ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาเฟียไร้รัก 16 100%

ชื่อตอน : มาเฟียไร้รัก 16 100%

คำค้น : มาเฟียไร้รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.3k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2561 23:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาเฟียไร้รัก 16 100%
แบบอักษร



มาเฟียไร้รัก 16



เป็นข่าวดังขึ้นหน้าหนึ่งทุกฉบับที่มีการระเบิดเกิดขึ้นครั้งใหญ่ และมีการตายที่ไม่สามารถระบุถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ ซึ่งทุกคนก็ไม่ได้คาใจอะไรกับเหตุการณ์นี้ วิระเองที่เป็นคนลงมือก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องเลือกอยู่แล้ว เกิดมาในชีวิต เราก็ต้องมีทางเลือกเสมอ ถ้าเสี่ยวหานไม่ตาย ลูกของวิระอาจจะต้องตาย แน่นอนว่าวิระคงไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน


“แม่ล่ะอยากตีเราจริงๆเลย เพิ่งจะคลอดลูกแท้ๆ ยังจะออกไปทำแบบนั้น หัวใจคนแก่จะวายตาย” ลู่หลินเองก็หยุดบ่นวิระไม่ได้ ยิ่งเธอรับรู้ว่าวิระใช้ยาชามากขนาดไหนอยากจะตีให้เนื้อเขียวจริงเชียว ไม่ห่วงตัวเองเอาเสียเลย


“ขอโทษครับ ผมแค่อยากให้เรื่องมันจบ”


“เฮ้อ เอาเถอะ ต่อไปไม่ทำแบบนี้นะ ทำอะไรต้องคิดถึงลูกให้เยอะๆ” ลู่หลินบอกก่อนจะอุ้มหลานชายให้วิระที่ตอนนี้กลับมานอนบนเตียงในโรงพยาบาลพร้อมโดนคุณหมอให้น้ำเกลือเนื่องจากร่างกายของวิระอ่อนเพลียมาก


“สวัสดีครับคนเก่ง” วิระเอ่ยทักลูกชายในอ้อมแขนเบาๆ แม้ร่างกายจะยังไม่ฟื้นตัวดีแต่วิระก็ฝืนที่จะอุ้มลูกให้ได้ ลูกชายที่วิระเพิ่งได้เจอหน้า เด็กน้อยในอ้อมกอดเนื้อตัวสมบูรณ์ มีน้ำหนักถึงสามกิโลถือว่าตัวใหญ่ไม่น้อย ผิวขาวอมชมพูน่ารักน่าชัง ดวงตากลมๆกำลังจ้องมองมาที่วิระก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้ตามประสาเด็กออกมา


“สรุปตั้งชื่อลูกรึยังวิระ” ลู่หลินถามขึ้น เพราะหลานชายยังไม่มีชื่อให้เรียก เธออยากจะให้พ่อแม่แท้ๆตั้งให้หลานมากกว่าที่จะให้ปู่ย่าตั้ง


“ครับ ตั้งไว้แล้วกับวีร์ ถ้าลูกเป็นผู้ชายจะให้ลูกชื่อ หยาง ลู่เหวิน ที่วีร์เป็นคนคิดครับ”


“ชื่อความหมายดีนะ หยกลายเมฆ ถ้าชื่อไทยก็ชื่อเมฆา”


“ครับ แต่คงให้ใช้ชื่อทางนี้มากกว่า เพราะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เป็นส่วนใหญ่”


“ตามนั้นก็ได้จ้ะ แต่ตอนนี้เราต้องวางอาลู่กลับเข้ารถเข็นก่อนนะ ดูสิตาปรือเชียว เห็นว่าก่อนหน้านี้พยาบาลเพิ่งป้อนนมไป สงสัยจะง่วงแล้ว ลูกหลับแล้วเราก็ทานข้าวจะได้ทานยาแล้วจะได้หายไวๆนะคะวิระ”


