โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2561 13:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

สุดท้ายแล้วคำที่เซราฟอยากพูดมากที่สุดก็คงจะเป็นคำพูดนี้ จริงๆ แล้วผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองมีความทะนงตัวแบบที่เธอพูด เลยทำให้จิตใจผมถดถอยมาก ผมได้แต่ถอนหายใจเบาๆพร้อมกับพยักหน้ารับคำ ยังไงคำพูดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิด ถึงจะรู้สึกว่าถูกทำลายศักดิ์ศรีไปหน่อย แต่กลับรู้สึกว่าผมได้รับการปลอบโยนจากเซราฟที่แทบคงสภาพเดิมไม่ได้และกำลังเลือนหายไป 

“ตอนนี้… คงได้เวลาบอกลา... จริงๆ แล้ว…”

คงใกล้ถึงจุดสิ้นสุดอย่างที่เซราฟบอกแล้ว รูปร่างของเซราฟค่อยๆ เลือนหายไปเหมือนกับภาพบนจอ โทรทัศน์ที่กำลังเสีย ครั้งนี้คงไม่สามารถกลับคืนสภาพเดิมได้ ผมทำได้แค่เพียงจ้องมองเธออย่างเลื่อนลอยเท่านั้น

“การจากลา... ครั้งนี้... ที่ท่าน... ต้อง... การ”

เสียงของเซราฟเบาลงพร้อมกับร่างกายที่ค่อยๆ เลือนหายไป แต่เซราฟก็ยังคงพยายามพูดกับผมเหมือนตอนปกติ

“ท่าน... จริงๆ เลย…”

“เซราฟ จนถึงตอนนี้ก็ยังพูดอยู่อีกนะ แต่ขอโทษที่ผมไม่ได้ยินคุณเลย”

ท่าทางเซราฟจะได้ยินสิ่งที่ผมพูดเพราะสีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเสียใจ แต่ในตอนนี้ไม่มีอะไรที่ผมทำได้เลย นั่นเพราะนี่คือสิ่งที่ผมต้องการหรือก็คือเป็นสถานการณ์ที่ผมตั้งใจทำให้เกิดขึ้น แต่เธอกลับไม่ยอมถอย

“ได้... โปรด…”

แว่บ!

เสียงรบกวนค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนอยู่ดีๆ ก็เกิดแสงสีขาวพร้อมกับเสียงดังขึ้น รัศมีที่เคยเปล่งประกายอยู่รอบๆ ตัวเซราฟก็หายไปในพริบตา เหลือเพียงจุดสิ้นสุดที่มาพร้อมกับความเงียบเท่านั้น เธอเม้มปากครั้งสุดท้าย จากนั้นดวงตากลับมีพลังพร้อมเอ่ยปากช้าๆ

“ได้โปรด... มีความสุขด้วย...”

ซ่าา

เมื่อคำพูดจบลงเซราฟก็เลือนหายไป ผมไม่ได้ยินเสียงคลื่นรบกวนอีกต่อไปแล้ว แต่ผมมั่นใจว่าได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของเธอครั้งสุดท้าย เพราะมัวแต่พยายามจับใจความสิ่งที่เธอพูดจนไม่ทันได้สังเกตให้ดี แต่ผมคิดว่าชั่วขณะที่เธอมองผม เธอกำลังยิ้มอยู่

ผมทำได้แต่นั่งมองที่ๆ เซราฟเลือนหายไปอยู่ครู่ใหญ่



ย้อนกลับมาเมื่อ 10 ปีก่อนแล้ว และเซราฟที่อยู่ด้วยกันมาตลอด 10 ปีก็จางหายไปด้วย

‘ถ้าอย่างนั้นตอนนี้จะทำไงดี’

บนแท่นพิธีที่ว่างเปล่า แต่อีกไม่นานอาจจะมีทูตสวรรค์ที่ถูกอัญเชิญมา ทูตสวรรค์ที่กำลังจะมานั้นอาจเป็นทูตสวรรค์คนอื่นหรืออาจจะเป็นเซราฟกลับมาอีกครั้งก็ได้ หากเป็นคนเดิมก็ไม่ต้องคิดอะไรมากแต่หากเป็นคนใหม่จะทำไงดี บางทีเธออาจจะกลับมาโดยลืมความทรงจำทั้งหมด แต่ยังไงก็เถอะมันก็แค่ความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นแหละ

