LUN_LA

รักที่เริ่มจากการบังคับ เเต่ไหนไปๆมาๆขอบคุณถึงได้รู้สึกหวั่นไหวให้กับบีเอ็มได้กัน ติดต่มได้ใน...โคตรร้าย โคตรรักเลยจ้าา

ชื่อตอน : โคตรร้าย⚔️ # 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2562 14:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โคตรร้าย⚔️ # 7
แบบอักษร

โคตรร้าย⚔️ # 7


อื้ออ...อ~


ผมส่งเสียงประท้วงในลำคอเมื่อมีอะไรบ้างอย่างกำลังก่อกวนการนอนของผม  ด้วยการจับขาผมเเล้วออกเเรงดันให้ขยับไป


"จานอน"ผมสั่งเสียงบอกสิ่งที่กำลังรบกวนการนอนของผมอยู่ตอนนี้

“ขยับไป กูก็จะนอน”ได้ยินเสียงพูดเบาๆมาจากข้างตัว ก่อนจะรับรู้ถึงน้ำหนักบางอย่างที่ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ


ผมเลยอดที่จะลืมตาขึ้นมอง ก็เห็นเป็นไอ้บีเอ็มที่ล้มตัวหลับตาลงไปเเล้ว มันดูง่วงมากๆจนผมอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเวลาว่าตอนนี้มันกี่โมงเเล้ว…

‘3.56 น.’

ตอนนี้เกือบตีสี่เเล้ว ไม่เเปลกที่มันจะง่วงมากขนาดนี้…เเต่ที่เเปลกก็คือ  มันนอนดึกอย่างนี้เกือบทุกคืน อย่างน้อยก็ขึ้นตี 1 ตลอดนั้นเเหละมันถึงจะเข้ามานอน


...ทำไมมันกลับตื่นเช้าได้สบายๆเลยวะ??


ผมขยับตัวลุกขึ้นนั่งมองท่านอนเเปลกๆของมัน ที่ดูจะนอนไม่ค่อยถนัดเท่าไร เพราะเหมือนเมื่อกี้มันจะเเค่ดันตัวผมที่น่าจะดิ้นเข้าไปในฝั่งของมัน มันเลยดันผมมาเเค่ให้เหลือพื้นที่พอที่จะเเทรกตัวเข้าไปเท่านั้นเเล้วก็หลับไปเลย


เเล้วดู! ผ้าก็ไม่ห่ม - -


ตอนเเรกผมก็ไม่ได้สนใจหรอกน่ะ เเต่พอเผลอไปนึกถึงคำพูดไอ้ลพเมื่อตอนเย็น

‘ก็เฮียให้กูเอาขึ้นมาให้’

คำพูดของไอ้ลพที่เเว๊บเข้ามาในหัว  ทำให้ผมต้องตัดสินใจเอื้อมมือไปห่มผ้าให้ไอ้หมาบ้าบีเอ็มจนได้


“ตอบเเทนค่าสปาเก็ตตี้เมื่อเย็นก็เท่านั้นเเหละ กูไม่ได้อยากทำหรอกน่ะบอกก่อน!” ผมพึมพำเบาๆ เพราะกลัวเสียงของตัวเองจะดังรบกวนไอ้คนที่พึ่งจะหลับไป


พอผมดึงผ้ามาห่มให้  มันก็ขยับตัวนิดหน่อยเเต่ไม่ได้ลืมตาตื่นเเต่อย่างใด ลมหายใจเข้าออกของมันทำให้ผมมั่นใจว่ามันหลับไปเเล้วจริงๆ…


หน้าตอนมึงนอนนี่ก็ดูดีเหมือนกันน่ะ...เสียดายปากหมาไปหน่อย!


ผมเบ้ปากใส่ไอ้คนที่หลับไม่รู้เรื่อง ก่อนจะล้มตัวลงนอนหลับตาลงบ้าง


เเต่ก็...ไม่ได้เเย่เท่าไหร่น่ะ


ปิ๊บ...ปิ๊บๆ...ปิ๊บๆๆ!


