หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 4 การเคลื่อนไหว

ชื่อตอน : บทที่ 4 การเคลื่อนไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 974

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2561 09:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 การเคลื่อนไหว
แบบอักษร

และแล้วปัญหาก็มาเยือน


จะต้องใช้อะไรมาประเมินกัน ถึงจะรู้ได้ว่าครึ่งชีวิตที่เหลือของจินจื่อฝูมีค่าเท่ากับโรงงานของเขา?

โยวเย่เคยบอกว่าอำนาจการตัดสินใจอยู่ในมือเรา นั่นก็หมายความว่า เขาจะไม่เห็นด้วยกับการแลกเปลี่ยนซื้อขายในครั้งนี้ก็ย่อมได้

ไม่ใช่เพราะเขารู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนซื้อขายแบบนี้เป็นเรื่องไร้สาระ และไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อ แต่กลับกันเขาเชื่อในพลังงานบางอย่างที่ไม่ธรรมดาของสมาคมแห่งนี้ ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันง่ายๆ

ชีวิตตลอดระยะเวลายี่สิบปีที่ผ่านมาของลั่วชิว ถึงแม้ว่าพ่อซึ่งเป็นตำรวจมาทั้งชีวิตจะเสียไปแล้วก็ตาม แต่เขากลับไม่เคยลืมคำสอนของพ่อเลยตราบจนทุกวันนี้

ตอนเด็กๆ อาจรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องน่ารำคาญ เพราะพ่อชอบจู้จี้จุกจิกและค่อนข้างหัวโบราณ แต่พอพ่อเสียไปแล้ว กลับคิดถึงเรื่องราวในวัยเด็กขึ้นมา ถึงแม้ลั่วชิวจะรู้สึกว่าตนเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองต่างจากคนอื่นๆ

เขาเองก็เคยมีช่วงเวลาที่สับสนและเป็นทุกข์ และก็มีช่วงเวลาที่ร้องไห้คิดถึงพ่อแล้วซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม

ทำไมตอนนั้นถึงไม่เชื่อฟังคำสอนของพ่อให้มากกว่านี้นะ?

ทั้งๆ ที่ในมือก็มีโทรศัพท์และเบอร์โทรของพ่อบันทึกเอาไว้เป็นเบอร์แรก แต่ทำไมประวัติการโทรหาพ่อถึงน้อยขนาดนี้ล่ะ? แล้วพ่อยังเป็นฝ่ายโทรหาเขาก่อนเสียส่วนใหญ่ น้อยครั้งนักที่เขาจะเป็นฝ่ายโทรหาพ่อ?


ความดีและความซื่อสัตย์


เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงคำสั่งสอนของพ่อ ยิ่งทำให้ลั่วชิวรู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนซื้อขายของจินจื่อฝูนั้นไร้สาระแค่ไหน...ไม่ใช่ว่าเขาสนแต่เรื่องของตัวเองหรือไม่พอใจกับความคิดของคนอื่น และคำสอนตลอดยี่สิบปีของพ่อก็ไม่ได้ทำให้เขาพิเศษไปจากคนอื่น แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เขาควรจะทำคือต้องคิดให้รอบคอบ

“นายท่านคะ โปรดตระหนักไว้ด้วยว่านายท่านมีเวลาเหลืออยู่แค่สามสิบวัน”

ในขณะที่ลั่วชิวกำลังจมอยู่ในความคิดของตน เขาก็ได้ยินคำพูดที่โยวเย่พูดขึ้น มันเหมือนโดนสาดด้วยน้ำเย็น และเขาก็ถามขึ้นโดยไม่รู้ตัวว่า “เมื่อก่อน...ก็มักจะใช้อายุขัยเป็นค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนอย่างนั้นเหรอ?”

