l-mine

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 :

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2558 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 :
แบบอักษร







ตอนที 7 

 

 

 

 

 

“อือ...”

 

ผมปรือตาขึ้นมอง ปรับโฟกัสรับแสงแดดที่ส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ความเจ็บและปวดร้าวไปทั้งตัวทำให้ผมอดกัดฟันกรอดๆไม่ได้ ผมตั้งใจจะพลิกตะแคงไปอีกด้าน เพื่อเผชิญหน้ากับบุคคลที่ทำให้ผมต้องเป็นแบบนี้ แต่ยังมีหน้ามากดผมแน่นอีก มือกอดขาเกี่ยว

 

ผมคงเหมือนหมอนข้างมาก -*-!

 

“อย่าเพิ่ง!

 

“...”

 

“ก่ะ กูขอเตรียมใจก่อน”

 

“...”

 

“ก่ะ กูรู้นะว่าเมื่อคืนมึงได้สติแล้ว ตอนแรกกูนึกว่ามึงจะตื่นมาแล้วลืม จำไม่ได้ แต่กูดันเอามันเพลินจนมึงได้สติขึ้นมาจนได้ แหะๆ รู้หมดเลยเนอะ..”

 

เสียงหัวเราะที่ฟังดูเจื่อนกลบเกลื่อนมากๆ ผมขยับตัวเองพยายามจะหันกลับไปหา แต่พี่ฌอนก็กอดผมแน่นจนผมขยับไม่ได้

 

“ฮึ่ม!” ผมครางเสียงต่ำอย่างไม่พอใจที่อีดฝ่ายเอาแต่พยายามหนีอยู่ได้

 

มือหนาที่กอดเอวผมแน่นค่อยๆคลายและเลื่อนลงมาต่ำกว่านั้นนิดหน่อย แต่ที่น่าแปลกใจคือในหน้าคมที่ไถลจากใบหมอนมานอนแนบพื้นเตียง ก่อนจะฝังหน้าตัวเองเข้าแผ่นหลังเปลือยของผม

 

“ขอโทษ... ก็กูหยุดไม่ได้นิ” เสียงทุ้มพูดอู้อี้ “ก็ตั้งสามปี คิดถึงมาก ก็เลย...”

 

“...”

 

“ขอโทษนะพลุ โกรธกูก็ได้ ตีกูก็ได้ แต่ห้ามเกลียดกูเด็ดขาด”

 

ประโยคต้นๆก็ดูอ้อนอยู่หรอก แต่หลังๆเริ่มเหมือนจะอ้อนแกมขู่บังคับ

 

“งั้นก็ปล่อย”

 

“ไม่มีทาง! กูไม่ยอมปล่อยมึงไปไหนแน่! กูเป็นของมึงแล้วนะ!!

 

กูเป็นของมึง...? ผมมากกว่าไหมที่ต้องบอกว่าผมเป็นของพี่มันแล้ว -*-

 

“ผมหมายถึงให้ปล่อยแขน! จะหันไปหา”

 

“อ่อ...”

 

ท่อนแขนแกร่งคลายออก ผมจึงพยายามฝืนตัวเองให้พลิกตะแคงหันไป ด้วยความช่วยเหลือของมือหนาที่คอยช่วยพลิกตัวผมอีกแรง บอกเลยว่าตอนนี้แรงขยับตัวแทบไม่มี

 

เพี้ยะ!

 

พี่ฌอนหน้าเหวอนิดๆที่ถูกผมฮึดแรงมาตบหน้าเขาเต็มแรง ร่างสูงจะหลับตาเตรียมใจ คงหวังว่ามันจะมีอีกสักหลายต่อหลายเพี้ย จากท่าในตอนนี้ ผมนอนอยู่บนหมอน พี่ฌอนอยู่ต่ำกว่านั้นไปอีก ระดับใบหน้าคมจึงอยู่บริเวณหน้าท้องผม

 

เชื่อไหมว่าเรานอนเปลือยกอดกันโดยไร้ผ้าห่มปกปิดใดๆเลย สภาพนี้นี่มัน...

 

“นี่สำหรับที่พี่ไม่ยอมหยุด”

 

“อืม กูเข้าใจ”

 

พี่ฌอนพูดขณะหลับตาอยู่ เหมือนร่างสูงจะเตรียมใจจริงๆว่าต้องโดนตบอีกแน่ แต่มันไม่มีแล้ว

 

“แค่นี้แหละ”

 

“อืม กูเข้าใจ ...ฮะ!? แค่นี้จริง?”