ผวัะ!


ผมฟาดมือไปเเรงๆ เเถวบริเวณที่ส่งเสียงดังรบกวนการนอนของตัวเอง พอสัมผัสได้ถึงวัตถุที่กำลังส่งเสียงอยู่ก็จัดการกดปิดมันทันที


อื้อออ...อ


หกโมงครึ่งเเล้วเหรอว่ะ! โคตรเร็ว เหมือนผมพึ่งจะหลับตาไปเมื่อกี้เองอะ-*-


ทำไมเร็วจังเลย!


ผมลืมตาตื่น มองเพดานห้องที่ก็ยังคงเป็นสีดำเหมือนกับข้าวของอย่างอื่นที่อยู่รอบๆตัว เเล้วจึงขยับตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิช้าๆ ผมเหลือบไปมองอีกคนที่ยังคงนอนนิ่งๆอยู่ข้างๆ


วันนี้มึงนั้นเเหละที่ต้องเก็บที่นอน : p


ผมรีบลุกจากที่นอนมาอย่างผู้ชนะ เดินไปหยิบผ้าขนหนูที่ตากเอาไว้เเล้วเดินเข้าห้องน้ำมาอาบน้ำ  พอเสร็จเเล้วผมก็เดินออกมา


เป็นจังหวะเดียวกับที่ไอ้บีเอ็มมันขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางยกมือขยี่หัวของตัวเองจนยุ่งไปหมด อีกมือก็คว้าหาอะไรบ้างอย่างบนที่นอนไปด้วย


ไม่นึกว่าคนอย่างมันก็มีมุมนี้ด้วยน่ะเนี่ย


ในขณะที่ผมกำลังเเอบมองมันอยู่ จู่ๆมันก็ลืมตาขึ้นมาเร็วๆ จนผมที่เเอบมองอยู่ยังตกใจ เเล้วต้องรีบเบนสายตามองไปทางอื่น


ผมทำเป็นไม่ได้สนใจมันเเล้วเดินออกจากห้องน้ำมา  ตากผ้าเช็ดตัวเสร็จก็เดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะเครื่องเเป้ง


“วันนี้มึงตื่นหลังกู”ผมพูดเบาๆเหลือบมองมันผ่านกระจกที่สะท้อนภาพของมันที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน

“....”

“เก็บที่นอนด้วย”พอเห็นมันไม่โต้ตอบ ผมเลยต้องหันไปมอง พลางพูดสั่งมันออกไปบ้าง


เป็นไงล่ะ!!  โดนกูสั่งบ้าง หึหึ^_^


ได้เเต่รอบยิ้มในใจ เเล้วก็รีบหันหน้ากลับมาเมื่อไอ้บีเอ็มมันจ้องหน้าผมนิ่งๆ


ทำไมวันนี้มันนิ่งจังว่ะ? ผมได้เเต่สงสัยในใจ


“เสร็จเเล้วไปหาไอ้ลพ ให้มันหาข้าวให้กิน”มันพูดเเค่นั้นเเล้วลุกขึ้นจากเตียง  ทำท่าจะเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำเลย เเต่เเล้วมันก็ชะงัก ก่อนจะหันกลับไปก้มหยิบผ้าห่มมาพับเเบบที่มันเคยสอนผมในวันนั้น เเล้วเดินเข้าห้องน้ำไป


ผมอึ้งนิดหน่อยน่ะเนี่ย...ไม่คิดว่าเเมร่งจะยอมทำจริงๆ


….


