โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 607

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2562 14:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

ข้อมูลผู้เล่น (Player Status)

1. ชื่อ (Name): คิมซูฮยอน (ปีที่ 0)

2. คลาส (Class): ผู้ชำนาญดาบ (Secret, Sword Specialist, Master)

3. ถิ่นกำเนิด(Nation) : -

4. ชนเผ่า(Clan) : -

5. นามแท้ · สัญชาติ: รอการยืนยันความสามารถ, ผู้เล่นสำรอง· สาธารณรัฐเกาหลีใต้

6. เพศ (Sex): ชาย (23)

7. ส่วนสูง · น้ำหนัก: 181.5 ซม. · 75.5 กก.

8. อุปนิสัย: เคารพกฎหมาย · ไม่มีระเบียบ (Lawful · Chaos)

(ก่อนอัพเดท)[พละกำลัง 94] [ความทนทาน 92] [ความคล่องแคล่ว 98] [ความแข็งแกร่ง 78] [พลังเวทย์ 90] [โชค 88]

(หลังอัพเดท)[พละกำลัง 94] [ความทนทาน 92] [ความคล่องแคล่ว 98] [ความแข็งแกร่ง 70] [พลังเวทย์ 90] [โชค 88]

(คะแนนพลังเหลือ 0 คะแนน) ผลงาน (0)

ทักษะเฉพาะ (1/1)


1.ดวงตาที่สาม (ระดับ: S Zero)

(คำอธิบาย: นอกเหนือจากแนวคิดของดวงตาปกติ ดวงตาที่สาม (The Third Eye) จัดอยู่ในประเภทเหนือธรรมชาติ พูดง่ายๆ ก็คือ ‘ดวงตาที่มองไม่เห็น’ ซึ่งเชื่อมโยงกับพลังในสัญชาตญาณของแต่ละคน นอกเหนือจาก ‘การมองเห็น’ เหตุการณ์ทั้งหมดในปัจจุบันแล้ว ก็สามารถมองในระดับที่สูงขึ้นไปได้และรับรู้ภาพมิติที่แปลกประหลาดไปจากปัจจุบันได้ แต่เพราะถูกบีบบังคับด้วยแรงที่ไม่รู้จัก ไม่ใช่โดยการหยั่งรู้หรือการฝึกฝน ความสามารถจึงลดลงไป 2 ระดับ อย่างไรก็ตามผลจากพลังเปลวไฟของฮวาจองทำให้ความสามารถเพิ่มขึ้น 1 ระดับ ไม่มีอะไรที่สามารถหลอกตาผู้เล่นคิมซูฮยอนได้)


ทักษะพิเศษ (1/1)

1.เป็นหนึ่งเดียวกับดาบ (ระดับ: Extra)

(คำอธิบาย: จุดสูงสุดของการเป็นนักดาบคือการที่คนกลายเป็นดาบและดาบกลายเป็นคน ทุกครั้งที่กวัดแกว่งดาบจะได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมในเชิงบวก แม้ว่าดาบจะปลุกพลังจนถึงขีดสุด ไม่ได้แปลว่าผู้เล่นไปสู่จุดสูงสุดของการเป็นนักดาบ แต่เพราะผ่านประสบการณ์และมีผลงานมากมายจึงได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นไป 2 ระดับ)


ทักษะแฝง (4/4)

1.การต่อสู้ระยะประชิด (ระดับ: A Plus)

(คำอธิบาย: ความสามารถเหนือกว่าผู้ใช้อาวุธระยะประชิดคนอื่นๆ ไม่ใช่แค่ความสามารถในการต่อสู้แบบธรรมดา แต่เรียกได้ว่ามาถึงจุดสูงสุดของความสามารถสำหรับมนุษย์ในการต่อสู้ระยะประชิด เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ถูกโต้กลับ ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาและผลงานจึงได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นไป 1 ระดับ)

2.ยืนยงคงกระพัน (ระดับ: A Plus)

