ลัลน์

ขอบคุณทุกการสนับสนุนนะคะ : )

บทที่ 6 ของแลกเปลี่ยน [70% Re- Up]

ชื่อตอน : บทที่ 6 ของแลกเปลี่ยน [70% Re- Up]

คำค้น : ภรรยาราคี, ดราม่า, พระเอกร้ายมาก

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2561 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 ของแลกเปลี่ยน [70% Re- Up]
แบบอักษร

บทที่ 6

ของแลกเปลี่ยน



“เธอเป็นของฉัน” วรรธน์กัดกรามตอบ

พริมาไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะพูดราวกับว่าเธอเป็นสิ่งของที่ยื้อแย่งกันเพื่อความสนุก เธอรับไม่ได้จึงสะตัวออกแรงๆ แล้วรีบวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา

วรรธน์มองหล่อนจนหายลับก่อนจะหันกลับมาจ้องคนตรงหน้า ท่าทางของเขานิ่งขรึมแต่แววตากลับมากด้วยความอำมหิตอย่างที่ใครก็ไม่อาจจินตนาการได้ว่าเป็นเช่นไร ยกเว้นเขมรัฐเท่านั้นที่เวลานี้รู้สึกเสียวสันหลังแทนคนชีกอวาบๆ

“ไม่เอาน่า แค่ผู้หญิงคนเดียวอย่ามาทะเลาะกันเลย” 

เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นส่วนคนอื่นๆ ก็เห็นด้วยและพูดทำนองเดียวกัน แต่ทั้งสองดูจะไม่คล้อยตามและเพียงชั่วพริบตาวรรธน์ก็ถูกต่อยจนเซล้มไปหาโต๊ะ หลายคนกรูเข้าไปห้ามฝ่ายที่เริ่มก่อน ส่วนวรรธน์ถูกประคองให้ลุกโดยเพื่อนที่อยู่ข้างๆ กัน

“พาธนากลับไปก่อนไป อย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่”

คนอื่นๆ ดึงธนาออกไปแล้วแต่ในจังหวะนั้นเองวรรธน์สะบัดเพื่อนที่กึ่งพยุงกึ่งรั้งเขาออกแล้วปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อธนาจากทางด้านหลัง

“เห้ย!” 

ธนาร้องเสียงหลงก่อนถูกเหวี่ยงจนไหล่กระแทกผนัง วรรธน์คว้าขวดไวน์แล้วฟาดเข้าที่ศีรษะธนาอย่างไม่ออมแรง 

“โอ๊ย!”

เลือดไหลจากหน้าฝากธนาจนท่วมใบหน้า นาทีนั้นวรรธน์กระชากคอเสื้อฝ่ายนั้นเข้ามาพร้อมจ่อส่วนของคอขวดที่มีคมแหลมเข้ากับหลอดลมธนา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนใครก็เข้ามาห้ามไม่ทัน

“คุณวรรธน์อย่านะครับ!”

เสียงร้องห้ามของเขมรัฐทำให้วรรธน์ยั้งมือทันไม่เช่นนั้นเขาคงปาดคอไอ้คนสับปลับกลับคำพูดจนตายคามือไปแล้ว

“อะ...อะ...ไอ้วรรธน์ ปละ...ปล่อยกู”

วรรธน์แสยะยิ้มเหี้ยมเกรี้ยมพลางจ้องเข้าไปในแววตาขลาดกลัวของคนตรงหน้า มือข้างที่ถือคอขวดนั้นพร้อมที่จะแทงทะลุเนื้อหนังอีกฝ่ายได้ตลอดเวลา

“มึงบอกกูว่ามึงแค่ต้องการให้ผิงมาชงเหล้าให้ แต่ที่มึงทำเมื่อกี้มึงหยามกูชัดๆ”

“กูไม่รู้เว้ยว่าเป็นผู้หญิงของมึง”