“ซ้อจะขึ้นไปหาเฮียใช่ป่ะ”พอเห็นผมเดินออกจากครัวมาหลังจากที่เดินเอาจานข้าวเช้าไปเก็บ ไอ้ลพมันก็ทักขึ้นมา

“เออ ทำไม”ผมถามกลับไป  มันก็ส่ายหน้าเบาๆเเล้วยื่นจานข้าวหมูกระเทียมเเบบเดียวกับที่ผมพึ่งจะกินไปมาให้ผม

“อะไรของมึง??” ของกูก็กินไปเเล้วไง - -?

“ฝากซ้อเอาขึ้นไปให้เฮียด้วย เดี๋ยวกูจะออกไปล้างรถให้เฮียเขา”

“เเล้วทำไมกูต้องทำ!”ผมรับเเย้งพลางยกมือดันจานข้าวกลับไปทางมัน

“ก็ซ้อกำลังจะขึ้นไปหาเฮียพอดีไง น่าๆ ทางเดียวกันไปด้วยกัน ประหยัดดี^^” ไอ้ลพว่ายิ้มๆ เเล้วยัดจานข้าวใส่มือของผม ก่อนจะรีบวิ่งหนีไป


ประหยัดห่าอะไรของมึง ไอ้ห่า-*-


“เอ้า!”ผมยื่นจานข้าวไปตรงหน้าไอ้บีเอ็ม ตรงหน้าเเบบตรงหน้าเลยน่ะครับ เเบบอีกนิดเดียวช้อนทิ่มหน้ามันได้เลย


เเก้เเค้นวิธีอื่นไม่ได้  ก็ตอดเล็กตอดน้อยเเบบนี้เเหละว่ะ!


“เอาวาง เเล้วเอาในซองไปนับ”มันปัดจานในมือผมเบาๆ ทำหน้ายุ่งๆเหมือนจะมีเรื่องเครียดในหัว เเต่ผมไม่สนใจหรอก

“เเดกก่อนดิ ที่ตอนกูล่ะบังคับจัง!” ผมว่าเเล้วยื่นจานข้าวไปตรงหน้ามันอีกครั้ง

“...ไปทำงานของมึงได้เเล้ว”มันพูดเสียงนิ่ง พร้อมๆกับเงยหน้ามามองจ้องผมอย่างเอาเรื่องจนผมต้องรอบกลืนน้ำลาย


เลิกๆ เล่นต่อมันเเดกหัวเเน่


ผมได้เเต่ยิ้มเเหย่ๆ เเล้วขยับตัวออกมาห่างจากมันนิดหน่อย พอให้อยู่ในระยะปลอดภัย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลตามที่มันบอก เเล้ววางจานข้าวลงไปเเทนที่ เเล้วรีบเดินมาหามุมว่างๆนั่งทำงานตามมันบอก


….


ผมที่นั่งนับเงินให้ไอ้บีเอ็มอยู่งถึงกลับต้องเหลือบไปมองมันที่ทำหน้ายุ่งๆ ก่อนจะก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือของตัวเอง….


….จะเป็นคนไม่ดีไหมน่ะ ถ้าเเอบยืมมันไปสักใบสองใบ


ผมทำหน้าชั่งใจก่อนจะ…..


….


“กูจะหักจากเงินรายวันมึง 2 เท่า” ทันทีที่ผมเอาเงินมาคืนมัน เเมร่งก็พูดกับผมเสียงเข้ม

“อะไร!”ผมทำเสียงดังกลบเกลือนความผิดของตัวเองทันที


หรือมันจะรู้ว่าผมจิกเงินมา!!

“เเล้วมึงทำอะไร!”


“ป...เปล่า”จะเป็นไปได้ไง ผมว่าผมเนียนนะ เเล้วเงินกองใหญ่ขนาดนี้เเมร่งรู้ได้ไง  


เเถมมันยังไม่ได้นับด้วยซ้ำเป็นไปไม่ได้!


