love_novel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชะตา..เงื่อนไข 130%

ชื่อตอน : ชะตา..เงื่อนไข 130%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 71.2k

ความคิดเห็น : 71

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2558 20:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชะตา..เงื่อนไข 130%
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

27

: ชะตา..เงื่อนไข :

 

          ผมเห็นพวกเขาจ้องตากันนานมาก บอดี้การ์ดทำท่าจะเข้ามาสกัดกั้นเพลิงนิลเช่นกันเมื่อเห็นนายน้อยเล็งปืนใส่นายใหญ่ของตน ดวงตาคล้ายคลึงแต่ต่างวัยจ้องมองสบตากันด้วยอารมณ์ที่ต่างกันสุดฤทธิ์

 

          คนสูงวัยกว่าควบคุมความกรุ่นโกรธในแววตาให้เจือจางลงได้ จึงเหลือเพียงประกายวาบที่แลดูน่าขนลุกเพียงเท่านั้นหากเผลอไปสบตา

 

          ในขณะที่ฝ่ายผู้เป็นลูกกลับมีแววตาที่เริ่มแข้งกร้าวขึ้น จนไม่มีใครอยากจะยืนเทียบรัศมีอยู่ใกล้เลยสักนิด!

 

          ผมยืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความหวาดกลัวผสมกับอยากรู้ทำให้อดจะมองเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ได้ ทันใดนั้นคำพูดหนึ่งของเพลิงนิลก็สะท้อนแวบ..กึกก้องดังข้างหูซ้ำๆราวกับเครื่องฉายเสียง

 

          'ถ้าฆ่าได้ก็ลองดู'

 

          เพลิงนิล..กำลังพูดปกป้องผมชัดๆ!

 

          ผมมั่นใจว่าครั้งนี้ไม่ได้คิดไปเองคนเดียวแน่ๆ เสียงหัวใจดังกึกก้องระรัวไปหมดจนรู้สึกหูตาพร่าเลือน ผมยกมือขวาขึ้นจิกหน้าอกข้างซ้าย ด้วยหวังว่ามันจะคลายอาการเต้นระรัวลง

 

          ผมกลัวว่าจะหัวใจวายตายซะก่อนนะสิครับ!

 

          ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน น่าจะราวๆเกือบชั่วโมงแล้วหลังจากที่เริ่มรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับครอบครัวมาเฟีย..หลังจากนั้น ระเบิดลูกใหญ่ก็ตกลงมาเพราะเพลิงนิลประกาศถอนหมั้น อา..ใช่ เขาถอนหมั้นด้วย

 

          เหมือนสติผมจะไม่อยู่กับตัวแล้ว รู้สึกราวกับร่างลอยได้

 

          "อึก.."

 

          เสียงผิดปกติของร่างสูงด้านหน้า ทำให้ผมหันไปมองเขาให้ชัดๆเต็มตา เพลิงนิลมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ผื่นเริ่มขึ้นลามตามตัวของเขาไม่เว้นแม้กระทั่งใบหน้า มือที่จับปืนของเพลิงนิลสั่นนิดๆ แต่แววตายังเจือความโกรธไว้ไม่จางหาย

 

          "นิล! เป็นอะไร ทำไมผื่นขึ้นเต็มตัวไปหมด" ผมอุทานด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าที่เคยนิ่งเรียบของเขาดูทรมาน..มันเป็นครั้งแรกที่ผมเกือบจะเห็นถึงอีกด้านหนึ่งของเขา!

