โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

03-1 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ

ชื่อตอน : 03-1 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 14:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
03-1 ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ
แบบอักษร

03. ถูกควบคุมด้วยความเต็มใจ 

 

ถ้าไม่นับเสียงดังแกรกๆ กับเสียงพลิกกระดาษแล้ว ที่นี่ก็เงียบราวกับป่าช้า 

มันเป็นภาพที่เขามองเห็นมาตลอด ถ้าไม่ได้รับรายงานหรือคุยโทรศัพท์กับใคร ภายในนี้ก็จะมีแต่เสียงคลิกเมาส์ถี่ๆ กับเสียงเคาะแป้นคีย์บอร์ดเป็นบางครั้ง หรือไม่ก็เสียงขยับปากกากับกระดาษเท่านั้น 

เจ้าของสถานที่ก็ไม่เปิดปากพูดง่ายๆ ด้วย ซึ่งมันต่างกันอย่างมากกับตอนที่พูดโน้นพูดนี่ไปเรื่อย หรือตอนที่พูดหยอกล้อเบาๆ ใส่เขา 

ฮันฮีกำลังยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของยุนซอง หลังจากยื่นแฟ้มเอกสารที่เอามาให้อีกฝ่ายเมื่อห้านาทีก่อน ตอนนี้เจ้านายกำลังตรวจสอบเนื้อหาของเอกสารที่เขาส่งให้อย่างละเอียด ถึงแม้มันจะเป็นอย่างนี้เสมอ แต่วันนี้มันต่างออกไปนิดหน่อย เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ฮันฮีประหม่าอยู่ภายในพอสมควรต่างกับภาพลักษณ์ภายนอก 

“...อืม” 

เป็นการตอบสนองที่เล็กน้อยจนไม่สามารถตัดสินได้ว่าดีหรือไม่ดี ในที่สุดสายตาของยุนซองที่ส่งเสียงฮึมฮัมอย่างไม่รู้ความหมายก็เลื่อนมามองฮันฮีเป็นครั้งแรก เป็นสายตาที่เขาไม่สามารถเดาได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เจ้านายลุกจากที่นั่งแล้วย้ายไปนั่งตรงโซฟาที่ตั้งอยู่กลางห้องทำงาน ถึงจะไม่มีคำพูดที่บอกว่าให้ตามมา แต่ฮันฮีก็เดินตามหลังไปติดๆ มันเป็นเอกสารที่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติ 

“รู้สึกมาตลอดเลยแหละ ว่าเลขาซอนี่มีพรสวรรค์ที่ทำให้ฉันเพลิดเพลินได้จริงๆ” 

“ถ้านั่นเป็นคำชม ผมก็จะรับไว้ด้วยความขอบคุณนะครับ” 

“การขอบคุณน่ะ เอาไว้ทำตอนที่รู้สึกขอบคุณจริงๆ เถอะ เพราะว่าโอกาสมันมาไม่ค่อยจะถึงหรอก” 

ยุนซองหัวเราะเบาๆ แล้วเปิดเอกสารดูอีกครั้ง อันที่ฮันฮีถือมาก่อนหน้านี้นั่นแหละ มันไม่ใช่เอกสารของบริษัทการค้า แล้วก็ไม่ใช่เอกสารที่เจ้านายจำเป็นจะต้องอนุมัติขั้นตอนสุดท้ายของผู้รับเหมาด้วย เพราะถ้าเป็นเอกสารที่สำคัญจริงๆ คนที่จะถือเข้ามาต้องเป็นเลขาผู้จัดการงาน ไม่ใช่เขา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เอกสารที่ไม่ได้สำคัญ 

“นั่งสิ” 

