ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 เกมหมุนขวด

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 เกมหมุนขวด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2561 12:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 เกมหมุนขวด
แบบอักษร

​ตีสามครึ่งโดยประมาณเกือบสามสิบชีวิตแยกย้ายกลับบ้าน ส่วนหนึ่งก็ไปพักบ้านของหนึ่งในรุ่นพี่ที่เดียวกับที่เธอและนริสาใช้นอนในคืนนี้ 

บ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดแปดสิบตารางวาคือที่ซุกหัวนอนของทั้งสองในคืนนี้ ที่นี่เองก็เป็นอีกหนึ่งเหนือความคาดหมายเพราะค่อนข้างหรูหรา คราแรกเธอเข้าใจเอาเองว่าเป็นบ้านเดี่ยวที่เปิดให้นักศึกษาเช่าอยู่หลังมหาวิทยาลัย 

ชาลิณีย์คิดว่าเมื่อมาถึงบ้านทุกคนแยกย้ายนอนแต่กลายเป็นว่ากลับมาตั้งวงกันต่อ เริ่มมีการพนันเข้ามาคือการเล่นไพ่ เจ้าของบ้านยกหมอนผ้าห่มมากองรอไว้แล้ว ใครใคร่นอนก็สามารถนอนได้แต่จะนอนหลับหรือเปล่านั่นอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งหมดนอนรวมกันที่โถงใหญ่โดยต้องหาที่แทรกนอนกันเอง 

นริสาเข้าไปอยู่ในวงไพ่ตั้งแต่เปิดวงเสียบ้างได้บ้าง ชาลิณีย์นั่งมองเพื่อนแลกเปลี่ยนเงินไปมาตาปริบๆเพราะตนเล่นไม่เป็น วงเหล้าเงียบลงตอนตีสี่เพราะเริ่มดื่มต่อไม่ไหวนอนระเกระกะเต็มไปหมด วงไพ่ก็ตามไปติดๆทุกคนแยกย้ายไปนอนตามที่ว่าง สองสาวเองก็มองหาเหมือนกัน ที่ว่างที่พอดีสำหรับทั้งคู่นั้นดั๊นไปอยู่ใกล้ๆกับคเชนทร์และแฟนสาวที่กำลังนัวเนียใต้ผ้าห่มกันอยู่ ชาลิณีย์เลยตัดปัญหาด้วยการมองหาที่ใหม่แต่ไม่พบจึงต้องจำใจทิ้งตัวลงนอนให้มีเสียงน้อยที่สุด 

ขณะที่กำลังเคลิ้มๆใกล้หลับ เสียงของพีชญาก็แหลมขึ้นมาใกล้ๆหู แม้จะนอนหันหลังให้แต่ก็ยังได้ยินชัดเจน 

“อื๊อ เคน” 

“พีชเบาๆเสียงหน่อย เราไม่ได้อยู่กันสองคนนะ” คนเหนือร่างหล่อนที่กำลังขยับสะโพกร้องเตือนเบาๆ แต่ก็ยังขยับกายใต้ผ้าห่มเข้าออกรัวเร็ว

พีชญารีบตะปบปิดริมฝีปากราวกับลืมตัว ความจริงแล้วหล่อนตั้งใจให้ชาลิณีย์ได้ยินและเลิกหวังในตัวแฟนของหล่อนเสีย แม้ตอนนี้จะยังไม่มีอะไรแต่ถือเป็นการเตือนว่าอย่ายุ่งกับคนของหล่อน ยังไงหล่อนก็ไม่มีวันยอมเสียเขาไปให้ใคร 

“อื้อออ พีชจะไม่ไหวแล้ว” 

“ไม่ไหวก็เสร็จเลย” เขากระซิบข้างหูแฟนสาว แต่ชาลิณีย์ได้ยินตอนนี้บรรยากาศมันเงียบมากและต่อให้เขากระซิบอย่างไรเธอก็ได้ยิน อยากเรียกเพื่อนแต่พอเห็นว่านริสากำลังหลับสบายจึงไม่อยากกวนเวลาหล่อน

