โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 8

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 676

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2561 10:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8
แบบอักษร

ถึงจะได้รับปัจจัยจำเป็นขั้นพื้นฐานมาตามเดิม แต่เมื่อดูองค์ประกอบโดยรวมแล้วมีความสำคัญเพียง 2 ส่วนเท่านั้น อีก 8 ส่วนที่เหลือ เกิดจากการคิดหาทางเอาตัวรอดด้วยตัวเอง แล้วค่อยๆ สร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ที่พูดแบบนี้ได้เพราะผมเชื่อมั่นในประสบการณ์และความชำนาญตลอด 10 ปีของตัวเอง

“ยังไงก็ตามเลิกมองด้วยสายตาแบบนี้เสียที”

ขณะที่ผมพูด ใบหน้าของเซราฟก็แสดงถึงความไม่สบายใจแล้วก็ปิดปากเงียบสนิท

‘ฉันจะเป็นผู้ชำนาญดาบ’

ผมสวดมนต์ให้กับจินซูฮยอนแต่ไม่ใช่เพราะความรู้สึกผิด แค่คิดว่าหากเป็นนายต่อให้ไม่ได้เป็นผู้ชำนาญดาบ แต่เลือกเป็นคลาสอื่นก็เพียงพอให้ประสบความสำเร็จแล้ว อย่าคิดมากเลยนะ หลังจากที่สวดมนต์เหมือนไม่ได้สวดนั่นแล้วก็ได้เวลาคิดถึงสิทธิพิเศษข้อถัดไป

‘เพราะว่าเป็นรอบที่ 1 ถึงสามารถดัดแปลงโครงสร้างร่างกายได้’

ถึงจะบอกว่าเป็นการดัดแปลงโครงสร้างร่างกายก็ไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไรหรอกนะ แน่นอนว่ามันก็คือการเปลี่ยนให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเป็นเครื่องจักร บางทีผมเคยเห็นการใช้พลังอัญเชิญสิ่งมีชีวิตของที่นี่ออกมาแล้วเปลี่ยนกับบางส่วนของร่างกายตัวเอง

แต่ในกรณีนั้นมักเกิดกับพวกที่สูญเสียแขนขาไปเลยไม่มีทางเลือกเท่านั้น ถ้าร่างกายแข็งแรงดี แขนขาครบถ้วนล่ะก็ คงไม่มีใครที่อยู่ดีๆ ก็อยากเอาไปเปลี่ยนหรอก ผมแน่ใจว่าถึงตัวเองไม่ทำแบบนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นได้

สิ่งที่ผมจดจำได้ไม่ลืมก็คือการเข้ารับการสักลาย เพื่อให้ขั้นตอนสมบูรณ์จำเป็นต้องใช้ปัจจัยสำคัญบางอย่าง หากไม่มีการสักลายสักอย่างโอกาสประสบความสำเร็จของแผนก็จะลดลงถึง 3 ส่วน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก สำหรับสิทธิพิเศษข้อห้าที่ผมจะร้องขอนั้นก็มีทั้งอำนาจและมีทั้งอันตรายเช่นกัน

ช่วงที่ใช้สิทธิพิเศษข้อสามไปนั้นเราใช้เวลาไปไม่น้อย แน่นอนว่าผมใช้เพื่อขอรับการสักลาย

“อืม ไหนดูซิ แทนที่จะขอรับการดัดแปลงร่างกายครั้งใหญ่ ผมขอเลือกการสักลายง่ายๆ แทนจะดีกว่า”

“นั่นยอมได้ ข้าจะนำรายชื่อรอยสักให้ท่านดู โปรดรอสักครู่”

“อ้า ไม่เป็นไร เพราะผมพอจะรู้ชื่อลายอยู่แล้ว ผมขอสักลายที่ชื่อว่า รอยสลักแห่งแม่มดบรรพกาล”

“แล้วท่านต้องการสักลายตรงบริเวณไหนงั้นหรือ”

ผมยกมือขวาขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เมื่อสายตาของเซราฟจับจ้องที่มือขวาผมก็ใช้นิ้วมือชี้ไปที่หน้าอกข้างซ้าย

“หัวใจ”

“ตรง... หัวใจงั้นเหรอคะ”

“ทำไมล่ะ”

“...”