รออยู่ประมาณ 3 นาทีก็เกิดปฏิกิริยาบางอย่างขึ้นมา อากาศบนแท่นพิธีเริ่มกระเพื่อมราวกับระลอกคลื่น ตอนมาที่นี่ในครั้งแรก ตอนนั้นผมหมดสติอยู่เลยไม่เคยเห็นพิธีอัญเชิญทูตสวรรค์มาก่อนจึงให้ความสนใจแบบสุดๆ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนแท่นพิธีและเฝ้ามองดูทุกขั้นตอน

วงคลื่นค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเหมือนระลอกคลื่นบนผิวน้ำ ใจกลางระลอกคลื่นบังเกิดรัศมีสีขาวบริสุทธิ์ ชั่วขณะนั้นเองรัศมีสีขาวนั้นกลับพุ่งสู่ด้านบนและใจกลางรัศมีนั้นก่อให้เกิดบางสิ่งขึ้น ผมเฝ้าดูการกำเนิดของทูตสวรรค์ตนใหม่อย่างไม่คลาดสายตา

หลังจากนั้นบนแท่นพิธีก็มีทูตสวรรค์ตนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ แม้ดวงตาจะปิดอยู่แต่ด้วยรูปลักษณ์นั้นกลับทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยเป็นที่สุด ปีกที่โผล่ออกมาช่างดูศักดิ์สิทธิ์ เปล่งประกายงดงามจนให้ความรู้สึกสูงส่งจนไม่อาจแตะต้องได้ และรูปลักษณ์ของทูตสวรรค์ตนนี้ก็เหมือนกับเซราฟทุกกระเบียดนิ้ว

ดวงตาของเซราฟที่รู้สึกถึงสายตาของผมค่อยๆ ลืมขึ้น แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่นัยน์ตาสีเขียวมรกตของเธอประสานเข้ากับผมแล้วเลยผ่านไป

ทั้งงดงาม ทั้งสูงค่า

เซราฟมีเสน่ห์ที่แผ่ออกมาจากความสงบและความศักดิ์สิทธิ์จนทำให้รู้สึกว่าการพูดคุยด้วยเป็นเรื่องยาก ราวกับทูตสวรรค์ที่ปรากฏตัวออกมาจากนิยายหรือการ์ตูน

เส้นผมสีเงินที่เปล่งประกายราวกับแสงจันทร์ส่องสว่างค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ราวกับเส้นไหม ผิวขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ แถมยังดูนุ่มนวลปราศจากรอยตำหนิ เมื่อมองเข้าไปภายในก็จะเห็นประกายสีเขียวมรกตสะท้อนออกมาจากนัยน์ตาคู่นั้น เปล่งประกายไปจนถึงผิวด้านในเลยทีเดียว

แต่รูปลักษณ์นั้นกลับไม่ชวนให้เกิดความใคร่แม้แต่น้อย หรือเป็นเพราะมิติของเราแตกต่างกันเลยทำให้ความรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ แตกต่างกันไปด้วย ผมรู้สึกถึงสายตาที่แสดงความประหลาดใจของเซราฟเมื่อรู้สึกถึงตัวตนของผม เธอค่อยๆ ใช้นัยน์ตาคู่นั้นของเธอสำรวจผมทุกซอกทุกมุม เมื่อเธอมองผมอย่างที่เคยทำมาตลอด ตอนนั้นแหละที่ผมมั่นใจ

‘เซราฟ นี่สินะเธอเมื่อ 10 ปีก่อน’

ขณะนั้นเองที่ริมฝีปากเรียวงามของเธอเอ่ยขึ้น

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“อื้ม”

