ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ติดฝน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ติดฝน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2561 09:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ติดฝน
แบบอักษร

​การประกวดผ่านพ้นไปไม่นานก็เข้าสู่ช่วงสอบกลางภาคอย่างเต็มรูปแบบ นักศึกษาบางส่วนทยอยเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือสอบ บ้างก็นัดเพื่อนติวหนังสือที่บ้านหรือตามร้านกาแฟ ชาลิณีย์และนริสาเองก็ด้วยทั้งคู่ชวนกุลธิดามาที่บ้าน ในคราแรกเจ้าหล่อนปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าชอบอ่านหนังสือเงียบๆคนเดียวมากกว่า แต่ก็เกิดเปลี่ยนใจตอบตกลงกะทันหัน 

“บ้านชานี่ท่าทางมีเงินเนอะ” เมื่อเท้าเหยียบเข้ามาสายตาเธอก็สำรวจภายในบ้านละเอียดยิบ 

“ไม่หรอกแม่เราก็ทำงานบริษัท พ่อเป็นครู อยู่กันแบบพอมีพอกิน ไม่ได้ทำธุรกิจเหมือนบ้านหยก” 

“แล้วข้างๆนั่นบ้านขวัญเหรอ” ถามต่อพลางนั่งลงบนโซฟา “หลังใหญ่เหมือนกันเลยเนอะ”

“ใช่ เดี๋ยวมันก็มาแล้ว นั่งรอแป๊บนึงนะเดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้” เมื่อไม่มีอะไรคุยกันบรรยากาศอึดอัดก็เข้ามาแทนที่ เลยอาสาไปหยิบน้ำมาเสิร์ฟให้แขก “กินน้ำอะไรดี น้ำอัดลมมั้ยหรือน้ำหวาน” 

“ไม่เป็นไร เราเอาน้ำมาเอง ที่บ้านเราไม่ชอบให้กินของจากคนอื่นน่ะ กลัวสกปรก” คำพูดของหล่อนทำเอาชะงัก ไม่กินเธอไม่ว่าแต่ทำไมถึงได้ชอบพูดจากดคนอื่นให้ดูต่ำต้อยนัก 

ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันแม่จะด่าให้เช็ดเลยคอยดู!

“อืม” ชาลิณีย์รับคำเสียงตึง นึกอยากเอาน้ำที่หล่อนว่าสกปรกมาสาดหน้านัก  

“แล้วนี่ใครอะ น้องชายเหรอ” กุลธิดาถือวิสาสะหยิบรูปภาพครอบครัวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกระจกใสด้านหน้าโซฟามาดู นิ้วเรียวชี้ไปที่ชาคริต 

“ใช่ ชื่อชาร์ล อยู่ม.3” แนะนำเสร็จสรรพโดยไม่ต้องให้หล่อนถาม 

“หน้าตาดีจัง” 

ไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันต่อนริสาก็เปิดประตูเข้ามาก่อน รูปจึงถูกเก็บวางที่เดิม

“ทำอะไรกันอยู่จ๊ะสาวๆ ขอโทษที่มาช้าแต่ฉันพร้อมติวแล้ว” เพราะความขี้เซาเธอเลยตื่นสาย รู้สึกตัวตอนที่ชาลิณีย์โทร 

“มาติวกันเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา” เจ้าของบ้านรวบรัดเอาเองเพราะไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ ตอนนี้เธอต้องมุ่งมั่นทำคะแนนสอบให้ดีที่สุด ส่วนแขกสาวนั้นกลับใจลอยไปหาคนในรูปที่เพิ่งเคยพบครั้งแรก ทั้งๆที่ใบหน้านั้นพิมพ์เดียวกันกับชาลิณีย์ ติดเพียงแค่ผมสั้นเกรียนเหมือนเด็กหนุ่มมัธยมทั่วไป แต่หล่อนกลับไม่รู้สึกหมั่นไส้เหมือนที่รู้สึกกับชาลิณีย์ 




คอนโดฯหรูชานเมืองขนาดร้อยตารางเมตร ภายในตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีน้ำครีมและเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลอ่อน ด้านในแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ด้านในห้องนอนมีเตียงขนาดควีนไซส์ตั้งอยู่กลางห้องสั่นไหวอย่างรุนแรงเพราะเกมรักอันแสนหนักหน่วงกำลังดำเนิน

