หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 10 แท้จริงแล้วเหล่าปีศาจนั้นกลัวมนุษย์

ชื่อตอน : บทที่ 10 แท้จริงแล้วเหล่าปีศาจนั้นกลัวมนุษย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2562 11:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 แท้จริงแล้วเหล่าปีศาจนั้นกลัวมนุษย์
แบบอักษร

“ไม่มีปัญหา”

ในขณะที่ชายผู้นั้นกำลังกังวลอยู่ ลั่วชิวก็พยักหน้าแล้วพูดขึ้นเบาๆ ว่า “เราขายเวลาความปลอดภัยในหนึ่งคืนให้กับคุณได้ แต่ผมยังมีอีกเรื่องหนึ่ง...”

ลั่วชิวยังพูดไม่ทันจบ ชายผู้นี้ก็รีบพูดขึ้นมาว่า “ทำแบบนี้...ไม่ได้...พวกคุณ...จะโก่งราคาไม่ได้!”

ลั่วชิวยิ้มแล้วตอบว่า “อย่าเข้าใจผิด ที่จริงแล้วมันเป็นความสนใจส่วนตัวของผมเอง ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะขอดูร่างของคุณ...และแน่นอน ถ้าคุณไม่เต็มใจ ผมก็จะไม่บังคับคุณ และไม่ว่าคุณจะให้ผมดูร่างของคุณหรือไม่ นี่ก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการแลกเปลี่ยนระหว่างเราอย่างแน่นอน”

“จริงเหรอ?”

ลั่วชิวพยักหน้า

ลูกค้าใหม่ครุ่นคิดอยู่นาน หลังจากนั้นเขาก็พยักหน้า แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงแหบว่า “ได้...แต่ว่า...คุณ...จะดูได้...คนเดียว...ห้าม...บอกคนอื่น”

ลั่วชิวรับปากความต้องการข้อนี้ เพราะในหนังสือคู่มือของสมาคมเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าต้องรักษาความลับของลูกค้า

ว่าไปแล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตลั่วชิวที่ได้เห็นปีศาจตัวเป็นๆ บวกกับความอยากรู้ของเขาทำให้ลั่วชิวรับปากชายผู้นั้นไปอย่างง่ายดาย เขาให้โยวเย่ไปรออยู่ในห้องก่อน จากนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูลูกค้าใหม่คนนี้ค่อยๆ ปลดเอาเสื้อผ้าที่ใช้บดบังร่างกายของเขาอยู่ออก

ลูกค้าใหม่ดูเหมือนยังลังเล “ฉันกลัว...คุณ...ตกใจ”

ลั่วชิวส่ายหัวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มว่า “เห็นแบบนี้ ที่จริงแล้วผมชอบดูหนังแนวสยองขวัญและหนังซอมบี้นะ แต่พวกนั้นก็เป็นแค่ความสยองที่เกิดขึ้นจากจิตนาการที่มีอยู่อย่างจำกัดของมนุษย์...แต่ถ้าคุณไม่เต็มใจ ผมก็จะไม่บังคับคุณ หรือว่าพวกเราจะคุยเรื่องของคืนวันพรุ่งนี้ที่คุณต้องเก็บตัว...อืม ที่ต้องเก็บตัวนี่ มันคือที่ไหนกันแน่?”

“ฉัน...เข้าใจ...แล้ว”

ลูกค้าใหม่ค่อยๆ ยืนขึ้น แล้วถอดผ้าพันคอออกเป็นส่วนแรก เมื่อผ้าพันคอถูกปลดออกจนหมด สิ่งที่ลั่วชิวเห็นคือรอยย่นเป็นชั้นๆ สีเขียวแก่ และบนนั้นยังถูกบดบังด้วยผมบางๆ...นี่เป็นแค่ส่วนคอ แต่กลับให้ความรู้สึกอยากอ้วกขึ้นมาเลยทีเดียว

แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ ลั่วชิวหายใจเข้าลึกๆ แล้วจดจ่อไปยังใบหน้าของอีกฝ่าย

จากนั้นเขาก็เริ่มถอดหมวก แว่นตา เปิดแมส แล้วถอดเสื้อโค้ทคลุมตัวสีดำออกเป็นอย่างสุดท้าย

ทุกครั้งที่เริ่มถอดออกมา สายตาของลั่วชิวก็เปล่งประกาย จากนั้นเขาก็เริ่มหายใจเร็วขึ้นเล็กน้อย

ลั่วชิวรู้ดี ทำไมต้องแลกอะไรไปกับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองด้วย แต่คิดไปคิดมานี่ก็เป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง จากนั้นก็บังคับตัวเองไม่ให้คิดมากเกินไป

