หอหมื่นอักษร

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 2 มือใหม่

ชื่อตอน : บทที่ 2 มือใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2561 09:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 มือใหม่
แบบอักษร

“กฎการแลกเปลี่ยนข้อที่สามของสมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดแห่งนี้คือ ผู้ขายทำได้เพียงชักจูงและแนะนำผู้ซื้อ ไม่ควรมีพฤติกรรมแกมบังคับซื้อใดๆ...”

พออ่านถึงตรงนี้ ลั่วชิวก็วางหนังสือคู่มือที่ผู้เป็นเจ้าของควรรู้เล่มนี้ลง แล้วคิดเล่นๆ ว่า ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ ลั่วชิวที่กำลังอ่านหนังสือคู่มือเล่มนี้อยู่ก็เป็นเหยื่อโดยมิชอบน่ะสิ ?

“นายท่านคะ อาหารเที่ยงค่ะ”

กลิ่นหอมเย้ายวนใจของซุปรัสเซียคลุ้งไปทั่วห้องได้มาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้าตัวเอง โยวเย่ช่วยลั่วชิวจัดวางสำรับอย่างใส่ใจ จากนั้นก็เดินไปยืนอยู่ข้างๆ เพื่อรับคำสั่งจากเขา

โยวเย่ก็คือสาวใช้ของสมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดแห่งนี้นี่เอง

สิ่งที่ลั่วชิวคาดเดาผิดไปนั่นก็คือ อายุของเธอไม่ได้รุ่นราวคราวเดียวกับตน แต่อายุของเธอค่อนข้างมากแล้ว โยวเย่ไม่ใช่มนุษย์ แต่ถูกสร้างขึ้นด้วยวัตถุพิเศษที่ผ่านการเล่นแร่แปรธาตุจนกลายมาเป็นหุ่นเชิด ดูรวมๆ แล้วก็เหมือนกับคนปกติทั่วไป นอกจากทักษะขั้นสูงของการเล่นแร่แปรธาตุแล้ว สิ่งวิเศษอีกประการหนึ่งคือโยวเย่มีชีวิตและจิตวิญญาณดำรงอยู่ในร่างของเธอ

นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะลั่วชิวเห็นโยวเย่ถอดสมองและแขนซ้ายออก ก่อนประกอบเข้าไปดั่งเดิมกับตาตัวเองมาแล้ว

ตามที่โยวเย่เล่าให้ฟัง เธอถูกสร้างขึ้นโดยนักเล่นแร่แปรธาตุเพื่อเป็นของกำนันแลกเปลี่ยนสินค้าบางอย่าง ภายหลังเธอจึงกลายมาเป็นสาวใช้ในสมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดแห่งนี้ ซึ่งล่วงเลยมาสามร้อยกว่าปีแล้ว

......

ตอนที่เขารู้สึกตัว เจ้าของคนเก่าก็หายไปแล้ว แต่เขากลับทิ้งจดหมายที่เขียนอย่างบรรจงและใส่ใจ ชี้แจงถึงสภาพการณ์ที่ลั่วชิวควรรู้เอาไว้ในจดหมายฉบับนี้

เมื่อเสร็จสิ้นการแลกเปลี่ยน ลั่วชิวก็กลายเป็นผู้มีอำนาจครอบครองและควบคุมสมาคมทราฟฟอร์ดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็จะถูกจองจำอยู่ในนี้ตลอดไปด้วยเช่นกัน

มีเพียงวิธีเดียวที่จะทำให้หลุดพ้นจากที่นี่ไป นั่นก็คือจะต้องมีคนยอมสละอิสรภาพตลอดกาลของตนเพื่อมาแลกเปลี่ยน และถ้ายังมีอะไรที่ไม่เข้าใจ ก็สามารถดูข้อความในสมุดคู่มือเล่มนี้ได้

หลังจากที่ลั่วชิวเห็นข้อความในสมุด เขาก็นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนลองเปิดประตูเดินออกไปจากสมาคมแห่งนี้ น่าแปลกที่ไม่มีอะไรมาขวางทางเขาเลยแม้แต่น้อย เขาจึงรีบวิ่งออกจากที่แห่งนี้ไปทันใด

หรือการจองจำที่ว่าจะไม่ได้เป็นการจองจำทางร่างกาย หากแต่เป็นการผูกมัดทางจิตวิญญาณ

“ถ้าเป็นอย่างนี้ ฉันจะต้องส่งเครื่องบรรณาการให้กับสมาคมแห่งนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อย่างนั้นเหรอ?”      

