โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2561 13:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,000
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

ข้อมูลผู้เล่น (Player Status)

1. ชื่อ (Name) : คิมซูฮยอน (ปีที่ 10)

2. คลาส (Class) : นักดาบทั่วไป (Normal, Swoard User, Master)

3. ถิ่นกำเนิด(Nation) : เทร่า

4. ชนเผ่า(Clan) : -

5. นามแท้ · สัญชาติ: ชองซัง (頂上), ผู้ปรารถนาความสันโดษและปล่อยวางทางโลก · สาธารณรัฐเกาหลีใต้

6. เพศ (Sex): ชาย (33)

7. ส่วนสูง · น้ำหนัก: 181.3 ซม. · 75.5 กก.

8. อุปนิสัย: เคารพกฎหมาย · ไม่มีระเบียบ (Lawful·Chaos)

[พละกำลัง 86] [ความทนทาน 92] [ความคล่องแคล่ว 96] [ความแข็งแกร่ง 78] [พลังเวทย์ 48] [โชค 36]

(คะแนนพลังเหลือ 0 คะแนน) ผลงาน (21) ทักษะพิเศษ (1/1) ทักษะแฝง (4/4)


ความคิดว่างเปล่าเลื่อนลอยในขณะที่กำลังกลิ้งลูกแก้วเล็กๆ บนมือซ้าย

“ผู้เล่นคิมซูฮยอน”

10 ปี เวลาอันยาวนานที่เขาใช้เพื่อบรรลุความฝันที่วาดเอาไว้ แต่ก็ไม่เคยจางหายไป ความโดดเดี่ยวและจิตใจที่รวดร้าวคงอัดแน่นอยู่ภายในและคอยกัดกินตัวตนเหมือนเดิม

“ข้าขอสอบถามอีกครั้งได้รึไม่ ผู้เล่นคิมซูฮยอน”

น้ำเสียงหวานซึ้งทว่าแหบต่ำแว่วเข้าหูทำให้สติของผมถูกดึงกลับคืนมา และเงยหน้าขึ้นช้าๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นสิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาก็คือพื้นอิฐสีเทา จากนั้นสายตาก็หยุดอยู่กับพื้นที่ราวๆ ร้อยตารางเมตรตรงหน้า

ที่นี่คือ ‘ห้องอัญเชิญ’ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดและก็จะเป็นจุดสิ้นสุดของเรื่องด้วยเช่นกัน บนแท่นพิธีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องมีปีกซึ่งกำลังขยับไปมาเบาๆ เปล่งประกายรัศมีสีขาวออกมา ผมรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าขณะที่กำลังจ้องมอง ‘ทูตสวรรค์’ ซึ่งนั่งอยู่บนแท่นพิธี

“ขอยืนยันความต้องการของผู้เล่นคิมซูฮยอนอีกครั้ง ท่านปรารถนาที่จะย้อนเวลากลับไปที่ฮอลล์เพลนเมื่อ 10 ปีก่อนใช่หรือไม่”

“ใช่แล้ว”

พยักหน้าตอบพร้อมกับประสานสายตากับทูตสวรรค์ตรงหน้า รูปลักษณ์งดงามสมกับที่ถูกยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งความงาม ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาหมดจด อีกทั้งการแต่งกายล่อแหลมอวดเนื้อหนังมังสาใต้ร่มผ้า ทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นมานี้กำลังจ้องตอบกลับมาที่ผมเท่านั้น

แต่ผมกลับไม่มีความต้องการใดๆ เกิดขึ้นทั้งนั้น แม้จะได้มองใบหน้างดงามของทูตสวรรค์  นัยน์ตาแฝงรอยโศก ทั้งหมดล้วนไม่ได้ทำให้ภายในอกของผมสั่นไหวแม้แต่น้อย เพราะหลังจากเหตุการณ์ ‘วันนั้น’ ผมก็ได้สูญเสียความรู้สึกทั้งหมดไปแล้ว

“พวกข้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ทูตสวรรค์ทั้งหมดรวมทั้งข้าด้วยไม่เข้าใจท่านเลย”

“ไม่หรอก ผิดแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องการให้พวกคุณเข้าใจหรอกนะ เซราฟ”

น้ำเสียงของตัวเองที่พูดออกไปช่างเย็นชา น้ำเสียงของทูตสวรรค์ เซราฟ สั่นพร่าแตกต่างไปจากเดิม ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยเห็นเซราฟกระสับกระส่ายมาก่อนสักครั้งจนถึงวันนี้ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าคำพูดคงจะกระทบกระเทือนใจมากทีเดียว

