หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 6 การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์

ชื่อตอน : บทที่ 6 การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 216

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์
แบบอักษร

นี่ก็เวลาประมาณสามสี่ทุ่มแล้ว

เฉาจื่อเชียนยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงาน และกินข้าวกล่องเป็นอาหารค่ำในห้องทำงาน

เขาจ้างพี่เลี้ยงไว้คนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่ใช้ได้เลยทีเดียว ดังนั้นในเวลานี้เขาจึงวางใจฝากลูกของเขาให้พี่เลี้ยงคนนี้ช่วยดูแล

ไฟข้างนอกห้องทำงานยังสว่างอยู่ เฉาจื่อเชียนที่เพิ่งจะจัดการงานของตนเสร็จก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เลขาที่รอคำสั่งจากเขาอยู่ยังไม่ได้เลิกงานเช่นกัน

เป็นเด็กหนุ่มที่ขยันขันแข็ง

เฉาจื่อเชียนนวดหัวคิ้วของตน พร้อมกับกำลังจะออกไปบอกให้เลขากลับบ้าน แต่แล้วประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดออก

มีคนเดินเข้ามาสองคน คนหนึ่งคือเลขาที่มาด้วยท่าทางตื่นตระหนก และอีกคนคือคนที่เฉาจื่อเชียนคุ้นเคยเป็นอย่างดี...นั่นก็คือ จินจื่อฝู

เวลานั้นเลขาพูดด้วยความกลัวว่า “ผู้จัดการครับ...ท่านประธานเขา...ผม...”

“ช่างเถอะ นายออกไปก่อน...แล้วก็กลับบ้านได้เลยนะ” เฉาจื่อเชียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เลขารู้สึกราวกับถูกรางวัลใหญ่ จึงรีบเดินออกไปจากห้องนั้น ก่อนเก็บข้าวเก็บของ แล้วเดินออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว เมื่อเสียงฝีเท้าของเลขาไกลพอสมควรแล้ว เฉาจื่อเชียนจึงกล่าวขึ้นว่า “พ่อครับ ทำไมพ่อไม่พักผ่อนอยู่ที่บ้าน? พ่ออายุมากแล้ว ควรจะพักผ่อนให้มาก เรื่องโรงงานพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

จินจื่อฝูถอนหายใจแล้วพูดว่า “แกคงไม่อยากให้ฉันมาที่นี่สินะ ถ้าให้ดีก็ไม่ต้องมาอีกตลอดกาลเลย...ตำแหน่งประธานของฉันก็แค่ในนาม แต่ตอนนี้โรงงานเป็นของแกแล้วนี่ แล้วจะยืนพูดอยู่ทำไม ไม่ปวดเอวเหรอ?”

เฉาจื่อเชียนขมวดคิ้วพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้แล้วพูดว่า “พ่อ...เรื่องบางเรื่องไม่ต้องพูดออกมาทั้งหมดหรอก ผมเก็บเงินพอเลี้ยงดูพ่อหลังวัยเกษียณแล้ว เรายังมีบ้านอยู่ทางเหนืออีกหลังหนึ่งไม่ใช่เหรอครับ? หรือพ่อจะไปอยู่ทางโน้นก็ได้ เรื่องทางนี้พ่อไม่ต้องเป็นห่วง”

“พวกเรา?” จินจื่อฝูยิ้มฝืนแล้วพูดว่า “ถุย! พวกเราอะไรล่ะ? แกไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันว่าพ่อ! ฉันไม่ใช่พ่อของแก! ฉันจะบอกอะไรให้นะ ตั้งแต่แกแย่งโรงงานของฉันไป เราก็ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันอีกต่อไปแล้ว! เสียแรงที่ฉันดีกับแกมาโดยตลอดตั้งแต่แกยังเป็นแค่ผู้จัดการต๊อกต๋อย แถมยังยกลูกสาวให้กับแกอีก! แต่แกตอบแทนฉันยังไง? แกคิดจะแย่งโรงงานแห่งนี้ไปจากฉัน!? แกคงจะคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงงานแล้วสินะ ถึงได้ไม่เห็นหัวของฉันเลย?”

