โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9-1 สิ่งที่ลืมเลือน

ชื่อตอน : บทที่ 9-1 สิ่งที่ลืมเลือน

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2561 15:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9-1 สิ่งที่ลืมเลือน
แบบอักษร

แสงที่สาดลงมาที่สวนนั้นกำลังเต้นระบำอย่างช้าๆ แสงแดดที่พาดผ่านสวนของปราสาทมังกรและกระจัดกระจายไปทั่วต้นไม้เขียวชอุ่มนั้นกำลังอวดโฉมฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง สายลมทำให้ใบไม้สั่นไหวและสร้างเสียงดนตรีขึ้นมา พวกเอลฟ์ค่อยๆ เผยตนขึ้นระหว่างบ่อน้ำกับต้นไม้ และเริ่มจับกลุ่มพูดคุยอย่างสนุกสนาน แม้ริกซ์จะหลับใหลอยู่ภายในนั้นในเวลาอันสั้น แต่เธอก็ฝันอย่างยาวนาน

เพลซันยังไม่ยอมลุกออกไปจากที่ และลูบเส้นผมของริกซ์ที่หลับใหลอยู่ให้ เพราะเขาไม่ชอบใจที่เธอสัมผัสกับพื้น เขาจึงกางปีกออกแล้วให้เธอนอนอยู่บนนั้น เธอห่มปีกของมังกรไฟอยู่เพราะอย่างนั้นเธอจึงไม่หนาวเลยสักนิด

ความร้อนที่ทำให้ใบหน้าของริกซ์ร้อนผ่าวเป็นสีแดงนั้นยังคงไม่หายไป เหงื่อท่วมหน้าผาก ไม่รู้ว่าฝันอะไรอยู่  แต่บางครั้งริกซ์ก็ส่งเสียงแสดงความเจ็บปวดออกมา เพลซันเงี่ยหูฟังว่าเธอจะพูดอะไร

“...แม่...”

และริกซ์ก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง ไม่ใช่เด็กสักหน่อย แต่กลับร้องไห้คิดถึงแม่ เขาเก็บกรงเล็บที่เคยลูบไล้เส้นผมของเธอ และเพลซันก็เช็ดน้ำตาของริกซ์ออก

“...อย่าค่ะ...”

“หือ”

“ได้ ได้โปรด...”

‘ทำไมพูดอะไรแบบนี้ล่ะ’

ขณะที่ริกซ์นอนหลับเธอก็ร้องไห้ไปด้วย เขาไม่อยากจะมองเธอที่กลั้นเสียงครางจากข้างใน ขณะเดียวกันก็สะอึกสะอื้นไปด้วยนั้น เพลซันจึงเขย่าริกซ์ให้ตื่น

“นี่!”

ริกซ์ที่ถูกเขย่าไหล่จนสั่นไหวไปทั่วทั้งตัวนั้นขมวดคิ้วแล้วเปิดเปลือกตาขึ้น ก่อนที่ดวงตาสีเงินของริกซ์จะกลับมาจับจุดโฟกัสได้นั้น เธออ่านสีหน้าของเพลซันที่ผ่านไปได้แวบหนึ่ง

ดวงตาสั่นไหวไม่หยุด สายตาที่ว่างเปล่า ร่างกายที่ขาวซีดเพราะความวิตกกังวล

ความกลัวที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ครู่หนึ่งที่เพลซันไม่ได้คิดอะไรและดึงริกซ์เข้ามากอด ในตอนที่ตบหลังให้เบาๆ นั้น เสียงลมหายใจที่รุนแรงก็ขาดไป แม้แต่เสียงครางก็ไม่เล็ดลอดออกมาเลย

เธอถูกกักตัวไว้ในสภาพนั้นอยู่พักหนึ่ง เขาลูบกายท่อนบนให้เข้าที่เข้าทาง และเพลซันก็สบตากับริกซ์ มนุษย์ที่อยู่ในอ้อมกอดนั้นทำหน้ามึนงงราวกับจะถามว่ามีเรื่องอะไร

“ตั้งสติหน่อย”

เพราะสติที่เลือนราง ริกซ์จึงไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปชั่วขณะ ดวงตาสีแดง นัยน์ตาที่เรียวเล็กลงเป็นพิเศษเมื่อต้องกับแสงอาทิตย์นั้นกำลังมองจ้องมาอย่างน่ากลัว