(คำอธิบาย: ไม่รู้จักการยอมแพ้ในการต่อสู้ ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ดังนั้นถึงจะบาดเจ็บแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการต่อสู้ ในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงก็สามารถต่อสู้ได้ แต่ประสิทธิภาพในการต่อสู้จะลดลงครึ่งหนึ่ง)

3.ดวงตาแห่งจิตใจ (ระดับ: A Plus)

(คำอธิบาย: ดวงตาของจิตใจที่สามารถมองไปถึงภายในของเป้าหมาย ไม่ใช่เห็นแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก เป็น การไตร่ตรองและพิจารณาสรรพสิ่ง ความสามารถในการรับรู้และสร้างปรากฏการณ์ที่ส่งผลคล้ายคลึงกัน จิตใจที่ควบคุมได้จนถึงขีดสุดสามารถรักษาความสงบไว้ได้ แม้อยู่ใต้พลังเวทย์ต่ำกว่าระดับ S ที่ทำให้จิตวิญญาณแปดเปื้อน)

4.พรคุ้มครองแห่งสงคราม (ระดับ: Extra)

(คำอธิบาย: อาธีน่า เทพีแห่งสงครามผู้ปกป้องสันติภาพ ใช้งานได้เฉพาะในสนามรบ พรที่เทพธิดาประทานให้ทหารหนึ่งคนในสงคราม ผู้เล่นที่ได้รับพรคุ้มครองจะได้รับสายตาที่เห็นสนามรบทั้งหมดในมุมกว้าง สามารถรับรู้ตำแหน่งของพันธมิตรได้ในภาวะวิกฤต และเมื่อได้รับพรคุ้มครอง ความเสียหายที่เกิดจากเวทมนตร์ก็จะลดลง รวมทั้งนอกสนามรบด้วย (ขึ้นอยู่กับระดับของความสามารถและความโชคดีของผู้เล่น))


คะแนนความโชคดีของผู้เล่นคิมซูฮยอนอยู่ในระดับดีเยี่ยม แต่เวทมนตร์ที่ระดับสูงกว่าความสามารถ 1 ระดับจะได้รับการคุ้มครองบางส่วน เวทมนตร์ที่สูงกว่า 2 ระดับจะทำให้ความเสียหายลดลง)


(คะแนนพลังเหลือ 0 คะแนน)


เมื่ออ่านข้อมูลผู้เล่นทั้งหมดแล้ว ผมทั้งดีใจและผิดหวังในเวลาเดียวกัน ‘การต่อสู้ระยะประชิด’ และ ‘ยืนยงคงกระพัน’ ที่ได้รับจากการสุ่มมานั้นเป็นส่วนที่ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ความสามารถก็ไม่ได้แย่และอันดับก็ไม่เลวร้าย เหนือสิ่งอื่นใด นี่ก็ดีแล้วที่ได้รับความสามารถที่คุ้นเคยในอดีต

สิ่งเดียวที่ผิดไปจากความคาดหมายคือ ความแข็งแกร่งที่ลดลงไป ความแข็งแกร่งเป็นความสามารถที่ทำหน้าที่เป็นเสาหลักเพื่อประคองทุกๆ ความสามารถ

ความแข็งแกร่ง 70 คะแนนสามารถดึงเอาพลังที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาได้ แต่ว่าความแข็งแกร่ง 70 คะแนนที่คอยประคองพลังนั้นคือปัญหาที่น่าเป็นห่วง

อาจจะเปรียบเทียบได้กับรถยนต์ เงื่อนไขด้านโครงสร้างโดดเด่นแต่ความทนทานของเครื่องยนต์กลับไม่เสถียรมากนัก หากเครื่องยนต์ร้อนเกินไปก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการลุกไหม้หรือระเบิดได้ และสุดท้ายสิ่งที่ผมและเซราฟคาดการณ์ไว้ก็จะถูกอย่างละครึ่ง

ความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งวนเวียนอยู่ในหัวของผมไม่หยุด แต่ในตอนนี้ก็ยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาเลย ผมไม่มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มมันได้มากแค่ไหนในวันข้างหน้า แต่ผมจะรักษาคะแนนที่ได้รับมาฟรีให้ดีที่สุด