“ครับคุณแม่” วิระจำใจต้องส่งลูกชายให้คุณแม่อุ้มกลับรถเข็นเพื่อที่ลูกชายจะได้นอนหลับสบาย ส่วนวิระเองก็ได้เวลาทานข้าวทานยา เพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง แต่มันก็ค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะวิระต้องอยู่ที่โรงพยาบาลนานขึ้นไปกว่าปกติถึงจะได้ออกจากโรงพยาบาล




วีรภาพที่ต้องจัดการเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อย ก็ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาไปที่โรงพยาบาล เมื่อคืนหลังจากกลับไปถึงโรงพยาบาลวิระก็ต้องตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะทำการเปลี่ยนย้ายห้องพัก มาเป็นห้องพิเศษตามเดิมตามที่วิระขอ กว่าจะจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จก็เกือบเช้า วีรภาพก็อยู่ที่โรงพยาบาลจนวิระหลับวีรภาพถึงกลับออกมาเคลียร์งานที่บริษัท


“นายครับ เราพบเศษซากศพของเสี่ยวหานแล้วครับ ตรวจเรียบร้อยแล้วตรงตามดีเอ็นเอของเสี่ยวหานครับ”


“ดี อย่าลืมบอกคนของเราเก็บซากที่เหลือจากเมื่อคืนให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือหลักฐานแม้แต่นิดเดียว”


“ครับนาย ตอนนี้ส่งคนไปเก็บกวาดอยู่ครับ พร้อมกำชับว่าห้ามให้คนนอกเข้าไปได้”


“อืม ส่วนงานวันนี้ก็รีบเอาเข้ามา ฉันต้องการเคลียร์งานให้เร็วที่สุด ก่อนจะไปที่โรงพยาบาล”


“ครับนาย” เฟยที่พอรับคำสั่งก็รีบออกไปจัดการให้ เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาเป็นคืนที่เก็บกวาดเหนื่อยมากกว่าปกติ เพราะลูกน้องของเสี่ยวหานก็ไม่ใช่น้อยๆกว่าจะเก็บซากพวกมันหมดก็แทบตาย ไหนจะต้องจัดการปิดข่าวเรื่องนี้ให้เปลี่ยนเป็นข่าวการระเบิดธรรมดาอีก เป็นคืนที่ยุ่งวุ่นวายที่สุดตั้งแต่ที่เคยเจอมาเลยก็ว่าได้…


หลังจากที่เฟยออกไปจากห้องแล้ว วีรภาพก็นั่งอ่านเอกสารที่ตนเองต้องรับผิดชอบในอนาคต เพราะหลังจากที่วิระแข็งแรงดีแล้ว วีรภาพก็ต้องเข้ารับตำแหน่งประธานบริษัทตระกูลหยางของที่นี่แทนอี้เฟิงที่จะประจำการสาขาที่ไทยต่อแทน และอีกไม่นานจะมีงานแต่งของวิระและวีรภาพที่จะต้องถูกจัดขึ้นตามที่คิดไว้ ในงานนั้นก็มีพยานรักเป็นลูกชายสุดน่ารัก เป็นภาพครอบครัวที่วีรภาพฝันถึงมาตลอด เป็นครอบครัวที่มีวิระอยู่เคียงข้างกาย เป็นครอบครัวของเรา ครอบครัวที่วีรภาพจะดูแลให้ดีที่สุด