ผิวสีน้ำตาลแดงราวกับถูกเผา สีหน้าเหนื่อยอ่อนเพราะดวงตาอ่อนแรง หน้าผากเกลี้ยงเกลา เมื่อมองใบหน้านั้นชัดๆ เธอจึงตั้งสติได้แล้วก็รีบหลบตาทันที

“ท่าน ท่านมังกร ยังไม่กลับไปอีกเหรอคะ”

“เจ้าไม่รู้ชื่อของข้าเหรอ”

ขณะที่ริกซ์เห็นสายตาของเขาก็หวนคิดถึงความทรงจำ เหมือนจะรู้ว่ามีคนเรียกว่าอะไรสักอย่างแน่ๆ แต่ไม่ได้สนใจจริงจังจึงไม่รู้

‘นึกสิ นึก... เพล? เพลโบ? ซัน? เหมือนจะเป็นชื่อแบบนั้นนะ... ใช่แล้ว เพลซัน!’

จำได้แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยแนะนำตัวกับเธอมาก่อนก็เถอะ

ต้องเรียกเขาด้วยชื่อนั้นหรือเปล่านะ ริกซ์ค่อยๆ หลุบตาลงด้วยความกังวล มังกรไฟจึงเดาะลิ้นหนึ่งที

“เพลซัน เรียกแบบนั้นซะ”

เพลซัน ความหมายของชื่อนั้นคือเลือดที่เดือด ดวงตาสีแดงเหมือนเลือดกับแผงคอลุกโชนราวกับดอกไม้ไฟ  ช่างเข้ากันได้ดี

ความหมายของการที่เรียกชื่อมังกรแบบนั้นคือการยกย่องงั้นหรือ ดูๆ แล้วเหล่าเอลฟ์เองก็เหมือนจะเรียกแบบนั้น ขณะที่ริกซ์พยักหน้าเธอก็เรียกตามคำที่ได้ยินเมื่อครู่

“ค่ะ เพลซัน”

“...ดูท่าแล้วคงจะปล่อยเจ้าไว้คนเดียวไม่ได้เลย”

ริกซ์เอียงคอ จนถึงตอนนี้ทุกคนก็ไม่ได้ทำแบบนั้นหรอกเหรอ เมื่อเหล่ามังกรปลดปล่อยความต้องการก็ปล่อยริกซ์เอาไว้แล้วจากไป แม้จะน่าอาย แต่นั่นคือสิ่งที่เหล่าเอลฟ์คอยเก็บกวาดทั้งหมด เมื่อนอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาก็อาบน้ำเสร็จแล้ว และเสื้อผ้าก็ถูกใส่ไว้ให้แล้ว บาดแผลที่พวกมังกรฝากไว้บนร่างกายนั้นยังคงทิ้งร่องรอยไว้จนกระทั่งชีคานจะมาช่วยดูแลให้  

ริกซ์ที่เพิ่งตื่นมาได้ไม่นานก็หันมองดูรอบๆ และเห็นว่าตัวเองนั่งอยู่บนปีกข้างหนึ่งที่กางออกของชีเพลซัน ส่วนปีกอีกข้างนั้น เขากางไว้บนหัวเพื่อป้องกันแสงแดดที่ส่องลงมา 

“อ้า ปีก...”

ริกซ์จะลุกขึ้น เพลซันกดไหล่เอาไว้

“ไม่เป็นไร จะอยู่แบบนี้ต่อไปก็ได้”

‘ข้ารู้สึกไม่ดีนะคะ’

ริกซ์กลืนคำพูดลงคอและกลับลงไปนอน เธอเวียนหัวเนื่องจากผลของการที่ร่างกายซึมซับเวทมนตร์มากเกินไป เพราะปีกที่มีอุณหภูมิสูงของเขาทำให้ร่างกายที่อยู่นอกผ้าห่มและไร้อาภรณ์ปกปิด ไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด

เสียงเพลซันตัดผมของตัวเองดังสวบๆ และทุกครั้งที่ผมซึ่งถูกตัดหล่นลงก็มีเปลวไฟโผล่ขึ้นมาและหายไป  เสียงเต้นของหัวใจที่ฟังแล้วอบอุ่นใจซึ่งถูกส่งผ่านมาทางปีกนั้นทำให้ริกซ์ผล็อยหลับลงอีกครั้ง

