หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 9 ปีศาจกับตราหยก

ชื่อตอน : บทที่ 9 ปีศาจกับตราหยก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2562 11:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 ปีศาจกับตราหยก
แบบอักษร

นี่ยังไม่ถึงสามวันที่ลั่วชิวได้เป็นเจ้าของสมาคมแห่งนี้ แต่พอใช้การหายตัวจากบ้านไปยังสมาคมอีกครั้ง เขากลับรู้สึกคุ้นเคยเหมือนอยู่บ้านตัวเอง นี่ทำให้ลั่วชิวแปลกใจมาก

โย่วเย่ม<sup>​</sup>ารอในที่ที่เขาปรากฏตัวอยู่นานแล้ว ในขณะเดียวกันมือทั้งสองข้างก็ถือชุดเอาไว้

อืม...สาวใช้หุ่นเชิดคนนี้ใส่ใจทุกรายละเอียดของเขาเหลือเกิน

เธอบอกว่าการเป็นเจ้าของสมาคมควรจะแต่งตัวให้สมฐานะ ถึงแม้ว่าโยวเย่จะบังคับให้ลั่วชิวใส่ชุดที่เธอเตรียมไว้ไม่ได้ แต่ลั่วชิวก็ควรจะแต่งกายให้เหมาะสมสักหน่อย

ถึงแม้ว่าลั่วชิวจะรู้สึกว่าการใส่ชุดธรรมดาไม่เป็นปัญหาอะไร แต่เมื่อเห็นโยวเย่เหมือนอยากให้เขาใส่ ลั่วชิวจึงยอมใส่แต่โดยดี

การแต่งกายโทนสีดำสามารถปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ ได้ดี อีกทั้งยังให้ความรู้สึกลึกลับ ลั่วชิวที่มีความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกเซ็นติเมตร หลังจากใส่ชุดกันลมมีปกกระดุมเดี่ยวสีดำ ข้างในมีเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีดำแขนยาว ใส่คู่กับสร้อยคอสีทองแล้ว ถึงค่อยเหมือนเจ้าของร้านสมาคมทราฟฟอร์ดขึ้นมาหน่อย

และแน่นอน ลั่วชิวผู้ที่ไม่ค่อยใส่ใจกับการจัดแต่งทรงผมสักเท่าไร ก็ยอมให้โยวเย่จัดการกับผมของตัวเองโดยหวีเรียบไปทางด้านหลัง

อืม...รู้สึกเหมือนแก่ไปอีกหลายปีเลย เพราะการแต่งกายเป็นตัวบ่งชี้ถึงลักษณะนิสัยและวัยของคนได้

ลั่วชิวมองตัวเองอยู่หน้ากระจกพร้อมกับจัดเสื้อของตนให้เรียบร้อย จากนั้นก็เตรียมตัวลงไปพบลูกค้าที่รออยู่ด้านล่าง พร้อมกับฟังโยวเย่พูดเกริ่นเกี่ยวกับลูกค้าคนนี้

เมื่อโยวเย่พูดว่า ลูกค้าคนนี้เป็นปีศาจที่เพิ่งจะมาอยู่ในร่างคนได้ไม่นาน ก็ทำเอาลั่วชิวเกือบจะก้าวพลาดตกบันได

อืม เขาเดินจับราวบันได และหลังจากที่เดินลงมาถึงด้านล่าง ถึงรู้สึกมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาหน่อย

ลั่วชิวจำได้ว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของสมาคมทราฟฟอร์ดจะไม่มีวันตาย ถ้าเป็นอย่างนี้ปีศาจนี่ก็ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน จากนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกสนใจปีศาจตัวนี้ขึ้นมา

ปีศาจ มันจะเหมือนที่เห็นในหนังไหมนะ แต่ดูโดยรวมแล้วเขายังดูลึกลับกว่าลั่วชิวผู้ซึ่งเป็นเจ้าของสมาคมเสียอีก

...

...

อย่างไรความจริงก็ยังเป็นความจริงอยู่วันยันค่ำ

เมื่อสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเริ่มเคลื่อนไหว ลั่วชิวก็ตั้งคำนิยามใหม่ของปีศาจขึ้นในใจ

ลูกค้าคนนี้หลังค่อม สวมใส่เสื้อโค้ทสีดำขาดๆ ทั้งยังใส่หมวกกันแดดปกคลุมใบหน้าทั้งสองข้างของตนเอาไว้ และยังมีแมสปิดปากที่อาจจะซื้อมาจากร้านยาข้างทาง นอกจากนี้เขายังใส่แว่นดำเพื่อบดบังไม่ให้เห็นดวงตาทั้งสองข้างของเขาอีกด้วย

แม้แต่มือทั้งสองข้างก็ยังสวมใส่ถุงมือสีขาวของคนงานก่อสร้างที่พวกเราคุ้นตา และยังมีผ้าพันคออีก...