เฉาจื่อเชียนหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ในเมื่อพ่อรู้อย่างนี้แล้ว...ก็อย่าได้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ รปภ.ยังอยู่ข้างนอก ผมไม่อยากทำให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้”

จินจื่อฝูยิ้มแห้งพลางล้วงเอกสารออกมา “แกยังไม่กล้าประกาศเรื่องพวกนี้ให้ใครรู้สินะ? แต่ตอนนี้มันอยู่ในมือของฉันแล้ว! ฉันยังคงเป็นเจ้าของที่นี่อย่างสมบูรณ์! ถ้ามีปัญญาแกก็เรียก รปภ.ขึ้นมา ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะฟังแก หรือฟังฉัน นี่เป็นแค่บางส่วนเท่านั้น แกรอดูไว้เถอะ!”

จินจื่อฝูพูดไปก็โยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานของเฉาจื่อเชียน

เฉาจื่อเชียนเหลือบไปเห็น ดูเหมือนว่าจะเป็นสำเนา...แต่เขาก็รู้ว่าสำเนาพวกนี้ไม่น่าจะมาอยู่ในมือของจินจื่อฝูได้

“เป็นไปไม่ได้...เอกสารพวกนี้ผมเก็บมันไว้ในตู้เซฟของธนาคารแล้วนี่!” เฉาจื่อเชียนพูดด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ

“ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้” จากนั้นจินจื่อฝูก็กล่าวด้วยน้ำเสียงสะใจว่า “แกเป็นคนฉลาด เพราะฉะนั้นรีบไสหัวไปให้พ้น อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก! ฉันจะเห็นแก่ความเสียสละของแกที่มีต่อโรงงานแห่งนี้มานาน ครั้งนี้จึงจะปล่อยแกไป!”

“ตาแก่นี่...คุณเป็นคนบังคับผมเองนะ!”

เฉาจื่อเชียนเงยหน้าขึ้นทันที สายตาของเขาราวกับสัตว์เดรัจฉาน รีบพุ่งตัวมาทางจินจื่อฝู แล้วใช้แรงผลัก ทำให้จินจื่อฝูล้มนอนลงกับพื้น

เฉาจื่อเชียนที่นิ่งเงียบได้ทับตัวของจินจื่อฝูเอาไว้ แล้วใช้มือทั้งสองข้างบีบคอของเขาไว้แน่นพลางพูดว่า “ปล่อยไปอย่างนั้นเหรอ? ฉันจะมีที่ไหนให้ไปได้อีกล่ะ! โอเค คุณก็รู้ว่าผมเสียสละให้กับโรงงานแห่งนี้มาโดยตลอด แล้วทำไมยังทำกับผมแบบนี้! คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอ? เงินพวกนั้นที่คุณกู้มาจากธนาคารก็ใช้ชื่อผมกู้ยืมทั้งนั้น! คุณไม่มีปัญญาใช้หนี้พวกนั้นได้แน่นอน! นอกจากนั้น คุณยังติดพนัน สมบัติในบ้านทั้งหมดคุณก็เอาไปเล่นพนันจนล้มละลาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ถ้าไม่ได้ผมคอยค้ำจุนเอาไว้ โรงงานคงจะอยู่ได้ไม่ถึงทุกวันนี้หรอก! ผมจะไม่ยอมให้คุณเอาทุกสิ่งทุกอย่างของผมไปแบบนี้แน่นอน!”