‘เป็นปีที่ 0 แต่ร่างกายของผมอยู่ที่ปีที่ 10... การเพิ่มโดยผ่านการฝึกฝนก็คงจะยากอยู่’

อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในทันที ผมเก็บความคิดที่สับสนวุ่นวายเอาไว้และตัดสินใจจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูร่างกายก่อน เพราะสายตาคมกริบของเซราฟเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เอาเถอะ ความสามารถในตอนนี้ก็เยี่ยมยอดอยู่แล้ว ที่ผมต้องการมากกว่านี้ก็คงจะเป็นแค่ความโลภ

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ ดูเหมือนจะผ่านไปราวๆ 20 นาที แต่ผมอยากจะรู้เวลาที่ชัดเจน แน่นอนว่าเซราฟรู้และจะบอกให้ได้ แต่หลังจากที่ได้รับสิทธิพิเศษทั้งหมดแล้วพวกเราก็เงียบใส่กัน บทสนทนาระหว่างเราชะงักงัน ผมหลับตาลงด้วยความรู้สึกที่เป็นไปตามนั้น

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ร่างกายของผมก็ค่อยๆ เย็นลง ไม่ถึงกับตาย แต่ก็เป็นความรู้สึกจากกระบวนการรั่วไหลของความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของฮวาจอง ยิ่งความร้อนภายในร่างลดลง ร่างกายก็เหมือนจะกลับมาเป็นปกติ

ผมตรวจสอบข้อมูลผู้เล่นทั้งหมดและในช่วงเวลาที่เหลือก็ค่อยๆ ครุ่นคิดอยู่ภายใน

มีข้อเสียอย่างแน่นอน แต่เพราะยังมีชีวิตอยู่จึงดูเหมือนว่าแผนการของผมจะสำเร็จไปได้ด้วยดี และหลังจากที่เอาชนะความลำบาก ผลตอบแทนที่ได้รับก็มหาศาลเท่ากับความยากที่ข้ามผ่านมา ของเสียและสิ่งเจือปนในร่างกายทุกซอกทุกมุมถูกกำจัด เลือดก็ไหลเวียนได้ดี

ไม่เพียงแค่นั้น จุดที่พลังเวทย์ไหลเวียนไม่ถึงอย่างปลายนิ้วมือนิ้วเท้าก็ถูกเปิดทาง ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่นอกเหนือจากความคาดหมาย พลังชีวิตไหลเวียนเร็วกว่าเดิม ความเร็วในการไหลเวียนของเวทมนตร์และประสิทธิภาพในการทำงานก็เพิ่มขึ้นขนาดที่ไม่สามารถเทียบกับก่อนหน้านี้ได้เลย

หากคิดว่ามีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเวลาต่อสู้กับผู้เล่นระดับเดียวกันแล้วล่ะก็ แต่ตัวผมเองก็มีอาวุธที่ซ่อนไว้หลายอย่าง

“เฮ้อ”

เมื่อรู้สึกว่าสัมผัสของร่างกายบางส่วนกลับมาแล้วผมก็ส่งพลังเวทย์ไปทั่วร่าง ค่อยๆ ไหลไปตามนิ้วมือและเท้า ผมมั่นใจมากขึ้นจึงลองขยับแขนขวาดู รู้สึกได้ว่าร่างกายเบาขึ้นกว่าเก่า แน่นอนว่าข้อต่อยังขัดยอกและปวดแปลบ แต่ก็ดีกว่าตอนที่ร่างกายไม่รู้สึกอะไรเลย

จากนั้นผมก็ลุกขึ้น เงยหน้ามองเซราฟ หล่อนดูไม่แยแส แค่จับจ้องผมอย่างเงียบงันด้วยแววตาว่างเปล่า เสื้อผ้าของผมแทบจะเรียกว่าผ้าขี้ริ้วได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอับอาย เพราะหญิงสาวตรงหน้าคือทูตสวรรค์ที่ผมไม่เคยมองในฐานะเพศตรงข้าม

หลังจากยักไหล่หนึ่งที ผมแตะข้อมือซ้ายด้วยมือขวา เป็นการสื่อว่าให้บอกเวลาผมที

“ได้เวลาเข้าสู่พิธีเปลี่ยนสภาวะแล้ว กรุณาเตรียมตัวด้วยค่ะ”

เสียงของเซราฟเย็นชาและแห้งผาก เห็นได้ชัดว่าโกรธ ในขณะนั้นท่าทางของเธอที่พลิกเท้าไปมาและจับจ้องผมเมื่อครู่ก็แวบผ่านเข้ามาในหัว

“.......”

