ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 26: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา ] คุก...คือที่อยู่ใหม่ 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 26: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา ] คุก...คือที่อยู่ใหม่ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2562 00:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 26: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา ] คุก...คือที่อยู่ใหม่ 100%
แบบอักษร

 


​HATE LOVE 26​: คุก....คือที่อยู่ใหม่

ด้านนอกกับบรรยากาศที่เงียบสงัด...


คิรินพาภัทธิราเดินออกมาจากตัวบ้านมายังลานกว้างด้านนอก ภาคย์เห็นน้องสาวฝาแฝดของตนก็รีบเดินเข้าไปหาเธอในทันทีด้วยความโล่งใจ ภัทธิราเองก็แกะมือของคนที่นำเธอออกมาแล้วเข้าสวมกอดพี่ชายด้วยความดีใจในทันที ภาคย์ยกมือลูบผมเธอช้าๆ 


"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" 


ภัทธิราส่ายหัวให้คำตอบ "ไม่เป็นไรแล้ว ภาคย์รีบเข้าไปเถอะภัทรเป็นห่วงไออุ่น คือพวกนั้นกำลัง...."


"รู้แล้ว" ภาคย์ปรายตามองคิรินสักพัก "ภาคย์ไว้ใจเขาได้จริงๆใช่ไหม?"


ภัทธิราก้มหน้าลงเล็กน้อย "ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรภัทรเลย เรื่องของภัทรเอาไว้ทีหลังนะ รีบไปก่อนเถอะ"


ภาคย์แม้จะห่วงภัทธิรามากแต่ตอนนี้เขาก็มีเวลาไม่มากเช่นกัน เขารับปืนมาจากนนท์ธวัชแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับธกฤตและคนของเขาอีกประมาณห้าคนนอกนั้นก็เป็นพวกตำรวจที่กระจายกำลังออกไปล้อมพื้นที่เอาไว้ นนท์ธวัชเองก็คอยสั่งการอยู่ด้านนอกแต่ในระหว่างนั้นก็มิวายจะฟาดฟันกับคิรินทางสายตา ภัทธิรานั้นดูจะอ่อนล้าเสียเหลือเกินแต่ก็ยังคงฝืนร่างกายเอาไว้ส่วนในใจก็ได้แต่ภาวนาให้เรื่องราวร้ายๆแบบนี้จบลงเสียที


#######


ด้านในตัวบ้าน...


กรี๊ดดดดด


เสียงกรีดร้องดังลอดออกมาจากภายในห้อง  สองแม่ลูกที่ยืนรอชมผลงานอยู่ก็ยิ้มสะใจในการกระทำของตน อัญชนายืนมองเช็กเงินสดสองใบที่เธอได้มาแล้วยิ่งรู้สึกมีความสุข เม็ดเงินสองใบรวมกันเธอสามารถช็อปปิ้งไปได้อีกหลายปีโดยที่ไม่ต้องขวนขวายใดๆเลย สิรินมองลูกสาวแล้วจับไหล่เจ้าหล่อนเบาๆ 


"เป็นไงล่ะ เราไม่เห็นต้องเหนื่อยอะไรเลย ตอนนังนิตนะแม่ก็ได้ยินเสียงมันร้องโหยหวนแบบนี้แหละ แต่เสียดายที่ไม่ทันได้อยู่ดูตอนจบ" สิรินพูดออกมาโดยไม่มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย


"ช่างเถอะ ไอ้เสี่ยนี่ก็ซาดิสม์ไม่เบานะ เสียงแซ่ฟาดนังไออุ่นดังลั่นเลย" อัญชนายกยิ้มมุมปาก "ว่าแต่จะถามแม่ตั้งนานแล้วว่าทำไมถึงเกลียดแม่นังไออุ่นขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าอยากจะแย่งพ่อมันอย่างเดียวล่ะมั้ง?"


