หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 7 ยินดีต้อนรับสู่สมาคมทราฟฟอร์ด

ชื่อตอน : บทที่ 7 ยินดีต้อนรับสู่สมาคมทราฟฟอร์ด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2562 16:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ยินดีต้อนรับสู่สมาคมทราฟฟอร์ด
แบบอักษร

เฉาจื่อเชียนตกใจกับสิ่งเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นตรงหน้า

พอเขาเจอสถานการณ์แบบนี้ก็ทำให้นึกถึงลูกที่อยู่ในบ้าน เขาไม่อยากมีจุดจบเหมือนอย่างจินจื่อฝู แล้วเขาควรจะทำอย่างไรดีล่ะ?

“อย่ากังวลไปเลย” ลั่วชิวพูดเสียงเบาๆ ว่า “นี่เป็นเรื่องระหว่างผมกับพ่อตาของคุณ ไม่เกี่ยวกับคุณเลย”

เฉาจื่อเชียนเริ่มตั้งสติได้ แล้วมองไปยังจินจื่อฝูที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เขาไม่รู้ว่าเรื่องการแลกเปลี่ยนที่ทั้งสองคนพูดถึงนั่นมันคืออะไรกันแน่ เขารู้เพียงแค่ว่าเขาพบเจอกับเรื่องที่เหลือเชื่อ

“พ่อผม...จินจื่อฝูเขา...ตาย...ตายแล้วเหรอ?” เฉาจื่อเชียนถามด้วยความกระวนกระวายใจ

โย่วเย่จึงตอบแทนลั่วชิวว่า “เขาไม่ได้ตาย คุณจินก็แค่หลับอยู่เท่านั้น”

“หลับอยู่...”

โยวเย่พยักหน้า ก่อนคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วพูดว่า “ใช่แล้วค่ะ เขาหลับอยู่ เพียงแต่การหลับครั้งนี้ของเขาจะใช้เวลา 33 ปี 1 เดือน กับอีก 15 วัน และหลังจากที่เขาตื่นมา เขาก็จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ของชีวิตได้อย่างปกติ”

“ทำไมถึง...”

เฉาจื่อเชียนไม่อยากเชื่อคำพูดพวกนี้เลย แต่เหตุการณ์เหลือเชื่อที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้เขาต้องเชื่อว่าสิ่งที่โยวเย่บอกกับเขานั้นเป็นความจริง

หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่ง เฉาจื่อเชียนก็มองไปทางลั่วชิวแล้วพูดว่า “ผมไม่รู้จักคุณ...แต่ทำไมคุณถึงช่วยผมล่ะ?”

ถ้าจินจื่อฝูสลบไปสามสิบสามปี แล้วซองเอกสารที่โยนไว้ข้างตัวเขาล่ะ เขาก็คงเปิดมันไม่ได้ และถึงแม้ว่าจินจื่อฝูจะเป็นผู้ที่เอาเอกสารเหล่านี้ไปได้ แต่ตอนนี้เฉาจื่อเชียนก็สามารถเอามันกลับมาได้อย่างง่ายดาย

ตอนนั้นลั่วชิวไม่เพียงแต่ช่วยดึงสติเขาไม่ให้ใช้อารมณ์ชั่ววูบฆ่าจินจื่อฝูให้ตายคามือ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องจินจื่อฝูด้วย ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง เฉาจื่อเชียนเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้

ลั่วชิวมองไปทางจินจื่อฝูที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นแล้วพูดว่า “เมื่อตอนบ่ายผมไปยังที่อยู่ของนักพัฒนาอสังหาฯ ที่คุณวางแผนจะร่วมมือด้วยมารอบหนึ่ง ถึงแม้มีแผนจะสร้างพื้นที่นี้ให้เป็นย่านคอนโดหรู แต่ก็วางแผนสร้างบ้านสไตล์ยุโรปขึ้นอีกสองหลัง เพื่อเป็นที่อยู่ของคนงานที่ได้ทำงานให้โรงงานมาเป็นเวลานานอีกด้วย”

ลั่วชิวยิ้มแล้วพูดว่า “อีกหน่อยก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับลูกได้แล้ว เงินที่ได้จากการขายที่ดินและโรงงานนั้นเพียงพอต่อการใช้หนี้ให้กับธนาคารแล้วล่ะ”

เฉาจื่อเชียนรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก

เขามองไปทางเด็กหนุ่มลึกลับคนนี้ จากนั้นก็พูดด้วยความตื้นตันว่า “ขอบคุณนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ”