“แก...แก...” ในขณะที่จินจื่อฝูดิ้นรนด้วยความทรมานนั้น มือของเขาก็ล้วงเข้าไปจับในเสื้อของตน

เขาหายใจลำบากมาก ดีไม่ดีเขาอาจจะตายในนาทีต่อไป เขาทำอะไรได้ไม่มากแล้ว...คิดไม่ถึงว่าอยู่ๆ เฉาจื่อเชียนจะขาดสติเช่นนี้ จินจื่อฝูรู้สึกเจ็บใจมากที่ตนมาที่นี่คนเดียว


เจอแล้ว ปืนพก!


เขาค่อยๆ หายจากอาการสั่นกลัว! ดีที่เฉาจื่อเชียนไม่ได้สังเกตเห็นว่าเขามีปืน เขาพยายามเล็งปืนไปที่เอวของเฉาจื่อเชียน เพียงแค่เขาลั่นไกปืน เขาก็จะกลายเป็นผู้รอดชีวิตทันที

แต่เวลานั้น ในมือของเขากลับว่างเปล่า ปืนพกหายไปอย่างไร้ร่องรอย

“คุณเฉา หากคุณบีบคอเขาให้ตายไปทั้งแบบนี้ ทีนี้คุณจะไม่เหลืออะไรเลยนะ หรือว่าคุณไม่อยากอยู่ฉลองวันเกิดกับลูกของคุณแล้ว?”

เสียงนี้ดังขึ้นช้าๆ ในห้องทำงานของเขา

เฉาจื่อเชียนตกตะลึงไปชั่วขณะ ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นก็ไม่ปาน จากนั้นมือที่สั่นเทาทั้งสองข้างก็ปลดออกจากคอของจินจื่อฝู เขาพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นด้วยความตกใจกลัว และมองไปยังที่มาของเสียงนั้น

“เป็นพวกคุณนี่เอง!”

คนที่ร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ได้มีแค่เฉาจื่อเชียน ยังมีจินจื่อฝูอีกคนที่กำลังไออยู่ นอกจากนี้ สีหน้าของจินจื่อฝูเองก็เหมือนเจอผีเข้าไปทุกที ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ที่เขาตกใจกลัวเพราะคนที่เขาเห็นคือลั่วชิวกับโยวเย่...แต่เขาจำได้แม่นยำว่าลั่วชิวกับโยวเย่ถูกเขาฆ่าไปแล้ว

ปืน! ปืนกระบอกนั้น ที่แท้ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นคนแย่งไป!

พอเขามองไปในมือของโยวเย่ที่ถือปืน .45 เอาไว้ จินจื่อฝูก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวและทำตัวไม่ถูก

“เป็นไปไม่ได้! พวกคุณสองคน...เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้แน่นอน!” จินจื่อฝูสั่นไปทั้งตัว แล้วร่างกายที่ยังอยู่บนพื้นก็ถอยหลังไปไม่หยุด

ลั่วชิวพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “คุณจิน คุณลืมการแลกเปลี่ยนระหว่างเราไปแล้วหรือว่ามันยังไม่เสร็จสมบูรณ์? คุณเคยบอกว่าคุณรู้จักสมาคมพวกเราจากปากของปู่คุณ...ใช่ไหม? หรือว่าปู่ของคุณไม่เคยบอกกฎของสมาคมแห่งนี้กับคุณเลยอย่างนั้นเหรอ? ในเมื่อคุณไม่รักษาสัญญา ดังนั้นต้องขอโทษด้วย พวกเรามาเอาสินค้าที่คุณต้องการคืน”

จินจื่อฝูที่กลัวจนขึ้นสมองก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนว่า “ไม่มีทาง! ทำไมฉันจะต้องเก็บเอกสารพวกนั้นไว้ด้วย! ฉันทำลายมันทิ้งไปตั้งแต่วันที่ได้มันมาแล้ว!”

