หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 5 การ์ดเชิญสีดำที่ถูกเผาไหม้

ชื่อตอน : บทที่ 5 การ์ดเชิญสีดำที่ถูกเผาไหม้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 865

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2561 09:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 การ์ดเชิญสีดำที่ถูกเผาไหม้
แบบอักษร

ลั่วชิวเดินตามหลังโยวเย่ไป จริงๆ แล้วโรงงานแห่งนี้ควรจะมีคนงานจำนวนมาก คนที่เดินไปมาควรจะมีเยอะแยะถึงจะถูก แต่ทางที่เขาเดินอยู่นี้กลับไม่เจอใครเลยสักคน

โยวเย่ดูเหมือนจะเคยชินกับการบุกรุกพื้นที่ของคนอื่นไปเสียแล้ว

ทำไมถึงชำนาญขนาดนี้ล่ะ?

อาจด้วยโยวเย่เคยทำแบบนี้มาหลายครั้งจนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยพลังอันแปลกประหลาดของสมาคมแห่งนี้ก็ดูไม่ยากเกินไปที่จะทำตัวให้คุ้นชินกับมัน

ขอเพียงมีหัวใจที่อดทนและยอมรับมันได้

“ที่นี่คือห้องทำงานของผู้จัดการ?”

โยวเย่หยุดเดิน ในขณะที่ลั่วชิวมองแผ่นป้ายหน้าประตูในตำแหน่งที่โยวเย่ยืนอยู่ ห้องทำงานผู้จัดการ เฉาจื่อเชียน

เฉาจื่อเชียน...ถ้าจำไม่ผิด จินจื่อฝูเคยเอ่ยถึงลูกเขยเขาที่ชื่อว่าจื่อเชียน

“หากอยากรู้สภาพการณ์ของโรงงานแห่งนี้ วิธีที่ง่ายที่สุดก็อยู่ตรงนี้แหละ” โยวเย่พูดแล้วยิ้ม เธอเปิดประตูห้องทำงานของผู้จัดการ จากนั้นก็ไปยืนอยู่ทางด้านข้างอย่างเคารพพร้อมพูดว่า “นายท่าน เชิญค่ะ”

ยังไม่ทันได้ตำหนิกิริยาของโยวเย่ ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก สิ่งที่ลั่วชิวเห็นคือสีหน้าตกใจของชายหนุ่มที่จ้องมองมายังตน


“คุณคือใคร?” ฝ่ายตรงข้ามถามขึ้นในทันที


ความแตกต่างที่คนทำงานสามารถแสดงออกมาได้ดีกว่าคนที่ยังเรียนอยู่นั้น คือความเป็นผู้ใหญ่และความหนักแน่น ลั่วชิวยิ้มแหย ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว อย่างไรก็คงต้องกัดฟันเดินเข้าไป

หลังจากที่ลั่วชิวเดินเข้าไปแล้ว โยวเย่ก็เดินตามเข้าไปอย่างช้าๆ

เฉาจื่อเชียนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานก็ขมวดคิ้วแล้วยืนขึ้น ในสายตาของเขาเห็นว่า ในสองคนนี้คนหนึ่งเหมือนเป็นนักเรียนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวสะสวย ความรู้สึกแรกของเขาที่มีต่อลั่วชิวและโยวเย่ก็มีแค่นี้ และเขาก็แน่ใจว่าไม่รู้จักสองคนที่บุกรุกเข้ามาในนี้อย่างแน่นอน

“พวกคุณสองคนเป็นใคร? ถ้านัดไว้ก่อนล่วงหน้า ผมไม่น่าจะลืมนะ” ฝ่ามือของเขากดลงบนโต๊ะทำงานในตำแหน่งใกล้ๆ กับที่วางโทรศัพท์ ไม่มีท่าทีที่จะจู่โจมหรือตระหนกตกใจแต่อย่างใด แล้วพูดด้วยความใจเย็นว่า “เชิญพูดจุดประสงค์การมาที่นี่ของคุณเถอะ”

“คุณเฉาคะ นายท่านของเรามาที่เพื่อตรวจสอบสภาพการดำเนินงานโรงงานของคุณ” โยวเย่ยิ้มพร้อมกับเดินไปข้างหน้า “ได้โปรดเถอะค่ะ”

เฉาจื่อเชียนดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ถ้าพวกคุณต้องการมาเล่นตลกก็เชิญออกไปเถอะครับ แล้วผมจะไม่ให้รปภ.มาทำร้ายพวกคุณ”

โยวเย่พูดขึ้นว่า “คุณเฉาโปรดให้ความร่วมมือกับเราด้วย อย่าทำให้เรื่องยุ่งยากเลยดีไหมคะ?”