 

          "กุ้ง.." เพลิงนิลพูดเสียงเรียบแต่กลับแหบพร่า เขาเริ่มใช้มือประคองร่างที่กำลังจะทรุดกับขอบโต๊ะอาหาร ผมจึงรีบเข้าไปพยุงเขาไว้

 

          กุ้งงั้นรึ..อย่าบอกนะว่าอาการผื่นขึ้นกับสีหน้าที่ดูราวกับหายใจไม่ออกนี่เป็นอาการของคนที่แพ้กุ้ง! นี่เพลิงนิลแพ้กุ้งหรอ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย ทำไงดี..ผมควรทำยังไง

 

          แล้วเขาไปกินกุ้งตอนไหนกัน อาหารวันนี้ก็ไม่มีกุ้งเลยสักตัว! เอะ..ไม่สิ ผมรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมในต้มจืดเกี๊ยวหมูถึงผสมเนื้อกุ้งน้อยขนาดนั้น! นี่มันไม่ดีแล้ว ไม่ดีเลยสักนิด ผมคิดว่าเพลิงนิลกำลังแพ้กุ้งอย่างรุนแรงด้วย ตามปกติผมเคยได้ยินมาว่าคนที่แพ้กุ้งอาการจะกำเริบหลังทานอาหารได้หนึ่งถึงสองชั่วโมง!

 

          ถ้าจะคิดว่าพ่อครัวจงใจใส่เนื้อกุ้ง..ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ เหตุการณ์นี่ราวกับถูกจัดฉาก และผมมั่นใจว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือคุณโลคัส

 

          "คุณรู้ใช่ไหมว่าเพลิงนิลแพ้กุ้ง ได้โปรดพาเขาไปส่งโรงพยาบาลเถอะฮะ!"

 

          ผมบอกคุณโลคัสอย่างร้อนรน แต่กลับได้รับสายตาเพิกเฉยมาแทน ทำไมถึงทนเห็นลูกชายตัวเองทรมานได้กัน! ถึงคนอื่นที่ไม่รู้จักเพลิงนิลแบบลึกซึ้งจะมองว่าเขายังปกติอยู่ แม้จะมีผื่นแดงขึ้นเต็มตัว แต่สำหรับผมที่อยู่กับเขามาทั้งเทอมสามารถสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้!

 

          แววตาเพลิงนิลยังน่ากลัวและเรียบเฉย แต่ร่างกายเขาเหมือนกำลังจะทรุด ไหนจะจังหวะการหายใจที่ดูผิวเผินเหมือนปกติ..แต่สำหรับผมมันผิดปกตินั่นอีกล่ะ จังหวะการหายใจที่พร้อมจะหยุดลงได้ทุกเมื่อแบบนั้น!

 

          "ฉันยอมรับว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ คงจะไม่มีทางกำจัดนายได้ หึ..คาดไว้ไม่มีผิดว่าเรื่องต้องลงเอยแบบนี้"

 

          คุณโลคัสฉีกยิ้นเย็นส่งให้ผม ขนทั้งร่างพากันลุกชูชันจนกระทั่งกระบอกปืนด้ามที่อยู่ในมือนายใหญ่เบนมาที่ร่างของผมแทน!

 

          เพราะไร้ร่างสูงเป็นที่กำบัง ผมเลยตกเป็นเป้าสินะ

 

          "ถ้าฆ่าผมแล้วคุณจะพาเขาไปโรงพยาบาลไหม" ผมถามขึ้นมาด้วยความร้อนรนในใจ สายตาก็มองร่างสูงของเพลิงนิลที่เหมือนสติไม่อยู่กับตัวพอๆกับผื่นแดงที่ลุกลามจนน่ากลัว ผมกอดเอวเพลิงนิลไว้แน่น พลางหันหน้ามองสบตาคุณโลคัส

 

          "ยอมแลกชีวิตของนายไหมล่ะ หืม" นัยน์ตานึกสนุกของคุณโลคัสทำให้ผมนึกถึงสายตาของเพลิงนิลในบางเวลา

 

          ผมเม้มริมฝีปากแน่นกับคำพูดของคุณโลคัส เขากำลังให้ผมเลือกระหว่างความตายของผมกับการรอดชีวิตของเพลิงนิล

 

          แต่เขาจะยอมปล่อยให้ลูกชายตายแน่หรือ..บางทีนี่อาจจะเป็นการลองใจ

 

          "ทั้งชีวิตผมให้ได้ แต่คุณต้องพาเขาไปโรงพยาบาล ได้โปรดเถอะฮะ" ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เพราะนี่มันถิ่นของเขา ผมไม่สามารถช่วยอะไรเพลิงนิลได้เลย!