"หึ! ถ้ามีมันอยู่เราคงไม่ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองหรอก กำลังไปได้ดีแท้ๆเพราะไอ้ภาคิณกับไอ้ภาคย์แท้ๆเลย เสือกไม่เข้าเรื่อง"


กึกๆ


"ขอโทษที่ฉันเข้าไปเสือกจนพวกเธอต้องหาเงินด้วยวิธีนี้ !!" เสียงทุ้มเข้มกล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น สองแม่ลูกค่อยๆหันมาก็พากันเบิกตากว้างเดินถอยหลังไปจนติดกับกำแพงหน้าห้องนอน "แค่ฉันมาถูกที่ถึงขนาดตั้งตกใจมากแบบนี้เลยหรอ?"


"ภะ ภาคย์!! อย่าเข้ามานะ" อัญชนากล่าวเสียงสั่นแล้วมองไปยังปืนที่เขาถืออยู่ "ยะ อย่าทำอะไรบ้าๆนะ ไม่งั้น...ไม่งั้นจะไม่ได้เห็นนังไออุ่นอีกแน่"


"อย่านะภาคย์ อา...อานิตเองนะ วางปืนก่อนนะเดี๋ยวมันจะลั่นเอา"


แกร็กๆ


กรี๊ดดดดด


สองแม่ลูกร้องออกมาด้วยความกลัวเพราะภาคย์ยกปืนขึ้นตรงมายังพวกเธอ "เอาตัวแม่ไปมัดไว้ที่เสา อย่าให้หลุดมาได้นะ"


"ครับคุณภาคย์" ธกฤตรับคำแล้วให้คนของพวกเขาจับสิรินไปล่ามโซ่ติดกับเสาต้นเดียวกับที่ได้ล่ามภัทธิราและอินทุกรเอาไว้ ส่วนคนเป็นลูกสาวก็ใช่ว่าจะไม่พยายามช่วยแม่ของเธอ


ชายหนุ่มที่บัดนี้น่ากลัวเสียยิ่งกว่าซาตาน ภาคย์หันปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปที่หัวของอัญชนาแล้วกดเสียงพูดอย่างเยือกเย็น "บอกให้ไอ้พวกที่อยู่ในห้องเปิดประตู เดี๋ยวนี้!! ถ้าช้าล่ะก็อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าฆ่าเธอตรงนี้ ถ้ายังไม่อยากตายก็ทำตามที่ฉันบอก ไป้!!" 


อัญชนาตัวสั่นงกๆ ร่างของเธอถูกภาคย์กระชากออกให้ห่างจากสิรินมายังหน้าประตูห้องอย่างรุนแรง เสียงร้องของอินทุกรดังออกมาเรื่อยๆทำให้เขายิ่งรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจ คนถูกบังคับเริ่มเคาะประตูห้องจากช้าๆแต่ด้วยความกลัวตายจึงเพิ่มแรงและเสียงเคาะให้ดังที่สุดจนคนที่อยู่ด้านในรู้สึกรำคาญ เสี่ยอิทธิกระชากประตูออกแล้วตะคอกเสียงใส่อย่างหัวเสีย


"อะไรวะ!! นี่อั๊วะกำลังจะถอดกางเกงแล้วเนี่ย ยังไม่ได้เริ่ม อั่ก!!!"


ผัวะ !!


ปังๆ ปังๆ ปัง !


