โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 10

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 636

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10
แบบอักษร

‘ข้าต้องการเจ้า ลองมองดูหัวใจของเจ้าสักครั้งสิ ว่าข้าเป็นเพื่อนร่วมทางที่เหมาะสมจะยืมพลังของเจ้าหรือไม่ ตัดสินใจและแสดงให้ข้าเห็นสิ่งที่เจ้าเลือก’


จากนั้นเพียงอึดใจหนึ่ง ลมหายใจร้อนผ่าวก็ลอดผ่านจมูกของผมและมีเปลวไฟลุกไหม้


‘ก็ได้ เข้าใจแล้ว’


และผมก็ได้รับอนุญาตจากฮวาจอง

หลังจากควบคุมตัวเองได้ ผมก็นำทางฮวาจองที่ร่ำร้องจะไปยังพื้นที่ที่สามารถวิ่งเล่นได้ เป้าหมายแรกคือแขนซ้ายและแขนขวา ผมแบ่งพลังแล้วแยกออกเป็นสองทาง นำพาพลังผ่านกระแสเลือด จนเริ่มรู้สึกถึงพลังอันรุนแรงที่ถาโถมราวกับเกลียวคลื่น

และฮวาจองก็ครอบครองทั้งสองมือของผมไปจนถึงจุดที่เล็กที่สุดในร่างโดยไม่ทันได้ตั้งตัว


ปุด! ปุด!

ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!


เลือดในกายเดือดพล่าน เป็นความเจ็บปวดที่รู้สึกดี เสียงของหลอดเลือดขยายและไหลเวียนโดยไม่ติดขัด แม้จะเป็นการบังคับให้เปิดทาง แต่ผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าประหลาดใจ แม้จะเป็นร่างกายของมาสเตอร์ในอดีต ฮวาจองก็เจาะทะลุได้กระทั่งจุดที่เล็กที่สุดของปลายนิ้วซึ่งเข้าถึงได้ยาก

ในขณะเดียวกันบนแขนทั้งสองก็มีน้ำเหลืองและของเหลวสีดำที่ไม่สามารถทนต่อความร้อนได้ไหลออกมาและระเหยไปในอากาศ ของเสียและสิ่งเจือปนในร่างกายซึ่งขัดขวางเส้นทางของฮวาจองถูกขับออกมา โดยปกติแล้วเป็นเรื่องที่ดี แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาแบบนั้น

ผมรู้สึกวิงเวียน แม้จะส่งพลังผ่านทางแขน แต่ว่าผมก็ค่อยๆ คืนพลังกลับไปที่ส่วนกลางอีกครั้ง โชคดีที่ฮวาจองให้ความสนใจพื้นที่ที่ถูกยึดครองแล้วตามที่ผมต้องการ

จากนั้นเมื่อพลังที่เติมเต็มแขนทั้งสองหมดไป แขนของผมก็หมดแรง ผลกระทบที่รุนแรงทำให้ผมไร้ความรู้สึก

ผมกังวลว่าจะต้องสูญเสียแขนหรือเปล่า แต่ก็ไม่คิดจะหันหลังกลับ

ผมนำทางฮวาจองที่เรียกร้องจะไปที่อื่นลงไปที่ขาทั้งสองอย่างรวดเร็ว และเมื่อมันค่อยๆ เข้ามาใกล้จากทางด้านหลัง แล้วพลังก็เริ่มแล่นลงไปที่ขาราวกับคลื่นรุนแรงเหมือนกับว่ารอคอยโอกาสนี้มานานแล้ว


ปุด! ปุด!

ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!


ไม่แตกต่างจากที่แขนเลย ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกัน เมื่อพลังที่ยึดครองขาทั้งสองข้างสลายไป ผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีก ผมทิ้งตัวนั่งอย่างหมดแรง คะแนนพลังเวทย์ ความทนทานและความแข็งแกร่งทำให้ร่างไม่แตกสลายและคงสภาพเอาไว้

ฮวาจองที่เริงร่าราวกับปลาได้น้ำทำให้เกิดการระเบิดภายในร่างกายของผมโดยไม่สนใจใดๆ ที่จริงผมเกือบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ผมอยากจะเป็นลมกับความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงไปทั่วร่าง แต่ความอดทนที่เหนือมนุษย์ทำให้ผมยังมีสติ


ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!