ธนากลัววรรธน์จนตัวสั่น ทั้งผลักทั้งดันแต่ก็สู้แรงวรรธน์ไม่ได้ แต่ต้องขอบใจเขมรัฐที่เข้ามาดึงเจ้านายของเขาออกไปในขณะที่คนอื่นๆ ไม่กล้าเข้าถึงตัววรรธน์เพราะกลัวโดนลูกหลง

“มึงควรรู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเธออยู่ในบ้านกูแล้ว แต่มึงก็มองตาเป็นมันแถมยังลวนลามเธอต่อหน้ากูอีก”

“แล้วทำไมมึงถึงยอมให้ผู้หญิงของมึงมาใกล้ชิดกูล่ะวะ หรือเพราะว่าวิญญาณนักการค้าเข้าสิงมึงพร้อมกันหลายตัวมึงเลยยอมให้เธอมารินเหล้าให้กูเพียงเพราะต้องการให้กูพอใจแล้วพ่อกูจะได้ยอมเซ็นอนุมัติให้มึงเช่าโรงงานต่อ” 

เมื่อรู้ว่าตัวเองปลอดภัยแล้วปากธนาก็ทำงานโดยอัตโนมัติ

แน่นอนว่าวรรธน์พูดไม่ออก เรื่องนี้จะโทษธนาฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกเพราะเขาเห็นแก่ได้จริงๆ นั่นแหละ

“...”

“กูจะบอกอะไรให้ว่าไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนเขาทำกันหรอกโว้ยนอกจากผู้ชายเหี้ยๆ อย่างมึง!”

“ไอ้ธนา!” 

วรรธน์ตะเบ็งเสียงอย่างโกรธแค้นและพยายามสะบัดเขมรัฐออกหมายจะเข้าไปตะบันหน้าฝ่ายนั้นให้สมกับความปากดีที่พูดจี้ใจดำแต่ก็ไม่เป็นผล 

ส่วนธนาเองก็ถูกเพื่อนๆ พาตัวกลับไปแล้วและคิดว่าจากนี้ไปทั้งสองคงกลายเป็นศัตรูกันตลอดกาลเพราะคนอย่างวรรธน์หากได้เกลียดใครแล้วก็ยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

“โธ่โว้ย!” 

หลังจากที่ได้ยินเสียงรถของเพื่อนๆ ขับออกไปกันหมดแล้ววรรธน์ก็สบถลั่นบ้านเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

“เสียทั้งเพื่อน เสียทั้งความศรัทธาจากผู้หญิงแถมยังชวดที่ดินผืนนั้นไปอีก สะใจคุณวรรธน์หรือยังล่ะครับ”

“มึงกำลังจะซ้ำเติมกูใช่ไหม” 

หันไปชี้หน้าคนสนิทอย่างกราดเกรี้ยว คำพูดของเขมรัฐไม่เข้าหูเลย เขาอยากประเคนเท้าถีบยอดอกมันแรงๆ แต่เพราะความจริงแล้วเขมรัฐเป็นคนของมารดาเขาที่แตะต้องไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ

“ผมบอกคุณแล้วว่าคุณทำเกินไป แต่คุณก็ไม่เชื่อ”

“ทำไมกูต้องเชื่อ มึงไม่ใช่พ่อกู”

“แต่ผมเป็นคนของแม่คุณ” 

เขมรัฐบอกหน้านิ่งแม้ตนจะเชื่อฟังคำสั่งของวรรธน์ทุกอย่างแต่ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ก็คงต้องขอความช่วยเหลือจากมารดาฝ่ายนั้นคนที่สามารถปราบมารอย่างวรรธน์ได้ในทุกๆ สถานการณ์

“แม่งเอ๊ย!” 