ถึงแม้ความรู้สึกที่ได้เห็นร่างของลูกค้าใหม่คนนี้อาจเทียบไม่ได้กับในหนังก็ตาม

ร่างกายเหมือนตัวประหลาด และผิวบริเวณหน้าก็เป็นสีเขียวแก่มีรอยย่นเหมือนบริเวณคอเต็มไปหมด แต่ไม่เพียงเท่านี้ ผิวของชายผู้นี้ยังเต็มไปด้วยบาดแผล สะเก็ดสีเขียวที่ยังตกไม่หมด และยิ่งไปกว่านั้นคือยังมีน้ำหนองสีเขียวไหลออกมาจากผิวหนังอีกด้วย

มือของเขาคล้ายกับแมลงที่ถูกสอดซ่อนไว้ในแขนเสื้อเชิ้ตสีขาว และในบริเวณส่วนหัวนั้น ยิ่งพูดได้เลยว่ามันคือหัวของแมลงชัดๆ

เพียงแต่มันอาจดูใหญ่กว่าหัวแมลงธรรมดา ปากทรงกลมที่มีลักษณะคล้ายกับกระบอกฉีดยา และดูเหมือนว่าจะไม่มีจมูก และลูกตาขนาดใหญ่สีดำสองดวงที่ไม่ได้อยู่ในเบ้าตา มันถูกห้อยอยู่อย่างนั้นทั้งขวาและซ้าย

ลั่วชิวมองไม่เห็นหูของเขา ส่วนเส้นผมก็เบาบางจนเกือบจะเรียกได้ว่าไม่มี

และแน่นอน ถึงแม้จะเป็นส่วนหัวแต่ก็ยังมีบาดแผลที่ยังไม่ตกสะเก็ดเต็มไปหมด

......

เมื่อลั่วชิวได้หันไปทางเขาอีกครั้ง ลูกค้าใหม่คนนี้ก็สวมใส่ทุกอย่างไว้ดั่งเดิมแล้วพูดว่า “ฉัน...ไม่ได้...ทำให้...คุณ...ตกใจ...ใช่ไหม?”

ลั่วชิวหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วตอบว่า “ก็ยังโอเคอยู่”

“อย่า...พูดโกหก...ฉันรู้...มันน่าเกียจมาก”

ลั่วชิวส่ายหัวแล้วพูดว่า “นี่ก็เป็นรูปร่างแบบหนึ่งของสิ่งมีชีวิต ผมคิดว่าที่คุณถูกสร้างมาในรูปแบบนี้ก็คงจะมีความหมายในตัวของมัน สายตาที่ใช้ตัดสินว่าสิ่งไหนงดงามหรือไม่ของมนุษย์นั้นแตกต่างกัน ถ้าอยู่ในสายพันธุ์เดียวกันกับคุณ อาจจะมองว่าคุณงดงามมากก็เป็นได้”

ชายผู้นี้พูดเบาๆ ว่า “เมื่อก่อน...ฉัน...ไม่ได้...ไม่ได้...น่าเกียจ...แบบนี้ เป็นเพราะ...พวกมนุษย์...ที่ทำให้...มลพิษ...ปนเปื้อนมา...กับอาหาร...เมื่อ...กินเข้าไป...จึงทำให้ฉัน...เป็น...แบบนี้”

กินอาหารที่ปนเปื้อนมลพิษเข้าไปจึงทำให้ร่างกายของเขามีบาดแผลเน่าเปื่อยอย่างนั้นหรือ? ลั่วชิวนิ่งแล้วได้คิดว่า ปีศาจดที่เหมือนวิวัฒนาการมาจากแมลงปีศาจแมลงตัวเป็นๆ ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

โดยปกติแล้วอาหารของพวกแมลงคืออะไรนะ? สิ่งแรกที่ลั่วชิวคิดได้ตอนนั้นคือของจำพวกพืชและใบไม้

แต่ไม่กี่ปีมานี้ก็เคยได้ยินเรื่องสาเหตุมลพิษที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลทำให้เกิดฝนกรดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายไม่น้อยกับพืชต่างๆ และที่มากไปกว่านั้นคือบางโรงงานระบายน้ำเสียที่ปนเปื้อนสารเคมีและโลหะ ทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ มากมาย

แค่คิดไม่ถึงว่า มลภาวะที่มนุษย์สร้างไว้กับธรรมชาติจะร้ายแรงจนถึงขั้นที่เหล่าปีศาจดำรงอยู่ไม่ได้

ลั่วชิวไหยิบตราหยกวางไว้บนกองหนังสือพิมพ์ที่ห่อมันมา แล้วยื่นไปอยู่ตรงหน้าของลูกค้าใหม่ “แผ่นตราหยกนี้คุณเก็บไว้ก่อนเถอะ กฎของเราคือเมื่อลูกค้าได้ในสิ่งที่ปรารถนาแล้วเราถึงจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ ช่วงเวลาก่อนที่จะถึงคืนวันพรุ่งนี้คุณยังพักอยู่ที่นี่ได้ และแน่นอน ถ้าหากคุณไม่ชอบที่จะอยู่ที่นี่คุณสามารถมาได้อีกทีในคืนวันพรุ่งนี้เลยก็ไม่เป็นไร”

ลูกค้าใหม่ถามว่า “ฉัน...อยู่ที่นี่ได้...อย่างนั้นเหรอ?”