“ทำกันแบบนี้ตื่นเต้นเนอะ” 

“ตื่นเต้นก็เลยเสร็จเร็วสินะ” กระซิบข้างหูแล้วแกล้งขยับสะโพกถี่เร็วขึ้น 

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังติดต่อกันนานเกือบหนึ่งชั่วโมง แทนที่ด้วยเสียงหอบเหนื่อยของคู่รักที่เพิ่งเสร็จสม ร่างบางนอนหลับตาแน่นพยายามผิดหูแล้วแต่ก็ยังได้ยินเธอจึงพยายามไม่สนใจ นับแกะเกือบครบสามพันตัวแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหลับ เธอนอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนฟ้าเริ่มสว่าง รู้ว่ายังไงคงไม่หลับแล้วจึงลุกไปนั่งเล่นที่ชิงช้าหน้าบ้าน 

เสียงเปิดประตูกุกกักทำให้คนตัวเล็กหันไปมอง เห็นว่าคเชนทร์เดินถือบุหรี่ออกมา เธอจึงหันหน้าหลบทันที เพราะเห็นเขาแล้วมันพานนึกถึงเรื่องเมื่อคืน เสียงเมื่อคืนที่เขาพูดกับแฟน คิดแล้วก็สยิวไปทั้งตัว 

“ตื่นแต่เช้าเลยนะ” เขาเอ่ยทักก่อน

“อ๋อค่ะ พอดีนอนไม่...” หยุดคิดนิดหนึ่ง หากบอกไปว่านอนไม่หลับเขาก็รู้สิว่าเธอแอบฟังอยู่ “ตื่นเช้าเป็นปกติอยู่แล้วน่ะค่ะ”

“เราเนี่ยนะ ไม่น่าเชื่อ” ร่างสูงทำหน้าไม่เชื่อกับสิ่งที่เธอพูด “ดูโหงวเฮ้งก็รู้แล้ว” 

“บ้า อย่างพี่น่ะเหรอดูเป็น” 

“เอ้าดูถูก งั้นเดี๋ยวพี่จะบอกให้ว่าเราเป็นคนยังไง แค่ตอบมาว่าตรงไม่ตรง” เดินมานั่งบนชิงช้าข้างๆเธอ ปราศจากความอึดอัดเพราะหญิงสาวจดจ่ออยู่ที่การทำนายของเขา 

“เป็นคนขี้วีนขี้เหวี่ยง เอาแต่ใจ ไม่ชอบทำงานบ้าน นอนตื่นสาย ไม่ยอมคน” เลิกคิ้วเชิงถามว่าที่พูดมาก่อนหน้านี้ถูกต้องมั้ย

“เฮ้ย โคตรตรงอะ พี่เจ๋งว่ะ” ชาลิณีย์ทึ่งกับสิ่งที่เขาพูด เพราะมันตรงทุกข้อ “พี่ทายอีกดิ หนูชอบอะ” 

“ยังมีอะไรให้ทายอีกเหรอ” คเชนทร์หัวเราะกับท่าทีของเธอ “แล้วชื่อไรนะเรา” 

“โห่ไรอะ คุยมาตั้งนานพี่ไม่รู้จักชื่อหนู”

“สัญญาว่าครั้งหน้าจะจำให้ได้ แล้วสรุปชื่อไร” 

“น้ำชาค่ะ เรียกสั้นๆว่าชาก็ได้เพราะไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อเต็มๆ” 

“ทำไมล่ะ ชื่อก็น่ารักดีออก” 

“ไม่รู้อะ หนูว่าชื่อมันดูคุณหนูไปไม่เหมาะกับตัวเองเท่าไหร่” 