 

           "พูดได้สวย..แต่เวลาของนายจบลงเท่านี้ล่ะ ลาก่อนแล้วกัน อโหสิกรรมให้ฉันด้วย"

 

          ผมได้ยินเสียงขึ้นนกปืนดังกริ๊ก..เสียงนั้นก้องกังวานไปทั้งหัวใจ ผมไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย สถานการณ์ที่ทำให้ผมต้องบีบด้านมืดของตัวเองขึ้นมา!

 

          "นี่คือหนทางแก้ปัญหาของคุณหรือฮะ คุณโลคัส" ผมกรีดยิ้มเย็น คุณโลคัสมีสีหน้าประหลาดใจวูบหนึ่ง

 

          "คุณกำลังลดตัวมายิงผมแบบนี้ คนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบผมคงจะซาบซึ้งในพระคุณมาก"

 

          ผมย้อนคำที่คุณโลคัสเคยปรามาสไว้ก่อนหน้า พลางสบตากับนัยน์ตาสีสนิมเหมือนจะไม่เกรงกลัวทั้งๆที่ร่างกำลังสั่น และคนเดียวที่รู้คงจะเป็นเพลิงนิลเพราะผมกอดเขาแน่นขนาดนี้

 

          ลมหายใจของเพลิงนิลเริ่มกระตุกแล้ว!

 

          สายตาของผมปะทะเข้ากับพี่หวานพอดี เธอมองผมอย่างจนใจจะช่วยเหลือ ผมตาไวทันเห็นบางอย่างในมือเธอเข้าพี่หวานโยนสิ่งนั้นมาบนโต๊ะอาหาร ผมตะครุบมันไว้และบอดี้การ์ดต่างพากันจับกุมตัวพี่หวานแทบจะในทันที!

 

          กระปุกยาแก้แพ้อยู่ในมือผมแล้ว! ต้องเป็นยาแก้แพ้แน่ๆ น่าแปลกที่คุณโลคัสมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ทั้งๆที่เขาจะขัดขวางเหตุการณ์นี้ก็ทำได้ง่ายๆอยู่แล้ว บางทีเขาอาจไม่ได้จงใจฆ่าเพลิงนิลก็ได้ มันอาจเป็นการสั่งสอนระหว่างพ่อลูก

 

          แต่สั่งสอนแรงไปนะโว้ย!

 

          ผมเทเม็ดยาออกมาตามจำนวนในฉลากยา แล้วส่งเข้าปากเรียวของเพลิงนิลทันที มือข้างหนึ่งก็ลูบหลังเขาเบาๆ แต่ก่อนที่ผมจะได้สังเกตอาการของเขามากไปกว่านั้น บอดี้การ์ดคนหนึ่งกลับเข้ามาล็อกตัวผมให้ถอยห่างจากเพลิงนิลซะก่อน!

 

          "ปล่อยยัยหนูนั่นซะ แล้วเธอจะไปไหนก็ไป" พ่อของเพลิงนิลลดปืนลงวางไว้บนโต๊ะเสียงดังปึก ก่อนจะนั่งไขว้ห้างมาดราชาบนเก้าอี้หัวโต๊ะ สายตาคมเข้มยังจ้องมองมาที่ผมแบบครุ่นคิด

 

          พี่บอดี้การ์ดปล่อยตัวพี่หวานแทบจะในทันที ผมเหลือบมองพี่หวานที่โค้งให้นายใหญ่ของบ้านแบบสั่นๆก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องนี้

 