ง่วงมากเลย ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าแล้วด้วยสิ

ไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานสักแค่ไหนเพราะเธอถูกโอบกอดด้วยปีกคู่นั้น ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ ทุกครั้งที่ลืมตาขึ้น เธอก็เห็นว่าเพลซันกำลังจ้องมองเธออยู่ เธอไม่รู้จริงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องการอะไรอีก

ริกซ์หยัดกายขึ้น หากเขาทิ้งเธอไว้แล้วจากไป พวกเอลฟ์คงจะเข้ามาดูแลเธอทั้งที่เธอสลบอยู่แน่นอน ตอนอยู่บนเตียง เธออาจจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้ แต่นี่อยู่กลางสวน แล้วเธอจะกลับห้องด้วยสภาพเปลือยเปล่าอย่างนี้ได้อย่างไรกัน

“ไปกันเถอะ”

“คะ?”

เพลซันกอดริกซ์และหุบปีกลง ร่างกายของริกซ์ไม่สัมผัสพื้นแม้นิดเดียว ขณะที่เธอเหมือนจะชอบใจจนยกยิ้มขึ้นข้างหนึ่ง เพลซันก็หัวเราะออกมา

เพลซันกำลังเตรียมจะใส่ชุดที่สะอาดด้วยเวทมนตร์ ตรงข้ามกัน ริกซ์กลับอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ถึงอยากจะใส่ แต่ชุดนั้นเพลซันฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว ขนาดจะเอาไปทำผ้าขี้ริ้วยังไม่ได้เลย

ร่างมนุษย์ของเหล่ามังกรนั้นทั้งส่วนสูงทั้งรูปร่างก็ใหญ่เหมือนๆ กันหมด เขาอุ้มเธอขึ้นอย่างมั่นคงจนทำให้เธอรู้สึกว่าหากพลาดเธอก็จะไม่หล่นลงไปที่พื้นอย่างแน่นอน ขณะที่ใบหน้าของริกซ์แดงขึ้น เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอกำลังกังวลอะไร เพลซันจึงห่มผ้าห่มที่ได้มาจากเหล่าเอลฟ์ให้ และขยับตัวลุกขึ้นพรวดเดียว

“อ่อ นั่น... ดาบข้า...”

ริกซ์เกือบลืมไปแล้วและพูดกับเพลซันที่ตั้งใจจะเดินออกจากสวนไป เพลซันมองตามนิ้วของริกซ์ที่ชี้ออกไปและเก็บดาบที่กลิ้งไปมาอยู่ไม่ไกลให้ เขาปล่อยมือข้างหนึ่งและก้มตัวลงจน ริกซ์กอดคอเพลซันเอาไว้แน่นเพราะกลัวจะตก

เพลซันขยับสายตาช้าๆ เขากับริกซ์สบตากัน และเลื่อนหน้าผากมาชนกับเธอ ก่อนจะเบือนหน้าหนี แล้วส่งดาบให้ริกซ์ เขามองฝักดาบที่ไหม้เกรียมราวกับคิดอะไรบางอย่าง

“ของเจ้างั้นเหรอ”

เธอได้รับดาบคืนมาในอ้อมกอด และริกซ์ก็กอดมันเอาไว้แน่น ที่จริงเพราะมันเป็นของที่ยืมมาชั่วคราว หรือจะเรียกว่าแย่งมาดีนะ แต่เธอก็พยักหน้าและฝากร่างกายไว้กับเพลซันพลางเปิดปากหาว เธอนอนไม่เพียงพออยู่เสมอ  เรี่ยวแรงจึงมีไม่มากนัก

“หลับอีกแล้วเหรอ”

เพราะถูกมังกรชิงเรี่ยวแรงไปหมด ไม่รู้สึกว่ามีความจำเป็นจะต้องดื้อดึงพูดอะไรออกมาอีก ยังไงเสียเขาก็ไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว ริกซ์ผล็อยหลับและพิงอกเขา ขณะที่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นลูบที่ไหล่ หน้าผาก และเส้นผม และเขาก็ผละออก

เพลซันก้าวย่างเดินอย่างเงียบๆ พวกเอลฟ์ในสวนที่มองภาพเบื้องหลังของพวกเราที่ค่อยๆ ก้าวออกไป จึงได้ ปรากฏตัวออกมาทีละตน เมื่อทั้งสองคนที่ตื่นจากการหลับใหลจากไปแล้ว สวนจึงกลับมาอึกทึกอีกครั้ง