ถ้าสั่งให้นั่งก็จะต้องนั่งสินะ ฮันฮีรู้สึกถึงความแห้งผากในปากทีละนิด ทีละนิด แต่ถึงอย่างนั้นลำคอของเขากลับถูกทำให้เปียกด้วยลมหายใจชื้น เพื่อเตรียมพร้อมกับการกระทำเสียมารยาทที่ไม่รู้ว่าจะได้ทำหรือเปล่า อาการเหม่อลอยอย่างเมื่อวานซืนจะเกิดขึ้นซ้ำไม่ได้เด็ดขาด พอคิดถึงตอนนั้น อยู่ๆ ความคิดที่อยากตายก็เข้ามาในหัว 

‘...ดีเลยครับ ทำแบบนั้นแหละครับ’ 

เมื่อคำตอบที่ว่างเปล่าและทื่อๆ แบบนั้นจบลง ก็ดูเหมือนข้อตกลงของยุนซองจะได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างพวกเขาทั้งสองคนโดยสมบูรณ์ แต่เรื่องทั้งหมดนั้นมันยังไม่สิ้นเสร็จดี เพราะพวกเขาต้องทำข้อตกลงใหม่ซึ่งกันและกัน และเพื่อสิ่งนั้นจึงต้องมีการประชุม 

“เดี๋ยวนี้คนอื่นๆ เขายังใช้สัญญาแบบนี้กันอยู่ไหมนะ” 

สัญญา สายตาของยุนซองมองไปทางกระดาษเอสี่ สามแผ่นแผ่นที่กำลังรอการเซ็นชื่ออย่างเรียบร้อยอยู่ในแฟ้มเอกสาร ซึ่งผู้ร่างสัญญาคือ ซอฮันฮี ผู้เสนอก็คือ ซอฮันฮี และผู้ทำสัญญาแน่นอนว่าก็ยังคงเป็นซอฮันฮี เขาใช้วันอาทิตย์ที่มีค่าอย่างสูญเปล่าไปทั้งวัน และมันยังเป็นศักดิ์ศรีอย่างสุดท้ายที่มีความหมายว่าเขาได้ทบทวนความโง่เขลาด้วยตัวเองแล้ว ในขณะเดียวกับที่มันเป็นผลงานชิ้นเอกที่เกือบจะสมบูรณ์แบบด้วย 

ด้านในมีข้อบัญญัติที่จะต้องปฏิบัติตามซึ่งกันและกัน รวมถึงเงื่อนไขเพื่อรักษาความสัมพันธ์ ‘คู่เล่น’ ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนถูกเขียนไว้อย่างอัดแน่น 

ฝ่ายรับที่ก็เป็นฝ่ายยื่นสัญญาให้ด้วยนั้น ไม่สามารถคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องล้อเล่นได้ แต่สิ่งที่เรียกว่าสัญญาคู่เล่นมันก็เป็นความคิดที่ประหลาดมากทีเดียว เป็นเรื่องจริงซึ่งแม้แต่ตัวยุนซองเองก็ยังไม่เคยคาดเดาถึงสถานการณ์นี้ไว้เลย 

เรื่องนี้จะต้องบอกว่าน่ารัก หรือต้องบอกว่าแปลกดีนะ จากนั้นยุนซองก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ 

“ส่วนที่เว้นว่างเอาไว้ เป็นส่วนที่ฉันกับเลขาซอจะต้องปรึกษากันสินะ” 

“ครับ เป็นส่วนที่สำคัญทั้งหมดเลย” 

“ไม่ต้องการเซฟเวิร์ดงั้นเหรอ” 

แม้จะเป็นแค่แวบเดียว แต่ก็มีร่องรอยแปลกๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าของฮันฮี และมันก็กลับไปเป็นแบบเดิมในชั่วพริบตา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ไม่ใช่ แต่ยุนซองก็พูดเสียดแทงใจเขาลงไปอีก นิสัยไม่ดีอย่างที่คิดจริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม แค่คิดถึงเรื่องตอนนั้นใบหน้าของเขาก็ร้อนผ่าวไปหมด ถ้าอีกฝ่ายจะช่วยข้ามมันไปเลยก็คงจะดี เพราะมันทำให้เขากระวนกระวาย 