หัวใจสั่นไหวและเลือดเดือดพล่านทุกครั้งที่ผมได้ยินเสียงระเบิด ‘ไม่มีที่ให้เล่นแล้วเหรอ’ ฮวาจองบอกความต้องการ ผมสงบจิตใจและขอพลังที่มากขึ้น จากนั้นก็นำไปสู่อุปสรรคสุดท้ายซึ่งก็คือศีรษะ

ผมรู้สึกหวาดกลัวเป็นครั้งแรกเมื่อฮวาจองใกล้ถึงศีรษะ นี่เป็นความกลัวที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะผ่านศีรษะมาได้หรือไม่ ผมก็ไม่อยากจินตนาการถึงความเจ็บปวดนั้นเลย ตอนนั้นเอง

“ถ้าไม่ไหวจะหยุดมั้ยล่ะ ไม่จำเป็นต้องขึ้นไปถึงหัวก็ได้นี่นา แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”

มันเหมือนกับฮวาจองกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่อ่อนโยน ผมกำลังจะพยักหน้าแต่แล้วก็รีบส่ายหัวทันที เหตุผลกำลังตะโกนก้องว่าให้หยุด แต่สัญชาตญาณนำทางขึ้นไปสู่ศีรษะแล้ว

‘เจ้าโง่ อาจจะตายก็ได้นะ’

‘อย่ามากก็แค่ตาย’

การเตรียมตัวเข้าไปเสร็จสิ้นแล้ว

อย่านะ อย่าทำ อย่าทำเลย

ความคิดสั่งห้ามและยับยั้งผม แต่การกระทำก็ยังไม่แยแสและยังคงยึดมั่นในสัญชาตญาณ ผมกรีดร้องออกมาเมื่อส่งฮวาจองไปตามทางในตอนสุดท้าย

“อย่ามาดูถูกฉันนะ!”

ผมตะโกนออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่ดูเหมือนจะถ่ายทอดความมุ่งมั่นของผมได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันพลังงานศูนย์กลางก็เริ่มหมุน ผมรวบรวมพลังงานทีละขั้นให้ลงไปด้านล่างแล้วหยุดอยู่ที่ใต้ท้องด้านขวา

ช่วงเวลานั้นผมดึงเอาแรงทั้งหมดที่มีตั้งแต่เกิดปลุกพลังให้เอ่อล้น ทิ้งร่องรอยของการปะทะรุนแรงเอาไว้ในตอนที่ฮวาจองผ่านไปตามลำคอของผม

“แค่ก!”


เลือดสีสดไหลทะลักผ่านทวารต่างๆ ในร่างกายทั้ง ตา หู จมูกและปาก สัญชาตญาณของผมร้องเรียกสัญญาณเตือนภัย นี่เป็นความรู้สึกเมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้า


โฟ่ว! โฟ่ว!


พลังของฮวาจองที่ติดอยู่ในลำคอส่งเสียงดังน่ากลัว ถ้าหากระเบิดที่นี่ก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับผมแม้จะแค่จินตนาการก็ตาม อาการวิงเวียนแล่นริ้วไปทั่ว ผมรู้สึกราวกับกำลังหล่นร่วงจากหน้าผา

ผมรู้ว่านี่คือครั้งสุดท้าย ผมดึงพลังงานที่หมุนวนรอบคอกลับลงไปด้านล่างอีกครั้ง โชคดีที่พลังเคลื่อนที่ไปตามที่ผมตั้งใจ

‘ผมจะต้องผ่านไปยังไง’

หนึ่งครั้ง... สองครั้ง... สามครั้ง... พลังหมุนวนไปรอบๆ ประมาณสิบครั้ง ผมคิดว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้าย จึงส่งพลังไปที่ศีรษะอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ อีก


ตู้ม!


แรงกระทบที่รุนแรงทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน เมื่อคอได้รับการเปิดทางและมีเส้นทางไปสู่ศีรษะ พลังของฮวาจองก็ครอบครองทั้งศีรษะเหมือนเมื่อครู่นี้

ผมมองไม่เห็นเบื้องหน้า แต่ก็เพียงแค่นั้น ผมกะพริบตาครู่หนึ่ง มองเห็นโลกเป็นสีขาวโพลน ผมไม่รู้สึกถึงอะไรเลย ดูเหมือนความทรงจำช่วงกลางจะถูกตัดออกไปแล้วไปต่อกับภาพอื่น


โฟ่ว! โฟ่ว! โฟ่ว! โฟ่ว!


ผมยอมรับกับสถานการณ์ตรงหน้า พลังของฮวาจองกำลังว่ายวนไปมาในหัวของผมราวกับจะถามว่าทำไมจึงต่อต้าน ผมรู้สึกว่าสมองกำลังหลอมละลาย

เจ็บมั้ย อันที่จริงผมรู้สึกสบายตัวตอนที่ถูกพลังทะลุทะลวงเป็นครั้งแรก แต่ในที่สุดก็ค่อยๆ ฟื้นตัวและวิสัยทัศน์ก็คืนกลับมา ผมรู้สึกถึงมันได้ ช่างเป็นความเจ็บปวดที่ไม่อยากพานพบอีก


‘อ๊ากกกกกกกกกกก!’