 

“อืม แล้วอีกอย่าง เรื่องเมื่อสามปีก่อนผมเข้าใจหมดแล้ว แต่ยังไงพี่ก็ผิดอยู่ดีที่ตกลงพนัน แถมตอนผมหายไป พี่ก็ยังไม่คิดจะตาม ไม่ว่าจะคิดแล้วคิดอีก คิดยังไง ผมก็แน่ใจว่าพี่ไม่ได้ชอบผมชัวร์ ถ้าการที่พี่มาอยู่กับผมตรงนี้เพราะรู้สึก ไม่ต้องหรอก ผมไม่เป็นไร”

 

ผมอธิบายไปตามเรื่องราวอย่างช้าๆ อีกฝ่ายเงียบแต่ก็ยังกระชับอ้อมกอดแน่น หน้าคมฝังเข้าหน้าผม จูบซับเหนือสะดือเล็กน้อย

 

“มึงเคยเห็นกูรู้สึกผิดกับใครรึไง”

 

...ก็ไม่

 

“ถ้าเป็นคนที่กูไม่ได้ใส่ใจ ต่อให้กูทำตัวเหี้ยใส่มันแค่ไหน กูก็จะไม่มีหันหลังกลับไปปลอบมันเด็ดขาด”

 

“...”

 

“กูเป็นของกูแบบนี้ กูไม่เคยแคร์ใคร แต่นั่นไม่ใช่สำหรับมึง”

 

“...”

 

“พลุ คบกันใหม่นะ”

 

เสียงทุ้มติดอ้อน พี่กอดผมแน่น ฝังหน้าเข้าหน้าท้องผม รอคอยคำตอบอะไรบางอย่างจากผม แต่ผม... ไม่รู้จริงๆว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง

 

ผมเคยรักพี่มันมาก มากยิ่งกว่าตัวเอง

 

เพราะผมเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ อาศัยอยู่กับลุงป้าที่คอยเอาแต่เอารัดเอาเปรียบและตักตวงผลประโยชน์จากผม พี่ฌอนเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบผม

 

ผมจึงหลงรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่นั่นมันเมื่อก่อน

 

สำหรับตอนนี้... ผมว่ามันไม่เหมือนเดิมแล้ว ความรู้สึกนั่นอาจจะหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้มากเท่าเดิมแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมากพอไหม

 

อีกอย่างที่สำคัญที่สุด ผมรู้สึกผิดกับเพลิง

 

“ขอบคุณที่ช่วยผมไว้เมื่อคืน”

 

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอบคุณหรอก ยังไงกูไม่มีทางปล่อยให้เมีย..”

 

“แต่เรื่องคบคงเป็นไปไม่ได้”

 

ผมชิงตัดหน้า พี่ฌอนหน้าเจื่อนไป ร่างสูงผุดลุกนั่ง เท้ามือกับเตียงพยุงตัวเองไว้ แล้วก้มมองผมที่อยู่เบื้องล่าง ผมพลิกตัวนอนหงาย เพื่อจะได้มองอีกฝ่ายได้ถนัด

 

“ทำไม!

 

“ผมไม่ได้ชอบพี่เหมือนเดิมแล้ว”

 

“มึงกูโกหก!

 

“ผมไม่ได้โกหก แล้วอีกอย่าง พี่จะให้ผมคบกับคนที่ทำร้ายน้องตัวเองได้ยังไง”

 

“ทำร้าย? เพลิงขาหักแล้วมันเกี่ยวอะไรกับกู!

 

ผมมองหน้าอีกฝ่ายอย่างฉงน พี่ฌอนขมวดคิ้วทำหน้าเครียด ถามออกมาราวกับไม่รู้เรื่องอะไร

 

“ก็พี่เป็นคนทำไม่ใช่รึไง”

 

“ทำอะไร ที่รู้ข่าวมา มันประสบอุบัติเหตุแล้วก็ขาหักไม่ใช่รึไง บอกกูหน่อย กูไปทำร้ายน้องมึงตอนไหน!

 

“ก็พี่เป็นคนสั่งให้คนมารุมกระทืบเพลิง”

 

“...” ร่างสูงเงียบไป ทำหน้างงใส่ “มึงพูดเหี้ยอะไร”

 

“พี่อย่าตู่ พวกคนที่รุมเพลิงมันก็เพื่อนพี่ทั้งนั้น!

 

“ใคร! ไหน มึงลองไล่มาสิ”

 

“ผมไม่ได้เห็นเหตุการณ์หรอก รู้อีกทีเพลิงก็เข้าโรงพยาบาลแล้ว เท่าที่เพลิงเล่าก็มีพี่นิน พี่เอ็มแล้วก็พี่อีกคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มพี่ เพลิงมันบอกไม่รู้จักชื่อ นี่ยังมีอีกสามสี่คนที่ไม่คุ้นหน้าเลย ให้เดาก็เป็นพวกของเพื่อนพี่นั่นแหละ”

 

“...ไอ้เหี้ยนิน ไอ้เหี้ยเอ็มแล้วก็ไอ้เหี้ยแม็คใช่ไหม! มึงกลับไปถามน้องมึงมาให้ดีนะ ว่าใช่อีกคนมันใช่ไอ้เหี้ยแม็ครึเปล่า กูจะส่งรูปมันให้ แล้วมึงกลับไปถามน้องมึงให้ดีเลย เพราะถ้าเป็นไอ้เหี้ยสามตัวนั่นกูตัดเพื่อนกับมันไปแล้ว!