พูดได้ว่าไม่มีเนื้อหนังมังสาเล็ดลอดออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย...แม้ว่าจะดูแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้แปลกเกินกว่าที่ลั่วชิวคาดเอาไว้

“สวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าของที่นี่ มีอะไรที่ผมช่วยได้ไหมครับ?”

และในหนังสือคู่มือของการเป็น ‘เจ้าของสมาคม’ ก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องมีมารยาทกับลูกค้า ลั่วชิวยิ้มเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูเงียบจนเกินไป

“ฉัน...เคยได้ยิน...เรื่องเล่าขาน...ที่นี่...อะไรก็...สามารถซื้อได้...คิดไม่ถึงว่า...มันมีอยู่จริง”

ชายผู้นี้พูดติดๆ ขัดๆ อีกทั้งน้ำเสียงยังเหมือนกับหลอดเสียงที่บาดเจ็บจากการถูกเผาไหม้อย่างนั้น

แต่ลั่วชิวก็ยังเข้าใจความหมายของสิ่งที่ลูกค้าท่านนี้พูด เขาน่าจะไปได้ยินเรื่องเล่านี้มาจากที่ไหนสักแห่งและเริ่มตามหาที่นี่ จากนั้นก็เจอที่นี่เข้าจริงๆ จึงรู้สึกว่ามันวิเศษประมาณนั้น

“ให้ผมเรียกคุณลูกค้าว่าอะไรดีครับ?” ลั่วชิวถามพร้อมกับรอยยิ้ม

ในขณะนั้นโยวเย่ก็ถือชาสองแก้วออกมา แต่ลูกค้าท่านนี้ไม่มีทีท่าว่าจะยื่นมือมารับ

ลั่วชิวยิ้มแล้วนึกเสียดาย คงจะไม่มีโอกาสเห็นหน้าตาของอีกฝ่ายเสียแล้ว

“ชื่อ...ไม่มี” ชายที่มีท่าทางแปลกๆ ผู้นี้ส่ายหัว “แล้วแต่...คุณ”

ลั่วชิวมองไปทางโยวเย่ แต่กลับพบว่าสาวใช้หุ่นเชิดกำลังกุมมือทั้งสองข้างและมองตรงไป เหมือนเธอกำลังรอคำสั่งจากลั่วชิวอยู่ มันไม่เหมือนกับตอนเจอจินจื่อฝูที่โยวเย่ยื่นมือเข้ามาโดยที่เขายังไม่ได้สั่งอะไร

ลั่วชิวคิดในใจว่า อาจเป็นเพราะเธอพูดสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าของควรจะทำไว้อย่างละเอียดแล้ว สาวใช้หุ่นเชิดจึงไม่อยากทำเกินหน้าที่ของตนจนออกนอกหน้า

“พวกเรามาคุยเรื่องความปรารถนาของลูกค้ากันเถอะ” ลั่วชิวลากเก้าอี้หน้าอีกฝ่ายออกมานั่ง เพราะว่าเป็นเจ้าของคนใหม่ ทำให้ยังไม่เข้าใจอีกหลายอย่าง ดังนั้นจึงถามตรงๆ ว่า “คุณต้องการอะไร หากสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมได้ ไม่ว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

“พรุ่งนี้...กลางคืน...เป็นเวลา...สำคัญ...ของฉัน ศัตรู...คนหนึ่ง...ปกป้อง...ฉัน...คืนเดียว...ก็พอ”

ก็ยังเป็นคำตอบที่พูดออกมาแบบติดๆ ขัดๆ

ฉายาของสมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดคือ ซื้อได้ทุกอย่างตามใจปรารถนา ถ้าอย่างนั้นการรปกป้องก็รวมอยู่ในนั้นด้วยน่ะสิ

ลั่วชิวคิดแล้วจึงพูดว่า “คุณลูกค้าอยู่ที่นี่ได้จนกว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้น เรามีห้องว่างสำหรับคุณ”

“ไม่ได้...จะต้อง...ข้างนอก”

ลั่วชิวขมวดคิ้ว “คุณลูกค้าหมายความว่าตอนนี้กำลังมีศัตรูไล่ฆ่าคุณอยู่ และคุณอยากให้ผมปกป้องคุณเพียงแค่คืนวันพรุ่งนี้คืนเดียวอย่างนั้นถูกไหม?”