ถ้าสามารถกรีดร้องออกมาได้ ผมจะตะโกนออกมาให้สุดเสียง ข้ามผ่านความเจ็บปวดที่มนุษย์จะทนทานได้ ความเจ็บปวดหลากหลายมิติกำลังโอบล้อมตัวของผม

ถ้าจุ่มหัวลงไปในเตาหลอมเหล็ก ก็คงรู้สึกแบบนี้ล่ะมั้ง หรืออาจเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับตอนกระโดดเข้าไปในกองไฟทั้งที่ร่างกายชุ่มโชกด้วยน้ำมัน ไม่ว่าผมจะข้ามผ่านความยากลำบากมาแค่ไหน แต่ในตอนนี้ผมรู้สึกอยากตายเหลือเกิน

การระเบิดครั้งใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกปกคลุมทั่วร่างของผม ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้เป็นการระเบิดจากภายใน เปลวไฟที่ไม่มีวันมอดดับเริ่มต้นจากศีรษะ และมันเข้าครอบครองผมทีละเล็กทีละน้อยบอกเป็นนัยๆ ว่า ตอนนี้เจ้าเป็นของข้าแล้ว

ทุกส่วนในร่างกายที่ได้สัมผัสกับพลังของฮวาจองกำลังเดือดพล่าน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกอบอุ่นมากกว่าเจ็บปวด

เวลาผ่านไปเช่นนั้น วิสัยทัศน์ก็ยังคงพร่าเบลอ ร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ผมลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น มองเห็นใบหน้าขาวนวลที่จับจ้องผมอยู่ของเซราฟ

‘นี่ฉันยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ’

ถ้าต้องผ่านความเจ็บปวดแบบนี้อีกครั้ง ผมยอมตายดีกว่า

ในตอนท้ายค่อนข้างง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับการเปิดหัวของผม ผมค่อยๆ รวบรวมพลังงานทั้งหมดที่แผ่ไปทั่วร่าง แล้วส่งไปที่หัวใจ ผมไม่รู้ว่ามันถูกใจหรือไม่ แต่ฮวาจองก็ขยับไปตามที่ผมสั่ง

และแล้วเวทมนตร์ของรอยสักแม่มดแห่งบรรพกาลก็เริ่มทำงาน ฮวาจองท่าทางจะพอใจกับการอาละวาดเมื่อครู่จึงเข้าสู่หัวใจของผมอย่างว่าง่าย เป็นเวลาที่ผมรู้สึกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี

“ซูฮยอน! ซูฮยอน!”

ผมหมดสติไปทั้งแบบนั้น และยังไม่ไว้วางใจแม้แต่น้อย

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ

“.......”

เมื่อผมพยายามจะลืมตาก็เห็นก้อนอิฐสีเทาของห้องอัญเชิญเป็นอย่างแรก โชคดีที่เหมือนจะยังไม่ถึงเวลาเข้าสู่พิธีเปลี่ยนสภาวะ ถ้าผมหลับตาลงอีกคงจะเผลอหลับแน่ๆ ดังนั้นจึงยกศีรษะขึ้น

มีข้อความลอยอยู่กลางอากาศตามคาด การนอนอยู่ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการมองเห็น ผมนอนลงตามเดิมและอ่านข้อความเหล่านั้น


[ร่างกายได้รับผลกระทบเกินกว่าจะจัดการได้ ความแข็งแกร่งลดลง 10 คะแนน]


[ขอแสดงความยินดี คุณได้กำจัดของเสียและสิ่งเจือปนในร่างกายทั้งหมด พลังชีวิตไหลเวียนและพลังเวทย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก คะแนนความแข็งแกร่ง 2 คะแนน, พลังเวทย์ 6 คะแนน เพิ่มขึ้นอย่างถาวร]


[เปลวไฟที่ลุกโชนตลอดกาล ฮวาจองสลักลงในหัวใจของท่าน ความกลมกลืนกับฮวาจองในขณะนี้ 100%]


ผมค่อยๆ อ่านทีละข้อความด้วยความมึนงง ตอนที่เห็นข้อความที่บอกว่าความแข็งแกร่งลดลง ร่างกายก็ชาวาบราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็น ผมกัดปากพลางอ่านข้อความต่อมา เสียงของเซราฟดังขึ้น

“ผู้เล่นคิมซูฮยอนรู้สึกตัวแล้วเหรอคะ ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ ผู้เล่นคิมซูฮยอน!”

อย่างน้อยก็ยังได้ยินเสียง เสียงนั้นรบกวนความคิดของผมจนอยากจะถามกลับไปว่า เธอก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง

“.......”

‘อะ... อะไรน่ะ ทำไมเสียงลม...’

ไม่มีเสียงออกมา ไม่สิ มีเสียงออกมาก็จริง แต่เป็นแค่เสียงแหบแห้ง คอของผมแห้งผาก ไม่ว่าพยายามจะพูดอย่างไรก็มีแต่ลมที่เล็ดลอดออกมาเท่านั้น

‘สุดท้ายคงทำได้แค่รอให้ร่างกายฟื้นตัวสินะ’

ผมถอนหายใจแรงๆ พลางเรียกดูข้อมูลผู้เล่น จนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวดี ผมจึงคิดว่าน่าจะขอดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น