“ถ้าผมกับกรรมการผู้จัดการจะเป็นคู่เล่นกันอย่างเป็นทางการ การสนทนาก็จะต้องเปลี่ยนไปจากเดิมนะด้วยครับ” 

“เลขาของฉันนี่ เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ เลยนะเนี่ย” 

ว่าไงนะ ฮันฮีตะลึงจนพูดไม่ออกกับคำพูดที่ออกมาจากปากของผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเองมากกว่าใครเนี่ยนะ ฮันฮีเลยตั้งใจจะไม่ตอบอะไรกลับไป 

“อย่างงั้น เซฟเวิร์ดจะต้องเป็นอะไรถึงจะดีล่ะ มีอะไรที่คิดเอาไว้หรือเปล่า” 

“อืม...” 

“สตรอเบอร์รี่ไหม กล้วยเหรอ ไม่สิ หรือมะม่วง” 

สายตาของฮันฮีมองไปทางยุนซองโดยอัตโนมัติ แน่นอนว่าเขาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นสีหน้าที่อยากจะฉีกสัญญาทิ้งซะเดี๋ยวนั้นเลย 

“ล้อเล่นหรอกน่า อย่าทำหน้าบึ้งสิ” 

ยุนซองที่ตลกอะไรก็ไม่รู้ หัวเราะหึๆ ออกมา แต่น่าประหลาดใจที่ฮันฮีไม่ตลกด้วยเลยสักนิด 

เขาสูดลมหายใจเข้าไปข้างในแทนที่จะหัวเราะ แน่นอนว่าเซฟเวิร์ดน่ะ ยิ่งง่ายก็ยิ่งดี ต้องให้ง่ายที่สุดจนพอจะเป็นคำที่ตะโกนออกไปในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ และต้องเป็นคำศัพท์ที่ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์นั้นด้วย ถ้าให้ยกตัวอย่าง พวกคำว่า ‘หยุด’ หรือ ‘ไม่ชอบ’ หรืออะไรคล้ายๆ แบบนั้นไม่สามารถเป็นเซฟเวิร์ดได้ ต้องเป็นสิ่งที่สามารถสื่อถึงการปฏิเสธอย่างชัดเจนให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ 

จริงๆ สตรอเบอร์รี่หรือกล้วย ก็มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นเซฟเวิร์ดในความหมายแบบนั้น แต่เขาไม่อยากจะจิตนาการภาพตัวเองตอนตะโกนคำว่า ‘กล้วย’ ในระหว่างที่กำลังหอบหายใจถี่ การกระทำมันก็สำคัญ แต่ในการเล่น ‘บรรยากาศ’ เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญเอามากๆ เหมือนกัน 

“แล้วคำที่คล้ายๆ กับคำที่เลขาซอจะไม่พูดกับฉันน่ะ มีหรือเปล่า” 

“มีเยอะเลยครับ” 

“ตัวอย่างเช่น” 

“รักเหรอ” 

คราวนี้ใบหน้าของยุนซองบูดบึ้งอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ฮันฮีที่กำลังมองหน้าด้านหน้าของอีกฝ่ายก็รู้สึกไม่ยุติธรรมขึ้นมานิดนึง ขณะที่ตัวเองพูดล้อเล่นเป็นประจำ พอเขาพูดบ้างนิดหน่อย ทำไมปฏิกิริยาตอบรับถึงเป็นแบบนั้นล่ะ นี่น่ะเป็นความแตกต่างของโครงสร้างทางอำนาจสินะ ฮันฮีรู้สึกรันทดใจอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะแก้ไขคำพูดของตัวเองก่อนที่บรรยากาศมันจะแปลกไปมากกว่านี้ อันที่จริงเขาก็มีเซฟเวิร์ดที่คิดเอาไว้ในใจอยู่แล้วล่ะ 

ความคิดเห็น