แม้จะดูกระสับกระส่ายแต่เพียงครู่เดียวสีหน้าของเซราฟก็กลับสู่ความเยือกเย็น น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเริ่มแข็งกระด้างเพื่อกล่าวเตือน

“ผู้เล่นคิมซูฮยอน ท่านได้บรรลุภารกิจทั้งหมดของฮอลล์เพลนแล้ว และเป็นผู้เล่นคนแรกที่สามารถไขว่คว้าความเป็นหนึ่งมาได้”

“แต่ว่า”

“ไม่มีแต่ ท่านได้รับซีโร่โค้ดที่เคยหวังเอาไว้ ท่านมี ‘คุณสมบัติ’ และท่านสามารถทำให้ทุกอย่างเป็นจริงได้ภายใต้ ‘คุณสมบัติ’ นี้”

“เซราฟ เราคุยกันจบแล้ว”

“กลับคืนสู่โลกงั้นรึ ก็ดีค่ะ ท่านสามารถกลับคืนสู่โลกได้พร้อมกับรักษาทักษะนี้ไว้ หรือจะยังอยู่ที่ฮอลล์เพลน นั่นก็ดีเหมือนกัน ขอแค่มีซีโร่โค้ดท่านสามารถกลายเป็นราชาปกครองทั้งทวีปได้ ไม่สิ ท่านจะมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็ได้”

ดูท่าจะยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ ผมถึงกับถอนหายใจออกมา ส่วนมือขวาก็ท้าวไว้ที่เอวเพื่อให้รู้สึกถนัดขึ้นตอนจับด้ามดาบในมือ

“เฮ้อ ผมฟังคำพูดเยินยอพวกนั้นมาตั้ง 10 กว่าจนเอียนจะแย่แล้ว ตอนนี้ผมเหนื่อยแล้วนะ เซราฟ อย่าพูดต่ออีกเลย ไม่ว่าพวกคุณจะใช้คำพูดแบบไหนมากล่อมผมก็เถอะ ผมก็ไม่คิดเปลี่ยนใจเรื่องการใช้ซีโร่โค้ดหรอกนะ”

เวทมนตร์ถูกวาดขึ้นตามทำให้ด้ามดาบแตกเป็นเสี่ยง เซราฟที่พยายามอ่านพลังภายในที่พุ่งขึ้นมาภายในร่างของผมเริ่มเม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น ใบหน้าของเธอที่กำลังจ้องมองผมเต็มไปด้วยความเห็นใจ แสดงออกว่าไม่มีทางล้มเลิกการโน้มน้าวใจผมแน่นอน

“แน่นอนว่าสิทธิ์ในการใช้ซีโร่โค้ดนั้นเป็นของผู้เล่นคิมซูฮยอนแต่เพียงผู้เดียว พวกเราไม่อาจแตะต้องสิทธ์นั้นได้ นั่นจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะพลังอันมหาศาลที่ถูกเก็บกักไว้ภายในนั้นกลับถูกนำมาใช้เพียงแค่เพื่อย้อนเวลาเท่านั้น ช่างไร้สาระสิ้นดี”

“...”

“ขอถามเป็นครั้งสุดท้าย ผู้เล่นคิมซูฮยอน ท่านอยากจะย้อนเวลากลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนที่แสนทุกข์ทรมานอีกงั้นหรือ”

น้ำเสียงของเซราฟนั้นแทบจะกลายเป็นการอ้อนวอน แต่ผมกลับหัวเราะออกมาทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าทำไม เป็นการหัวเราะที่ไร้เหตุผลสุดๆ

ผมหัวเราะอยู่อย่างนั้นพักใหญ่เลยทีเดียว

ที่นี่น่ะไม่ใช่โลก แต่นี่คืออีกโลกหนึ่งที่เรียกว่า ‘ฮอลล์เพลน’ สถานที่ที่แปลกประหลาดตรงกันข้ามกับชีวิตธรรมดาอันแสนสะดวกสบายที่คนยุคใหม่ดำเนินชีวิตอยู่

ผมค่อยๆ หลับตาลงเริ่มต้นคิดย้อนไปถึงเรื่องราวที่เคยพบเจอมาในอดีตทีละเรื่องๆ จนถึงตอนนี้

ครั้งแรกที่ผมมาที่ฮอลล์เพลนคือเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนั้นผมอายุแค่ 23 อนาคตในวันข้างหน้ายังคงสดใส ความทรงจำสุดท้ายตอนที่อยู่บนโลกก็คือ การสิ้นสุดระยะเวลา 2 ปีของการใช้ชีวิตในกรมทหารซึ่งตอนนั้นผมกำลังดีใจที่ได้กลับบ้านเท่านั้น