ใบหน้าของเซราฟสงบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ แต่ตอนนี้ภายในหัวของผมกำลังคำนวณอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าคิดไม่ถึงเลยทีเดียว ท่าทางที่ต้องพยายามเข้าใจความต้องการของผมนั้นน่าสงสารก็จริง แต่ผมก็ยังไม่คิดจะบอกอะไรตอนนี้หรอกนะ

รอยสักทั่วๆ ไปส่วนใหญ่ก็จะสักไว้บนผิวหนัง ดูท่าทางเซราฟจะไม่พอใจที่ผมบอกว่าจะสักรอยสลักแห่งแม่มดบรรพกาลไว้ที่หัวใจ

อวัยวะที่รับหน้าที่สำคัญของเวทมนตร์ที่ผู้เล่นใช้ก็คือหัวใจและระบบไหลเวียน การทำรอยสักจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาทั้งทางตรงหรือทางอ้อมต่อหัวใจ นั่นหมายความว่าอาจเกิดปัญหาที่เป็นอันตรายขึ้นมาได้เหมือนกัน

ทว่ารอยสักแม่มดแห่งบรรพกาลนั้นแตกต่างออกไป

ถ้าพูดถึงรอยสักอื่นทั่วๆ ไป ผมกับเซราฟคงต้องเถียงกันอีกยกแน่ๆ เพราะรอยสักทั่วๆ ไปหรือการเข้ารับการดัดแปลงที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มปริมาณของเวทมนตร์ล่ะก็ มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ง่ายๆ ยังไงล่ะ

แต่สำหรับรอยสลักแม่มดแห่งบรรพกาลนั้นมีวิธีการที่แตกต่างไปจากรอยสักอื่นๆ โดยสรุปแล้วมีสองข้อ ข้อแรกคือถ้าหากมีการปะทุของของเวทมนตร์ก็จะช่วยทำให้สงบลง ส่วนข้อที่สองก็คือช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเวทมนตร์นั่นเอง

และด้วยเงื่อนไขที่เหมาะสมของรอยสลักแม่มดแห่งบรรพกาลนั่นเอง มันกำลังทำให้แม้แต่เซราฟเองก็ต้องคิดมาก ผมรู้สึกได้ถึงความกังวลใจจึงทำแค่มองริมฝีปากของเธอ เพราะการสักนั้นคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยทำให้แผนการของผมประสบความเร็จและรอดพ้นจากความล้มเหลว ในที่สุดริมฝีปากเรียวงามของเซราฟก็เอ่ยขึ้นช้าๆ

“Yes”

บิงโก

“ข้าจะทำตามความต้องการของผู้เล่นคิมซูฮยอน กำหนดเวลาที่ต้องใช้คือ 5 นาที 7 วินาที ถ้าอย่างนั้นจะขอเริ่มการสักทันที”

“Okay”



ในชั่วขณะนั้นเหล่าอักขระโบราณปรากฏเป็นแสงสีฟ้าออกมากลางอากาศและรูปวงรีที่ถูกวาดไว้รอบๆ ร่างกายของผมก็เริ่มต้นหมุน พร้อมกันนั้นก็รู้สึกแว่วเสียงต่ำๆ ของเหล่าแม่มดที่กำลังโอบล้อมทั้งสี่ด้าน

5 นาทีต่อมา เหล่าอักขระโบราณที่วิ่งวนรอบตัวผมช้าๆ ก็ค่อยแทรกซึมเข้าไปที่หัวใจของผมทีละนิด

ถึงจะพูดว่าหัวใจก็เถอะแต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่อักขระกำลังแทรกซึมเข้าไปผมรู้สึกได้เลยว่าพลังชีวิตกำลังเพิ่มขึ้น จนกระทั่งอักขระส่วนสุดท้ายเกี่ยวกระหวัดรัดเข้าหากันอย่างสมบูรณ์

ผมไม่รู้สึกเลยว่าอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ถ้าลองใช้เวทมนตร์ก็คงรู้เองนั่นแหละ ผมเริ่มตรวจสอบเวทมนตร์โดยทันที

‘โอ้โห’

ในตอนแรกคิดว่าคงต้องทนลำบากกว่านี้สักหน่อยเนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของเวทมนตร์ แต่กลายเป็นแทบจะไม่รู้สึกกดดันเลย พลังเวทมนตร์ที่แทรกซึมไปตามระบบไหลเวียน การดัดแปลงสำเร็จไปได้ด้วยดี อารมณ์ดีขึ้นมาจากความพออกพอใจที่ผลงานออกมาดีกว่าที่คาดเอาไว้