หลังจากที่วิระกลับมาอยู่ที่บ้านหลังจากที่ร่างกายหายดีแล้ว ในคฤหาสน์ตระกูลหยางก็แทบจะเต็มไปด้วยของเด็กวัยทารก ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหน ห้องนั่งเล่นก็มีของใช้เด็กน้อยเต็มไปหมด วิระเองที่พอร่างกายแข็งแรงดีแล้วก็ดูแลลูกด้วยตัวเอง เด็กชาย หยาง ลู่เหวิน เป็นเด็กน้อยที่ไม่ค่อยร้องงอแงเท่าไร นอกจากเวลาหิวหรือเวลาที่รู้สึกไม่สบายตัวเพราะฉี่ใส่ผ้าอ้อมหรือถ่ายหนักถึงจะร้อง เด็กชายลู่เหวินเป็นเด็กที่นอนเก่ง และกินเก่ง เนื้อตัวเลยดูจ่ำหม่ำน่ารักน่าชัง เป็นที่หลงใหลของปู่และย่าแบบสุดๆ ซิ่นหลิงที่หลงหลานชายคนโตถึงขั้นไปสั่งทำจี้หยกรูปมังกรเป็นสร้อยคอไว้ให้หลานชายใส่เมื่อยามที่เจ้าตัวโตกว่านี้อีกสักนิด เป็นของรับขวัญสำหรับหลานชายที่ต้องเติบโตเป็นผู้นำตระกูล ส่วนอี้เฟิงเองที่พอรู้ข่าวว่าวิระคลอดก็โทรมายินดีแม้วีรภาพจะนั่งทำหน้าเข้มอยู่ข้างๆกายก็ตาม อี้เฟิงเองที่อยากจะมาเยี่ยมและดูหน้าหลานชาย แต่ก็ไม่สามารถมาได้ เนื่องจากภรรยา หรือ ธารา หัสบดินทร์ ที่ตอนนี้เปลี่ยนนามสกุลมาใช้ หยาง ธารา กำลังท้องโต เลยไม่อยากเสี่ยงพาขึ้นเครื่องนานๆ เพราะกลัวเกิดอันตราย นั่นทำให้วีรภาพชอบใจมากที่อี้เฟิงมาไม่ได้ เพราะยังรู้สึกหมั่นไส้น้องชายที่บังอาจอยู่ใกล้วิระในตลอดเวลาที่ผ่านมามากเกินความจำเป็น


“ฮึก แง้!!!” และหลังจากที่ลู่เหวินหลับได้พักใหญ่ วิระที่กำลังจะเคลิ้มหลับก็ต้องสะดุ้งตื่นจากเสียงร้องของลูก ที่นอนอยู่บนเตียงเด็กที่สั่งทำอย่างดีและตอนนี้ลู่เหวินกำลังร้องไห้เสียงดัง ใบหน้าบูดเบี้ยว วิระที่เดินเข้ามาดูก็พอจะรู้ถึงสาเหตุ เพราะได้กลิ่นแปลกๆออกมาจากเตียงของลูก


กลิ่นอึเจ้าตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังร้องไห้ด้วยความไม่ชอบใจ


“กลิ่นอะไรน้า” วิระพูดหยอกลูกชายขณะที่อุ้มเจ้าตัวน้อยไปล้างก้นในห้องน้ำ ลูกชายของวิระหน้าบูดหน้าเบี้ยวเหมือนพ่อไม่มีผิด ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กเอาแต่ใจอย่างแน่นอน แค่อึใส่แพมเพิร์สยังทำหน้าตาไม่ชอบใจแต่เด็กแบบนี้ ได้พ่อมาเยอะจริงๆ


“ฮึก”


“ไม่ร้องนะครับ เดี๋ยวแม่ล้างก้นให้ จะได้ไม่เหม็น” วิระบอกลูกชายก่อนจะเริ่มล้างก้นให้ลูกชาย พอจัดการเสร็จเรียบร้อยก็ใส่แพมเพิร์สชิ้นใหม่ให้และอุ้มลูกชายลงไปชั้นล่าง ที่ตอนนี้คงใกล้ได้เวลาวีรภาพผู้เริ่มบ้างานจะกลับถึงบ้านแล้ว