“แน่นอน ห้องว่างที่นี่ยังมีอยู่หลายห้อง” ลั่วชิวพูดไปยิ้มไปว่า “แล้วถ้าไม่ขัดข้องอะไร ผมยังอยากจะมีปีศาจสักตนอยู่เป็นเพื่อนคุย...อืม คุยกันเรื่องปีศาจน่ะ”

ลูกค้าใหม่ได้พูดขึ้นนิ่งๆ ว่า “คุณ...ไม่รังเกียจ...เหรอ?”

ลั่วชิวส่ายหัวแล้วพูดว่า “อย่างที่ผมเคยพูด รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้บ่งบอกอะไรเลย ถ้าในสายตาของมนุษย์คุณอาจจะดูแย่มาก แต่สำหรับพวกสายพันธุ์เดียวกันกับคุณ คุณก็ดูปกติในสายตาของพวกเขา หรืออาจจะดูดีเลยก็ได้ ผมแค่อยากรู้ถึงสภาพของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างไปจากพวกเรา”

พอพูดถึงนี่ ลั่วชิวก็ตบปากตัวเองแล้วพูดว่า “ไม่รังเกียจหรอก เพราะผมสนใจคุณมากกว่า”

ปีศาจแมลงดูเหมือนกำลังลังเลและครุ่นคิด แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ตอบในสิ่งที่ลั่วชิวอยากได้ ปีศาจแมลงปฏิเสธความปรารถนาดีของเขา แล้วรีบออกไปจากที่นี่ทันที แจ้งไว้เพียงแค่เวลาและสถานที่ที่จะพบกันในคืนวันพรุ่งนี้เท่านั้น

หลังจากที่ปีศาจออกไป โยวเย่ก็เดินออกมาจากห้องทันที

แต่ในขณะที่เธอเดินออกมานั้น ในมือเธอก็ถือถาดที่มีปืนพกสีดำวางอยู่ด้วย ถ้าลั่วชิวมองไม่ผิดนี่เป็นปืนเล่มเดียวกับที่แย่งมาจากมือของจินจื่อฝู

ลั่วชิวมองไปทางโยวเย่ด้วยท่าทางตกใจ จากนั้นก็ยื่นมือไปจับปืนพกนี้มาไว้ในมือของตน

“ถ้าหากคืนวันพรุ่งนี้จะต้องคุ้มครองลูกค้า โยวเย่อาจจะไม่สามารถดูแลความปลอดภัยของนายท่านได้ แต่ก็อย่างที่เคยบอกไว้ ว่าไม่มีใครทำอะไรนายท่านได้อยู่แล้ว” โยวเย่พูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ “ความหมายของฉันก็คือ ถ้านายท่านรู้สึกเบื่อก็เอาปืนเล่มนี้ออกมาเล่นแก้เบื่อได้”

ลั่วชิวอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นจึงหัวเราะ แล้วพูดขึ้นว่า “ปีศาจนะ จะกลัวกระสุนเหรอ?”

โยวเย่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ความเป็นจริงแล้วพวกปีศาจนั้นกลัวอาวุธที่มนุษย์สร้างขึ้น อย่าลืมว่าพวกเขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีพลังบางอย่างที่เหนือกว่ามนุษย์ และแข็งแกร่งกว่า แต่เขาก็ยังมีเนื้อหนัง โดยส่วนมากพวกเขาจะต้านทานอาวุธร้ายแรงที่มนุษย์สร้างขึ้นไม่ได้ ในโลกนี้มีปีศาจอยู่หลากหลายสายพันธุ์ แต่ทำไมน้อยคนนักที่จะรู้ เพราะปีศาจเหล่านี้มักจะไม่ใช่ร่างจริงอาศัยอยู่ในสังคมนี้?”

ลั่วชิวมองปืนเล่มนี้แล้วพูดขึ้นทันทีว่า “ถ้าให้เทียบกันระหว่างความกลัวที่มนุษย์มีต่อปีศาจแล้ว ปีศาจน่ากลัวกว่ามนุษย์มาก”

“นายท่านใช้ปืนเป็นไหมคะ?” โยวเย่ยิ้มแล้วเริ่มเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา “ทักษะเล็กๆ น้อยๆ ฉันสอนคุณได้นะ”

ลั่วชิวส่ายหัว

และทันใดนั้นร่างกายของเขาก็หันไปทางกำแพง ในขณะที่ขาทั้งสองข้างกางออกขนานกับไหล่ ก็งอเข่า แล้วหันปลายเท้าทั้งสองข้างเข้าหากันเล็กน้อย และในขณะเดียวกัน แขนทั้งสองข้างของเขาก็เหยียดออก มือขวาถือปืนไว้ ส่วนฝ่ามือซ้ายก็กุมไปที่ปลายกระบอกปืน

จากนั้นก็ทำท่าเล็งไปยังผนัง

“ตอนที่พ่อยังอยู่ เขาเคยสอนผมใช้ปืนพก”

ลั่วชิวพูดด้วยความคิดถึง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น