ในสวนฝัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จับพลัดจับพลู1

ชื่อตอน : จับพลัดจับพลู1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2563 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จับพลัดจับพลู1
แบบอักษร

เหยียนซีถูกฆาตกรรม กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของนครเซี่ยงไฮ้ ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังทำหน้าที่เก็บหลักฐานการถูกฆาตกรรมรอบๆร่างไร้วิญญานของเธอ 

เหยียนซียืนมองพวกเขาทำงานเก็บพิสูจน์หลักฐานด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย หากเป็นไปได้เธออยากย้อนเวลากลับไปและเลือกที่จะไม่ตอบรับงานทำงานนี้แทนเพื่อนสาว เธอควรจะตรงกลับบ้านไปหาครอบครัวที่กำลังรอเธอกลับไป ป่านนี้พวกเขาคงได้ข่าว และกำลังร้องไห้เสียใจต่อการจากไปอย่างไม่หวนกลับของเธอ เมื่อไม่มีเธอผู้เป็นเสาหลักของบ้านแล้วพวกเขาทั้งสองจะลำบากเพียงใดก็ไม่รู้ 

เหยียนซียืนทำใจต่อเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วอยู่นาน จากนั้นก็หันหลังเดินไปตามทางสายเล็กส่องสว่าง ที่เห็นอยู่ด้านหลังไกลๆ เธอเดินตามแสงสว่างนั้นไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย  

นานเท่าไรไม่รู้ที่เธอเอาแต่เดินไปข้างหน้า จนกระทั่งถึงจุดกำเนิดแสงสว่างซึ่งน่าจะเป็นจุดสิ้นสุดเช่นกัน ก็ได้ยินเสียงชายหญิงพูดคุยกันดังมาจากด้านในของเเสงสว่างนั้น 

"ท่านอ๋อง ท่านจะไม่รับผิดชอบข้าเช่นนั้นหรือเพคะ?" 

น้ำเสียงนุมนวลอ่อนหวานสั่นเคลือ แววตาของนางสับสนเล็กน้อย ชิงเฟิงเอ่ยถามเบาๆหากแต่ก็คิดไว้แล้วว่า อ๋องสามเยี่ยนหงเทียนจะต้องปัดความรับผิดชอบต่างๆให้พ้นตัวอย่างไม่ต้องสงสัย แต่นางก็ยังคงหวังว่าเขาจะนึกสงสารเห็นใจนางบ้างซักนิด 

ใต้เท้าลี่พ่อของนางพยายามทำทุกวิธี เพื่อวางแผนจับอ๋องสามให้แต่งกับลูกสาวของตน ชึ่งชิงเฟิงกลับมิได้กระตือรือร้นที่จะทำเช่นนั้น หากอ๋องสามไม่ได้ผูกสมัครรักใคร่ ตนก็ไม่คิดจะเอาทั้งชีวิตไปผูกติดกับคนที่ไม่ได้มีเยื่อใยกับตน จึงพยายามหลบเลี่ยงทุกครั้ง ที่ท่านพ่อพยายามหาโอกาศให้นางกับอ๋องสามได้ใกล้ชิดกัน 

จนกระทั่งวันนี้ซึ่งเป็นวันเกิดของท่านพ่อ มีการจัดงานเลี้ยงเพื่ออวยพรเนื่องในวันเกิด และได้เชิญแขกคนสำคัญซึ่งเป็นขุนนางต่างๆในราชชำนักและท่านอ๋องคนสำคัญในแคว้นมาร่วมงาน ทุกคนต่างมอบของขวัญและคำอวยพรท่านพ่อรวมทั้งตัวนางก็เช่นกัน ต่างก็ดื่มกินสุราอาหารในงานอย่างสำราญใจ 

ชิงเฟิงดื่มสุราไปเพียงสองจอกก็เกิดอาการวิงเวียนศีรษะหน้ามืด จึงของตัวกลับห้องตัวเองเพื่อไปผักผ่อน ตกดึกสะดุ้งตื่น กลับพบว่าอ๋องสามมานอนอยู่ข้างๆ ด้วยสภาพหล่อแหลมเสื้อผ้าหลุดหลุ่ยไม่ต่างจากตนที่ไม่ได้มีสภาพดีกว่าเลยแม้แต่น้อย จึงกรีดร้องอย่างตกใจ คว้าผ้ามาห่มกายเอาไว้จนมิดคอ 

อ๋องสามสะดุ้งตื่นจากเสียงกรีดร้องของนางเช่นเดียวกัน เขาหันมองรอบห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา บ่งบอกฐานะของผู้เป็นเจ้าของห้องอย่างประหลาดใจ ก่อนจะหันมามองดวงตากลมโตใสแจ๋วที่มองจ้องตนเองอย่างเริ่มเข้าใจอะไรๆได้ลางๆ 