หรือถ้ามันนับมันจะรู้ได้ไงว่าในกองมีเท่าไหร่ ก็ในเมื่อมันพึ่งใช้ผมนับ


“ไอ้คุณ!!” มันทำเสียงดุ  จ้องหน้าผมนิ่งๆจนเเทบจะเเดกหัว


ใจเย็นเว้ยคุณ! มันจะไปรู้ได้ไง มันเเค่หยอกๆมึงเล่น เชื่อดิ นิ่งไว้ๆ เดี๋ยววันนี้ออกไปข้างนอกเเล้วค่อยยืมเงินพี่เเทนมาคืนมันไง


ใช่ๆต้องเป็นเเบบนั้น


“....ถ้ามึงยังนิ่ง กูจะส่งมึงให้ตำรวจเอาไปดัดสันดาน” เฮ้ย!! ไม่ได้อิ ถึงตำรวจก็เรื่องใหญ่ดิว่ะ!!

“เออๆ! กูคืนให้ก็ได้” ผมรีบส่งเงินที่จิกมันมาส่งคืนไป เเต่มันก็ยังมองหน้าผมเหมือนจับผิดอยู่

“ก็ไหนว่าเป็นผัวเมียไง เเค่นี้ต้องงก!” ผมรีบพูด

“มึงก็ทำหน้าที่เมียก่อนสิ...เเล้วกูจะให้เพิ่ม”


ไอ้บีเอ็มมันช้อนตามองหน้าผม สายตาเจ้าเล่ห์ของมันเล่นเอาผมต้องรีบถอยกรู   ไอ้บีเอ็มมันไม่หยุดเเค่นั้น เเต่มันลุกขึ้นช้าๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ๆหน้าของผม เเล้วเป่าลมใส่ปลายจมูกของผมจนขนลุกไปหมด


“ควย!”ผมผลักเเมร่งออก เเต่ก็ไม่ได้ทำให้มันขยับห่างออกไปอย่างที่ควรสักนิด

“จะเอาไปทำอะไร?” พอเเกล้งผมจนพอใจ เเมร่งก็ถามเสียงนิ่ง พอเห็นผมทำหน้างง มันถึงพูดต่ออีก

“โง่จริงๆนะมึงเนี่ย...กูหมายถึงจะเอาเงินนี้ไปทำอะไร”พูดออกมาเเบบนั้นเเล้วโบกเงินที่ผมพึ่งจะคืนมันไปมาตรงหน้าผม

“ซื้อของ...พี่เเทนเอาอันที่หมดเเล้วใส่มาให้กู” ใช่! ผมตั้งใจจะเอาไปซื้อของจริงๆ ตอนเเรกตั้งใจว่าจะจิกมันไปซื้อมาก่อน เเล้วขากลับค่อยเเวะไปของเงินจากพี่เเทนมาคืนมัน

“อะไร?”มันถาม

“ก็ของไง” เรื่องอะไรต้องบอก

“....”พอไม่ได้คำตอบที่ต้องการ  มันก็จ้องจะเเดกหัวกูเลยครับ


เออๆ บอกก็ได้ว่ะ!


“ครีมทาหน้าตอนกลางคืน” ผมบอกมันไปตามจริง

“ต้องใช้ด้วย?”เเล้วเเมร่งก็ทำหน้าประหลาดใจขั้นสุดใส่กรูเลยครับ

“ใช้สิวะ มึงคิดว่าผิวหน้าดีๆเเบบกูนี้เสกขึ้นมาเองได้มั้ง”

“.....”เเล้วเเมร่งก็ทำหน้านิ่งใส่ผม  เเต่เหมือนมันจะคิดอะไรอยู่


หลังจากนิ่งไปนานเเมร่งก็ลุกเดินออกจากโต๊ะทำงานมาเสียดื้อๆ


“ไป”ไม่ใช่ว่าจะจับผมส่งตำรวจหรอกน่ะ!!

“ไปไหน! กูคืนมึงไปเเล้วไง กูหลงผิดไป กูจะไม่ทำเเล้ว!!”