“ยินดีต้อนรับสู่ห้องอัญเชิญค่ะ ชื่อคิมซูฮยอน อายุ 23 ปี สถานที่เกิดสาธารณรัฐเกาหลีใต้บนดาวเคราะห์โลก การยืนยันตัวตนเสร็จสมบูรณ์ คิมซูฮยอน ต่อไปข้าจะเรียกท่านว่าผู้เล่นแทนคำว่ามนุษย์โลกเพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น ส่วนข้าคือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือของท่านมีนามว่าเซราฟ”

“อื้ม”

“หลังจากที่ผู้เล่นคิมซูฮยอนทราบเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปจากที่นี่แล้ว กำหนดการณ์ต่อไปคือการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีชื่อว่าพิธีเปลี่ยนสภาวะ ณ ที่แห่งนั้นท่านจะต้องพิสูจน์ความสามารถที่แท้จริงของผู้เล่น”

“อื้ม”

“...”

เซราฟที่เคยพูดด้วยความรวดเร็วกลับหยุดพูด พร้อมกับเริ่มทำสีหน้าแบบที่บอกว่า ‘ไม่ใช่แบบนี้สิ’ พอเห็นเซราฟทำสีหน้าแบบนั้นออกมาผมกลับรู้สึกสดชื่นแม้จะเพียงนิดเดียวก็ตาม แต่ก่อนอื่นผมต้องได้ในสิ่งที่ควรได้เสียก่อน

“ผมมีเรื่องสงสัยอยู่เรื่องนึง…”

“หากต้องการถามว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วทำไมตัวตนของท่านถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะก็แนะนำว่าอย่าถามจะดีกว่า เราเหลือเวลาก่อนเข้าสู่พิธีเปลี่ยนสภาวะเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น ข้าเข้าใจว่าสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้ท่านรู้สึกสับสน แต่หากต้องการมีชีวิตรอดหรือหากต้องการกลับไปล่ะก็…”

เซราฟเริ่มรัวคำพูดออกมาอย่างกับปืนกลในแบบที่คิดว่าคำถามนี่แหละถูกต้อง ถึงตอนนี้ผมจะเริ่มปรับตัวได้บ้าง แต่ตอนแรกนี่บอกได้เลยว่าน่ากลัวสุดๆ ทั้งสีหน้าไร้อารมณ์แถมยังน้ำเสียงราบเรียบนั่นอีก รู้สึกเหมือนกำลังคุยกับภูติผีเลย

พอคิดถึงตอนนั้นขึ้นมาก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ หลังจากหัวเราะเสร็จผมก็ตอบกลับเธอไปสั้นๆ

“อ่อ อย่างนั้นเหรอ”

“ข้าขอแนะนำให้ผู้เล่นจัดสรรเวลาให้ดีที่สุดเพื่อจัดการสภาพของตนเองภายในเวลาที่กำหนด…”

“รู้แล้วน่า รู้แล้ว”

“...”

ทั้งๆ ที่ผมเองก็ตอบตกลงแบบง่ายๆ แต่เซราฟกลับขมวดคิ้วน้อยๆ มือของเธอโบกอย่างช้าๆ กลางอากาศ พลางกะพริบตาสองสามครั้งแล้วบ่นพึมพำ

“ไม่มีสภาวะทางจิตที่ผิดปกติ… สภาพจิตใจสงบมั่นคงอย่างมาก ท่านพิเศษจริงๆ”

“อยู่ดีๆ มาบอกคนอื่นว่าสภาวะทางจิตผิดปกติได้ไง… ยังไงก็ช่างเถอะ เซราฟ แค่ผมทำตามคำสั่งของคุณก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

“นั่นก็ถูกต้องแต่”

“งั้นก็แค่นั้นแหละ จะบ่นอะไรมากมาย”

“ข้าไม่ได้บ่น ช่างเถอะแบบนี้ก็ดี ท่าทางแบบนี้ของผู้เล่นคิมซูฮยอนคือสิ่งที่ข้าต้องการอย่างมาก หากท่านสามารถรักษาท่าทางแบบนี้ต่อไป ในภายหน้าอัตราการรอดชีวิตของท่านจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ถ้าอย่างนั้นก่อนอื่น…”