ลั่วชิวเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเฉาจื่อเชียน แล้วชูการ์ดดำนั้นขึ้น

ในขณะนั้นสัญลักษณ์ที่ถูกสลักไว้บนการ์ดสีดำที่หายไปแล้วก็ปรากฎขึ้นมาอีกครั้งต่อสายตาของเฉาจื่อเชียน ลั่วชิวยัดการ์ดใบนี้ลงไปใส่ในกระเป๋าเสื้อสูทของเฉาจื่อเชียน

แล้วพูดเบาๆ ว่า

“เมื่อคุณมีความปรารถนาในสิ่งใด คุณจะหาเราเจอผ่านการ์ดใบนี้” ลั่วชิวพูดเสียงเบาอีกครั้งว่า “มีการ์ดนี้อยู่ในมือนั่นก็แสดงว่าคุณเป็นสมาชิกของสมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดแล้ว”

“ไม่ว่าคุณจะปรารถนาในสิ่งใด เราก็จะจัดหามาให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นความใฝ่ฝัน ความร่ำรวย สติปัญญา คนรัก สุขภาพ...หรือแม้กระทั่งอายุขัย ขอเพียงแค่คุณจ่ายค่าธรรมเนียมที่มีค่าเท่าเทียมกันมาให้ สุดท้ายผมอยากขอพูดอีกนิดนึง ค่าธรรมเนียมของเราจะไม่อยู่ในรูปแบบของสกุลเงินใดๆ”

“ถ้าอย่างนั้น...เราจะรอการมาเยือนของคุณ”

ขณะที่พูดไป ลั่วชิวก็ค่อยๆ ถอยห่างจากเขาทีละก้าว แล้วหายตัวไปต่อหน้าเฉาจื่อเชียน รวมทั้งโยวเย่เองก็ค่อยๆ เลือนหายไป

“เดี๋ยวก่อน! คุณชื่ออะไร?” เฉาจื่อเชียนต้องการจะรั้งเอาไว้ “ทำไมคุณถึงรู้ว่าผมจะต้องอยู่ฉลองวันเกิดกับลูก”

แต่ในขณะที่เขาตะโกนถาม ลั่วชิวและโยวเย่ก็หายไปในอากาศแล้ว

เฉาจื่อเชียนรู้สึกอ่อนแรงทันที เขาทรุดตัวลงอย่างคนไร้เรี่ยวแรง และรู้สึกว่าหลังของตัวเองนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อจากอาการตกใจกลัว

ในเวลานั้นเอง ภาพตรงหน้าเฉาจื่อเชียนก็เปลี่ยนไป ลั่วชิวปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง

นี่ทำเอาเขาตกใจมาก

แต่ลั่วชิวที่เขาเห็นกลับไม่พูดอะไรเลย เพียงแค่หันปฏิทินที่วางอยู่บนโต๊ะห้องทำงานกลับมา จากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วหายตัวไปอีกครั้ง

ครั้งนี้ไปแล้วจริงๆ

เฉาจื่อเชียนเหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนจ้องมองไปยังปฏิทินตั้งโต๊ะ มีวันหนึ่งในปฏิทินถูกวงไว้ด้วยปากกาสีแดงวงใหญ่พร้อมเขียนคำว่า ‘ของขวัญ’ ไว้ในนั้นด้วย

เขาได้เพียงแต่ร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด

...

...

ตามที่โยวเย่เคยบอกวิธีเอาไว้ ลั่วชิวก็เดินไปหน้าแท่นบูชาในห้องใต้ดินชั้นสาม

เขากางมือทั้งสองข้างออกตรงหน้าแท่นบูชา จากนั้นก็มีดวงไฟปรากฏขึ้นบนฝ่ามือทั้งสองข้างของเขา แล้วดวงไฟนี้ก็ค่อยๆ ลอยเข้าไปในแท่นบูชา

มันไม่มีอะไรพิเศษมาก ราวกับว่ามันแยกจากกันไปเอง แล้วดวงไฟก็ค่อยๆ หายไปต่อหน้าต่อตาลั่วชิว

และในเวลานั้น เขาก็ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นในหัวของตัวเอง

“การสักการบูชาเสร็จสมบูรณ์ เวลาชีวิตเพิ่มอีกสามสิบวัน”