“พูดมากจริง ตามมา!!”

“...อะไรอีกละ  วันนี้กูทำงานให้มึงเเล้วนะ ทั้งลงบัญชี ทั้งนับเงิน มึงยังจะใช้อะไรอีก”

“หุปปากเเล้วตามมา...จะเอาไหม ไอ้ครีมโบกหน้ามึงเนี่ย” มันว่าเสียงนิ่งเเล้วเดินนำออกจากห้องไป


ครีมโบกหน้าพ่องมึงสิ! เเค่ทาก็พอ!


ว่าเเต่….


“...จะซื้อให้เหรอ!”


ผมตะโกนตามหลังมันไป เเล้วรีบวิ่งตามหลังมันจนทัน ผมคว้าเเขนมันเอาไว้เเล้วพูดถามมันเพื่อไขข้อข้องใจของตัวเอง


“จะซื้อให้เหรอ  กูไม่มีตังค์นะ”

“เเล้วเงินที่กูให้ไปไหนหมด”

“ก็อยู่ เเต่มันไม่พอ” จะให้บอกยังไงว่าตอนนี้มันเหลือไม่ถึงครึ่ง เเละถึงจะได้ของวันนี้มาก็ไม่พออยู่ดี

“ครีมของมึง มันราคาเท่าไร เเพงมาก?”

“ไม่หรอก เเค่ 2”ผมหัวเราะเเหะๆ เเล้วตอบมันไป  พลางยกนิ้วขึ้นมาสองนิ้วทำท่าประกอบไปด้วย

“??” มันทำหน้างง ผมเลยต้องช่วยไขข้อข้องใจให้มันบ้าง

“2000”


เท่านั้นเเหละครับ  เหมือนจะมีฝูงกานับร้อยบินผ่านหัวไอ้บีเอ็มไป  มันหน้าตกใจกับราคาสินค้าที่ผมต้องการจะซื้อ

“ครีมเหี้ยอะไรเเพงขนาดนั้น”มันถึงกลับหน้าเหวอ  มองหน้าผมเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดไป


“ก็ครีมที่กูใช้เนี่ยเเหละ- -!”


มันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าให้ผมอย่างเอือมระอา


“เหลือตังค์เท่าไร กูจะออกส่วนต่างให้ เเล้วหักจากมึงที่หลัง”

“โห้! มึงยังจะหักอีกเหรอ!”ผมรีบเเย้ง


ถ้าเเมร่งหักจากเงินรายวันจริงผมต้องรอกี่วันเลยว่ะเนี่ยถึงจะได้จับเงินสดอีก!


“เหลือเท่าไร” พอผมไม่ยอมตอบเเมร่งก็กดเสียงต่ำทำหน้าดุๆใส่เลย  


ไอ้สัส ข่มกูตลอดเวลาเลยน่ะมึง!!


“ ร้อยกว่าบาทจากเมื่อวาน บวกวันนี้ก็ 600 ” ผมก้มหน้าลงต่ำ รอรับฟังคำด่าของมัน


ตอนเนี่ยมึงด่ามาเลย! กูจะไม่เถียงมึงสักคำ รอให้กูได้ครีมก่อนเถอะ ค่อยว่ากันอีกเรื่อง!


“ใช้เงินเกินตัวจริงๆน่ะมึงเนี่ย  กูว่าคนเเบบมึงให้ไปเท่าไรก็หมดเท่านั้น”มันว่าออกมาเสียงนิ่ง ทำท่าเหมือนคิดอะไรบ้างอย่าง

“....”กูก็ไม่ได้ใช้เงินเก่งขนาดนั้นไหม- -


ลุงขับเเท็กซี่มันโกงค่ารถกูตั้งหาก!!