ใต้เท้าลี่ ท่านทำข้าแสบนัก!! มิน่าตอนที่นั่งดื่มสุราอยู่ในงานถึงได้รู้สึกมึนเมาเล็กน้อยทั้งๆที่ตนเป็นคนคอเเข็ง พันจอกไม่เมามาย เเต่วันนี้กลับเมาง่ายเสียจริง ดื่มไปหลายจอกก็รู้สึกมึนเมาจึงได้ขอตัวออกไปรับลมด้านนอก ก่อนจะหมดสติไป และตื่นขึ้นมาบนเตียงของคุณหนูชิงเฟิงบุตรสาวเพียงคนเดียวของใต้เท้าลี่ 

"ข้าไม่ได้ล่วงเกินเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ เหตุใดต้องรับผิดชอบ" 

อ๋องสามเอ่ยออกมาในที่สุด ทำให้ดวงหน้ากระจ่างใสซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาปริ่มจะไหลลงมาเต็มที 

"เช่นนั้นท่านจะให้หม่อมฉันทำเช่นใดดีเพคะ?" 

ชิงเฟิงยังเเข็งใจพูดคุยอย่างพยายามใช้เหตุผลไม่โวยวายเสียงดัง เพราะหากทำเช่นนั้นทุกคนจะกรูกันมาที่นี่ 

อ๋องสามลุกจากเตียงลงไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว จัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อย เขาแน่ใจว่าตัวเองแค่หมดสติไปและถูกพามาที่นี่ ไม่ได้ล่วงเกินนางแม้แต่น้อย จึงหันมากล่าวอย่างเย็นชาไร้ความเห็นอกเห็นใจใดๆต่อนางแม้ซักนิด 

"พ่อเจ้าวางแผนจับข้าโยนขึ้นเตียงเจ้าเอง ข้ามิได้ยินดีแม้แต่น้อย เจ้าควรรู้ว่าจะจัดการกับตัวเองอย่างไรถึงจะถูก มิใช่มาเรียกร้องให้ข้ารับผิดชอบ" 

จบคำพูดเจ็บแสบที่พร่างพรูออกจากปากอ๋องสาม จนชิงเฟิงหน้าชาราวกับโดนตบอย่างแรง จึงเชิดหน้าอย่างหยิ่งผยองในศักดิ์ศรีของตนเช่นกัน คนไม่รักไม่ชอบจะฝืนใจไปทำไม 

"เช่นนั้นแล้ว เชิญท่านอ๋องออกไปเถอะ ชิงเฟิงไม่รบกวนท่านแล้ว ทูลลาเพคะ!" 

อ๋องสามเดินออกจากห้องของสาวงามแห่งตระกูลลี่ไปอย่างองอาจ ผ่าเผย มิได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด 

"ข้าถูกหยามเกียรติเช่นนี่แล้ว คงจะไม่มีหน้าไปพบผู้ใดเเล้ว คงต้องจบชีวิตลงเพียงเท่านี้ ท่านพ่อลูกลาก่อน 

คล้อยหลังอ๋องสามไปไม่นานชิงเฟิงก็วิ่งเอาหัวโขกเสาเรือนเสียงดัง ตุ๊บ! 

"ไม่นะ!!...." 

เหยียนซีที่ได้ยินเหตุการณ์นั้นมาตลอดก็พอทราบเรื่องราวและส่งเสียงร้องห้ามการกระทำสิ้นคิด ของสตรีโง่งมคนนั้น กระโจนร่างเข้าไปในแสงสว่างที่ได้ยินเสียงนั้นอย่างรวดเร็วและรู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่างราวกับถูดช๊อตด้วยไฟฟ้าเเรงสูง 

ร่างบอบบางค่อยๆทรุดลงกับพื้นนั่งอิงกับเสาเรือนเลือดอาบหน้าผากหมดสติไป 

"ชิงเฟิงลูกพ่อ ฟื้นขึ้นมาสิลูก โถ่ไม่น่าคิดสั้นเลย" 

เสียงร้องไห้ฟูมฟายราวกับว่าตนได้เสียลูกสาวอันเป็นที่รักไปแล้วเรียบร้อย ทำให้เหยียนซีขยับเปลือกตายุกยิก ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น เหนือหน้าผากของนางเจ็บแปลบจนต้องยกมือขึ้นไปลูบคลำเบาๆ เราหัวเเตกเลือดออกรึ? 

มองไปรอบๆห้องอันไม่คุ้นเคยอย่างฉงนใจ ที่นี่ที่ไหน? เกิดอะไรขึ้น เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เหยียนซีมองเตียงสี่เสาประตูวงเดือนอย่างประหลาดใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเก่าแก่และแพงหูฉี่อย่างแน่นอน 

"ชิงเฟิงลูกพ่อ เจ้าฟื้นแล้ว เด็กๆไปต้มยามาให้คุณหนูดื่มเร็วเข้า!" 

