โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

03-4 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ

ชื่อตอน : 03-4 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 14:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-4 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ
แบบอักษร

​ฮันฮีย้ายเข่ามาทางด้านหน้า ร่างกายส่วนบนของเขา กำลังถูกควบคุมจากยุนซองอย่างเต็มที่ ถ้าหากอีกฝ่ายปล่อยเชือกลงล่ะก็ ตัวเขาก็คงกระแทกลงกับพื้น ในทางตรงข้าม ถ้ายุนซองดึงเชือก หลังของเขาก็จะต้องตั้งตรงขึ้นมาอย่างไม่มีทางเลือก 

เพราะว่าท่าทางเหรอ รู้สึกเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงที่ถูกยุนซองบงการเลย แบบนี้มันจะมีอะไรแตกต่างไปจากสัตว์สี่เท้ากันล่ะ ไม่สิ ถ้าเป็นสัตว์อย่างน้อยก็ยังมีเท้าหน้า แต่ฮันฮีน่ะไม่ใช่เลย เพราะว่ามัวแต่ประคองร่างกายที่กำลังจะเอียงล้มลงไปบนพื้นจากแรงโน้มถ่วงของโลก เชือกจึงยิ่งฝังลงบนผิวลึกลงไปอีก 

“ฮือ... ฮึก...” 

เสียงครางที่ฟังไม่ได้ศัพท์เล็ดลอดออกมา ทุกๆ ครั้งที่เข่าของฮันฮีถูกดึงไปข้างหน้า เชือกที่มัดและวางไว้ระหว่างส่วนอ่อนไหวของเขาอย่างตั้งใจนั้น ก็ทำให้ส่วนล่างเจ็บแปลบไปหมด เพราะว่ามันรัดอยู่ตรงหว่างขา ลำคอของเขาโค้งลงไปด้านล่างอย่างอัตโนมัติ และลมหายใจร้อนๆ ก็ออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านริมฝีปาก 

แต่ถึงยังไง ฮันฮีก็ไม่สามารถจะเรียกชื่อของอีกฝ่าย เรียกชื่อของยุนซองออกมาได้ แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะหยุด ยังคงทนไหวอยู่ 

“อดทนเก่งจริงๆ เลยนะเนี่ย ไม่ว่าเมื่อไหร่เธอก็แสดงให้ฉันเห็นมากกว่าที่คาดหวังไว้เสมอเลย” 

“อา อ่า...” 

เพราะได้ยินคำพูดแบบนั้น ก็เลยมีความรู้สึกที่ไม่อยากจะปล่อยแม้แต่เสียงครวญครางออกมา แต่ทว่า 

“...ฮือ อึก....” 

เรื่องนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำหรือไม่ทำตามที่ฮันฮีคิดได้ ทุกๆ ครั้งที่เคลื่อนตัวไปด้านหน้า ร่างกายด้านบนของเขาก็พลอยโยกไปด้วย อีกใจหนึ่งความรู้สึกที่ว่า เมื่อไหร่ยุนซองจะปล่อยเชือกก็เกิดขึ้น  ไม่ใช่ว่ากลัวว่าจะล้มคว่ำไปข้างหน้า แต่เพราะฮันฮีไม่อยากจะหลุดออกจากความรู้สึกสุขสม จากปมเชือกซึ่งถูกขยี้จากเชือกที่อีกฝ่ายกำลังจับอยู่ แล้วมอบให้เขาเลยสักชั่วขณะเดียว 

แม้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเขาบอกว่าเขารู้สึก ตัวเขาเองก็จะเป็นคนโรคจิตอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่ก็ไม่มีความรู้สึกอยากจะปฏิเสธ เพราะถ้าบอกว่าปฏิเสธ มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงได้ ฮันฮีนึกถึงแต่ภาพของตัวเองที่กำลังถูกยุนซองมองอยู่ 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทุกๆ ครั้งที่เคลื่อนไหวอย่างน่าสงสารทีละก้าว ทีละก้าว ทั้งๆ ที่ยังพยุงร่ายกายไม่ให้ล้มลงอยู่นั้น ช่องทางรักที่ถูกขยี้ด้วยเชือกยาวๆ ก็พลอยขมิบถี่ๆ ไปด้วย และขนของเขาก็ลุกเกรียวไปทั่วตัวทันทีที่คิดถึงมัน 

เขารู้สึกมึนหัว และค่อยๆ หมดแรงลง อยากจะหยุดแล้ว รู้สึกเสียวซ่านตั้งแต่เมื่อกี้ เพราะส่วนอ่อนไหวที่เฉียดผ่านเชือกและที่ตื่นตัวอย่างแข็งขึงเหมือนกับจะแตกซะเดี๋ยวนั้น 

“ความเร็วขนาดนี้ เมื่อไหร่จะถึงเตียงกันล่ะ” 

“อะ อา.....” 