“ต่อไปนี้กูจะเก็บไว้ให้ จะใช้อะไรมาขอ กูจะพิจารณาเองว่าสมควรไหม”

“เเต่นั้นเงินกู”

“เเต่กูคนให้” มันพูดตอบออกมาหน้าตายมาก เออกูไม่เถียงก็ได้


มึงอะคนให้ เเต่กูก็ทำงานให้มึงไง ไอ้เหี้ย!!  


ผมได้เเต่เถียงเเต่ด่าเเมร่งในใจไม่ได้พูดออกไป ….ก็ลองพูดสิ เเมร่งเเดกหัวผมอีกเเน่


“ขึ้นรถได้เเล้ว” ไอ้บีเอ็มพาผมมายังที่จอดรถยนต์คันสีดำ  ซึ่งก็คือคันเดียวกับตอนที่เเมร่งไปรับผมมาจากบ้านนั้นเเหละ


มันพยักพเยือกหน้าไปทางประตูรถฝั่งข้างคนขับ เเล้วตัวมันเองถึงเดินอ้อมไปอีกฝั่งหนึ่ง


พอขึ้นรถได้ทั้งผมทั้งมันก็ไม่มีใครได้พูดอะไรกันออกมาอีก...ได้ยินเพียงเสียงรถยนต์ของมันที่ดังเเว่วๆมาเวลามันเร่งเครื่อง


“อ..เอ่อ”เเล้วก็เป็นผมเองที่ทนกับบรรยากาศเเสนจะชวนอึดอัดนี่ไม่ไหวจนต้องเผลอส่งเสียงออกไป


ไอ้บีเอ็มมันเหลือบมามองผมนิดหน่อยเเล้วหันกลับไปสนใจท้องถนนต่อเมื่อ เห็นว่าผมไม่ได้พูดอะไร


“...มึง”

“..ไร?”มันตอบรับกลับมาส่งๆ เเต่คราวนี้ไม่ได้หันมามองผมเเต่อย่างใด

“เปิดเพลงได้มะ มันเงียบอ่ะ กู…”

“หัดอยู่เงียบๆเสียบ้างเถอะ พูดมากอยู่นั้น”


ไอ้สัส! ปล่อยหมาในปากมากกัดกูอีกเเล้วนะ!!


“กูอุตส่าห์พูดด้วยดีๆ มึงจะหาเรื่องเพื่อ?!” ผมหันไปมองมันตาขวาง

“จะเอาไหม ครีมโบกหน้ามึงนะ”ก่อนจะต้องสะบัดหน้าหนีมันไปอีกทางเมื่อมันยกจุดอ่อนของผมตอนนี้มาเป็นข้อต่อรอง


กวนตีน!


ผมกลั่นด่ามันในใจ หยิบยกทุกคำศัพท์ที่จะเอามาใช้ด่ามันได้ เเล้วพ่นด่ามันอยู่ในใจคนเดียว


เเหมะ!


มือถือเครื่องหรูที่ถูกโยนใส่ตักผมทำให้ต้องรีบหันไปมองไอ้คนที่โยนมันมา  อยู่กันสองคนคงจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ไอ้บีเอ็มปากหมานี้


“..อะ”กำลังจะอ้าปากถ้าเเต่ก็ต้องกลืนคำถามลงคอไปเมื่อมันไขข้อสงสัยให้ก่อน

“รถกูไม่มีเพลง จะฟังก็เปิดจากมือถือเเล้วเชื่อมบลูทูธเอา”มันสาธยายวิธีมา ผมเลยพยักหน้ารับเบาๆ  เเล้วจัดการหนิบมือถือที่มันปลดล็อกมาให้เเล้วมาต่อบลูทูธมือถือของมันเข้ากับของรถทันที


#สิ่งที่ทรงพลัง (วโรดม นรเศรษฐโกศล)วโรดม นรเศรษฐโกศล

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เราได้มาเจอกัน

​               ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่เราได้มาพบกัน