กรี๊ดดด


ทันทีที่ประตูเปิดออกภาคย์ก็ผลักร่างของอัญชนาไปกระแทกกับเสี่ยอิทธิจนเซล้มลง เขาตรงปรี่เข้าไปต่อยซ้ำๆที่ใบหน้าไอ้เสี่ยตัณหากลับไปหลายทีจนแน่นิ่งไป พวกลูกน้องเสี่ยอิทธิหยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้แต่ก็ไม่สามารถต้านทานอารมณ์โกรธของภาคย์ได้และตอนนี้ธกฤตรวมถึงลูกน้องของเขาได้ตามเข้ามาช่วยเจ้านายตัวเอง ภาคย์เดินดุ่มๆเข้าไปปะทะร่างกายกับเสี่ยอิทธิโดยไม่เกรงกลัวเลยสักนิด ยิ่งตอนนี้ได้เห็นสภาพของอินทุกรมีบาดแผลตามตัว ร่างกายบอบบางถูกลูกน้องของเสี่ยอิทธิบังคับให้เธอยืนขึ้นเพื่อใช้เป็นข้อต่อรองกับภาคย์ เสื้อผ้าของเธอฉีกขาดตามรอยฟ้าของแซ่ที่ตกอยู่ก็ยิ่งเพิ่มความโกรธเป็นเท่าทวี ส่วนตำรวจที่รออยู่ด้านนอกเมื่อได้ยินเสียงปืนก็บุกเข้าสมทบอย่างรวดเร็ว


แกร็ก...


ภาคย์กระชากร่างไอ้เสี่ยแก่ขึ้นมาแล้วหันปลายกระบอกปืนจ่อขมับขวาของมันเอาไว้ "ถ้าไม่อยากให้เจ้านายมึงตาย ปล่อยเมียกูเดี๋ยวนี้!!!" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉยเขาจึงขยับปืนเข้าไปใกล้เสี่ยอิทธิมากกว่าเดิม


คนที่กลัวตายตอนนี้กำลังลนลาน เสี่ยแก่หันหน้าไปทางลูกน้องของเขาด้วยสายตาหวาดหวั่น "เห้ย!! ปล่อยนังเด็กนั่นสิวะ จะให้อั๊วะตายหรือยังไง!!" ชายร่างใหญ่ค่อยๆคลายมือออกจากอินทุกรจนเธอเป็นอิสระ เมื่อทุกอย่างเป็นอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ภาคย์จึงเตะเสยเข้าปลายคางของเสี่ยอิทธิจนมันสลบคาที่แล้วปล่อยให้ตำรวจและคนของเขาจัดการพวกลูกน้องของไอ้เสี่ยบ้ากามยอมมอบตัว อินทุกรเดินโซเซเข้ามาหาด้วยอาการผวาโดยที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด


ภาคย์รีบเดินเข้าไปแล้วอ้าแขนกว้างรอรับเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด หญิงสาวตัวสั่นเทาพลันสะอื้นจนเสียงหายไปในลำคอ "ไม่ต้องกลัวนะ พี่มารับแล้ว"


"ฮือๆ อุ่นไม่อยากอยู่ที่นี่ค่ะ ฮึก อุ่นกลัว" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ร่างกายตอนนี้มันเหนื่อยเกินไปจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะเดิน


ในจังหวะนั้น...


อัญชนาอาศัยช่วงจังหวะวุ่นวายแอบหนีออกมาจากในห้องนั้นเพื่อมาปลดโซ่ที่ขาของสิริน ด้วยความเร่งรีบในการพยายามหากุญแจยิ่งทำให้หัวเสียเพราะคงถูกนำไปซ่อนเสียแล้ว แต่เธอมีเวลาไม่มากและจะต้องหาอะไรสักอย่างมาปลดแม่กุญแจให้ได้ "โอ๊ย แล้วหาอะไรมาทุบดีเนี่ย!!"


"เร็วๆสิเอม เดี๋ยวพวกมันก็ออกมาพอดี" สิรินยิ่งร้อนใจมากกว่าเกรงว่าจะไม่ทันการ


"รู้แล้วน่ะแม่" อัญชนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ เธอหันไปเห็นค้อนที่วางอยู่ติดผนังจึงรีบไปหยิบมันมาทุบแม่กุญแจที่ล็อกโซ่เส้นนั้นในทันที


กริ๊กๆ !!