“ไม่ดีเหรอ หลายคนก็อยากเป็นคุณหนูนะ” เขาพูดยิ้มๆคล้ายล้อเลียนเธอ 

“ไม่อะ บ้านชา เอ๊ย บ้านหนูไม่ได้รวยสักหน่อย” เผลอเรียกชื่อแทนตัวเอง 

“แทนตัวเองด้วยชื่อก็น่ารักดีนะ” เขาพูดเรียบๆ ตั้งใจว่าหยิบบุหรี่มาจุดสูบแต่ถูกห้ามไว้

“อย่าสูบนะคะ ชาไม่ชอบกลิ่นควันบุหรี่” 

“โอเค” เขาเก็บมวนบุหรี่เข้าที่เดิมพลางเอ่ยขอโทษ “ขอโทษทีพอดีพี่ติดบุหรี่” 

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้ให้อภัยกันได้” เธอพูดติดตลก คเชนทร์ก็หัวเราะน้อยๆไม่ได้ตอบอะไร อยู่กับชาลิณีย์ก็รู้สึกสบายใจไปอีกแบบ แต่หากพีชญามาเห็นเข้าอาจจะไม่สบายเหมือนที่รู้สึกอย่างเมื่อครู่แน่นอน



นับตั้งแต่วันนั้นชาลิณีย์ก็ไม่ได้พบกับคเชนทร์อีก อาจเป็นเพราะเธอยุ่งๆกับการเตรียมตัวประกวด ว่างก็ต้องรีบกลับบ้านแม้แต่นริสายังแทบไม่ได้เจอหน้ากัน 

“ไอ้ชา บ้านฉันอยู่ติดกับแกแท้ๆแต่ทำไมแกหาตัวจับยากจังวะ” เธอได้หยุดพักหนึ่งวันเนื่องจากเตรียมตัวแข่งมาหนึ่งเดือนเต็ม ทุกคนต่างชมเปาะว่าเธอนั้นทำได้ดี 

“ก็ฉันไม่ว่างนี่นา เสาร์อาทิตย์พี่เขาก็เรียกซ้อมแต่อีกไม่นานมันก็จะจบแล้วแหละ” นั่นคือคำปลอบใจตัวเอง จบงานเมื่อไหร่เธอจะปิดซอยเลี้ยงเลยคอยดู

“แล้วนังหยกล่ะ หายผีเข้าผีออกแล้วเหรอ” ชาลิณีย์ได้แนะนำเพื่อนสนิทให้เธอรู้จักแต่มองปราดเดียวก็รู้ว่ากุลธิดานั้นไม่ได้เห็นเพื่อนของเธอเป็นเพื่อนจริงๆ 

“ยังอะ เบื่อจะง้อแล้ว” ตั้งแต่เธอได้เป็นดาวสาขากุลธิดาก็ตึงๆใส่แต่ชาลิณีย์ไม่มีเวลาจะสนใจจึงไม่ได้ง้องอนอะไรมากมาย 

“เออ มีเรื่องจะเม้าท์” เมื่อหมดเรื่องพูดคุยนริสาก็นึกถึงเรื่องเด็ดๆออก “วันนั้นฉันเจอพี่เคนสุดหล่อที่มอ แล้วแกรู้มั้ย เขาทักฉันว่าอะไร” 

“ทักว่าอะไรยะ”

“เขาถามถึงแกว่าเป็นไงมั่ง” 

“เห้ย เขาจำฉันได้ด้วยเหรอ”

“เออดิ แต่เมียดุอย่างกับหมานางหันมาแยกเขี้ยวใส่ฉันจ้า” นริสาทำท่าแยกเขี้ยวให้เพื่อนดูทำเอาอีกฝ่ายขำท้องคัดท้องแข็ง พลางจินตนาการหน้าพีชญาไปด้วย 

“เขาบอกจะไปเชียร์แกวันแข่งด้วย เขาต้องชอบแกแน่ๆเลยว่ะ” 

“ชอบบ้าอะไรล่ะ” ในใจเต้นแรงกับคำพูดของเพื่อนแต่ต้องทำเป็นแกล้งโวยวาย “เออฉันมีอะไรจะเล่า แกจำวันที่เราไปกินเหล้ากันได้ปะ” อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงัก 

“ฉันได้ยินพี่เขามีอะไรกับพี่พีช”

“เห้ย ทำไมฉันไม่ได้ยินวะ ยัยพี่พีชนั่นมันต้องอยากเย้ยแกแน่เลย คนบ้าอะไรเพื่อนนอนอยู่เป็นสิบยังกล้าเอากันอีก”

“ฉันก็ว่างั้น นางเล่นครางเสียงดังจนฉันนอนไม่หลับ”

“แกเลยไปร่วมวงกับเขาเหรอ?” 