"ชิงเฟิง? ใครกัน เดี๋ยวๆ นี่คงมีการเข้าใจผิดอะไรอยู่แน่ๆ" 

เหยียนซีเอ่ยปากคัดค้างเสียงแหบพร่า ลำคอของนางแห้งผาก รู้สึกกระหายน้ำอย่างมาก 

"ขอน้ำกินหน่อย คอแห้งเหลือเกิน" 

เมื่อได้ดื่มน้ำชาที่สาวใช้นำมาให้จนชุ่มคอก็หันมากล่าวกับชายร่างท้วมวัยกลางคนที่ดูเป็นห่วงเป็นใยนางเสียเต็มประดา สายตาแบบนี้เหยียนซีเห็นมานักต่อนักแล้ว พวกลูกค้าขี้เหนียวเขี้ยวลากดิน ชอบใช้มองนางบ่อยๆเมื่อคิดว่านางอ่อนหัดไม่ทันคน 

"ชิงเฟิง นี่พ่อเอง เจ้าจำไม่ได้เเล้วหรือ? นี่เจ้าคงไม่ได้เสียใจจนความจำเลอะเลือนไปแล้วหรอกนะ?" 

"คุณหนูเจ้าคะ นี่ท่านพ่อของท่านยังไงละเจ้าคะ "สาวใช้ช่วยยืนยันอีกเสียง 

เหยียนซีนั่งเอ๋อแดกอย่างทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ มองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างแปลกใจ พวกเขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สุดแสนจะโบราณ เชยเฉิ่ม ไร้รสนิยมสุดๆ การตกแต่งภายในห้องนอนแห่งนี้ก็ดูแปลกตา และเต็มไปด้วยเครื่องเรือนสมัยโบรานที่แลดูปรานีตงดงามที่ไม่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป 

เธอกำลังฝันไปหรือ? ไม่น่าจะใช่ เธอตายไปแล้วแถมยังเห็นเจ้าหน้าที่มาเก็บศพและหลักฐานการตายเองกับตา เหยียนซี นี่เธอคงไม่ได้ย้อนเวลาทะลุมิติมายังสถานที่อันแปลกประหลาดนี่หรอกนะ? เธอนั่งกระพลิบตาปริบๆมองคนโน้นที คนนี้ที สับสนไปหมดว่าอะไรคือความจริงอะไรคือความฝัน ซักพักก็ได้สติก็เอ่ยถามเบาๆ 

"เรามีชื่อว่าอะไรนะ?" 

"คุณหนูชิงเฟิง แห่งตระกูลลี่เจ้าค่ะ ท่านเป็นบุตรสาวของใต้เท้าลี่"สาวใช้ตอบคำเสียงดังฟังชัด 

"อ้อ ยังงั้นเหรอ?" 

เหยียนซีพยักหน้าเข้าใจ เชื่อครึ่งไปเชื่อครึ่ง หันหน้าหนีไปแอบหยิกแก้มตัวเองก็หลายที ก็เจ็บแฮะ แม้จะงงๆอยู่มากก็ตาม 

เเต่เอาเถอะในเมื่อมาอยู่ในร่างนี่แล้วก็จะขอใช้ชีวิตอีกครั้งให้ดีที่สุด ในภพที่ผ่านมาชีวิตของเธอลำบากยากแค้น ปากกัดตีนถีบ จนต้องพลีร่างแลกเศษเงิน โดนดูถูกเหยียดหยามต่างๆนานา การสวมรอยเป็นคุณหนูตระกูลลี่ก็ไม่น่าจะลำบากลำบนอะไรมากมายนัก ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามโชคชะตาฟ้าลิขิตก็แล้วกัน 

"ลูกพ่อ เจ้าวางใจเถอะพ่อจะจับอ๋องสามมัดมือมัดเท้าใส่พานถวายให้เจ้าจงได้ เจ้าแค่รักษาตัวดีๆรอขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเข้าจวนอ๋องสามอย่างงดงามเถอะ" 

"ห๊ะ!!!???...." 

นี่ฉันเพิ่งโผล่มาจะให้แต่งงานแล้วหรือ?เจ้าของร่างนี้อายุเท่าไหร่กันเชียว ยังดูเด็กอยู่เลย เหยียนซีล้มตัวลงกับที่นอนเอามือก่ายหน้าผาก 

จะบ้าตายภพที่แล้วเสียสาวตั้งแต่อายุสิบห้า มาภพนี้กะจะใช้ชีวิตให้คุ้มเสียหน่อย เฮ้อ..... แล้วจะเอายังไงดีละเนี่ย ไม่แต่งได้มั้ย แค่คิดในใจแต่เสียงดังไปไปหน่อย 

"ไม่แต่งได้มั้ย? " 

"จะได้อย่างไร ชื่อเสียงของเจ้าป่นปี้ไปหมดแล้ว มีแต่ต้องแต่งงานกับท่านอ๋องถึงจะกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับมาได้ เปาเปาดูแลคุณหนูของเจ้าให้ดีด้วย" 

เปาเปายืนก้มหน้างุด ไม่กล้าออกความคิด ใต้เท้าลี่ช่างกล้ากล่าวเช่นนี้ ใช่ว่าคุณหนูจะไม่เคยชื่อเสียงเสียหายมาก่อนเสียหน่อย เลือกที่รักมักที่ชังแบบนี้ก็ได้ด้วย 

 

########################### 

ความคิดเห็น