ลั่วชิวเริ่มตั้งคำถามกับสมุดคู่มือเล่มนี้

แม้ว่าโยวเย่จะเป็นสมบัติของสมาคม และตอนนี้ก็ได้เป็นสิ่งที่ถือครอบครองโดยลั่วชิว แต่ไม่รู้ทำไม เขามักจะรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อได้เผชิญหน้ากับหุ่นเชิดตนนี้

“ใช่แล้ว” โยวเย่พยักหน้า เธอทำหน้าที่สาวใช้ของเธอเสร็จสิ้นสมบูรณ์ “คุณภาพของสิ่งที่คุณบรรณาการไปจะเป็นตัวกำหนดอายุขัยของคุณ”

“ฉันก็ไม่ได้เจ็บไม่ได้ป่วย ชีวิตนี้น่าจะยืนยาวอยู่หรอก” ลั่วชิวพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

พอโยวเย่ได้ยินแบบนี้ เธอก็เดินจากไป แล้วเดินกลับเข้ามาใหม่พร้อมกับนาฬิกาทรายอันหนึ่ง

นาฬิกาทรายอันนั้นถูกวางลงตรงหน้าของลั่วชิว “นี่เป็นเวลาชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณ และเมื่อทรายไหลลงข้างล่างจนหมด นั่นก็หมายความว่าเวลาชีวิตของคุณสิ้นสุดลงแล้วเช่นเดียวกัน”

แม้จะเป็นคนที่เฉยชาแค่ไหน แต่เมื่อพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้มันก็ต้องตกใจกลัวกันเป็นธรรมดา แต่ความกลัวนั้นก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย ลั่วชิวรีบปรับอารมณ์ให้สงบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว “ยังเหลือเวลาอีกนานเท่าไรกว่าทรายเหล่านี้จะไหลลงข้างล่างจนหมด”

“สามสิบวัน”

“...”

ลั่วชิวรู้สึกว่าทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่เขาคิดไว้ เขาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนตั้งสติแล้วพูดว่า “อย่างนั้นก็หมายความว่า ถ้าฉันหาลูกค้าไม่ได้ ฉันก็จะชักตายอย่างนั้นเหรอ?”

“คนที่มีความปรารถนาเขาจะเข้ามาเอง ที่คุณสามารถมายืนอยู่ตรงนี้ได้ นี่ก็น่าจะเป็นสิ่งอธิบายได้ดีที่สุด” โยวเย่กล่าวด้วยเสียงเบาๆ ว่า “นอกจากนี้ เจ้าของคนเก่าก็เคยใช้วิธีการส่งการ์ดเชิญออกไป หากใครที่มีการ์ดเชิญใบนี้ในครอบครองก็เข้ามาในนี้ได้”

“ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันก็แค่อดทนรอให้ใครคนหนึ่งเดินผ่านเข้ามา ฉันก็จะไม่ตายแล้วน่ะสิ?”

“ใช่ค่ะ โดยทั่วไปแล้วจะไม่ตาย”

โดยทั่วไปแล้วจะไม่ตาย...

งั้นโอเค...

ทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าของคนเก่าบอกไว้ในจดหมาย ลั่วชิวจะถูกจองจำอยู่ในนี้ไปตลอดกาล เพื่อแลกกับการครอบครองสมาคมทราฟฟอร์ดแห่งนี้


...


...


[ผมออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ]

“เรียบร้อย ข้อความส่งออกไปแล้ว...ยังดีที่โทรศัพท์ใช้ได้อยู่” ลั่วชิวพูดกับตัวเองว่า “แม้การที่เขาอยู่ที่นี่อาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่เขาก็กลัวคนที่บ้านจะเป็นห่วงจนต้องโทรแจ้งตำรวจ...หรือจะปิดเครื่องดี? งั้นก็เอาแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน…”

ลั่วชิวตัดสินใจแล้วว่าสองวันนี้เขาจะไม่กลับบ้าน ก่อนอื่นเขาจะต้องเข้าใจสถานการณ์ที่ตนพบเจอก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

ส่วนมหาวิทยาลัย ไม่ไปเรียนสักครั้งสองครั้งคงไม่เป็นไรหรอก

เมื่อเขาวางแผนเรียบร้อย เขาก็เริ่มคิดต่อว่า

ในเมื่อเจ้าของคนเก่ายังทำให้เขามาแทนที่ได้ ถ้าพูดกันง่ายๆ เขาก็ใช้วิธีเดียวกันเพื่อให้คนอื่นมาแทนที่เขาได้เหมือนกัน หรือไม่..ก็อาจจะยังมีวิธีอื่นที่ยังไม่เคยมีใครทำ นั่นคือการหลุดพ้นจากการจองจำของสมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดแห่งนี้โดยไม่ต้องแลกมาซึ่งสิ่งใดๆ เลย?

ในขณะที่เขากำลังคิดแบบนี้ ลั่วชิวก็รู้สึกว่าตัวเองโลภมากเสียจริง

แต่พอคิดไปคิดมา หลังจากที่ได้พบเจอและประสบเหตุการณ์แปลกๆ เหล่านี้ ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวก็คงจะไม่เชื่อ

ถ้าอย่างนั้นก็คงจะต้องอดทนรอการมาถึงของตัวตายตัวแทนแล้วสิ

ในเรื่องของการรอคอย ลั่วชิวค่อนข้างจะมั่นใจในตัวเองกับจุดนี้ หรือเหตุผลอาจเป็นเพราะเขาเป็นคนชอบอยู่คนเดียว เขาสามารถนั่งเหม่ออยู่ในสวนสาธารณะได้ครึ่งค่อนวัน ไม่ได้เหมือนคนอื่นๆ ที่จ้องโทรศัพท์มือถือหรืออ่านหนังสือแต่อย่างใด

ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำได้คือทำใจให้สงบ

สมุดคู่มือที่จะต้องอ่านมีเพียงไม่กี่หน้า ลั่วชิวอ่านมันจนจบอย่างรวดเร็วแล้วเริ่มสังเกตดูสมาคมแห่งนี้อย่างละเอียด

ในความเป็นจริง พื้นที่ด้านในของสมาคมแห่งนี้กว้างกว่าที่เห็นจากด้านนอกเสียอีก ทั้งภายในยังเป็นโครงสร้างสามชั้น แต่ถ้ามองจากด้านนอกก็จะเห็นได้แค่ห้องโถงเท่านั้น

และในความเป็นจริง ตามที่โยวเย่บอกไว้ว่าจะมีแค่บางคนเท่านั้นที่เห็นสมาคมนี้ ส่วนคนที่มองไม่เห็นก็จะเห็นสถานที่แห่งนี้ในสภาพของร้านเก่าๆ ที่เคยตั้งอยู่ที่นี่

นี่ก็คงจะนับว่าเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ของที่นี่ล่ะมั้ง? แต่ลั่วชิวก็ไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้มีความแปลกแต่อย่างใด...