โยวเย่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และในขณะเดียวกันสายตาที่เปล่งแสงวิบวับดุจไพลินก็จ้องมองไปยังเฉาจื่อเชียน ราวกับเขาต้องมนตร์สะกด พร้อมกับพูดขึ้นอย่างช้าๆ ว่า “ได้...ได้ครับ...”

“สะกดจิต?” ลั่วชิวถามทันที

โยวเย่พยักหน้าแล้วพูดว่า “นี่เป็นเพียงลูกเล่นเล็กๆ ที่ใช้ได้ผลกับคนจิตอ่อนแอ”

เขาอึ้งไปอีกครั้งกับความสามารถของโยวเย่ และลั่วชิวก็มองไปที่เฉาจื่อเชียนด้วยความสงสัย จากนั้นเขาก็เดินไปยืนอยู่ตรงหน้าของเฉาจื่อเชียน พร้อมกับยื่นมือออกไปแล้วโบกไปมาอยู่ตรงหน้าของเขา แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ เขาจึงรู้สึกโล่งอกเล็กน้อย

“เขาจะพูดความจริงใช่ไหม?” ลั่วชิวถาม

โยวเย่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ถ้าไม่ใช่คำถามที่กระทบกระเทือนจิตใจจนเกินไป โดยทั่วไปแล้วเขาจะตอบตามความจริง”

ลั่วชิวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองไปทางเฉาจื่อเชียนพร้อมกับพูดว่า “จินจื่อฝูบอกว่าคุณให้เขาเซ็นเอกสารบางอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งการครอบครองโรงงานแห่งนี้ อีกทั้งยังมีแผนจะร่วมมือกับนักพัฒนาอสังหาฯและรื้อถอนโรงงาน นี่เป็นความจริงหรือไม่?”

“เป็นความจริง” เฉาจื่อฝูตอบด้วยท่าทีเหม่อลอย

ลั่วชิวขมวดคิวครุ่นคิด แล้วถามขึ้นว่า “ลองพูดสภาพการดำเนินงานของโรงงานแห่งนี้ให้ฟังหน่อยสิ”

“ไม่เกินสามเดือน โรงงานแห่งนี้ก็จะล้มละลาย”

ลั่วชิวอึ้งไปชั่วครู่แล้วถามต่อว่า “ล้มละลาย? คุณแน่ใจเหรอ?”

เฉาจื่อเชียนตอบว่า “แน่ใจ เพราะโรงงานแห่งนี้เป็นหนี้ก้อนโตกับธนาคาร ตอนนี้มีระยะเวลาไม่ถึงสามเดือนในการใช้หนี้ ในสองปีที่ผ่านมาไม่มีออเดอร์เข้าเลย ดังนั้นเมื่อถึงกำหนดการใช้หนี้ โรงงานนี้ก็จะล้มละลาย เมื่อถึงตอนนั้นพื้นที่โรงงานนี้ก็จะกลายเป็นของธนาคารไป”

“เพราะเหตุนี้คุณจึงแอบโอนกรรมสิทธิ์โรงงานให้เป็นของตน เพื่อที่จะหมุนเงินก้อนโตก่อนจะถึงกำหนดการจ่ายหนี้ใช่ไหม?”

“นี่เป็นหนทางเดียวที่ผมทำได้ ผมไม่สามารถที่จะทนเห็นที่แห่งนี้หายไปต่อหน้าต่อตาได้” อยู่ๆ สายตาของเฉาจื่อเชียนก็ดูเจ็บปวดขึ้นมา “ผมจะรักษามันไว้...”