ลั่วชิวจัดเก็บเอกสารทีละใบที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะของเฉาจื่อเชียนรวบไว้อย่างเรียบร้อย จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า “คุณหมายถึงกระดาษขาวพวกนี้ใช่ไหม? ไม่เป็นไร คุณจินอยากทำลายมันทิ้งแค่ไหนก็ได้”

ก่อนหน้านี้เอกสารพวกนั้นเขียนรายละเอียดต่างๆ ไว้เต็มไปหมด พร้อมทั้งลายเซ็น แต่แล้วทำไมตอนนี้มันกลับกลายเป็นแค่กระดาษขาวเปล่าๆ ล่ะ

นี่ยิ่งทำให้จินจื่อฝูกลัวเข้าไปใหญ่ กลัวจนรู้สึกเหมือนคนเสียสติ ในเวลานี้สีหน้าของเฉาจื่อเชียนเองก็เต็มไปด้วยความตกใจกลัวเช่นเดียวกัน

จะว่าไปแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้กับหญิงสาวข้างกายของเขาเข้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน...และยังเอกสารพวกนี้ที่เขาเคยเห็นอีก ทำไมอยู่ๆ ถึงกลายเป็นกระดาษเปล่าไปได้

“คุณ...พวกคุณหลอกผม!” จินจื่อฝูที่เหมือนคิดอะไรบางอย่างออกก็พูดว่า “พวกคุณหลอกผมตั้งแต่แรก พวกคุณไม่รักษาสัญญา!”

ลั่วชิวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ผมคิดว่า คนที่ไม่รักษาสัญญาตั้งแต่แรกน่าจะเป็นคุณจินมากกว่ามั้งครับ? ตั้งแต่ที่คุณเดินเข้ามาในสมาคม คุณก็สร้างเรื่องโกหกไปเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เมื่อมองไปทางจินจื่อฝูที่มีท่าทางสงบลง ลั่วชิวก็พูดช้าๆ ว่า “ไม่ว่าจะพูดให้คนอื่นคล้อยตามแค่ไหน คำพูดจะดูหนักแน่นสักเพียงใด แต่สายตาของคุณโกหกใครไม่ได้หรอก ตอนนั้นคุณบอกผมว่า เฉาจื่อเชียนแย่งโรงงานของคุณไป ในตอนที่คุณบอกว่าจะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนงานของคุณ ผมก็เชื่อคุณไปแล้วไปนิดหน่อย...แต่น่าเสียดายที่ผมหาความจริงใจจากสายตาของคุณไม่เจอเลย นอกจากนี้เวลาที่คนกำลังพูดโกหกอยู่ มักจะแสดงท่าทางบางอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว”

“เพราะแบบนี้ คุณเลยเริ่มสงสัยผมอย่างนั้นเหรอ?” จินจื่อฝูถามด้วยท่าทีคาดไม่ถึง

ลั่วชิวพูดนิ่งๆ ว่า “ตอนแรกผมแค่สงสัยเท่านั้น จนกระทั่งผมได้มาที่นี่รอบหนึ่ง คุณก็รู้ว่าพวกเราต้องประเมินราคาของโรงงานแห่งนี้...อืม พวกนี้มันไม่สำคัญแล้วล่ะ”

ลั่วชิวหันไปทางเฉาจื่อเชียนแล้วพูดว่า “สิ่งที่สำคัญคือ ผมเห็นผู้จัดการโรงงานคนนี้ของพวกคุณ”

ในขณะที่ลั่วชิวกำลังพูดเขาก็เดินไปยังโต๊ะทำงานของเฉาจื่อเชียนอีกครั้ง “สิ่งแรกที่ผมเห็นคือกรอบรูปอันนั้น คุณจินเคยบอกว่าลูกสาวเพิ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อไม่กี่ปีก่อน นี่มันผ่านมากี่ปีแล้ว ตรงนี้กลับยังตั้งรูปของเธอเอาไว้เป็นอย่างดีอยู่เลย”

ลั่วชิวหันมามองกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน

ในรูปมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอุ้มเด็กทารกแรกเกิดอยู่ด้วยรอยยิ้มมีความสุข