ตั้งแต่ที่วิระออกจากโรงพยาบาล วีรภาพยุ่งกับงานจนแทบจะไม่มีเวลาว่าง อาจจะเพราะใกล้วันรับสืบทอดตำแหน่งประธานบริษัทของตระกูลหยาง ทำให้ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาอย่างที่เห็น แต่วิระก็เห็นว่าวีรภาพพยายามหาเวลาว่างมาคุยกับลูก แต่ว่าลูกเหมือนจะไม่ค่อยชอบวีรภาพเท่าไร พอวีรภาพอุ้มทีไร ลู่เหวินจะทำหน้าตาเบะปากทุกที อย่างตอนนี้ที่วีรภาพกลับมาถึงบ้าน ไปล้างมือให้สะอาดเพื่อที่จะได้อุ้มลูก ลู่เหวินที่พออยู่ในอ้อมกอดของวีรภาพจากที่ทำหน้างอแงอยู่แล้ว ยิ่งทำหน้างอยิ่งกว่าเดิม แต่วีรภาพกลับชอบใจหอมแก้มลูกเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวกับความดื้อของลูกที่แสดงออกตั้งแต่ยังพูดไม่ได้แบบนี้


“เด็กดื้อ หน้างอทุกวันเลย” วีรภาพบอกลูกชายในอ้อมกอดเบาๆ เจ้าตัวดื้อชอบทำหน้าแบบนี้ทุกครั้ง ตอนอยู่ในท้องก็รังแกวีรภาพให้แพ้ท้องแทนอย่างทรมาร พอออกมาก็ชอบทำหน้างอใส่ ตัวแสบตั้งแต่เด็ก


“เหมือนนายนั่นแหละวีร์” วิระบอกก่อนจะหันไปบอกสาวใช้ในบ้านให้เอานมมาเตรียมไว้ เพราะอีกสักพักลู่เหวินคงจะร้องเพราะหิวนม


“ดื้อเหมือนนายต่างหากวิระ” วีรภาพเองก็ไม่ยอมรับง่ายๆ วีรภาพต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดประโยคนี้เพราะวิระน่ะดื้อแสนดื้อ หัวรั้นก็ที่หนึ่ง ลูกได้วิระมามากเลยล่ะ มีแต่เจ้าตัวที่ไม่ยอมรับความจริง


“ทั้งสองคนมายืนเถียงกันอะไรตรงนี้ ตาหนูหิวหมดแล้ว ดูสิเอานิ้วเข้าปากแล้ว” ลู่หลินที่ออกมาจากครัวก็เห็นว่าลูกชายของเธอกำลังยืนเถียงกับลูกสะใภ้ แถมในอ้อมกอดของวีรภาพยังมีตาหนูของเธอกำลังอมนิ้วอยู่อีก จริงๆเลยนะสองคนนี้ จนมีลูกด้วยกันแล้วยังไม่ยอมลดราวาศอกให้กันอีก


“เพราะวีร์นั่นแหละครับ ชอบเถียง”


“เฮ้อ! ขอโทษแล้วกันครับคุณภรรยา ผมผิดเอง แต่ตอนนี้พาลูกไปดื่มนมก่อนนะ ตอนนี้ใกล้จะเบะอีกแล้ว” วีรภาพบอกก่อนที่วิระจะพยักหน้ารับเบาๆ และพากันเดินไปที่ห้องนั่งเล่น เพื่อจะได้ป้อนนมให้ลูกชายที่อีกไม่เกินห้านาทีถ้ายังไม่ได้ขวดนมคงเบะปากร้องไห้งอแงดังลั่นบ้านเป็นแน่ วิระถึงบอกไงว่าลูกเป็นเด็กเอาแต่ใจเหมือนวีรภาพไม่มีผิด!



......................................................................................................................