การกระทำทุกอย่างหยุดชะงักลง อัญชนารู้สึกถึงการสัมผัสที่ข้อมือซ้ายของเธอจึงรีบหันหน้ามามอง "ไอ้นนท์!! ปล่อยนะไอ้เฮงซวย!!"


นนท์ธวัชยิ้มหน้าทะเล้นพร้อมรวบข้อมือทั้งสองสวมกุญแจมือเสร็จสรรพด้วยความว่องไว "ไม่อนุญาตให้หนีไปไหนนะคุณแม่หม้าย ที่ที่เธอและแม่ของเธอจะไปได้ตอนนี้ก็มีแค่...คุก"


ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ...ทีมตำรวจได้เข้ามาควบคุมตัวสองแม่ลูกที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายกลับ สน. พร้อใกับพวกของเสี่ยอิทธิอย่างรวดเร็ว กว่าจะเคลียร์พื้นที่เสร็จก็ปาไปเกือบตีสี่เสียแล้วซึ่งนนท์ธวัชต้องแยกกลับไปสืบสวนคดีต่อจึงได้ขอแยกออกไปก่อน ส่วนทางภาคย์ก็ได้อุ้มร่างของอินทุกรออกมาเพื่อที่จะพาเธอไปส่งยังโรงพยาบาล 


"ที่เหลือฉันจะจัดการเอง ขอบใจทุกคนมาก กลับไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้ธกฤเอาค่าเหนื่อยในคืนนี้ไปให้" ภาคย์หันมาบอกทุกคนที่มาช่วยเขาในคืนนี้ด้วยความรู้สึกขอบคุณจนไม่สามารถหาคำพูดมาบรรยายได้ ทุกคนที่ได้ยินต่างก็ยิ้มให้กับเจ้านายของตรก่อนจะแยกย้ายกันกลับ "แกด้วยธกฤต ฉันอนุญาตให้พักร้อนสิบห้าวัน เหนื่อยกับฉันมาเยอะแล้วควรได้พักบ้าง"


"ไม่เป็นไรครับคุณภาคย์ ผมเต็มใจทำเพราะถ้าไม่ได้คุณภาคย์ตอนนั้นผมคง..." ธกฤตรำลึกถึงความหลังตอนที่เขาตกงานจนเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่ก็เพราะภาคย์ที่หยิบโอกาสให้จึงรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้


"ถือว่าฉันให้โบนัสแกก็แล้วกัน" ภาคย์ยิ้มก่อนจะวานให้ธกฤตเปิดประตูเพื่อให้อินทุกรที่กำลังหลับไหลได้หลับได้อย่างสบาย "ฉันรบกวนแกมามากแล้ว ไม่ต้องห่วงที่เหลือหรอกเพราะถ้ามีอะไรแล้วเดี๋ยวฉันจะเรียกแกเอง"


"ครับ แต่วันนี้ผมขอขับรถให้ภาคย์กับคุณไออุ่นก่อนดีกว่านะครับ" ภาคย์ยิ้มเชิงบอกเลขาหนุ่มว่าตามแต่ใจเขาก็แล้วกัน


ภัทรธิราที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้เดินเข้ามาร่วมวงสนทนา "ขอบคุณธกฤตมากนะคะที่คอยช่วยเหลือพวกเรามาตลอด ไม่ได้ธกฤตวันนี้ฉันคงแย่แน่ๆ" เธอหันไปทางพี่ชายฝาแฝดของตนเอง "เจอกันที่บ้านนะภาคย์"


"ไม่ต้องห่วงนะครับคุณพี่ชาย ผมจะไปส่งน้องสาวของคุณอย่างปลอดภัยในวันพรุ่งนี้" คิรินซ้อนตัวเข้าด้านหลังแล้วโอบเอวของภัทธิราเอาไว้ "ทำไมทำหน้าไม่ไว้ใจแบบนั้นล่ะครับ ไม่ไว้ใจผมหรอ?"