จากนั้นลั่วชิวก็พูดว่า “แน่นอนว่า นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์ในความรักแค่ไหน และนี่ก็ทำให้ผมรู้สึกดีต่อผู้ชายคนนี้ สิ่งที่ผมสนใจมากกว่าคือคำว่า ‘เดรัจฉาน’ ที่ออกมาจากปากของคุณจินนั้น ที่แท้แล้วคนนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่”


จินจื่อฝูเงียบไป


ลั่วชิวจึงพูดต่อว่า “บนโต๊ะของเขาเต็มไปด้วยเอกสารต่างๆ ที่ผมมาหาเขาเมื่อตอนบ่าย เขาก็กำลังตั้งใจทำงานอยู่ นอกจากนี้ คุณเห็นโซฟานั่นไหม? ที่มีหมอนและผ้าห่มพับไว้อยู่ นั่นหมายความว่าเฉาจื่อเชียนมักจะค้างคืนที่ทำงาน อืม... เลขาของเขาเป็นผู้ชาย...อย่าได้คิดไปไกล”

ลั่วชิวมองดูแล้วเหมือนจะไม่มีใครสนใจมุกตลกของเขา ถ้างั้นก็ทำเหมือนไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้วกัน “ผมคิดว่า...นอกจากเขาจะทำงานจนดึกดื่นหรือไม่ก็ลืมดูเวลาไป จนสุดท้ายต้องค้างคืนอยู่ที่นี่แล้ว...ก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาอธิบายได้มากไปกว่านี้แล้วล่ะ”

ลั่วชิวมองไปทางจินจื่อฝูด้วยสายตาไร้ความรู้สึกแล้วพูดว่า “ผมคิดไม่ตกเลยจริงๆ ว่าทำไมคนที่รักภรรยาที่เสียไปแล้วแบบเขา ถึงยอมทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อโรงงาน และถึงแม้จะเป็นผู้จัดการแต่ในห้องทำงานของเขากลับดูธรรมดาไร้ซึ่งการตกแต่งใดๆ หรือแม้กระทั่งเก้าอี้ที่เขานั่งก็ยังฉีกขาด...ทำไมเมื่อมันออกมาจากปากของคุณจินแล้วถึงได้กลายเป็นคนที่คิดจะแย่งสมบัติของคนอื่นไปได้ล่ะ?”

จินจื่อฝูมีท่าทีหวาดกลัวอยู่มาก แล้วสุดท้ายเขาก็หลุดปากออกมาว่า “ใช่แล้ว! ผมโกหกคุณ! แล้วยังไงล่ะ! ผมจะเชื่อคำพูดของคุณง่ายๆ ได้อย่างไร...ว่าไปแล้ว คุณเองก็ไม่มีเอกสารพวกนั้นจริงๆ หรอกถูกไหม?”

ลั่วชิวส่ายหัว เขาอดทนได้เป็นอย่างดี แล้วพูดว่า “ไม่ใช่หรอก เอกสารที่คุณจินต้องการอยู่ในมือของผม”

เขายื่นมือออกมา ฉับพลันก็มีแสงวิบวับ แล้วซองเอกสารก็ปรากฏอยู่ในมือของเขา “ผมตั้งใจจะทำให้การแลกเปลี่ยนกับคุณจินครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์...แต่ดูเหมือนว่าคุณจินจะไม่ค่อยเชื่อใจผมก็เท่านั้นเอง”

จินจื่อฝูอึ้งไปเมื่อเห็นเอกสารที่ลอยออกจากซองทีละใบๆ อยู่ตรงหน้าเขา จากนั้นก็ลอยกลับเข้าไปอยู่ในซองดังเดิม ทำให้เขาเริ่มสั่นไปทั้งตัว

คาด...คาดไม่ถึงว่าเขาจะเล็งปืนไปทางลั่วชิว!

แล้วตอนนี้ เขาก็เพิ่งจะนึกถึงคำที่ปู่เคยสั่งเสียไว้ก่อนตายว่า อย่าคิดจะโกหกสมาคมทราฟฟอร์ด ไม่อย่างนั้นอาจได้รับการชดใช้ที่สาสม!