หรือมันอาจจะไม่ใช่เสียง แต่เป็นข้อความที่ไหลผ่านเข้ามาในหัวของตน

ส่วนนาฬิกาทรายเรือนนั้นที่เขาตั้งใจพกมาด้วย ดูเหมือนว่าทรายที่อยู่ด้านบนจะเพิ่มขึ้นมา และการไหลลงของทรายก็ดูจะช้าลงด้วย

เขาจะไม่ป่วยตาย ไม่ถูกฆ่าตาย และแน่นอนว่าเขาจะไม่แก่ตาย

ถ้ามีอะไรที่จะทำลายเขาได้ นั่นคงจะเป็นทรายที่อยู่ด้านบนของนาฬิกาทรายไหลลงมาด้านล่างจนหมดนั่นเอง

พอรอไปสักพัก ลั่วชิวก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ของแท่นบูชา เขาจึงส่ายหัวแล้วพูดว่า “ใช้อายุขัยสามสิบสามปีของจินจื่อฝูมาแลกกับอายุขัยสามสิบวันของฉัน...บ้าจริง”

“เพราะสิ่งที่คุณได้มาคือชีวิตของจินจื่อฝู แต่ไม่ใช่อายุขัยที่ควรจะได้มาในตอนแรก ประสิทธิภาพของมันจึงไม่ได้สูงนัก” โยวเย่พูดอยู่ด้านข้างเขา “นอกจากนี้ นายท่านคนก่อนๆ ของสมาคมจะไม่นำค่าธรรมเนียมทั้งหมดของการแลกเปลี่ยนทำการสักการบูชา แต่จะเก็บบางส่วนไว้กับตัว”

“...”

...

“เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น”

ลั่วชิวหายใจเข้าลึกๆ เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะต่อว่าสาวใช้หุ่นเชิดตนนี้เลยที่เตือนตัวเองช้าไป แต่กลับถามขึ้นทันทีว่า “ไม่แปลกเลยที่ข้างในนี้มีแต่ของแปลกอยู่เต็มไปหมด คงไม่ใช่ว่าเป็นของที่นายท่านคนเก่าได้จากการหักค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนหรอกนะ?”

โยวเย่พยักหน้า

ลั่วชิวไม่อยากจะยืนอยู่หน้าแท่นบูชาที่ดูวังเวงนี้ต่อ เขาจึงพาโยวเย่ออกไปที่ห้องโถง จากนั้นก็บิดขี้เกียจพร้อมกับพูดว่า “โยวเย่ เธอทำลูกชิ้นซอสน้ำแดงเป็นไหม? เหมือนว่าฉันจะไม่ได้กินอะไรมาครึ่งค่อนวันแล้ว ตอนนี้หิวจะตายแล้ว”

โยวเย่พยักหน้าแล้วพูดว่า “เมื่อก่อนเคยหัดทำอาหารของประเทศนี้อยู่ พอจะจำวิธีทำได้ โยวเย่จะรีบไปเตรียมอาหารมาให้นายท่านเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

“ทำคนเดียวอาจจะช้า ให้ฉันช่วยทำด้วยดีกว่า” ลั่วชิวพูดไปยิ้มไป “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”

โยวเย่พยักหน้า แล้วดวงตาสีฟ้าดุจไพลินของเธอก็เปล่งแสงวิบวับขึ้นทันที

...

...

ในยามค่ำคืน

ถนนย่านการค้าที่วุ่นวายก็ค่อยๆ เงียบสงบลง

จะมีก็เพียงแต่คนเร่ร่อน หรือคนเมาที่ออกมาซื้อเหล้าแล้วหาทางกลับบ้านไม่เจอ บ้างก็นอนลงบนพื้น บ้างก็เดินโซเซ

แต่พวกเขากลับไม่ได้สังเกตเห็นว่า บนถนนอันมืดมิดแห่งนี้ ยังมีโคมไฟสไตล์ยุโรปอันเก่าแก่ทอแสงออกมาเหนือความมืดยามค่ำคืน และยังมีป้ายที่เขียนคำว่า OPEN แขวนไว้อยู่ที่หน้าประตูไม้เก่าๆ

ตามตำนานบอกว่า มันจะมาปรากฏต่อหน้าผู้ที่มีความปรารถนาเท่านั้น

เมื่อไรที่คุณเห็นโคมไฟสไตล์ยุโรปทอแสงสว่างอยู่ตรงหน้า คุณ...มีความปรารถนาอะไรกัน?

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น