“ไอ้บ้า ฉันนอนฟังนิ่งๆหลับก็ไม่ลงจะเรียกแกแกก็หลับไปแล้ว โคตรทรมานเลย” 

“เห็นนัวกันตั้งแต่ในผับละ สงสัยคงทนไม่ไหวเลยจัดซะเลย” 

“พอพูดถึงแล้วฉันยังสยิวไม่หายเลย” เพราะความไม่ประสีประสาและปิดกั้นเรื่องแบบนี้จึงทำให้เธอมองเซ็กซ์เป็นอะไรที่น่าขนลุก

“ไม่แน่น้าวันนึงที่ตรงนั้นอาจจะเป็นแกก็ได้ไอ้ชา” นริสาแกล้งแซวเพื่อนที่หน้าแดงเพราะคิดถึงเรื่องนั้น ชาลิณีย์แกล้งตีแขนเรียวด้วยท่าทีเขินอาย แม้ใจจะคิดจริงก็ตาม 


ในวันงานประกวดแม้ชาลิณีย์จะยุ่งขนาดไหนก็สังเกตเห็นเขายืนอยู่ไม่ไกลจากตัวเธอตลอด ยามที่มองไปทีไรก็จะเห็นเขาจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว การปรากฏตัวของชายหนุ่มที่นี่อาจะเป็นเพราะแฟนสาวของเขาจำเป็นต้องมาดูแลเธอ แม้ไม่ได้ดูแลใกล้ชิดแต่ก็เป็นผู้คอยกับและสั่งงานคนอื่นๆ 

ระหว่างที่อยู่บนเวทีเธอก็สังเกตเห็นเขายืนปรบมือและยิ้มให้เธอเสมอ ทั้งๆที่มีคนนับร้อยนับพันอยู่ในที่แห่งนี้แต่เธอสังเกตเห็นเขาเพียงคนเดียว ไม่ได้สนิทกันและเคยคุยกันแค่เพียงครั้งเดียวแต่มันกลับทำให้ใจเธอเต้นแรงผิดจังหวะ สำหรับเขาอาจแค่บังเอิญผ่านมาดู แต่กับเธอมันรู้สึกดีราวกับว่ามีคนในครอบครัวมายืนให้กำลังใจ 


งานเลี้ยงฉลองที่ชาลิณีย์ได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดดาวเดือนคณะจัดขึ้นที่บ้านหลังเดียวกับที่เธอเคยมาอาศัยนอนหนึ่งคืน เป็นการดื่มเหล้าเฮฮาและเป็นกันเองมากกว่าครั้งก่อน 

ยิ่งดึกขึ้นวงเหล้ายิ่งครึกครื้น ชาลิณีย์ก็เริ่มกรึ่มๆแล้วและครั้งนี้ไม่มีนริสาดูแลเธอจึงต้องดูแลตัวเอง เกมหมุนขวดถูกหยิบขึ้นมาเล่นในครั้งนี้ กติกาคือหากปากขวดหมุนไปหาคนใดจะต้องตอบคำถามที่คนในวงถาม หากเลือกที่จะไม่ตอบต้องดื่มเหล้าหนึ่งแก้วเป๊กแทน 

ในตาแรกๆขวดหมุนไปทางคนอื่นๆ บ้างก็ตอบบ้างก็เลือกที่จะดื่มแทน คำถามจากปกติก็เริ่มมีเรื่องรักใคร่ๆของคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