พวกเขาควรตายไปด้วยปืนกระบอกนี้แล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมายืนอยู่ต่อหน้าเขา

อยู่ๆ ขาทั้งสองข้างของจินจื่อฝูก็อ่อนลง ทำให้เขาคุกเข่าลงกับพื้นแล้วพูดด้วยความตกใจกลัวว่า “ผมผิดไปแล้ว! เถ้าแก่! ผมผิดไปแล้ว! ผมไม่ควรจะโกหกคุณ! ผมจะทำให้การแลกเปลี่ยนครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ อายุขัยที่เหลืออีก 18 ปีกับ 6 เดือน คุณเอาไปเลย! เอาไปเลย!”

“ไม่ล่ะ” ลั่วชิวพูดอย่างเรียบเฉยว่า “แม้ว่าโรงงานแห่งนี้กำลังจะล้มละลาย แต่ถ้าคิดดีๆ แล้วมันยังเป็นสมบัติที่ล้ำค่า แต่เป็นเพราะคุณมันผีพนัน มักใหญ่ใฝ่สูง ถึงแม้จะใช้เวลา 18 ปี คุณก็คงหาเงินได้ไม่เท่านี้ ดังนั้นถ้าคุณอยากได้โรงงานของคุณคืน จะต้องแลกด้วยเวลาทั้งหมด 36 ปีกับอีก 1 เดือน เพราะคุณได้รับสิทธิพิเศษจากการ์ดดำใบนั้น ลดให้...จึงเหลือ 33 ปี 1 เดือนกับอีก 15 วัน นี่เป็นค่าธรรมเนียมที่คุณต้องจ่ายในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้

“สามสิบสามปี...สามสิบสามปี...” จินจื่อฝูพูดกับตัวเอง

ถ้าหักไปอีกสามสิบสามปีเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าไร?

แบบนี้ก็เท่ากับว่าถึงแม้เขาจะได้โรงงานกลับมา แต่ก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว...นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนา!

“ไม่! ผมไม่แลกเปลี่ยนแล้ว! ไม่เอาแล้ว! ไม่เอาแล้ว!”

เขาเหมือนกับคนบ้า รีบวิ่งออกไปทางประตูด้วยความบ้าคลั่ง!

และแล้วในเวลานั้น ก็มีเปลวไฟสีดำปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา ทำให้เขาตกใจและหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น เพียงแค่เห็นเปลวไฟสีดำที่ลอยอยู่บนอากาศ การ์ดเชิญสีดำที่เขาทิ้งไว้ในสมาคมก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละนิด

“กฎข้อที่แปดของสมาคมทราฟฟอร์ดคือ การแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นโดยการ์ดเชิญสีดำไม่สามารถทำการยกเลิกได้”

พร้อมกันกับเสียงของลั่วชิว เปลวไฟสีดำก็พุ่งเข้าไปในตัวของจินจื่อฝู

เขาร้องด้วยความทรมานเพียงแค่ครั้งเดียว แล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้น

การ์ดเชิญสีดำใบนั้น ก็ค่อยๆ ลอยมาอยู่บนมือของลั่วชิว ส่วนอีกด้านของการ์ดที่สลักสัญลักษณ์สีทองเอาไว้ก็ค่อยๆ จางหายไปจนไม่เหลือ

ลั่วชิวโยนซองเอกสารที่ถืออยู่ในมือลงบนตัวของจินจื่อฝู พร้อมกับพูดอย่างเย็นชาว่า “การแลกเปลี่ยนเสร็จสบูรณ์”


...

...


และแล้วตอนนั้นห้องทำงานก็เต็มไปด้วยความเงียบ

เฉาจื่อเชียนที่สีหน้าซีดเซียว และหายใจไม่เป็นจังหวะอยู่ในขณะนั้น...ก็เพราะลั่วชิวกำลังเดินไปทางเขา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น