เขาเหมือนกำลังสับสน

หรืออาจจะเป็นเหมือนที่โยวเย่พูดเอาไว้ ถ้าหากถามคำถามที่กระทบกระเทือนจิตใจ เขาอาจจะหลุดจากการถูกสะกดจิต

“พวกคุณทำอะไรกับผม?!”

ทันใดนั้นเสียงของเฉาจื่อเชียนก็ดังขึ้น สีหน้าเขาดูตกใจและหวาดระแวง พร้อมกับยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานขึ้น “เซี่ยลี่ เรียก รปภ.เข้ามาเดี๋ยวนี้!”

ลั่วชิวมองไปทางโยวเย่ทันที

หุ่นเชิดสาวใช้ที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเจ้าของสมาคมทราฟฟอร์ดขจัดปัญหาอย่างโยวเย่ จึงเดินตรงไปอยู่ตรงหน้าของเฉาจื่อเชียน แล้วใช้มือโบกไปมาตรงหน้าเขา

เฉาจื่อเชียนหลับตาทั้งสองข้างแล้วล้มลงกับพื้นราวกับสลบไป

“เขาจะยังไม่ฟื้นขึ้นมาภายในครึ่งชั่วโมงอันใกล้นี้แน่นอน นายท่านวางใจได้” โยวเย่พูดด้วยเสียงเบาๆ ว่า “นายท่านตัดสินใจได้หรือยังคะ?”

ลั่วชิวมองไปทางโต๊ะทำงานของเฉาจื่อเชียนอย่างรวดเร็ว ก่อนส่ายหัวแล้วพูดว่า “ยัง ฉันยังอยากจะไปอีกที่หนึ่ง”

...

...

จินจื่อฝูที่ในมือกำการ์ดเชิญสีดำไว้แน่น ผลักประตูไม้เก่าๆ ของสมาคมทราฟฟอร์ดเข้าไปอีกครั้ง

ในขณะที่เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเบาๆ อย่างเสนาะหู สาวสวยอย่างโยวเย่ก็ยิ้มต้อนรับแล้วพูดว่า “คุณลูกค้า ยินดีต้อนรับสู่สมาคมทราฟฟอร์ดค่ะ”

จินจื่อฝูพยักหน้าเล็กน้อย แล้วมองไปเห็นเจ้าของสมาคมนั่งอยู่ตรงโต๊ะกลมเหมือนกับครั้งก่อนที่เขามา

น้ำที่อยู่ในแก้วเหลืออยู่ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสาม ดูท่าคงจะนั่งมาสักพักแล้ว

จินจื่อฝูรีบเดินตรงไปอยู่ต่อหน้าของลั่วชิวพร้อมถามว่า “เถ้าแก่ครับ เรื่องโรงงานของผม...”

ลั่วชิวยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่มีปัญหา อายุขัยที่คุณจินใช้เป็นค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยน สามารถนำมาแลกโรงงานคืนได้”

จินจื่อฝูถามด้วยความดีใจว่า “จริงเหรอครับ”

ลั่วชิวปรบมือสองที จากนั้นโยวเย่ก็เดินมาอยู่ตรงหน้า พร้อมกับสองมือถือถาดที่เต็มไปด้วยเอกสารมากมาย

ลั่วชิวมองไปที่จินจื่อฝูแล้วพูดว่า “ในนี้เป็นเอกสารที่คุณเคยเซ็นโอนกรรมสิทธิ์ให้กับเฉาจื่อเชียน และแน่นอน นี่เป็นเอกสารต้นฉบับทั้งหมด”

จินจื่อฝูหยิบเอกสารที่อยู่ตรงหน้าไปอย่างเร็ว แล้วเปิดมันดูทีละใบด้วยอาการตื่นเต้นและดีใจ “ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! เอกสารพวกนี้แหละ! เอกสารพวกนี้แหละ! หาพวกมันเจอแล้ว โรงงานนี้ก็ยังเป็นของฉัน...ยังเป็นของฉัน”

เขากอดเอกสารเหล่านี้ไว้แน่นเหมือนกับเป็นสิ่งล้ำค่า

และในขณะนั้นเองจินจื่อฝูก็ลุกขึ้น “ขอบคุณที่หามันกลับมาให้ผม! ถ้าหากมีโอกาสผมจะตอบแทนคุณเป็นอย่างดี!”