          บรรยากาศเริ่มกลับมาน่ากลัวอีกครั้ง สายตาผมเฝ้ามองอาการของเพลิงนิลแบบไม่ละห่าง แต่ก็ไม่ได้ฝืนการจับกุมจากพี่บอดี้การ์ดร่างสูงที่ล็อกตัวอยู่ในตอนนี้ เพราะฝืนไปผมก็ต้องโดนล็อกตัวใหม่อยู่ดี เผลอๆอาจเจ็บตัวขึ้นด้วย

 

          เขาจะไม่ฆ่าผมแล้วรึ..ถึงได้นั่งสบายใจเฉิบขนาดนั้น! ผมคิดหนักในขณะที่มองร่างสูงของคุณโลคัส

 

          "มาคิดดูแล้ว ถ้าฉันฆ่านายตระกูลคงล่มจมในรุ่นนี้แน่"

 

          "....!" ทำไมเขาถึงคิดว่าตระกูลมาเฟียจะล่มจมเพียงเพราะฆ่าผมกันล่ะ เพราะอะไรกันที่ทำให้ราชามังกรคิดแบบนี้!

 

          "อยากจะรู้จริงๆว่านายมีอะไรดี.." คุณโลคัสพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก สายตาของเขาก็จดจ้องผมราวกับครุ่นคิดอย่างหนัก

 

          "ทำไมคุณถึงคิดว่าการฆ่าผม จะทำให้ตระกูลของคุณล่มจมล่ะฮะ" ผมถามออกไป ในใจยังคงระแวงคุณโลคัสไม่น้อย เขาจะยกปืนยิงผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมพึ่งสังเกตว่าที่แห่งนี้ไม่มีพี่เมฆ..และเหล่าบอดี้การ์ดของเพลิงนิลอยู่เลย ผมจำบอดี้การ์ดของเพลิงนิลได้แทบทุกคน แต่ที่เห็นอยู่นี่..ไม่มีเลย!

 

          แสดงว่าที่นี่คงมีเพียงบอดี้การ์ดของคุณโลคัสเท่านั้น

 

          "กล้าถามทั้งๆที่ยังไม่รู้ตัวแบบนี้..ฉันก็จะตอบให้" คุณโลคัสปรายสายตามองผมนิ่งงัน

 

          เขามองเลยผมไปหยุดอยู่ตรงพี่ชุดดำที่ล็อกมือผมไพร่หลังอยู่ ทันใดนั้นร่างสูงที่ล็อกตัวผมก็ชักปืนออกมาจ่อที่ขมับผมอย่างไม่รีบร้อน ในขณะที่ผมเบิกตากว้าง ดิ้นรนบิดข้อมือจากการถูกจับกุมทันที

 

          "มาลองเล่นเกมกันหน่อยไหม ว่านายจะรู้คำตอบก่อนตาย หรือจะตายก่อนรู้"

 

          ฟิ้ว!

 

          สิ้นเสียงคุณโลคัส ผมเห็นไพ่ใบหนึ่งผ่านเข้ามาทางหางตาและเลยไปด้านหลังด้วยความรวดเร็วจนไม่อาจมองตามทันถ้าไม่ได้อยู่ในระยะใกล้แบบผม ไพ่ใบนั้นปาดเข้าที่ไหล่พี่ชุดดำจนเขาเผลอปล่อยมือผมออก ความรุนแรงของการปา..ถึงกับทำให้เสื้อสูทขาดและมีรอยเลือดไหลเป็นทางยาว!

 

          "เล่นสกปรกแบบนี้ สมกับเป็นพ่อดีนะ หึ" เสียงเรียบเรื่อยที่ผมคุ้นเคยทำให้ต้องหันไปมองอย่างไม่เชื่อสายตา เพลิงนิลดึงตัวผมไปยืนด้านข้างเขา ผื่นแดงยังไม่หายไปแต่จังหวะการหายใจดีขึ้นกว่าเมื่อกี้..