วรรธน์โมโหมากแต่ไม่รู้จะไปลงกับอะไรนอกจากข้าวของบนโต๊ะ เขากวาดมันลงพื้นจนกระจัดกระจาย เมื่อเขาระบายอารมณ์จนพอใจเขมรัฐจึงได้พูดในสิ่งที่ต้องพูด 

“คุณพริมาเธอเสียใจมากนะครับ เดาว่าเธอคงเข้าใจผิดคิดว่าคุณอยากให้เธอนอนกับคุณธนา คุณควรไปขอโทษและปรับความเข้าใจกับเธอนะครับ”

“เรื่องอะไรกูจะต้องไปขอโทษผู้หญิงคนนั้น แล้วกูไม่ต้องไปปรับความเข้าใจห่าเหวอะไรเลย หล่อนจะเข้าใจกูแบบไหนก็เรื่องของหล่อน หรือถ้ามึงสะเออะอยากทำแทนกูก็ไปเลยไป ไปทำเลยไป!”

เขมรัฐเงียบไปเพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดต่อและชินเสียแล้วกับนิสัยแบบนี้ของเจ้านาย...ในโลกใบนี้เห็นจะมีแค่ตนคนเดียวที่ทนทำงานกับคนบ้าอย่างวรรธน์ได้

เจ้านายหนุ่มเดินขึ้นชั้นบนไปเสียก่อนที่จะห้ามตัวเองไม่ให้ต่อยหน้าเขมรัฐไม่ไหว เพราะนอกจากบุพการีแล้วใครก็ไม่มีสิทธิ์มาบอกว่าเขาควรหรือไม่ควรจะทำอะไรทั้งนั้น อีกอย่างหนึ่งพริมาจะรู้สึกอย่างไรมันก็เรื่องของหล่อน

ดีเสียอีกที่เธอเสียใจกับเรื่องนี้...มันคือสิ่งที่เขาต้องการจะเห็น


----------

วันนี้อนลจะเปิดร้านตอนบ่าย พริมาเลยได้มีเวลาอยู่กับตัวเองอีกครึ่งวัน เธอมองเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ด้วยความรู้สึกเลื่อนลอย ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เสียเท่าไหร่ ทั้งซูบผอมและหม่นหมองราวกับไม่ใช่พริมาคนเดิม ยิ่งเมื่อคืนร้องไห้ทั้งคืนก็ทำให้ใบหน้ายิ่งไม่น่ามอง

ก๊อกๆๆ

“แม่เข้าไปได้ไหมผิง” 

เสียงของมารดาดังขึ้นหลังสิ้นเสียงเคาะประตู ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้ท่านเข้ามา หญิงสาวเดินไปเปิดประตูให้คุณวาสนาพยายามซ่อนแววตาเศร้าเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

“คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“แม่นึกว่าผิงไม่สบาย”

“ผิงสบายดีค่ะ” 

ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มขมขื่น คุณวาสนาน้ำตาคลอเมื่อเห็นเปลือกตาของบุตรสาวบวมเป่ง ก่อนจะดึงร่างแน่งน้อยเข้ามาสวมกอดอย่างอดไม่ได้

ใช่จะไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องที่บ้านหลังนั้น เพราะตนกลับมาถึงบ้านก็นั่งรอบุตรสาวต่อไม่ยอมขึ้นนอน 

ทว่าพริมากลับวิ่งร้องไห้กลับมาแล้วไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น หัวใจของคนเป็นแม่ราวกับถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงที่ต้องทนมองแก้วตาวิ่งขึ้นห้องไปพร้อมกับความเสียใจซึ่งตนไม่อาจช่วยบรรเทาได้

“แม่ขอโทษที่แม่ปกป้องผิงไม่ได้ ขอโทษที่แม่ช่วยอะไรผิงไม่ได้เลย”

“อย่าร้องไห้เลยนะคะผิงไม่อยากให้คุณแม่ต้องเสียน้ำตา” กอดท่านเอาไว้แน่น ในหัวใจแสนปวดร้าวและไม่อาจหยุดน้ำตาเอาไว้ได้เลย


************************

ใจร้ายเข้าไปอิคุณวรรธน์

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น