ครั้งนี้ผมยกมือขึ้นขัดจังหวะ ในที่สุดเซราฟก็เห็นสัญญาณที่บอกว่าให้หยุดพูดก่อนเสียที

“ผมบอกแล้วว่ามีเรื่องสงสัยอยู่”

“นั่นสินะ ดีเลย หากไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ข้าบอกไปก่อนหน้า ข้าจะตอบคำถามของท่านเป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก ว่าแต่ไม่มีของที่ต้องให้ผมบ้างเหรอ”

“ของที่ต้องให้อย่างนั้นเหรอคะ ข้าไม่เข้าใจความหมายคำถามของท่านเท่าไหร่ รบกวนท่านช่วยอธิบายเพิ่มเติมด้วยค่ะ”

“อื้ม~ อ้า งั้นคำว่า Tanya ล่ะก็พอจะช่วยได้ไหม”

เมื่อคำว่า Tanya ถูกพูดออกมา ผมก็เห็นภาพของตัวเองสั่นไหวอยู่ภายในดวงตาของเซราฟ คิดเอาไว้แล้ว ปฏิกิริยาน่าสนใจชะมัด ผมไม่ได้กังวลว่าจะไม่ได้รับมัน เพราะสิทธิพิเศษไม่อาจยกเลิกได้ ผมเน้นเสียงถามอีกครั้งว่าจะได้หรือไม่ได้ราวกับกำลังต้อนให้จนมุม

“Tanya ไง Tanya นั่นแหละ ไม่ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ผมต้องได้ในสิ่งที่ควรได้” 

“...”

เซราฟเก็บสีหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ก็ทำได้แค่เก็บสีหน้าเท่านั้นแหละ ตอนนี้ในสายตาผมเห็นแค่ความพยายามอย่างหนักที่จะพยายามซ่อนสีหน้าเอาไว้เท่านั้น ปีกที่ไหวช้าๆ กลับโบกสะบัดอย่างไร้เหตุผลแสดงให้เห็นถึงความวุ่นวายใจของเธอ

“เอาล่ะ โปรดรอซักครู่”

แล้วเซราฟก็หลับตาลง พร้อมกับยกนิ้วชี้วาดไปที่กลางอากาศในขณะที่ปากกำลังพึมพำบางอย่างไม่หยุด อาจจะกำลังติดต่อสื่อสารกับฑูตสวรรค์ตนอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ Tanya ก็ได้

เวลาผ่านไปไม่นานแค่ชั่วเวลาดื่มชาหมดแก้ว ระหว่างนั้นผมได้แต่เฝ้าดูสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ของเซราฟโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเห็นได้บ่อยๆ เลยมองดูได้ไม่เบื่อเลย

ในที่สุดเซราฟก็ลืมตาขึ้นทว่าใบหน้านั้นแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยอย่างมาก

“ข้ามีเรื่องต้องการพูดกับผู้เล่นคิมซูฮยอน”

“ไม่เอา”

“ใช้เวลาแค่ครู่เดียวเท่านั้นค่ะ”

“หากต้องการถามว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วทำไมตัวตนของท่านถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะก็แนะนำว่าอย่าถามจะดีกว่า เราเหลือเวลาก่อนเข้าสู่พิธีเปลี่ยนสภาวะเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น ข้าเข้าใจว่าสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้ท่านรู้สึกสับสน แต่หากต้องการมีชีวิตรอดหรือหากต้องการกลับไปล่ะก็… อืม แล้วต่อด้วยอะไรนะ”

พอผมย้อนด้วยคำพูดที่เธอพูดไปก่อนหน้านี้ เซราฟเลยปิดปากเงียบทันที

“แต่จากที่เธอพูดเราเหลือเวลาไม่ค่อยมากก่อนเข้าพิธีเปลี่ยนสภาวะ… จะให้อะไรก็ต้องให้ จะได้อะไรก็ต้องได้ นี่ไม่ใช่การกระทำที่สมเหตุสมผลงั้นเหรอ”



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น