 

          "นายได้คำตอบแล้วใช่ไหม ว่าทำไมฉันถึงไม่ฆ่า" คุณโลคัสไม่ได้เสวนากับเพลิงนิลอย่างที่ควรเป็นแต่เขากลับมามองทางผมแทน

 

          รู้แล้วครับ..ถ้าให้ผมเดาแบบอาจเข้าข้างตัวเองไปสักนิด ที่คุณโลคัสไม่ฆ่าผม มันเพราะเพลิงนิลน่ากลัวเกินกว่าที่จะไปมีเรื่องด้วยน่ะสิ แน่นอนว่าถ้าของสำคัญของเขาอย่างผมตาย ตระกูลคงจะจบด้วยเพราะเพลิงนิลเป็นคนที่หวงของมาก แต่นั่นอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด

 

          สิ่งนี้อาจเป็นเพียงความหนักใจของคุณโลคัสอยู่ก็ได้ เขาถึงแสดงท่าทีผ่อนปรน ราวกับกลัวอะไรบางอย่างจากเพลิงนิลยังไงยังงั้น

 

          "เพราะผมไม่อนุญาตให้มันตาย และถ้าใครคิดจะฆ่า..ผมก็จัดให้ได้" เพลิงนิลพูดพลางแสยะยิ้มเหี้ยม แววตาเขาวาวโรจน์แม้ร่างกายจะยังคงหลงเหลืออาการแพ้กุ้งอยู่มันกลับไม่บั่นทอนความน่ากลัวของร่างสูงลงได้เลย

 

          ฟิ้ว!

 

          อีกครั้งที่มีดถูกปาไปโดนเข้ากับพี่บอดี้การ์ดคนเดิมที่เคยล็อกตัวผมไว้ แต่คราวนี้มันปักตรงตำแหน่งที่เฉียดหัวใจ! เพราะพี่ชุดดำหลบทันพอดี ผมคิดว่าเขาคงฝึกมาดีมาก เพราะถ้าเป็นผม..มีดนั่นคงปักเข้าที่หัวใจไปแล้ว!

 

          "เริ่มจากไอ้เวรนั่นเลยแล้วกัน ใครอยากเป็นรายต่อไปก็เข้ามา" เสียงเย็นเยียบสะกดทุกร่าง ณ ที่นี้!

 

          เพลิงนิลปรายสายตามองผลงานของตัวเอง มุมปากของเขาแสยะยิ้มน่าขนลุก ในขณะที่พี่บอดี้การ์ดเริ่มหน้าซีดตามๆกัน มีพี่สองคนจากหนึ่งในนั้นพยุงพี่ที่ถูกมีดปักอกออกไปด้วยความเร่งรีบ จุดหมายปลายทางคงจะเป็นโรงพยาบาล

 

          เมื่อกี้เพลิงนิลคิดจะฆ่าคนชัดๆ! แถมเป็นพวกเดียวกันเอง ตัวผมเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ พลางสมองก็นึกถึงสิ่งที่พี่แสบเคยบอก..

 

          เพลิงนิลไม่มีหัวใจ..ดูท่าว่าจะเป็นเรื่องจริง!

 

          ผมเผลอถอยออกห่างจากเพลิงนิลก้าวหนึ่ง แต่แทนที่จะได้เห็นคุณโลคัสโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ผมเห็นเขาเพียงแค่ทำหน้าเรียบเฉยราวกับคาดเดาเหตุการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วเท่านั้น!

 

          "ในเมื่อความตายพรากสิ่งสำคัญของแกไม่ได้ ฉันจะใช้กฎของตระกูลพรากมันไปเอง" คุณโลคัสพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ผมเห็นแววตาของเพลิงนิลดูเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

 

          "ถ้าไม่อยากให้ฉันตามรังควาน คนของแกต้องผ่านเหตุการณ์ทดสอบนี้ไปให้ได้"

 

          "...."