"น้องสาวผมก็ต้องกลับพร้อมผม ไปเถอะภัทร" ภาคย์จับมือแฝดน้องแต่ก็ต้องหยุดลงในตรงนั้น "ทำไมล่ะ เขาขู่อะไรหรือเปล่า?"


"อย่าเพิ่งถามอะไรภัทรตอนนี้เลยนะ...เอาเป็นว่าภาคย์ควรจะห่วงไออุ่นก่อน คุณคีย์เขาเป็นคนรักษาคำพูดไม่ต้องเป็นห่วงภัทรหรอกนะ พรุ่งนี้ภัทรถึงบ้านแน่นอน" ภัทธิรายิ้มก่อนจะปล่อยมือออกจากแฝดพี่แล้วเดินไปขึ้นรถคันด้านหลังพร้อมกับคิริน


ค่ำคืนนี้แม้จะจบลงด้วยความสงบแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องอื่นแทรกเข้ามา ภาคย์มองตามแล้วถอนหายใจและคิดว่าคงจะต้องเค้นความจริงจากปากของภิชญ์ให้ได้เสียทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นเรื่องราวถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้


########


อีกด้านที่โรงพยาบาล...


ตลอดทั้งคืนที่ปวันอยู่เฝ้าดูอาการของกันตาจนเธอพ้นขีดอันตรายแล้วได้ออกจากห้องฉุกเฉินมาพักฟื้น เขาเลือกห้องพิเศษอย่างดีให้เธอเพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่รวมกับคนไข้คนอื่น ในระหว่างนั้นเขาก็ส่งข่าวบอกกานดาแม่ของหญิงสาวให้ได้รับรู้อาการเป็นระยะจนเมื่อทราบว่าปลอดภัยกานดาจึงคลายความกังวลไปได้มาก เขาตั้งใจว่าตอนสักช่วงเที่ยงจะออกไปรับให้กานดาเพื่อมาอยู่เฝ้าไข้ลูกสาวของเธอ


อะ โอ๊ยยย


ปวันที่นอนหลับอยู่บนโซฟาสะดุ้งตื่นตามเสียงของเธอ เขามองกันตาที่พยายามจะพยับตัวจึงรีบลุกขึ้นมาช่วยพยุงเธอขึ้นแล้วปรับเตียงคนไข้ให้เธอได้เอนหลัง "กันย์ หิวน้ำไหม? จำผมได้หรือเปล่าครับ?" กันตาจับบริเวณหัวที่มีผ้าพันแผลพันอยู่สักพักก็หันไปทางเขาเงียบๆ 


"......"


"จำผมได้ไหมครับ? ผมปวันไง!"


"คิกๆ ดูละครมากไปหรือเปล่าคะ?" กันตาหัวออกมาแต่ไม่มากเพราะมีอาการเจ็บอยู่เรื่อยๆ "ทำไมกันย์จะจำเจ้านายตัวเองไม่ได้ล่ะคะ"


ปวันย่นคิ้วลงจนหญิงสาวเริ่มเป็นกังวล เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแล้วถอนหายใจออกมาดังๆ "ความจำเสื่อมจริงๆสินะครับ"


"เอะ? อะไรนะคะ!? กันย์ไม่ได้ความจำเสื่อมจริงๆ"


"นี่ไง!! ก็กันย์จำไม่ได้นี่ครับ" เขาส่งยิ้มอบอุ่นแล้วจับมือเธอมาแนบที่แก้มจ้างขวาของตนเอง "เราไม่ได้เป็นเจ้านายกับลูกจ้างหรอก แต่เป็นแฟนกันต่างหากล่ะครับ"


กันตาค่อยๆดึงมือของตัวเองกลับโดยที่ตัวเองก็รู้ว่าตอนนี้อยากจะยิ้มเสียให้ได้ เธอหันหน้าหนีไปทางเพื่อระงับความตื่นเต้นในใจก่อนจะหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง "คุณภัทรกับไออุ่นล่ะคะ พวกนั้นต้องจับไปเรียกค่าไถ่แน่ๆเลยค่ะ"