“หรือไม่งั้น ก็กำลังสนุกอยู่งั้นเหรอ” 

ฮันฮีไม่ตอบอะไรกลับไป เขาไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย ในขณะที่เขาคิดอยากจะอุดปากของยุนซองซึ่งกำลังสาธยาด้วยน้ำเสียงที่น่ารังเกียจไว้ เพราะว่าไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของอีกฝ่าย ที่บอกว่าเขากำลังสนุกอยู่ได้ ขอบตาก็ปรือลง นิ้วเท้าก็ขยับไปมาอยู่บ่อยๆ ช่องทางรักนั้นตอดรัด และเข่าก็สั่นเทิ้ม การมองเห็นของเขาเลือนราง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเคลื่อนตัวไปทางด้านหน้า 

ส่วนอีกด้านหนึ่งยุนซองรู้สึกผ่อนคลาย เขาจับเชือกเอาไว้ ช่วยควบคุมจังหวะการเดินของฮันฮีอย่างช้าๆ เหมือนกับออกมาเดินเล่นกับสุนัขที่เลี้ยงไว้ ความเร็วของฮันฮีที่กำลังวิเคราะห์ความสุขสมที่รู้สึกในร่างกาย ตั้งแต่หนึ่งไปจนถึงสิบ ราวกับสุนัขที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น สำรวจไปรอบๆ และดมทางนี้ที ทางโน้นทีนั้น ถูกปรับให้ลดลงอย่างจงใจ 

และบางครั้งถ้าอยากจะกระตุ้นอีกฝ่าย เขาก็แค่กระชากเชือกอย่างแรง และพอเป็นอย่างนั้น เขาจึงสามารถรับรู้ถึงการสั่นของฮันฮีผ่านทางเชือกเส้นนี้ 

“...ฮู่ ฮือ......” 

และแล้วการเดินเล่นที่เหมือนกับจะไม่มีสิ้นสุดในชีวิตนี้ก็จบลง ฮันฮีเดินมาถึงด้านหน้าของเตียงในที่สุด ตอนนี้เขาแค่อยากทรุดตัวลงนอนเท่านั้น ใบหน้าที่แสนเหนื่อยล้าฟุบลงบนเตียง 

แต่เพียงแค่ครู่เดียวร่างกายก็ถูกบังคับให้ลุกขึ้น ตามการเคลื่อนไหวของเชือกที่โดนกระชากอย่างแรง เสียงครางเล็กๆ หลุดออกมาจากปาก แต่มันไม่สามารถสั่นคลอนอารมณ์ของคนบังคับเชือกได้ ฮันฮีหันหน้าไปทางยุนซองอย่างยากลำบาก 

ถึงจะเดาเอาไว้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็กำลังยิ้มอยู่ 

“ดูเหมือนคุณจะไม่รู้นะครับ แต่ผมไม่ใช่ซับนะ” 

“แล้วยังไงล่ะ” 

“คิดว่าผมจะไม่ขัดขืนคุณเหรอครับ” 

การถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดกับการยอมจำนนต่ออีกฝ่าย มันเป็นเรื่องที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ถ้าเป็นฮันฮี เขาเป็นมนุษย์ที่ชื่นชอบที่จะเป็นแบบแรกมากกว่า และความจริงนั้นเขาก็รู้ตัวเองดี ข้อตกลงที่จะต้องทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายอย่างไม่มีเงื่อนไขน่ะ ไม่มีระบุไว้ตรงไหนในสัญญาเลย มันเป็นสิ่งที่พวกเขาสองคนเสมอภาคกัน อย่างน้อยๆ ก็ในการเล่นนี้ 

สายตาของฮันฮีที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายที่สั่นอยู่ให้เป็นปกติได้ แหงนมองขึ้นไปทางด้านบนราวกับกำลังจ้องตายุนซอง ขณะที่นั่งคุกเข่าลงไปข้างหนึ่ง 

“ฉันรู้ เพราะว่าเธอดูน่าจะเป็นคนไม่ทำตามคำสั่งใครอยู่แล้วนี่” 

ดังนั้นก็เป็นคนประเภทที่ปลุกความต้องการอยากเอาชนะให้ขึ้นมามากยิ่งขึ้นด้วย ยุนซองไม่พลาดโอกาสที่จะโต้ตอบ และก็ไม่ปฏิเสธความรู้สึกที่ไม่พึงพอใจของตัวเองด้วย 

พื้นฐานของความปรารถนาที่เหลือล้น และสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์นั้น เหมือนเป็นความเชี่ยวชาญของดอม* มุมปากที่ยกขึ้นไปด้านบนก็เป็นหลักฐานชิ้นดี 

“จะไม่มีเรื่องแบบนั้น... หรอกครับ” 