วีรภาพมองวิระที่นอนหลับสนิทไปในช่วงดึกอยู่บนเตียงหลังใหญ่ คงจะเพราะเพลียจากการเลี้ยงลูก ที่ถึงแม้คนในบ้านจะเยอะแยะแค่ไหนวิระก็ยังยืนยันที่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง และก็เป็นเพราะเจ้าตัวน้อยจอมเอาแต่ใจไม่ชอบให้คนอื่นอุ้มด้วย ในบ้านมีคนที่อุ้มได้แค่วิระ พ่อกับแม่ ส่วนวีรภาพแล้วแต่อารมณ์ของเจ้าตัวน้อย ถ้าอารมณ์ดีก็ยอมให้อุ้มโดยง่าย แต่ถ้าอารมณ์ไม่ดีเมื่อไร แล้ววีรภาพเข้าไปอุ้มเป็นอันได้ร้องไห้งอแงจนตัวแดงและวีรภาพก็จะถูกวิระดุที่ทำลูกร้องไห้


“ฮึก แง้!!!!!” และตอนนี้ในกลางดึกที่เป็นเวลาที่เจ้าตัวน้อยควรจะนอนได้แล้ว แต่เจ้าตัวน้อยกลับสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก พอดีกับที่วีรภาพเพิ่งกลับจากห้องทำงานที่เปิดประตูปุ๊บ เจ้าตัวน้อยก็ร้องไห้เสียงดังลั่นขึ้นมาทันที วีรภาพเลยต้องรีบเดินเข้าไปดู พอเข้าไปใกล้ก็มีทั้งกลิ่นอึที่ลอยออกมาและคงจะฉี่ใส่แพมเพิร์สด้วย เพราะแพมเพิร์สตุงมาก วีรภาพก็ไม่อยากรบกวนวิระให้ลุกขึ้นมาเช็ดก้นให้ลูกเพราะอยากให้วิระได้นอนหลับเต็มอิ่ม วีรภาพเลยอุ้มลูกขึ้นมาและพาเข้าห้องน้ำไปเช็ดก้นเอง


การเช็ดก้นของลูกชายเป็นไปด้วยความยากลำบากเสียยิ่งกว่าการหัดเริ่มเรียนยิงปืนเสียอีก เพราะวีรภาพไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่กับลูกเท่าไร เรื่องดูแลลูกไม่ต้องพูดถึงเลย ส่วนใหญ่วิระเป็นคนทำ วีรภาพเลยไม่ค่อยคุ้นเคยที่ต้องทำความสะอาดก้นลูกแบบนี้คนเดียว


“ฮึก…” เจ้าตัวน้อยสะอึกสะอื้นไม่หยุด แถมยังพยายามดิ้นสุดฤทธิ์เพราะไม่ชอบที่อึเลอะและไม่ชอบที่วีรภาพเป็นคนอุ้มมาเปลี่ยนด้วย


“งอแงเก่งจริงๆ” วีรภาพบ่นลูกชายเบาๆ หลังจากที่จัดการเช็ดก้นลูกชายจนเสร็จและสะอาดไร้กลิ่น เจ้าตัวน้อยก็เริ่มจะอารมณ์ดี หยุดดิ้นลงแล้วบ้างเล็กน้อย วีรภาพก็อุ้มลูกชายกลับมาที่เตียงนอนเด็กเหมือนเดิม


“ทำอะไรวีร์” วิระที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะเหมือนได้ยินเสียงลูกร้อง แต่พอมองหาลูกก็ไม่เห็น กำลังจะตั้งสติลุกขึ้นไปเดินหา แต่ก็เห็นวีรภาพอุ้มลูกออกมาจากห้องน้ำก่อน สงสัยเจ้าตัวน้อยจะอึและฉี่แล้วก็ร้องออกมาแน่ๆ


“พาลูกไปเช็ดก้นเปลี่ยนแพมเพิร์สมาน่ะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น ไม่สบายรึเปล่า” วีรภาพที่เห็นหน้าวิระดูดซีดๆก็อดถามอย่างกังวลไม่ได้ ก่อนจะเดินเข้าไปใช้มือทาบหน้าผากวัดอุณหภูมิร่างกายของวิระเบาๆ ก็พบว่าวิระตัวอุ่นๆ คงจะไม่สบายเป็นแน่