หลังจากปลดประจำการแล้วขณะที่กำลังเดินทางกลับบ้าน ผมเกิดหลับไปภายในขบวนรถไฟ จากนั้นอยู่ดีๆ กลับตื่นขึ้นมาภายใน ‘ห้องอัญเชิญ’ แห่งนี้ หลังจากตั้งสติได้สิ่งแรกที่ปรากฎตรงหน้าคือทูตสวรรค์ซึ่งผมไม่เคยเชื่อว่าจะมีอยู่จริงกำลังสะบัดปีกสีขาวเบาๆ

ณ ตอนนั้นผมไม่รู้อะไรเลย ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น สำหรับผมที่ฝันว่าในที่สุดก็จะได้กลับบ้าน สถานการณ์ตรงหน้าจึงไม่ต่างอะไรกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ

ไม่ใช่ทั้งความฝันแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ เมื่อยอมรับได้ว่าทั้งหมดคือเรื่องจริงผมจึงได้ขอร้องให้ทูตสวรรค์ส่งผมกลับไป ทว่าสถานที่ถัดไปที่ผมถูกพามาก็คือ ‘พิธีเปลี่ยนสภาวะ’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้พิสูจน์คุณสมบัติของผู้เล่น ที่นั่นผมถูกสัตว์ประหลาดที่เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกในชีวิตไล่ฆ่า และบททดสอบแรกก็คือการพยายามจัดการมันให้ได้

เวลาในการผ่านบททดสอบคือ 7 วัน ที่นั่นคือสนามรบที่มีแค่การพยามเอาชีวิตให้รอด ตลอดทั้งสัปดาห์เราอยู่กับความลำบากยากเย็นเพื่อจัดการสัตว์ประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อพิสูจน์ว่ามีคุณสมบัติเป็น ‘ผู้เล่น’ เพื่อเข้าสู่โลกที่เรียกว่า ‘ฮอลล์เพลน’

ทว่าพิธีเปลี่ยนพิธีเปลี่ยนสภาวะนั้นไม่ใช่จุดจบ สิ่งที่เรียกว่าฮอลล์เพลนต่างหากคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริง ถ้าตลอดระยะเวลา 7 วันท่ามกลางพิธีเปลี่ยนสภาวะคือสงครามสัตว์ประหลาดล่ะก็ ฮอลล์เพลนก็คือนรกไร้จุดจบที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกฆ่าเมื่อไหร่

จากนั้นผมก็เริ่มต้นการใช้ชีวิตที่ฮอลล์เพลนนี่

ผมยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ และก็เพราะอยากมีชีวิตอยู่ต่อผมเลยเริ่มปรับตัว สู้ไม่ถอยกับโลกบ้าๆ ใบนี้ เพราะความหวังทั้งหมดคือคำพูดของทูตสวรรค์ที่ว่าเมื่อจุดจบมาถึงผมก็จะได้กลับบ้าน จนกระทั่งตอนนี้เวลาก็ผ่านมาก 10 ปีแล้ว

ใช่แล้ว ทั้งหมดนี่ก็เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อและกลับบ้านเท่านั้น นี่คือสายใยที่ไม่อาจตัดให้ขาดลงได้

“ผู้เล่นคิมซูฮยอน ท่านกำลังคิดอะไรอยู่ หรือว่ากำลังคิดถึง...”

ชั่วขณะหนึ่งที่คำว่า ‘สายใย’ ผุดขึ้นมาในความคิด ความรู้สึกทั้งหมดก็เอ่อล้นขึ้นมา ผมได้แต่ส่ายหัวแรงๆ เพราะสิ่งสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่การหวนรำลึกอดีต

“เอ่อ คิดถึงเรื่องในอดีตนิดหน่อยน่ะ ยังไงก็ตามที่ท่านพูดว่า 10 ปีก่อนที่แสนทุกข์ทรมาน... พูดแบบนั้นเพราะยังมีจิตสำนักเหลืออยู่รึไง”

“...”

“ใช่แล้ว เพราะพวกคุณทำให้ผมต้องมาเจอกับเรื่องเลวร้ายที่ไม่ควรพบเจอ แถมยังใช้เวลาตั้ง 10 เชียวนะ”

“ผู้เล่นคิมซูฮยอน”

เซราฟมองด้วยสายตาที่กำลังหยั่งลึกลงไปในจิตใจของผม แต่เพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาทีริมฝีปากงดงามได้เปิดออกเริ่มต้นพูดด้วยเสียงอันเยือกเย็น



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น