สะโพกสอบโถมน้ำหนักตัวทั้งหมดเข้าไปในกายของแฟนสาว โยกขยับเข้าออกรัวเร็วเมื่อใกล้ถึงฝั่งฝัน เสียงครางระงมของทั้งคู่บ่งบอกได้ถึงความสุขและอิ่มเอมใจกับบทรักนี้มากเพียงไหน 

พายุแห่งความพิศวาสหายไป ทิ้งไว้เพียงเสียงเหนื่อยหอบแรงของหนุ่มสาว คเชนทร์ดึงแฟนสาวเข้ามากอดและจุมพิตหน้าผากมนหลายๆที

“เรียนจบเมื่อไหร่เราแต่งงานกันนะ” เขาคิดเรื่องนี้มาสักระยะหนึ่ง ชายหนุ่มคบกับพีชญานานสี่ปี ตั้งแต่สมัยอยู่เกรดสิบเอ็ดที่อเมริกา ได้รู้จักกันเพราะเธอมาเรียนแลกเปลี่ยนโรงเรียนเกือบหนึ่งปี และตลอดเวลาก็ที่เธอกลับไทยเขาก็ยังติดต่อ เมื่อเรียนจบเกรดสิบสองจึงตั้งใจกลับเมืองไทยเพื่อพีชญาโดยเฉพาะ เขาและเธอตัดสินใจเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างสาขา มีช่วงเวลาที่สุขบ้างทุกบ้างผ่านอะไรมาด้วยกันก็มากมายและคิดว่าผู้หญิงคนนี้แน่นอนที่เขาตั้งใจจะใช้ชีวิตด้วย เธอเป็นคนแรกของเขา ทุกอย่างมันเข้าที่และสมบูรณ์แบบหมดแล้ว 

กับเธอหากเปรียบแค่คำว่ารักมันคงไม่พอ เขารักเธอยิ่งกว่ารักตัวเองเสียอีก ไม่เคยมีสายตาไว้มองผู้หญิงที่ไหนแม้จะมีเข้ามาอยู่ตลอดเวลาก็ตาม เขาซื่อสัตย์ในความรักที่มีต่อเธอ และมั่นใจว่ามันจะเป็นอย่างนี้ต่อไป

“พีชอยากให้ถึงเวลานั้นจัง” ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงถึงอย่างไรก็ต้องอยากแต่งงาน เธอเองก็ด้วย แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินเร็วนัก 

“ปีหน้าก็จบแล้ว แต่เราจะไปคุยกับแม่ก่อน” ในบรรดาพี่น้องสามคนคเชนทร์เป็นคนที่สนิทกับแม่ที่สุด เพราะเขาจำความตอนที่พ่อกับแม่ยังไม่เลิกรากันได้ แม่เลี้ยงดูอุ้มชูเขาดีเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ หากแต่ท่านก็มีเหตุผลให้เลิกรากันไป แม้เขาจะเลือกอยู่กับพ่อเขาไม่รู้สึกขาดอะไร ท่านก็เลี้ยงดูเขาอย่างดีที่สุดเช่นกัน ออกจะตามใจลูกชายทั้งสามเสียด้วย

“พีชอยากแต่งริมทะเล” 

“เราตามใจพีช” 

“พีชรักเคนที่สุดเลย” เธอเงยหน้าขึ้นมาหอมแก้มแฟนหนุ่มอย่างรักใคร่ ชายหนุ่มหอมตอบเช่นกัน กอดกันอยู่สักพักก็รีบลุกไปอาบน้ำเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลานัดคุยงานกับเพื่อนแล้ว 

แม้ใกล้สอบเข้ามาทุกทีแต่ทั้งคู่ก็ยังลอยตัวอยู่เหนือความเครียดทั้งหลาย ชายหนุ่มและแฟนสาวยังคงออกไปปาร์ตี้สังสรรค์เป็นประจำ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่กระทบต่อผลการเรียนแม้แต่น้อย ทั้งคู่ยังคงทำออกมาได้ดีเช่นเคย 

เมื่อถึงเวลานัดเพื่อนสนิทจึงทยอยกันมา เรียกว่าคุยงานอาจดูเป็นทางการมากไป เรียกว่าเปลี่ยนสถานที่ตั้งวงเหล้าเสียมากกว่า เพระหลังจากคุยงานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พากันไปซื้อแอลกอฮอล์ขึ้นมาตั้งวงกันต่อในตอนสามทุ่ม 

ยิ่งเมาก็ยิ่งมีเรื่องให้พูดคุยมาก เรื่องของชาลิณีย์ถูกยกขึ้นมาพูดก่อนเนื่องจากหนึ่งในนั้นทราบมาว่าหล่อนไม่ถูกกับเพื่อนสนิทเรื่องได้รับคัดเลือกเป็นดาว 