* * *


ตอนที่ริกซ์หลับตาและลืมขึ้นนั้นสถานที่ก็เปลี่ยนไปอีกแล้ว ตอนนี้เป็นห้องที่เธอคุ้นเคยมาก เป็นห้องที่เหล่ามังกรจัดเตรียมไว้ให้เธอ ภายในห้องเงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงจ๊อกๆ ของน้ำพุเล็กๆ เท่านั้น หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักเล็กน้อย ตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้ ก็เหมือนจะเป็นเสียงเสียงน้ำที่แปลกไปกว่าปกติ

ริกซ์ไม่ได้หันหน้าไปมอง ทำแค่กลอกตาไปมาเท่านั้น ชีคานยืนอยู่กลางห้องราวกับผี

ระหว่างที่ริกซ์ร้อง ‘อ๊ะ!’ ขึ้นมานั้น ชีคานก็เยื้องย่างเข้ามาตรงจุดที่ทั้งสองคนอยู่ ชีคานมองตรงไปที่เพลซัน ชั่วขณะนั้นเหมือนระหว่างทั้งคู่มีไฟลุกโชน

“ปล่อย”

เสียงคำรามที่ทุ้มต่ำนั้นเหมือนจะท่วมจนล้นขอบของห้วงสระลึก เมื่อขานรับเขา เพลซันก็เผยรอยยิ้มจนเห็นฟัน แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นไม่ยิ้มเลย

“ไอ้คนเสียสติ สบายใจนักหรือไง”

ตาของชีคานในตอนที่เพลซันถามว่าอะไรนั้นจับจ้องแค่ริกซ์เท่านั้น

“โดนเมินแล้ว”

เพลซันเดินเลยเขาไปอย่างสง่าผ่าเผย จนกระทั่งวางริกซ์ลงบนเตียง น้ำของน้ำพุที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น  เมื่อเพลซันบดเบียดริมฝีปากกับหน้าผากของริกซ์ มันก็กระเพื่อมราวกับจะปะทุออกมา

ริกซ์รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางความเย็นและความร้อนที่ปะทะกัน อีกหน่อยจะสู้กันไหม ชีคานที่ทำให้ฝนตกอยู่หลายวันกับเพลซันที่ดูดซับความชื้นนั้นให้ ในวันนั้นเหมือนจะมีตะกอนหลงเหลืออยู่ หรือไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์ก็คงจะไม่ดีตามที่เคยได้ฟัง สิ่งที่แน่นอนคือ เธอเหมือนจะอึดอัดหากเขาสู้กันด้วยร่างกายของมนุษย์

ริกซ์ไม่อาจทนต่อพลังของมังกรทั้งสองที่อัดแน่นภายในห้องเล็กๆ นั้นได้ มือของเธอจึงสั่นเทา ชีคานเหมือนจะรู้สึกตัวจึงเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว

“หยุดได้แล้ว เพลซัน”

“มีไอ้คนต่ำต้อยที่ไหนเขาออกคำสั่งกันบ้าง”

ชีคานย่างกรายเข้าไปหาเพลซันที่หัวเราะเยาะอยู่แล้วคว้าหมับเข้าที่ปกคอเสื้อของเขา

“เพลซัน”

“เออ รู้แล้ว บอกว่ารู้แล้วไง น่าหงุดหงิดชะมัด! บอกแล้วไงว่าไม่รู้ว่ายัยนั่นจะอ่อนแอขนาดนี้”

น้ำที่เคยไหลอยู่ในน้ำพุแข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็ง ความร้อนถูกกดเอาไว้และเติมเต็มด้วยความเย็น ขณะที่เพลซันกำปกเสื้อของตัวเองเอาไว้ เขาก็มองชีคานที่กำลังจ้องริกซ์ แล้วก็หัวเราะคิกคักขึ้นราวกับสถานการณ์นี้น่าขันเสียเหลือเกิน

“ข้าไปล่ะ เห็นหน้าพวกเจ้าแล้วมันหงุดหงิดจะตายไป”

“ถ้างั้นก็ไม่ต้องมาที่นี่อีกก็ได้นะ เจาะถ้ำเข้าไปนอนซะ”

ชีคานทำสีหน้าแปลกๆ ตอนที่พูดประโยคถัดไป

“ลืมไปให้หมด”



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น