เพราะเขาก็เคยเห็นโยวเย่ถอดสมองและแขนออก ก่อนประกอบกลับเข้าที่เดิมกับตามาแล้ว

....สามชั้นของสมาคมแห่งนี้แบ่งออกเป็น ชั้นหนึ่งคือห้องโถง ชั้นสองและชั้นสามเป็นห้องรับแขกและห้องนอน และแน่นอนว่าก็รวมห้องครัวอยู่ในนั้นด้วย แต่ไม่มีห้องน้ำ

ส่วนห้องใต้ดินก็มีสามชั้นเหมือนกัน ชั้นแรกของห้องใต้ดินเป็นห้องเก็บของ ใช้สำหรับเก็บสิ่งของที่นำมาแลกเปลี่ยน ชั้นที่สองก็เป็นห้องเก็บของเหมือนกัน ใช้สำหรับการเก็บรักษาสิ่งของมีค่าที่นำมาแลกเปลี่ยน ส่วนชั้นที่สามของห้องใต้ดินเป็นสถานที่ใช้ประกอบพิธีบูชา...และมีแท่นบูชาอันแปลกประหลาดวางอยู่

ลั่วชิวเดินไปรอบๆ ห้องนี้ แล้วอยู่ๆ เขาก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา ยังไม่ทันได้คิดอะไร ตัวของเขาก็กลับไปอยู่ในห้องโถงของสมาคมเสียแล้ว

สถานที่ใช้ประกอบพิธีบูชาแห่งนี้มันแปลกมากจริงๆ เพิ่งจะเข้าไปได้ไม่นานแต่กลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา

พอออกมาจากห้องนั้น ลั่วชิวถึงค่อยๆ รู้สึกดีมากขึ้น แล้วคิดทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องนั้น

“เราโดนหลอกเข้าแล้ว”

โดยปกติแล้วเขาไม่น่าจะพูดคำนี้ออกมาได้ เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงโกรธ หรือทอดถอนใจแต่อย่างใด

“นายท่านว่าอะไรนะคะ?” โยวเย่ที่กำลังทำความสะอาดอยู่หันมาถามลั่วชิวด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไร” ลั่วชิวยิ้มแล้วบอกให้เธอทำงานของเธอต่อ

จากนั้นเขาก็เริ่มมองโยวเย่อย่างรอบคอบใหม่อีกครั้ง ไม่รู้ว่านักเล่นแร่แปลธาตุที่สร้างเธอเอาใครมาเป็นแบบในการสร้างกันแน่ เพราะรู้สึกว่าโยวเย่หน้าตาเหมือนลูกครึ่งตะวันออกและตะวันตก รูปร่างสูงสวยและดูอ่อนหวาน

แน่นอนว่าลั่วชิวไม่กล้าปฏิเสธรูปร่างที่ดีของเธอ...แต่จริงๆ แล้วเธอคือหุ่นเชิด จริงๆ แล้วเธอคือหุ่นเชิด คือหุ่นเชิด

คำถามน่าสนใจเหล่านี้กลายเป็นว่ายิ่งอยู่ในหัวของลั่วชิวมากขึ้นเรื่อยๆ เขายิ่งคิดก็ยิ่งเลยเถิดไปไกลจนทำให้เขาเริ่มติดนิสัยวอกแวกจนเคยชิน


กรุ๊งกริ๊ง----!


นั่นเป็นเสียงจากกระดิ่งที่แขวนอยู่หน้าประตู เสียงกระดิ่งนี้จะดังขึ้นเมื่อมีคนเดินเข้ามา

เสียงกระดิ่งนี้ดึงสติลั่วชิวกลับมา ให้เขามองไปยังหน้าประตู สิ่งที่เขาเห็นคือผู้ชายหน้าตาซอมซ่อวัยกลางคนคนหนึ่ง

“ขอโทษนะครับ ที่นี่คือสมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดใช่ไหมครับ? ที่นี่ซื้อทุกอย่างที่ต้องการได้จริงเหรอครับ?” ชายวัยกลางคนคนนี้ถามด้วยท่าทีสงสัย

ลั่วชิวยังเห็นในมือของชายคนนี้ถือการ์ดสีดำอยู่

นี่คงจะเป็นการ์ดเชิญที่โยวเย่เคยพูดถึงสินะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น