 

          "การทดสอบของตระกูล ที่มีไว้เพื่อควีนที่ไม่ได้ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของไฟร์ อภิเกียรติวงศ์"

 

          "การทดสอบที่ทำให้คนของเฮียกัลป์ นอนสลบไม่ได้สติมาเป็นอาทิตย์นั่นน่ะรึ..หึ" เพลิงนิลพูดตัดบทพ่อของเขาเสียงเรียบ แต่ผมจับอารมณ์ไม่เห็นด้วยจากเขาได้ชัดเจน

 

          การทดสอบอะไร..ที่ทำให้พี่แสบยังสลบไม่ฟื้น เพลิงนิลรู้เรื่องนี้งั้นหรอ ทำไมเขาไม่บอกผมว่าพี่แสบเกิดอุบัติเหตุ!

 

          "ฉันถามความเห็นคนของแกไม่ใช่แก ว่าไง..ความรักของนายมากพอที่จะให้ทางตระกูลฉันทดสอบไหมล่ะ หืม" ผมคิดว่า..กำลังเห็นสีหน้านึกสนุกของคุณโลคัสล่ะตอนนี้!

 

          "ผมจะทดสอบ แต่ถ้าผ่าน..คุณต้องเลิกยุ่งกับเรื่องของผมและนิล" ผมตอบออกไป

 

 

          ไม่ว่ายังไงนี่คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ผมไม่เคยคิดจะหนีปัญหาอยู่แล้ว คุณโลคัสหัวเราะเบาๆในลำคอ พลางมองผมด้วยประกายตาอ่านยาก

 

          "หึ คนแรกเลยนะที่กล้าขู่ฉันแล้วยังอยู่ดีมีสุขแบบนี้"

 

          "เป็นเกียรติอย่างสูงเลยล่ะฮะ" ผมประชดประชันพลางยิ้มหวานให้สุดฤทธิ์ แมร่ง..ขู่จะฆ่ากูอยู่นั่นแหละ =_=

 

          "อยากตายนักก็ไปซะ"

 

           เพลิงนิลบอกผมเสียงแหบพร่าจากการโดนฤทธิ์ของกุ้ง นัยน์ตาสีรันติกาลไร้แววสะกดผมให้นิ่งงัน เขาหันมามองผมแบบเต็มตาแต่จู่ๆร่างสูงกลับทรุดตัวลงไปนั่งเก้าอี้ เขาหันขวับไปมองพ่อของตัวเองอย่างรวดเร็ว!

 

          "ยาสลบน่ะ มันปนไปกับยาแก้แพ้ แกไม่รู้ตัวจริงๆงั้นสิเพลิงนิล" ผมได้รู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของคุณโลคัสก็วันนี้แหละครับ โฮก มีอย่างที่ไหนฟะ วางยาลูกตัวเอง!

 

          อุ๊ก! ปัก..

 

          ร่างของผมล้มลงบนพื้น รู้สึกได้ถึงของแข็งที่ฟาดบริเวณท้ายทอย

 

          และก่อนที่สติผมจะหลุดลอยไป ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงเยือกเย็นของเพลิงนิล น้ำเสียงที่ดูเรียบเฉยธรรมดา หากทว่าน่าขนลุกมากกว่าทุกๆครั้ง

 

          น้ำเสียงนั้นเริ่มแผ่วเบาลง พร้อมๆกับสติของผมที่ดับวูบ

 

          "มึงต้องไม่ตาย.." มันเป็นประโยคคำสั่ง..ไม่ใช่ขอร้อง!

 

...................................................................

 

                    สวัสดีค่ะ ไม่สามารถปลีกตัวตอบเม้นท์ได้จริงๆเนอะ เอาเป็นว่าจะตอบให้ในวันอาทิตย์นะค่ะ ตอนต่อไปหนูเบนจะเจอกับอะไรน้า หุหุ

<<รักรีดเดอร์

 

 

         เวลาปกติที่อัพประมาณ สองทุ่มถึงสามทุ่มค่ะ พลีสสสส นอกจากเสาร์อาทิตย์ที่อาจเป็นกลางวัน เพราะฉะนั้นใจเย็นๆนะค่ะ รีดเดอร์ ไรท์อัพให้อยู่แล้วเนอะๆ

 

         

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}