ถ้าเป็นเรื่องที่จะไม่ยอมแพ้ ทางนี้ก็มั่นใจเหมือนกัน จนถึงตอนนี้ ถึงเขาจะเจอคู่ขามาแล้วหลายคน แต่พวกเขาก็ไม่เคยทำตามรสนิยมของฮันฮีได้เลยสักครั้ง ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นซาดิสม์ที่มีมารยาท แต่เพราะว่าไม่มีความสามารถที่จะทำได้ต่างหาก ทั้งอำนาจในการตัดสินใจ และแน่นอนว่าอำนาจในการเป็นผู้นำ ก็ต้องขึ้นอยู่กับฮันฮีด้วยเช่นกัน แบบนี้ความสัมพันธ์จึงจะสามารถดำเนินต่อไปได้ 

ถ้าจะให้พูดอีกแบบหนึ่ง ก็หมายความว่าจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครที่จะปราบเขาได้ 

ยุนซองดึงเชือกขึ้นแทนคำตอบ อึ่ก เสียงร้องเล็กๆ จนเกือบจะไม่ได้ยินนั้นดังออกมา และตอนนี้เขาจดจ่ออยู่แค่เรื่องที่ถูกมัดอยู่กับเสาตรงปลายเตียงเท่านั้น ถึงแม้จะไม่ชอบ แต่ร่างกายของฮันฮีก็ต้องลุกขึ้นตามเชือกที่ถูกดึงอย่างแรง หลังที่ตั้งตรงและสะโพกที่ถูกนวดด้วยส้นเท้าของอีกฝ่าย ทั้งๆ ที่ยังคุกเข่าอยู่นั้น มันก็ไม่ใช่ความตั้งใจของเขาเลย 

นอกจากยุนซองแล้วเงื่อนที่มัดอยู่นี่  เขาก็ไม่สามารถแก้ปมมันให้คลายได้ สายตาของฮันฮีมองขึ้นไปด้านบนโดยอัตโนมัติ สายตาที่มีความยั่วยวนแผ่ออกมาพร้อมกับความขุ่นเคืองอีกนิดหน่อยนั้น จ้องเขม็งไปยังคนเป็นเจ้านาย ราวกับจะบอกให้ลองทำดูสักครั้ง 

“คาดหวังสินะ” 

แต่ถึงแม้จะอยากลองทำตามที่ตัวเองอยากจะทำมากขนาดไหน แต่มันก็เป็นการยั่วยวนในความหมายอื่นด้วย 

แล้วสายตาที่เคยจ้องเขม็งมานั้น ก็ถูกปิดด้วยผ้า วัสดุของผ้าปิดตาเป็นกำมะหยี่สีดำ และตลอดผืนผ้ามีลูกไม้ลายละเอียดประณีตและหรูหราประดับอยู่ ตามรสนิยมของยุนซอง เป็นการเลือกที่ชัดเจนอย่างไม่ปกปิดรสนิยมของตัวเองเลย 

ผ้าปิดตานั้นเข้ากับฮันฮีอย่างเหมาะสมลงตัวมากจนน่ากลัว เหมือนกับเป็นของที่เตรียมเอาไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ 

การมองเห็นของเขาถูกปิดกั้นด้วยผ้าปิดตาที่มัดเป็นปมอยู่ด้านหลังศีรษะ ความรู้สึกที่ไม่สบายใจของฮันฮี กับร่างกายที่ถูกมัดไปทุกส่วนก่อนหน้า ตอนนี้มันย้ายไปอยู่ที่ยุนซองแล้ว เขารู้สึกถึงประสาทสัมผัสทั้งหลายที่ไวขึ้นเมื่อการมองเห็นของเขาถูกจำกัด รับรู้ถึงลมหายใจอันแผ่วเบาที่ออกมาผ่านช่องว่างระหว่างริมฝีปาก 

อะไรกัน ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ความไม่สบายใจถูกกระตุ้นให้อยู่เหนือประสาทสัมผัส อย่างแรก หูของเขารับรู้ได้เร็วขึ้น ฮันฮีกำลังไล่ตามการเคลื่อนไหวของยุนซองจากเสียง แต่พื้นที่ถูกปูด้วยพรมก็ทำให้ความพยายามของเขาเปล่าประโยชน์ 

ประสาทการรับกลิ่นก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยในสถานการณ์ตอนนี้ เขาสูดกลิ่นเข้าไปและเงยหน้าขึ้นเพื่อหาร่องรอยน้ำหอมของยุนซอง แต่แน่นอนว่าไม่รู้สึกถึงอะไรเลย อยู่ข้างหน้าหรือเปล่านะ ถ้าไม่อย่างนั้น หรือว่าทิ้งเขาไว้ที่นี่ แล้วออกไปที่อื่นงั้นเหรอ... 

 

* คนที่รู้สึกสนุกผ่านการกระทำที่ได้สั่งให้อีกฝ่ายยอมจำนน หรือสถานการณ์แบบนั้น​ 

ความคิดเห็น