่ายหัว แล้วแสงในดวงตาสีฟ้าดุจไพลินของเธอก็ค่อยๆ อ่อนแสงลง

“นายท่าน...ไม่ชอบอาหารสไตล์นี้เหรอคะ?” โยวเย่ถามในทันใด

หุ่นเชิดไม่สามารถกินอาหารได้ แต่โยวเย่สามารถปรุงอาหารออกมาได้วิเศษขนาดนี้ หรือนี่อาจจะเป็นความทรงจำอย่างเดียวที่หลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณที่ถูกผนึกไว้ในร่างของหุ่นเชิตตนนี้ก็เป็นได้

และในสามร้อยปีที่ผ่านมานี้ สิ่งที่โยวเย่ทำบ่อยที่สุดก็คงจะเป็นอาหารรัสเซียล่ะมั้ง?

“ไม่เป็นไร ฉันไม่เลือกกินอยู่แล้ว” ลั่วชิวพยักหน้า “แต่ถ้ากินที่นี่ คงจะลิ้มรสชาติที่แท้จริงของอาหารรัสเซียไม่ได้”

เขามองโยวเย่แล้วยิ้มน้อยพลางเอ่ยว่า “เพราะฉะนั้น ถ้ามีโอกาสเราต้องไปกินกันที่รัสเซียสักรอบ จากนั้นก็ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากทางนั้นมาปรุงอาหาร ฉันคิดว่ารสชาติมันต้องสุดยอดแน่เลย”

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ลั่วชิวรู้สึกว่าได้เห็นสายตารอคอยด้วยความหวังจากในดวงตาสีฟ้าของเธอ

หลังอาหารเที่ยง ลั่วชิวก็นั่งเฝ้าอยู่ในสมาคม ส่วนโยวเย่ก็เริ่มพูดไปเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับพวกสัตว์ประหลาดที่แฝงตัวอยู่ในโลกมนุษย์

จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาการนัดพบกับสัตว์ประหลาดแมลงแล้ว แต่ดูเหมือนลั่วชิวจะยังไม่รู้ตัวเพราะหลุดเข้าไปในเรื่องเล่าจากปากของโยวเย่แล้ว จนโยวเย่ต้องเตือนเขาเรื่องเวลานัดพบ ลั่วชิวถึงได้สติขึ้นมาแล้วรีบทะลุมิติไปยังจุดนัดพบพร้อมกับโยวเย่ในทันที

ในบริเวณโดยรอบเป็นผืนป่า ในที่แห่งนี้ยังมีแม่น้ำที่ไหลมาจากทางด้านทิศตะวันตก และเห็นถึงเงาของสิ่งก่อสร้าง และแสงไฟอ่อนๆ มาจากบริเวณไม่ไกลออกไปจากที่นี่มากนัก

นั่นเป็นโรงงานเคมีที่ตั้งอยู่ที่นี่ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเหมือนว่าที่นี่เคยมีข่าวเกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียและปิดกิจการลงในเวลาต่อมา แต่ดูเหมือนมันเปิดตัวขึ้นอีกครั้งแล้ว

แม่น้ำที่อยู่ตรงหน้าได้สะท้อนเงาพระจันทร์บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน แต่อาจเป็นเพราะหลายปีมานี้มันเริ่มสกปรกแล้ว จนปลาตายลอยขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ ไม่รู้ว่าแม่น้ำแห่งนี้จะยังคงใสไปได้อีกนานเท่าไร?

“นายท่านคะ ลูกค้ามาแล้วค่ะ” โยวเย่รีบพูดเตือนใกล้หูของลั่วชิวในทันที

ลั่วชิวจึงละสายตาออกมาจากแม่น้ำแห่งนี้ แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็หันตัวกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มในการต้อนรับลูกค้าคนที่สองของเขา

การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่เร็วเท่าไร อาจด้วยตัวตนของเขาจัดอยู่ในประเภทแมลง และการแต่งตัวของชายผู้นี้ก็ไม่ได้ดูต่างไปจากเมื่อวานนี้เลยสักนิด

สัตว์ประหลาดแมลงเคลื่อนตัวมาอยู่ตรงหน้าของลั่วชิวอย่างช้าๆ แล้วพูดด้วยท่าทางโล่งใจว่า “ในที่สุดคุณก็มา”

ลั่วชิวมองไปยังบรรยากาศรอบข้างในยามค่ำคืน ก็นับว่าไม่เลว เงียบสงบลมเย็นสบาย ถ้ามีหนังสือสักเล่มหนึ่ง การจะผ่านคืนนี้ไปก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อเลย

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันอาจจะไม่ได้ดูง่ายเหมือนดั่งใจปรารถนา เสียงกรีดร้องได้ดังขึ้นรอบทั้งสี่ทิศ แล้วก็เห็นท่าทางสัตว์ประหลาดตนนี้เริ่มตัวสั่นและกลัวขึ้นมาทันที ลั่วชิวพอจะเดาได้ว่า ศัตรูที่สัตว์ประหลาดตนนี้เคยกล่าวถึง มันมาแล้ว

อืม...สัตว์ประหลาดตั๊กแตนที่มีอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปี?

งั้นก็ต้องมาเจอกันสักตั้งหนึ่งล่ะ

* เหลี่ยะปา เป็นภาษารัสเซียที่แปลว่า "ขนมปัง"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น