ลั่วชิวยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องหรอก นี่เป็นการแลกเปลี่ยนซื้อขาย ส่วนค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนครั้งนี้...”



“ปัง!!!”



“โรงงานก็เป็นของฉัน! ชีวิตก็เป็นของฉัน! ไม่มีใครมาแย่งมันไปได้! ขอบคุณสำหรับเอกสารพวกนี้! ฉันจะส่งแกไปขึ้นสวรรค์เอง!”

สีหน้าของจินจื่อฝูแฝงไปด้วยรอยยิ้มอันชั่วร้าย แล้วในมือก็ถือปืนรุ่น USP45 สีดำเอาไว้

เพียงแค่กระสุนขนาด .45 นี้ก็เพียงพอที่จะคร่าชีวิตหรือทำให้บาดเจ็บได้แล้ว

และในเวลานั้น ร่องรอยของบาดแผลก็ปรากฎอยู่บนตัวของลั่วชิว...บนกลางหน้าผากของเขา เห็นรอยกระสุนได้อย่างชัดเจน

ลั่วชิวที่นั่งอยู่จึงล้มลง และจินจื่อฝูที่บ้าคลั่งก็ถือปืนเล็งไปที่โยวเย่พร้อมกับพูดขึ้นว่า “แกก็ไปตายซะเถอะ!”


“ปัง ปัง ! !”


เสียงปืนดังขึ้นสองครั้ง แล้วลูกปืนก็ไปหยุดอยู่ตรงอกทั้งสองข้างของโยวเย่

เมื่อเห็นโยวเย่ล้มลง จินจื่อฝูก็รีบเก็บปืนใส่เข้าไปในเสื้อ แล้วหอบเอาเอกสารทั้งหมดรีบวิ่งออกไปทางประตูไม้ของสมาคม

หลังจากที่จินจื่อฝูไปได้ไม่นาน

ลั่วชิวที่ล้มลงกับพื้นก่อนหน้านี้ก็ลุกขึ้นมา

แต่ที่แปลกคือ ร่างกายของเขาเหมือนถูกบางสิ่งบางอย่างลากขึ้นมา และในขณะเดียวกัน รอยกระสุนบนหน้าผากก็ค่อยๆ ประสานเข้าด้วยกัน...กระทั่งรอยนั้นหายไปจนหมด

เมื่อลืมตาขึ้น เขาก็รีบจับดูหน้าผากของตนเอง แล้วพูดพึมพำกับตัวเองว่า “ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง...ในเมื่อทรายในนาฬิกาทรายยังไหลลงด้านล่างไม่หมด ฉันก็ไม่มีทางตาย”

เขามองไปทางโยวเย่ที่ล้มลงนอนกับพื้น

เวลานั้นมือของโยวเย่ก็ค่อยๆ ขยับเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานก็ลุกขึ้นมา แต่บาดแผลที่ถูกยิงของโยวเย่ไม่ได้ประสานกลับมาเป็นสภาพเดิม

อาจเพราะเธอเป็นหุ่นมั้ง?

“นายท่าน รับน้ำเพิ่มไหมคะ?” โยวเย่ถามด้วยเสียงแผ่วเบา

แก้วน้ำนั้นล้มลงตอนที่ลั่วชิวล้มไป

ลั่วชิวส่ายหัว แล้วก็ยื่นมือไปบนโต๊ะ ก่อนหยิบการ์ดเชิญสีดำที่จินจื่อฝูลืมหยิบไปด้วยขึ้นมา

“...กฎการแลกเปลี่ยนซื้อขายข้อที่เจ็ดของสมาคมทราฟฟอร์ดแห่งนี้คือ ลูกค้าจะไม่สามารถนำสินค้าออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต”

จากนั้นการ์ดเชิญสีดำที่อยู่ในมือก็ลุกไหม้ และถูกเผาไปอย่างรวดเร็ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น