 โยวเย่กล่าวด้วยท่าทีนิ่งๆ ว่า “มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความปรารถนาอันแรงกล้า แต่มักจะไม่มีความสามารถมากพอให้ได้มาซึ่งความปรารถนานั้นๆ และเมื่อเป็นอย่างนี้ พวกมนุษย์จึงทำได้เพียงสละตัวของพวกเขาเอง ทั้งร่างกาย สิ่งของงดงามมีค่า สติปัญญา ความรู้สึก ความทรงจำ...หรือแม้กระทั่งจิตวิญญาณ ในความเป็นจริงแล้วมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสัญชาตญาณในการป้องกันตัวเอง เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่มองไม่เห็นแล้ว พวกเขามักกังวลกับความสูญเสียที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มใจใช้อายุขัยซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นมาเป็นค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยน แทนที่สิ่งที่มองเห็นได้บนตัวของพวกเขา”

ลั่วชิวค่อยๆ สงบลง แล้วพูดขึ้นว่า “ทราฟฟอร์ด จริงๆ แล้ว เดวิล...หมายถึงปีศาจใช่ไหม?”

โยวเย่อมยิ้มแล้วพูดว่า “นายท่านตัดสินใจได้หรือยังคะ?”

ลั่วชิวส่ายหัว แล้วพูดพึมพำกับตัวเองว่า “ถ้าฉันยังเหลือเวลาชีวิตอยู่อีกแค่สามสิบวัน ฉันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองตายไปง่ายๆ อย่างแน่นอน ฉันจะต้องหาวิธีเพื่อให้ตัวฉันมีชีวิตอยู่ต่อไป เหมือนกับคนอื่นๆ ฉันควรจะต้องละทิ้งความเมตตาเพื่อความอยู่รอด”

ลั่วชิวมองของตกแต่งที่อยู่ในตู้โชว์ ก่อนพูดว่า “ฉันไม่มีทางหลุดพ้นไปจากสมาคมแห่งนี้ได้เลย แม้ว่าฉันจะปฏิเสธการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ของจินจื่อฝูไป แต่วันข้างหน้าก็อาจพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีก ครั้งนี้ฉันอาจจะเลี่ยงไปได้ แต่ครั้งต่อไปก็ไม่แน่ เพราะฉะนั้นฉันควรจะละทิ้งความเมตตา”

เขามองไปทางโยวเย่แล้วพูดในทันทีว่า “แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันจะไม่ละทิ้งคือความซื่อสัตย์...ฉันจะเห็นด้วยกับการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ แต่เธอจะต้องสอนฉันก่อนว่าต้องประเมินราคาอย่างไรถึงจะรู้ว่าสิ่งของที่นำมาแลกเปลี่ยนนั้นมีค่าเท่าเทียมกัน”

ในเมื่อจินจื่อฝูใช้อายุขัยของตัวเองเป็นค่าธรรมเนียมแล้ว อย่างนั้นสิ่งที่ลั่วชิวสามารถทำได้ตอนนี้คือ หาสินค้าที่มีมูลค่าเท่าเทียนกันมาทำการแลกเปลี่ยน

เขาไม่ได้ลังเลกับปัญหานี้อีกต่อไป เขาตัดสินใจลงมือทำมันเลย

ความดีและความซื่อสัตย์...แต่พ่อมักพูดอีกว่า บางเรื่องลงมือทำดีกว่าคิด เมื่อได้ทำแล้ว เราอาจจะเข้าใจมันเอง

“ถ้าอย่างนั้น เรามาประเมินมูลค่าโรงงานของจินจื่อฝูกันเถอะ นายท่านรอสักครู่นะคะ โยวเย่ขอไปเปลี่ยนชุดสักครู่เดี๋ยวมา” โยวเย่พูดไปยิ้มไป

จากนั้นสาวใช้หุ่นเชิดก็เดินขึ้นไปชั้นบนเสียอย่างนั้น

หลังจากนั้นไม่นาน โยวเย่ก็เดินลงมาพร้อมกับชุดที่เปลี่ยนแล้ว

แต่ก็ยังคงเป็นโทนสีขาวดำ ครั้งนี้เป็นชุดเดรสชีฟอง ในส่วนของท่อนบนเป็นสีขาว และในบริเวณใต้หน้าอกลงมาเป็นสีดำ เป็นชุดที่ถูกตัดเย็บอย่างพอดีตัว ด้วยเป็นเดรสกระโปรงสั้นจึงทำให้เห็นขาที่ขาวดุจหิมะของเธอ

และสุดท้ายคือ รองเท้าคัทชูสีเงินเรียบง่าย

แค่ครู่เดียวก็ดูทันสมัยทันที เพราะแต่เดิมก็มีเค้าโครงของชาวตะวันตกอยู่แล้ว และยิ่งแต่งแบบนี้ยิ่งเหมือนนางแบบเข้าไปใหญ่

โยวเย่มายืนอยู่ตรงหน้าลั่วชิว สองมือประสานกันไว้ข้างหน้าอย่างเรียบร้อย แล้วพูดด้วยเสียงเบาว่า “นายท่านคะ โยวเย่พร้อมออกไปข้างนอกแล้วค่ะ”

“ออกไปข้างนอก?” ลั่วชิวอึ้งไปสักพัก “หรือว่าจะไปโรงงานของจินจื่อฝูอย่างนั้นเหรอ?”