“พวกมึงชอบอีน้องชากันเหรอ กูไม่ชอบหน้าแม่งเลย โคตรกวนส้น” ผู้หญิงในกลุ่มพูดขึ้น 

“เออ มันชอบมองผัวกูด้วย” พีชญาเสริมขึ้นบ้าง 

“พีช” แฟนหนุ่มปรามเพราะไม่อยากให้ใครมองเธอไม่ดี 

“กูว่าพวกมึงคิดมากไปแล้ว น้องมันเป็นคนเฟรนลี่ เปิดใจมองจริงๆไม่มีไรหรอก” 

“พวกผู้ชายก็พูดได้ดิ มึงไม่รู้มารยาหญิงไง ผู้หญิงเขามองผู้หญิงด้วยกันออก” 

“นี่มากินเหล้าแก้เครียดนะ ไม่ได้มาให้พวกมึงทะเลาะกัน ถ้าไม่มีอะไรจะคุยก็เงียบเถอะ” เพื่อนชายคนหนึ่งที่นั่งฟังเงียบๆโพล่งขึ้น ทำเอาทุกคนหน้าสลดตามกันเพราะรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้พูดน้อยแต่เมื่อพูดแล้วทำเอาหน้าชาเป็นแถบๆ 



อากาศของวันสอบวันสุดท้ายไม่เป็นใจกับชาลิณีย์สักเท่าไหร่ ตอนเช้าฝนตกหนักรถติดทำให้เกือบไปสอบไม่ทัน แต่โชคดีที่เธอมีแม่ไปส่งไม่ต้องลำบากรอรถโดยสารเช่นคนอื่น สองชั่วโมงที่หายเข้าไปในห้องสอบออกมาฝนเจ้ากรรมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก สองสาวยืนมองเพื่อนคนอื่นทยอยกลับบ้านกันตาละห้อย เธอและนริสากลับรถโดยสารจึงต้องให้ฝนหยุดก่อนจึงจะเดินไปที่ป้ายรถเมล์ได้ 

นานกว่าชั่วโมงครึ่งที่นั่งรออยู่ใต้ตึกเรียนก็ยังไม่มีวี่แวว ทั้งเล่นเกม ดูซีรีย์ ฟังเพลงรอเวลาแต่ก็ยังติดแหง็กอยู่ที่เดิม 

ด้านคเชนทร์ที่เพิ่งออกจากห้องสอบเดินลงมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนในสาขา เพียงเห็นด้านหลังก็รู้ทันทีว่าสองสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นใคร จึงเดินเข้าไปทักทาย 

“ติดฝนกันอยู่เหรอ” เดินมาหยุดด้านข้าง 

“อ้าวพี่เคน หวัดดีค่ะ” เธอยกมือไหว้เขาด้วยความเคยชินนริสาสาก็ด้วย 

ร่างสูงหันไปบอกลาเพื่อในกลุ่ม อีกฝ่ายมีแซวบ้างเล็กน้อยพอให้สนุกปากแต่ก็ยอมไปแต่โดยดี  

ทั้งคู่พยายามมอหาพีชญาแต่ก็ไม่พบ “พี่พีชล่ะคะ” 

“วันนี้พีชไม่มีสอบ พี่มาสอบคนเดียว” 

“อ๋อค่ะ” ตอบเท่านั้นแล้วก็เงียบไป 

แต่เพราะเธอยังไม่ได้ตอบคำถามของเขาชายหนุ่มจึงถามซ้ำ “ติดฝนกันอยู่เหรอ” 

“ค่ะ” คราวนี้นริสาเป็นคนตอบ

“ปกติกลับบ้านยังไง” 

“นั่งรถเมล์ค่ะ แต่วันนี้น่าจะเป็นแท็กซี่” ฝนตกหนักและรถติดขนาดนี้ หากรอรถเมล์มีหวังกลับถึงบ้านมืดค่ำแน่นอน 

“ฝนยังไม่มีแววว่าจะหยุดตกเลย แล้ววันนี้จะได้กลับบ้านเหรอ” 

“กำลังคิดๆอยู่เลยว่าจะวิ่งลุยฝนไป”

“เห้ย จะดีเหรอ ติดรถพี่ไปลงหน้าป้ายรถเมล์ดีกว่าไหม” อาสาไปส่ง หากให้เธอวิ่งไปแบบนี้ยามที่เสื้อเปียกลู่กับตัวคงจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน อาจจะไม่ดีต่อตัวทั้งคู่ 