ร่างสูงยิ้มพร้อมถอนหายใจออกมา เขายกมือลูบผมคนเจ็บไปมาช้าๆ "ผมว่ากันย์ต่างหากที่ดูละครมากไป ตอนนี้คุณภาคย์กับตำรวจกำลังจัดการอยู่ ได้แต่ภาสนาให้ปลอดภัยทุกคน" เขาจับร่างของกันตาเอนลงกับที่นอนอีกครั้ง "กันย์นอนพักก่อนนะครับยังไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น อยากได้อะไรก็บอกผมนะ...อยู่ข้างๆนี่แหละไม่ไปไหนแน่นอน"


จุ๊บ....


คนเจ็บนิ่งราวกับถูกยาชาฉีดประมาณสิบเข็ม ปวันก้มลงจุมพิตหน้าผากเธอก่อนที่เขาจะห่มผ้าให้แล้วเดินกลับไปนอนยังโซฟาเช่นเดิม หญิงสาวลืมความเจ็บบนร่างกายไปจนหมดสิ้นแต่ความรู้สึกที่เข้ามาแทนที่นั้นคือความอบอุ่นในหัวใจ เธอพยายามข่มตาให้หลับแต่ก็ทำไม่ได้เสียที


"ทำไมชอบแกล้งเราอยู่เรื่อยเลยนะ ยังไม่ได้บอกว่าจะคบด้วยสักหน่อย" น้ำเสียงแผ่วเบาบ่นพึมพำกับตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ตอนนี้กันตาเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นมาแล้วว่ามันคืออะไร เพราะตลอดเวลานั้นนึกถึงแต่เขาเป็นคนแรก...


ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าในใจมีปวันอยู่เต็มทั้งใจ


######


ทางด้านของภาคย์ที่พาอินทุกรมาส่งโรงพบาลเพื่อตรวจร่างกายนั้นเพิ่งจะได้พักร่างกาย หลังจากออกจากห้องฉุกเฉินมาอยู่ในห้องพักฟื้น ตลอดทั้งคืนที่อินทุกรมีอาการผวาราวกับว่าฝันร้ายนั้นยังคงตามมาหลอกหลอนเธอในตอนนี้ ร่างสูงขึ้นไปนอนอยู่ข้างๆบนเตียงคนไข้เพื่อคอยปลอบโยนให้เธอผ่อนคลาย อ้อมแขนแกร่งส่งความรักและความห่วงใยให้คนในอ้อมแขนของเขาจนกระทั้งเธอได้หลับสนิท 


ในระหว่างนั้นภาคย์ก็ได้โทรศัพท์รายงานคนที่กำลังรอฟังข่าวที่บ้านไปด้วย "ฮัลโหลครับพ่อตอนนี้ไออุ่นกับภัทรปลอดภัยแล้วนะครับ....ตอนนี้ไออุ่นอยู่กับผมโรงพยาบาลไม่เป็นอะไรแล้ว ส่วนภัทรน่าจะถึงบ้านประมาณบ่ายๆ บอกแม่กับอาอ้นไม่ต้องกังวลแล้วนะครับ....เรื่องคดีไอ้นนท์กำลังจัดการอยู่แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้เราคุยกันทีหลังดีกว่าครับ"


หลังจากวางสายเขาก็ได้แต่ถอนหายออกมาด้วยความโล่ง แต่ไม่ใช่ว่าจะทั้งหมด...เขามั้นใจได้ว่าเรื่องทุกอย่างอาจจะไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ภาคย์ได้แต่สัญญากับตัวเองว่าหลังจากนี้เขาจะไม่ประมาทและต้องปล่อยให้เธอเป็นอันตรายเป็นอันขาด ในช่วงที่ความง่วงงันกำลังเล่นงานเขาอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเตือนมาจากโทรศัพท์ของอินทุกร เขาเอื้อมตัวไปหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าแบตเตอร์รี่เหลือเเพียงแค่สี่เปอร์เซ็นเท่านั้นและยังเปิดการบันทึกเสียงเอาไว้อยู่ด้วย โชคยังดีที่มันไม่แจ้งเตือนก่อนหน้านี้เพราะคนพวกนั้นอาจจะทำร้ายเธอมากกว่าที่เห็นก็ได้