โยวเย่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่ค่ะ นอกจากนี้แล้วเรายังต้องประเมินสภาพการดำเนินงานของโรงงานแห่งนี้ด้วย แล้วยังมีจำนวนคนงานอีก เราจะต้องรู้ทุกอย่างของที่นี่ให้ละเอียดที่สุด เพื่อที่จะได้ประเมินราคาออกมาได้อย่างแม่นยำ”

“...แต่เหมือนเราจะยังไม่รู้ว่าโรงงานของจินจื่อฝูอยู่ที่ไหน?”

โยวเย่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมว่า “อย่าเป็นกังวลไปเลยค่ะนายท่าน ขอเพียงแค่นายท่านปรารถนา นายท่านก็จะได้ไป...อันที่จริง ไม่น่าจะไกลนัก ด้วยความสามารถที่นายท่านมีอยู่ในตอนนี้ เรื่องแค่นี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

พูดแล้ว โยวเย่ก็เดินไปยืนตรงหน้าของลั่วชิว อยู่ๆ ก็ยื่นนิ้วมือออกไปแตะบนหน้าผากของลั่วชิวแล้วปัดไรผมของเขาออกเบาๆ จากนั้นก็ใช้นิ้วหมุนบนหน้าผากไล่ลงไปที่แก้ม โยเย่ยิ้มเล็กน้อย แล้วสุดท้ายก็จับมือของลั่วชิว พูดเสียงเบาว่า “หลับตาลง แล้วจิตนาการ คิดในใจว่าคุณอยากจะไปที่โรงงานของจินจื่อฝู จากนั้นสมาคมแห่งนี้จะตอบสนองความปรารถนาของคุณ...”


หลับตาลง


จินตนาการ


จากนั้นก็มีเรื่องประหลาดมากเกิดขึ้น พริบตาเดียวร่างกายก็เบาหวิว เหมือนกับสูญเสียน้ำหนักตัวไปอย่างไรอย่างนั้น

ลั่วชิวสูญเสียการควบคุมไปชั่วขณะ

หลังจากที่เขาควบคุมสติได้ ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพปกติ เมื่อลั่วชิวลืมตาขึ้น สิ่งที่เขาเห็นคือโรงงานแห่งหนึ่ง แล้วยังได้ยินเสียงเครื่องจักกลที่ดังมาจากโรงงานเหล่านี้ด้วย

“นี่เป็นพลังของฉันอย่างนั้นเหรอ?” ลั่วชิวถามด้วยความตกใจพร้อมมองไปรอบๆ จากนั้นเขาก็หยิบมือถือออกมา แล้วตั้งค่าที่อยู่ลงบนแผนที่ในโทรศัพท์

 นอกเมือง...

“ใช่แล้ว”

โยวเย่พูดด้วยความเคารพว่า “นี่ก็คือพลังของผู้เป็นเจ้าของสมาคมทราฟฟอร์ด อันที่จริงคุณเพิ่งจะได้รับตำแหน่งนี้มา ดังนั้นพลังของคุณยังอยู่ในขั้นเพิ่งเริ่มต้น แต่ว่าพลังของคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนลูกค้าที่มาทำการแลกเปลี่ยน และพลังเหล่านี้จะค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น...ถ้าคุณมีพลังที่แข็งแกร่งพอ ก็ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ด้วยตัวเอง เพียงแค่นึกคิด ข้อมูลทุกอย่างของโรงงานแห่งนี้ก็จะปรากฎอยู่ในหัวของคุณ”

ไม่ว่าจะพูดอย่างไร

สิ่งที่อยู่ในหัวลั่วชิวขณะนั้นมีเพียงแค่สองคำคือ ‘สุดยอด!’


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น