“ใช้ได้เลยนี่นา ว่าแต่เซราฟ บอกทีเราเหลือเวลาเท่าไหร่”

“เวลาที่เหลือก่อนเข้าสู่พิธีเปลี่ยนสภาวะคือ 48 นาที 39 วินาที”

48 นาที 39 วินาทีสินะ ผมเลียริมฝีปาก ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของเซราฟอีก ท่าทางเซราฟจะสรุปเอาว่าเวลายังเหลือเฟือ

แต่ในความคิดของผมนั้นเรียกว่าเวลากระชั้นชิดแล้ว เพราะสิทธิพิเศษข้อที่ห้านั้นมีความเสี่ยงสูงเอาการ เรียกว่าเสี่ยงขนาดเอาชีวิตไปทิ้งเลยก็ว่าได้ แต่หากคิดถึงความจำเป็นแล้วก็ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ผมพยายามทำใจให้สงบแล้วพูดถึงสิทธิพิเศษข้อที่ห้าออกไป

‘หากเป็นอุปกรณ์ที่ผู้เล่นคิมซูฮยอนได้เลือกแล้วข้าก็ไม่มีอะไรคัดค้าน เพียงแต่ท่านไม่สามารถเลือกอุปกรณ์ระดับ EX ได้ค่ะ’

ไม่ว่าจะดูยังไงตัวเลือกก็เป็นสิทธิพิเศษที่กินความหมายกว้างมาก ไม่วาจะเป็นดาบ, ชุดเกราะ, ยาวิเศษ, แอกเซสซอรีหรืออื่นๆ แต่ถ้าหากเลือกของทั่วๆ ไปพวกนั้นล่ะก็ รอยสักแม่มดแห่งบรรพกาลที่ได้มาก็ไร้ความหมาย ดังนั้นสิทธิพิเศษข้อที่ห้าเลยมีความสำคัญสำหรับผมมาก

“ฮวาจอง เทพแห่งไฟฮวาจองดีกว่า สิทธิพิเศษข้อห้าผมขอเป็นสิ่งนี้ก็แล้วกัน”

“อนุมัติความต้องการของผู้เล่นคิมซูฮยอน…?”

ตอนลงท้ายเสียงสูงแบบแปลกๆ นะ เซราฟที่เปลี่ยนคำลงท้ายให้กลายเป็นประโยคคำถามพลางขมวดคิ้ว

‘หรือจะโดนจับได้’

มีความเป็นไปได้สูงมากที่เธอจะรู้จุดประสงค์ของผม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นด้วยกับความต้องการของผมอย่างง่ายดาย บนมือขวาของเซราฟปรากฏลูกแก้วขนาดเล็กเปล่งประกายสีแดงขึ้นมาบนใจกลางฝ่ามือ

“............” 

“............”

ชั่วขณะหนึ่งที่ไม่มีคำพูดใดๆ เกิดขึ้น แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงของเซราฟก็รู้ได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่คิดจะส่งลูกแก้วในมือมาให้ผม ท่าทางความคิดของผมจะถูกซะด้วย ดูได้จากสีหน้าที่เคร่งขรึมและสายตาตำหนิที่กำลังทิ่มแทงมาที่ผม น่ากลัวว่าเพราะแบบนี้ผมคงต้องปั้นหน้าเคร่งขรึมเพื่อต้านสายตาของเธอแทน

“ผู้เล่นคิมซูฮยอน”

“Tanay”

“แน่นอนว่าย่อมได้ แต่นั่นทำให้เกิดอีกอุปสรรคหนึ่ง ถึงแม้ว่าท่านจะใช้คำว่า Tanay ก็ตาม แต่หากสิ่งนั้นก่อให้เกิดอันตรายแก่ท่าน ข้าก็สามารถให้คำแนะนำได้”

“การแทรกแซงที่ตัวเองบิดเบือนว่าเป็นการแนะนำล่ะสิ อย่าพูดไร้สาระเลยส่งมาดีกว่า ผมจำเป็นต้องมีฮวาจอง คิดว่าผมจะบ้าปล่อยเทคนิกดีๆ อื่นๆ แล้วรับลายสักแม่มดแห่งบรรพกาลอย่างเดียวงั้นเหรอ”



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น