“แค่อึนๆน่ะ คงเพราะนอนไม่พอ ไม่ได้เป็นอะไรหรอก เอานมไปป้อนลูกเร็ว จะได้อิ่มแล้วนอนหลับ เดี๋ยวร้องนะถ้าช้า”


“อืม อย่าลุกนะวิระ เดี๋ยวฉันดูลูกเอง” วีรภาพบอกก่อนจะเดินไปหยิบขวดนมมาป้อนลูกชาย พอลูกชายอิ่มวิระก็สั่งวีรภาพให้อุ้มลูบมาตบหลังเบาๆให้เรอก่อนจะให้ลูกนอนบนเตียงอีกครั้ง แน่นอนพอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน เจ้าตัวน้อยหลับสนิทลงอีกครั้งและครั้งนี้คงจะตื่นอีกทีก็คือตอนเช้า วีรภาพที่พอเห็นลูกหลับสนิทก็เดินไปหยิบยามาให้วิระทาน ตั้งแต่คลอดลูกมาวิระไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร เลยมียาติดอยู่ในห้องตลอดเวลา ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะอยากดูแลลูกเพราะลูกไม่เอาใครด้วยนั่นแหละ วิระเลยไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้ กำลังกายก็ไม่ได้ออก ร่างกายเลยไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน


“ทานยาแล้วนอนพักเยอะๆนะ จะได้หายไวๆ” วีรภาพส่งยาให้วิระก่อนจะยื่นแก้วน้ำตาม พอวิระทานยาเสร็จ วีรภาพก็เดินเอาแก้วน้ำไปเก็บ ก่อนจะปิดไปและเดินไปที่เตียงล้มตัวลงนอนพร้อมกับกอดวิระแน่น ช่วงนี้ร่างกายวิระยังไม่ยุบตัวเท่าไร เลยนุ่มนิ่มกอดแล้วอบอุ่น จนบางครั้งก็อยากจะรังแกคุณแม่ลูกอ่อนแต่ติดที่ว่ามีลูกอยู่ในห้อง เกิดทำอะไรเสียงดังไป ลูกคงได้ร้องลั่นบ้านแน่ๆ ไว้ลูกโตกว่านี้ก่อนสักนิด วีรภาพจะจับแยกห้องนอน ต้องฝึกไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กโตขึ้นจะได้ไม่กลัวการนอนคนเดียว


“วีร์อย่าซนได้มั้ย เจ็บนมนะ” วิระบอกสามีเสียงแข็งเมื่อวีรภาพทำมือซนบีบหน้าอกของวิระไม่หยุดจะนอนก็นอนไม่ได้ จริงๆเลย


“ลูกโตเมื่อไร จะไม่ได้แค่บีบแน่ๆ”


“อย่ามาหื่นกามได้มั้ย นี่มันดึกแล้วนอนได้แล้ว”


“เฮ้อ.. นอนก็ได้ ฝันดีนะวิระ”


“อืม ฝันดีนะวีร์”


วิระตอบกลับก่อนจะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย แค่มีลูกคนแรกยังเหนื่อยขนาดนี้ วิระไม่อยากมีคนที่สองแล้ว ขอมีแค่ลู่เหวินคนเดียวก็พอ เพราะลู่เหวินก็ฉายแววดื้อตั้งแต่ยังเป็นทารก โตขึ้นกว่านี้แล้ววิระมีน้องให้ มันคงจะวุ่นวายเกินไป วิระคงจะเหนื่อยมากแน่ๆ เพราะฉะนั้น วิระจะต้องคุมกำเนิด ไม่งั้นน้องของลู่เหวินได้ตามมาในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน เฮ้อ!




.................................................100%..................................................

แบ่งเปอร์เซ็นตอนผิด เลยดูน้อย ขอโทษด้วยฮับ ./. 

เจอกันปีหน้าค่ะ 55555555555


ความคิดเห็น