เพราะมีอะไรบางอย่าง

​                 เพราะมีพลังบางอย่าง

ที่วนเวียนอยู่รอบ ๆ กายเรา

​                  ผู้คนมีเป็นร้อยแล้วทำไมต้องเป็นเรา

ผู้คนมีเป็นล้านแล้วทำไมต้องเป็นเรา

​                เพราะมีพลังบางอย่าง

ที่เราเรียกกันว่าความรัก

​                 เป็นต้นเหตุเรื่องราวดี ๆ บนโลกนี้..~

ผมถึงกับชะงักเมื่อจู่ๆเสียงเพลงก็ดังขึ้นมา เหมือนว่าไอ้บีเอ็มมันจะฟังเพลงนี้ค้างเอาไว้ พอผมเชื่อมบลูทูธเสร็จมันถึงได้ดังขึ้นมา


หน้าอย่างมันฟังเพลงเเนวนี้ด้วยเหรอว่ะ??


ได้เเต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ  สายตาก็เหลือบไปมองไอ้คนที่ยังคงทำหน้านิ่งอยู่เหมือนเดิม...อือ...ฟังเพลงนี้เลยก็เเล้วกัน


ผมวางมือถือของมันเอาไว้ระหว่างขาของตัวเอง  หลับตาลงดื่มด่ำกับเสียงเพลงที่ยังคงดังต่อเนื่อง

อยู่ห่างกันคนละฟ้า

​           รักก็พามาให้เจอกัน

อยู่ไกลกันคนละทิศ

​                  รักก็พามาให้พบกัน

พลังความรักไม่เคยสนใจระยะทาง

​                เข้าใจคนละภาษารักก็พามาให้เจอกัน

จะแตกต่างกันแค่ไหน

​                 รักก็มองว่าไม่สำคัญ

อยากบอกว่ารักมันทรงพลังเหนือใคร กว่าสิ่งใด ๆ ในโลกนี้ที่มี….


เออ! เเทบจะอยู่กันคนละทางเลย...เเต่ตอนนี้ดันต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับมันซะเเล้ว

ผู้คนมีเป็นร้อยแล้วทำไมต้องเป็นเรา

​               ผู้คนมีเป็นล้านแล้วทำไมต้องเป็นเรา

เพราะมีพลังบางอย่าง

​             ที่เราเรียกกันว่าความรัก

เป็นต้นเหตุเรื่องราวดี ๆ บนโลกนี้..~


เดี๋ยวๆ! เเต่ระหว่างผมกับมัน ไม่เกี่ยวกับความรักน่ะเว้ย!!


เพราะอาม่าให้มาอยู่กับมันตั้งหาก ไม่ได้รักไม่ได้ชอบกันสักหน่อย!!  เเถมเกลียดกันเสียด้วยซ้ำ?


ผมค่อยๆลืมตาเเบบไม่เต็มที่นัก เรียกว่าลืมตาเเบบหลี่ๆเหมือนเวลาเเดดเเยงตาก็ได้ เเล้วค่อยๆขยับหัวตัวเองช้าๆหันไปมองไอ้หมาบ้าข้างๆ…


เเอบมองมันที่กำลังบ่นพึมพำถึงรถยนต์คันข้างหน้าที่พึ่งจะปาดซ้ายขึ้นไปอยู่ด้านหน้าในระยะประชิด...จนคิ้วเข้มๆของมันขมวดเข้าหากัน พอมองต่ำลงมาที่ริมฝีปากสีคล่ำๆเพราะมันสูบบุหรี่ ซึ่งตอนนี้ก็ยังบ่นไม่หยุด เเอบได้ยินมันเเช่งพ่อรถคันข้างหน้าให้ตายไวๆอะไรสักอย่างด้วย


เฮ้ออ…ก็ถ้ามึงไม่ปากเเบบนี้ กูคุยดีๆด้วยไปนานเเล้วไอ้หมาเอ้ย!



BY : ลั้น ลา

ความคิดเห็น