ผมตัดสินใจหยุดไว้เท่านี้ ผมไม่ต้องการโต้เถียงกับเธออีก เพราะผมได้รับทุกอย่างที่ควรได้แล้ว

“ผมพร้อมแล้ว ส่งผมไปได้เลย”

“ผู้เล่นคิมซูฮยอน ร่างกายไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ยคะ”

“อืม ก็ไม่ได้แย่”

“ถ้างั้นข้าจะส่งท่านไปทันที เพราะเรามีเวลาเหลือน้อยแล้ว ถ้าเข้าไปถึงห้องเตรียมตัวแล้วแนะนำให้ทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด”

“ครับ ครับ”

เซราฟขมวดคิ้วยุ่งกับการตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจของผม แต่หล่อนก็ยกมือขึ้นและดีดนิ้วเบาๆ

เป๊าะ!

ร่างกายของผมค่อยๆ เริ่มจางหายไปทีละนิดพร้อมกับเสียงดีดนิ้ว จะบอกว่าเหมือนกับการถูกลบด้วยยางลบก็ได้มั้ง

“ข้าจะให้คำแนะนำอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ตาม ความประมาทคือสิ่งต้องห้าม ถ้าผ่านพิธีเปลี่ยนสภาวะมาได้อย่างปลอดภัยและได้เจอกันอีกครั้งก็คงจะดีค่ะ ขอให้ผู้เล่นคิมซูฮยอนโชคดี”

“เซราฟ ต่อไปนี้การบ่นถือเป็นสิ่งต้องห้ามนะ คราวหน้าที่เจอกันหวังว่าเธอจะไม่พูดมาก”


กึง... กึง


ตอนที่เหน็บแนมเธออยู่เล็กน้อย ผมก็ได้ยินเสียงเครื่องจักรที่คุ้นเคย ผมไม่ได้ตื่นตกใจและมองลงไป ผมเห็นร่างกายที่จางหายไปหนึ่งในสามโดยเริ่มจากขาก่อน เมื่อเห็นแบบนั้นผมจึงหลับตาลงช้าๆ

การเริ่มต้นใหม่ในช่วงเวลา 10 ปี ตอนนี้ผมจะสร้างอนาคตใหม่ อนาคตที่กำลังจะมาถึง อนาคตที่ผมจะริเริ่ม ไม่สูญเสียใครและไม่มีใครสิ้นหวัง อนาคตที่คิมซูฮยอนจะเปลี่ยนแปลง เมื่อคิดได้แบบนั้นหัวใจของผมก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ

ห้องเตรียมตัว สถานที่ที่ไม่เห็นมานาน ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้สถานการณ์ตรงหน้าก็จะคิดว่าห้องเตรียมตัวนั้นคล้ายคลึงกับห้องบนโลกที่ตกแต่งอย่างดี

จู่ๆ ผมก็รู้สึกขึ้นมาว่า พวกทูตสวรรค์ดูเหมือนจะใส่ใจในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ครั้งแรกที่ผมมาถึงที่นี่ ผมเคยพยายามจะเปิดประตูหน้าเพื่อออกไปเพราะสภาพแวดล้อมนั้นคล้ายคลึงกับสภาพแวดล้อมบนโลก แน่นอนว่าประตูไม่ยอมเปิด ผมจำความสิ้นหวังในตอนนั้นได้ ผมคิดว่าบางทีพวกทูตสวรรค์ทำแบบนั้นเพื่อจะล้อเราเล่นหรือเปล่านะ


[เหลือเวลาเข้าสู้พิธีเปลี่ยนสภาวะ : 3 นาที 27 วินาที]



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น