“ไม่เป็นไรค่ะ ชาเกรงใจ” เกรงใจเขาก็ส่วนหนึ่งแต่เธอไม่อยากมีปัญหากับพีชญามากกว่า รายนั้นไม่ได้มาด้วยแต่หล่อนอาจจะมีสายสืบ 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่จะปล่อยให้เราสองคนวิ่งตากฝนกลับได้ไง รอตรงนี้แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่มา” คเชนทร์ไม่รอให้สองสาวปฏิเสธ เดินอ้อมไปลานจอดรถหลังตึกทันที 

ไม่กี่นาทีให้หลังBMW Z4สีแดงก็แล่นมาจอดหน้าตึก ทั้งคู่ยังคงไม่รู้ตัวเพราะคิดว่ารถของรุ่นพี่หนุ่มนั้นเป็นรถเก๋งธรรมดาที่นักศึกษาทั่วไปใช้งาน 

เจ้าของรถหนุ่มเห็นสองสาวยืนนิ่งเลยบีบแตรสองที ทำเอาทั้งคู่สะดุ้ง ก่อนเลื่อนเปิดกระจกเรียก ชาลิณีย์ดูอึ้งเล็กน้อยส่วนนริสาอึ้งขนาดอ้าปากค้าง เขาต้องตะโกนเรียกสติ เพราะความที่รถนั่งได้สองที่เท่านั้นทำให้ต้องมีคนใดคนหนึ่งนั่งบนตักเพื่อน ซึ่งคนนั้นคือชาลิณีย์เพราะเธอตัวเล็กกว่านริสา 

“โทษทีพี่ลืมบอกว่ารถมันแคบ” ยิ้มแหยพลางเอ่ยขอโทษ เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ลำบากกับการจัดที่นั่งให้เหมาะ

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ หนูมากกว่าที่ต้องขอบคุณที่พี่ทำให้หนูตายตาหลับ ในชีวิตไม่คิดว่าจะได้นั่งรถหรูๆแบบนี้” นริสาเอ่ยติดตลก เธอเพิ่งเคยขึ้นรถผู้ชายหล่อและรวยขนาดนี้มาก่อน ทั้งกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นในรถมันชวนรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก 

“บ้านพี่เคนต้องรวยมากแน่ๆถึงได้ซื้อรถสปอร์ตขับ” เพื่อนสาวยังพูดจ้อไม่หยุด “ใช่มั้ยคะ” 

“ไม่หรอก คันนี้ราคาสามสี่ล้านเอง” คันนี้พ่อซื้อให้เขาตอนวันเกิดเมื่อสองปีที่แล้ว สำหรับเขามันไม่ใช่รถราคาแพงเพราะมันไม่ได้อยู่ที่หลักสิบล้าน ในทางกลับกันแขกสาวทั้งสองตาโตเป็นไข่ห่านกับราคาของมัน

นริสานั่งเกร็งตัวเพราะกลัวจะไปโดนเบาะหรือข้าวของในรถเสียหายและภาวนาขอให้ถึงป้ายรถเมล์เสียที แต่ดูเหมือนสารถีหนุ่มจะอาสาไปส่งที่บ้านเพราะเมื่อบอกแผนที่บ้าน เขาก็เอ่ยขึ้นมาว่านั่นเป็นทางผ่านพอดี

ระยะทางสิบป้ายรถเมล์จากมหาวิทยาลัยใช้เวลานานกว่าปกติถึงสองเท่า ชาลิณีย์และนริสาติดอยู่บนรถของรุ่นพี่หนุ่มนานกว่าชั่วโมงครึ่งก่อนแล่นมาจอดหน้าปากซอยเข้าบ้าน คราแรกชายหนุ่มอาสาเข้าไปส่งแต่ด้วยเห็นว่าฝนหยุดตกแล้วและในซอยกลับรถลำบากจึงเอ่ยปฏิเสธ 

สองสาวแทบจะกราบกรานคเชนทร์ที่มีน้ำใจมาส่ง แม้เหน็บจะกินขาแต่ก็ดีกว่าอยู่บนรถโดยสารที่อัดแน่นด้วยผู้คนและอากาศร้อนอบอ้าว หากไม่ได้เขาตอนนี้เธอคงยังไม่ถึงบ้าน เขาเพียงแค่ส่งยิ้มใจละลายมาให้และโบกมือลาทั้งคู่แล้วกระชากรถออกไป ชาลิณีย์และนริสารอส่งจนกระทั่งรถยนต์คันหรูหายลับไปกับรถยนต์คันอื่นแล้วจึงเดินกลับบ้านอย่างหมดแรง 