“ใช่แล้ว”

“ช่วยพูดรายละเอียดเกี่ยวกับศัตรูของคุณให้ผมฟังหน่อย” ลั่วชิวพูดนิ่งๆ “ถ้าคุณรู้จักที่นี่ อย่างนั้นคุณก็ควรจะรู้กฎของที่นี่”

“ตั๊กแตน...หนึ่งร้อย...ยี่สิบปี...ฉัน...เอาชนะมัน...ไม่ได้”

ลั่วชิวมองไปทางโยวเย่อีกครั้ง ครั้งนี้โยวเย่เดินเข้ามาหาเขา แล้วพูดข้างหูเขาว่า “ปีศาจอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปี ที่อยู่ทางทิศตะวันออกยังเด็กและอ่อนแอ พลังยังไม่แข็งกล้านัก ถ้าจะให้เอาชนะหรือฆ่าก็ไม่ใช่ปัญหา”

หมายความว่า...โยวเย่จัดการปีศาจตั๊กแตนอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปีตัวนั้นได้อย่างนั้นเหรอ?

โดยปกติแล้วก็จะต้องเคารพกฎของการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม สิ่งที่ปรารถนามีราคาสูงมากแค่ไหน สิ่งที่จะต้องนำมาแลกเปลี่ยนก็จะต้องมีราคาสูงตามไปด้วย

เคยได้ยินมาว่าในโลกนี้ยังมีพวกปีศาจหลงเหลืออยู่ แต่ลั่วชิวที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับปีศาจเลย ก็ไม่รู้ว่าจะเค้นถามเรื่องราวที่เขาอยากรู้ออกมาจากปากลูกค้าคนนี้ได้อย่างไร...หรือเก็บไว้ไปถามโยวเย่ภายหลังน่าจะเป็นการดีกว่า

จะว่าไปแล้ว ถ้าลูกค้าคนใหม่นี้ยังจัดการพวกปีศาจที่โยวเย่บอกว่าเด็กและอ่อนแอไม่ได้ ในฐานะที่เป็นปีศาจแล้ว เขาคงเป็น ‘ผู้ที่น่าสงสารที่สุด’ ในหมู่ปีศาจน่ะสิ?

“ค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนล่ะ?” ลั่วชิวถาม และในขณะเดียวกันก็พูดไปพรำๆ ว่า “คุณรู้ว่าผู้ที่เราจะจัดการให้คุณนั้นเป็นผู้ที่คุณจัดการไม่ได้ สิ่งที่คุณปรารถนาคือการปกป้องคุ้มครอง นั่นก็หมายความว่าถ้าคุณสูญเสียการปกป้องคุ้มครองในครั้งนี้ไป คุณก็อาจสูญเสียชีวิตของคุณไปด้วย ดังนั้นการปกป้องคุณในครั้งนี้ก็เท่ากับว่าซื้อชีวิตของคุณเอาไว้นะ”

“นี่...อันนี้”

ลั่วชิวเห็นชายผู้นี้หยิบเอาของออกมาจากโค้ทสีดำที่เขาสวมใส่อย่างระมัดระวัง เป็นของที่ถูกห่อเป็นรูปทรงกลมด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์

หลังจากที่เปิดออก ก็เห็นของข้างในเป็นตราหยกสีขาวขนาดยาวหนึ่งนิ้ว กว้างสามนิ้ว และหนาสามนิ้ว

ชายผู้นี้ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับตราหยกอันนี้มาก เขาวางมันลงบนโต๊ะแล้วค่อยๆ เลื่อนมันไปอยู่ตรงหน้าของลั่วชิว

และลั่วชิวก็ได้ยื่นมือออกไปแตะที่ด้านบนของตราหยกแผ่นนี้

...

หลังจากการแลกเปลี่ยนครั้งแรกเสร็จสิ้น ลั่วชิวไม่เพียงแต่ได้รับเวลาของชีวิตเพิ่มขึ้น แต่เขายังได้รับพลังประเมินค่าของสิ่งที่จะนำมาทำการแลกเปลี่ยนอีกด้วย

เป็นหยกที่มีพลังบางอย่างที่เขาไม่รู้จัก

[จะต้องใช้เวลาชีวิตยี่สิบวันในการจ่ายค่าประเมิน]

[จะได้อายุขัยเพิ่มขึ้นอีกเจ็บสิบวันเมื่อใช้ตราหยกนี้ถวายเป็นเครื่องบูชา]

อืม...ก็ตามนี้ พลังที่ว่านั้นก็ยังไม่แข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังพอประเมินออกมาได้

ตราหยกเล็กๆ อันนี้ มันมีค่ามากกว่าอายุขัยสามสิบสามปีของจินจื่อฝูถึงสองเท่า...


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น