ภาคย์กดบันทึกไฟล์เสียงแล้วปิดเครื่องของเธอเอาไว้ก่อนจะค่อยๆขยับตัวหันมาทางคนที่กำลังนอนหลับ เขาสอดแขนเข้าใต้ท้ายทอยแล้วดึงร่างของเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง เสียงสะอื้นเบาๆดังเล็ดออกมาจากลำคอไม่นานนักร่างเล็กในอ้อมแขนของเขาก็เริ่มขยับตัว


"ฮึก พี่ภาคย์ พี่ภาคย์ใช่ไหมคะ? ฮือๆ"


"พี่เอง" มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเล็กช้าๆด้วยความอ่อนโยน "อุ่นปลอดภัยแล้ว พวกนั้นถูกจับไปหมดไม่มีทางทำอะไรอุ่นได้อีก"


"ฮือๆ เขา...เขาบอกว่าคุณแม่ตายแล้วค่ะ" อินทุกรยังคงร้องไห้ไม่หยุด เธอเงยหน้ามองเขาท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจันท์สาดส่องให้ความสว่างจากด้านนอกเท่านั้น "เขาบอกอุ่นว่าเขาเป็นคนฆ่าคุณแม่ จับคุณแม่ใส่กระสอบแล้วก็...ฮึก..."


ภาคย์จุมพิตเบาๆบนหน้าผากมนแล้วยังคนโอบกอดเธอเอาไว้ไม่คลายออก "อุ่นฟังพี่นะ บางอย่างมันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้น อย่าเชื่อคำพูดของสองแม่ลูกนั่น!! ขอเวลาพี่อีกหน่อยนะเด็กดี" แม้อินทุกรจะยังไม่เข้าใจในความหมายที่เขาพยายามสื่อออกมา แต่เธอก็พยักหน้าให้คำตอบกลับไป ความเศร้าในใจยังคงไม่สามารถคลายออกได้ในเวลานี้ อย่างน้อยๆก็มีเขาเป็นที่พึ่งในยามที่รู้สึกสิ้นหวังแบบนี้


######


ช่วงสายของวันต่อมา...


ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของคิริน...


ภัทธิรานอนหลับอย่างสบายบนเตียงนอนขนาดใหญ่ หลังจากที่เมื่อคืนได้ผ่านพ้นเรื่องราวอันน่าระทึกขวัญมานั้นก็ต้องมาปวดหัวกับปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้นตอนนี้ เพราะคนที่เธออยู่ด้วยได้ชื่อว่ามาเฟียที่ใครๆต่างก็ต้องหวาดเกรงในอำนาจของเขา แต่ไม่รู้เวรกรรมอะไรที่ทำให้เธอต้องกลายมาเป็นผู้หญิงของเขาอย่างไม่เต็มใจก็ตามที หญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาตามแสงตะวันที่สาดส่องเข้ามากระทบใบหน้า ก็เห็นร่างอันสมส่วนที่เปลือยท่อนบนของคิรินที่สวมผ้าขนหนูปกปิดเบื้องล่างและกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ เมื่อหันมาเห็นว่าเธอตื่นแล้วเขาจึงรีบดับบุหรี่มวนนั้นแล้วเดินกลับเข้ามายังห้องนอนในทันที


"เหม็นค่ะ" ภัทธิราดึงผ้าห่มขึ้นปิดร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง


คิรินชะงักไปสักพักก็ยกยิ้มร้าย มือขวาจับคางมนเชิงบังคับให้เธอหันกลับมา "เหม็นสามีของตัวเองได้ยังไงล่ะหืม? อุตส่าห์มีเรื่องดีๆจะบอกสักหน่อย ทำแบบนี้พี่เสียใจ" เสียงทุ้มเข้มกดต่ำลงเพื่อบอกว่าเธอกำลังขัดใจเขาอยู่ 


ภัทธิราจับมือของเขาออกพร้อมขยับตัวเล็กน้อย "ฉันไม่ได้หวังจะได้ยินเรื่องดีๆจากคุณหรอก แล้วจะพาฉันกลับบ้านตอนไหนคะ?"


ฟึบ !!


ตุบ !!


ราวกับหนีเสือปะจรเข้ คิรินรวบตัวหญิงสาวแล้วผลักเธอนอนลงอีกครั้งโดยที่เขาขึ้นครอบร่างเล็กเอาไว้อย่างรวดเร็ว ภัทธิราได้แต่ถอนหายใจเพราะไม่ว่าจะพยายามหนีสักเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้นเขาสักที "เมื่อคืนก็น่าจะพอใจแล้วนะคะคุณคีย์"


"พอใจแต่ไม่เต็มอิ่ม เอาแต่หลบหน้ากันแบบนี้ไม่สนใจเลยหรือยังไงว่าหลังจากนี้ไอ้ภิชญ์มันจะอยู่หรือ 'ตาย' ช่างมันใช่ไหม?"


"ไหนว่าตกลงกันแล้วไงว่าคุณจะไม่ทำอะไรน้องชายฉัน!!"


"ก็ทำตัวให้มันง่ายๆ น่ารักๆหน่อยสิคนสวย ชีวิตของไอ้ภิชญ์มันขึ้นอยู่กับภัทรโดยตรงนะ" คิรินโน้มตัวลงมาทับร่างของเธอเอาไว้แล้วสูดดมกลิ่มกายสาวสักพัก "ไม่อยากรู้หรอว่าแม่ของยัยเด็กที่เป็นคู่หมั้นพี่ชายภัทรอยู่ที่ไหน?"


เสียงกระซิบนั้นเรียกความสนใจจากภัทธิราได้เป็นอย่างดี "ว่าอะไรนะคะ?"


คิรินหัวเราะในลำคอก่อนจะกระซิบบอกเธออีกครั้งว่า "ได้ยินไม่ผิดหรอกว่าแม่องยัยเด็กนั่นอยู่ที่นี่ เสร็จรอบนี้แล้วเดี๋ยวพี่จะพาไปเจอ" ไม่ทันจะได้ทักท้วงอะไรภัทธิราที่อยู่ในสภาวะจำยอมต้องทำตามใจที่เขาต้องการเท่านั้น กว่าจะเป็นที่พอใจของเขาก็ไม่รู้ว่าเธอจะต้องเหนื่อยไปอีกเท่าไหร่ แต่เรื่องล่าสุดที่เขาบอกนี่มันเป็นยังไงกันแน่นะ


ไหนสิรินว่าฆ่าวินิตราตายไปแล้วและจะมาอยู่กับคิรินได้อย่างไร เขาจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรกับเธออีก....


____________________________________________________100%_____________________________________


มาแล้วจ้าาา มาจริงๆไม่อิงนิยาย

ยังมีมาม่าตามพล็อตอีกสองตอนนะจ๊ะ จะหมดแล้วล่ะ

อย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไปไหนกันน๊าา คอมเม้นติชมกันมาเยอะๆนะคะ

ทีมอัพนิยายข้ามปีจ้าาา HNY 2019 นักอ่านทุกท่าน

ไรท์มาแล้วนะ...เจอกันตอนต่อไปค่ะ

มีความสุขมากๆในปีใหม่นะคะ รักทุกคนน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น