ปากขวดหมุนไปทางธิติเพื่อนที่เป็นเดือนคณะเช่นเดียวกับเธอ 

“น้องแจ็คชอบน้องชาหรือเปล่า” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งถามขึ้นมา ฝ่ายธิตินั้นอึกอักเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจตอบ

“ชอบครับ” สิ้นคำตอบเสียงผิวปากและโห่ร้องแซวก็ดังขึ้นจนธิติทำตัวไม่ถูกรีบหมุนขวดต่อ ชาลิณีย์เองก็ยิ้มๆเท่านั้นเพราะเธอไม่ได้รู้สึกกับเขาเกินเพื่อน 

คราวนี้ขวดหมุนไปทางพีชญาซึ่งนั่งกอดเอวแฟนหนุ่มอยู่

“เอากันมากสุดวันละกี่ครั้ง” หนึ่งในวงถามขึ้นอีก

“โอ๊ย ถามงี้เลยเหรอ ไม่ตอบได้ปะ” เจ้าตัวโวยวายเล็กน้อย ตั้งใจจะดื่มแทนเพราะไม่อยากโพทะนาเรื่องตัวเองแต่พอเห็นสายตาดาวคณะหมาดๆมองมาเลยเปลี่ยนใจ 

“ตอบละกันเผื่อ ‘มีคนอยากรู้’” หันมองคเชนทร์ที่ตาปรือๆเพราะเริ่มเมาเหมือนกัน เขาไม่ได้ตอบเพียงแต่มองนิ่งๆ“กี่ครั้งคะที่รัก มากสุดก็สิบสองมั้งถ้าจำไม่ผิด” 

ดูเหมือนคำถามนี้จะเรียกเสียงฮือฮานานพอสมควรกว่าเกมใหม่จะเริ่มขึ้น จังหวะนั้นชาลิณีย์รู้สึกปวดฉี่พอดีจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พีชญากลับคิดว่าอีกฝ่ายเสียใจจึงทำทีเป็นชวนแฟนหนุ่มไปเข้าห้องน้ำ บ้านนี้มีห้องน้ำแยกระหว่างห้องอาบแล้วห้องสุขา ระหว่างที่ชาลิณีย์อยู่อีกห้องหนึ่งจึงดันคเชนทร์เข้ามาจูบและดันตัวชายหนุ่มเข้าไปในห้องอาบ เสียงของทั้งคู่ดังไปอีกฝั่ง ชาลิณีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะรู้ว่าโดนข่มเข้าอีกแล้ว 

เธอไม่ได้รู้สึกชอบพอหรืออะไรเขาสักนิดแต่ยัยรุ่นพี่นี่ไม่หยุดบ้าเสียที เธอจึงจงใจปิดประตูแรงๆให้เกิดเสียงดัง ทำเอาสองคนที่กำลังนัวเนียสะดุ้งเฮือก 

“ว๊ายย” พีชญากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ หันขวับไปมองคนที่เดินผ่านหน้าประตูไป 

“อุ๊ย พอดีชาไม่ทราบว่ามีคนอยู่ค่ะ เมื่อกี้ได้ยินเสียงแมลงสาบก็เลยเตะไล่” แสร้งทำสีหน้าใสซื่อ หากไม่ใช่เพราะเมา เธอคงไม่กล้าพูดหรือแสดงสีหน้ากวนบาทาขนาดนี้ วันถัดไปหากหล่อนมาเอาเรื่องเธอจะหยิบเรื่องนี้เอามาแก้ตัว 

กลับมานั่งที่เดิมได้สักพักคเชนทร์และพีชญาจึงเดินกลับมาเช่นกัน ทั้งคู่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและชาลิณีย์เองก็เฉยๆ ไม่อยากหันไปมองทั้งคู่เพราะกลัวคราวหน้ามากกว่าได้ยินเสียงแต่อาจะเห็นเป็นภาพเต็มตาๆ จึงหันคุยกับคนนู้นคนนี้บ้างจนกระทั่งทุกคนแยกย้ายกันไปนอน

ความคิดเห็น