ข้าวของในห้องนอนถูกปากระจัดกระจายไปคนละทิศทางตามแรงอารมณ์ของพีชญา หล่อนกรีดร้องออกมาเสียงดังด้วยความขัดใจ บนหน้าจอโทรศัพท์มีรูปภาพขณะที่ชาลิณีย์กำลังก้าวขึ้นรถแฟนของเธอ เพื่อนเธอเป็นคนถ่ายและส่งมาให้เองกับมือ แม้จะเห็นว่ามีเพื่อนของชาลิณีย์อยู่ด้วยแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ดีเสียเท่าไหร่ 

เสียงสแกนคีย์การ์ดเข้าห้องดังขึ้นร่างบางที่ทรุดนั่งบนพื้นลุกพรวดขึ้นมาและปรี่ไปหาแฟนหนุ่มทันที หล่อนคว้าเอาโทรศัพท์ซึ่งเปิดรูปค้างไว้ยื่นใส่

“นี่มันหมายความว่ายังไง!!” ตะเบ็งเสียงทันที ชายหนุ่มมองดูเล็กน้อยก่อนตอบกลับ 

“น้องเขาติดฝน เลยอาสาไปส่งที่ป้ายรถเมล์” เขาบอกความจริงแต่ไม่หมด หากบอกว่าไปส่งที่บ้านไม่วายโดนงอนอีกแน่นอน 

“แล้วทำไมต้องเป็นอีชาด้วย เคนก็รู้ว่าพีชไม่ชอบมัน ทำไมชอบไปยุ่งกับ” ตกใจเล็กน้อยกับคำพูดของเธอแต่เลือกที่จะไม่แย้งอะไร

“เราแค่เห็นน้องไม่มีทางกลับเลยอาสาไปส่งแค่หน้ามอ แล้วอีกอย่างเราบริสุทธิ์ใจไม่ได้คิดอะไรเกินเลยสักนิด พีชจะคิดมากไปทำไม”

“แล้วจะไม่ให้คิดมากได้ยังไง เคนคิดว่าถ้าเพื่อนพีชไม่ถ่ายมาได้แล้วส่งมาให้ดูเคนจะบอกพีชมั้ย” หล่อนถามกลับ ทำเอาเจ้าตัวอึ้งเล็กน้อยเพราะคิดว่าจะไม่บอกพีชญาอยู่แล้ว 

“เรื่องเล็กน้อยพีชจะโมโหทำไม ยังไงซะเราก็ไม่มีวันมองคนอื่น” 

“คนอื่นมีเยอะแยะทำไมต้องเป็นอีนี่ พีชขอร้องได้ไหมพีชเห็นหน้ามันแล้วพีชหงุดหงิดอยากจะบ้าตาย” 

“โอเค ถ้าพีชอยากให้เราเลิกยุ่งกับก็ได้ แค่นี้ใช่ไหมที่ต้องการ” พีชญาเหมือนคนสติหลุด ร้องห่มร้องไห้ราวกับเด็กที่ถูกขัดใจ เขารู้ว่าเธอหวงเขาแต่ไม่เคยเห็นหนักขนาดนี้มาก่อน จึงยอมทำตามที่ขอ 

“เคนสัญญานะ ห้ามยุ่งกับมัน ห้ามพูดห้ามคุย เจอหน้าก็ไม่ต้องมองมัน” 

“ครับ พีชเลิกร้องไห้นะ เราไม่ชอบเห็นน้ำตาพีช” เอื้อมมือไปปาดน้ำตาออกจากใบหน้านวล เมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มยอมทำตามแล้วจึงเข้าไปซบกอด แค่เพียงเธอสอบคนละวันยัยเด็กนั่นยังสร้างเรื่องปวดหัวให้ได้ขนาดนี้ ต่อไปเธอคงจะไม่สามารถละสายตาที่จับจ้องคเชนทร์ได้เหมือนก่อนแล้ว เธอเคยมั่นใจว่าเขาไม่มีทางนอกใจเธอแต่กับชาลิณีย์เธอกลับมีเซนส์ขึ้นมาเสียดื้อๆ ถึงตอนนี้แม่นั่นจะไม่อยากได้แต่ในอนาคตก็มีโอกาสเกิดขึ้นเหมือนกัน

ความคิดเห็น