 

“...”

 

“กูไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย”

 

พี่ฌอนพูดเสียงเข้ม จ้องลึกลงนัยน์ตาผมเพื่อแสดงให้ดูว่าเขาจริงจังและทั้งหมดที่พูดนั่นคือความจริง

 

ตุบ

 

ร่างสูงทิ้งตัวลงทับผม อยากจะบอกว่าหนักสุดๆ

 

“พี่ฌอน หนัก” พยายามดันไล่หนาออก

 

“ทีนี้ทุกอย่างเคลียร์หมดแล้วใช่ไหม”

 

...ก็คงใช่

 

“ฮะๆ ตลกว่ะ มึงกับกูเกือบเลิกกันเพราะเข้าใจผิดกันไปเองเนี่ยนะ” ร่างสูงแค่นขำ

 

“อะไรคือเกือบเลิก –*-

 

“ต้องให้กูย้ำใช่ไหมว่ามึงกับกูยังไม่ได้บอกเลิกกัน”

 

“ไม่เลิกก็เหมือนเลิก ตอนนั้นพี่แคร์ผมที่ไหน”

 

“เออ ตอนนั้นกูไม่แคร์มึงเลย แต่ไม่ได้หมายความว่ากูจะไม่ชอบมึงนี่หว่า”

 

“อย่าทำขำ”

 

“ตอนนั้นมึงกูรู้ก็เหี้ยยังไง ก็ตอนนั้นกูนึกว่ามึงเป็นของตาย... อ่ะ โอ้ยๆ เจ็บ”

 

ทันทีที่ได้ยินคำสารภาพเสียงแผ่วนั่น ผมก็บิดหูร่างสูงอย่างอดไม่ได้ พี่ฌอนผละออกมานอนตะแคงข้าง เท้าหัวกับมือที่ตั้งชันบนเตียงและมองผม ผมตามไปหยิกตามต้นแขนอีก พี่ฌอนร้องโอดโอยก่อนจะดึงมือผมออกและจับเอาไว้อย่างนั้นซะเลย

 

“เท่านี้กูก็มีสิทธิ์ในตัวมึงแล้วใช่ไหม”

 

“ไม่”

 

“บอกไว้ก่อนเลยนะว่ากูรักแรง หึงแรง หวงแรง โหดแรง อะไรที่เป็นเพศผู้นอกจากเพลิงน้องมึง กูหึงหมด ไม่ว่าไอ้เหี้ยนั่นจะเป็นใคร แต่ถ้ามันมาแตะต้องมึง มันจะต้องจมคาตีนกู”

 

พูดจบก็ดึงมือผมไปจูบซับที่หลังมือ สายตาคมช้อนมองผมแล้วระบายยิ้มออกมา

 

“กูเตือนมึงแล้วนะ :)

 

“เดี๋ยว พี่เริ่มพูดไม่รู้เรื่องละ ผมยังไม่ได้บอกว่าจะคบ พี่จะมาสาธยายอะไร ผมไม่..”

 

“ตอนนี้กูไม่สนแล้วว่ามึงจะตกลงคบหรือไม่ตกลง เพราะกูยังถือว่ามึงยังเป็นแฟนกูอยู่”

 

“พี่อย่ามา...”

 

“มึงนั่นแหละอย่ามา อะไรที่กูตัดสินใจแล้ว ยังไงมึงก็ห้ามไม่ได้”

 

“ห้ามได้ไม่ได้ก็คอยดู ยังไงผมก็ไม่มีวันยอมให้พี่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตผมแน่ เพราะผมไม่ได้ชอบพี่เหมือนเดิมแล้ว แล้วผมก็ยังไม่อยากมีใคร”

 

“กูไม่ใช่ใคร กูผัวมึงนะ”

 

“พี่ฌอน พูดให้รู้เรื่องหน่อย ยังไงผมก็ไม่...”

 

“ถ้ามึงคิดว่าทำได้ก็ลองดู ลองห้ามกูดู ลองต้านกูดูสิ”

 

“บ้า! อ๊ะ.. .พี่ฌอน!

 

ผมสะดุ้งเมื่อโดนมือหนาจับเข้ากลางกาย พร้อมสาวขึ้นลงสลับกันใช้นิ้วโป้งนวดคลึงส่วนหัวเล่น พี่ฌอนยิ้มหน้ารื่นให้ราวกับสนุกมากกับการแกล้งผม

 

“ลองฝึกต้านกูตั้งแต่ตอนนี้เลยเป็นไง หึ”

 

“อ๊ะ อื้อ อ ไอ้เหี้ยพี่ฌอน!

 

 

 

 

 

 

“พี่แม่งบ้า”

 

ผมด่าคนที่เอาแต่นั่งยิ้มจ้องหน้าผมตลอดทั้งวัน คือ... ก็หลังจากโดนพี่มันช่วยให้เสร็จเสร็จ ผมก็เพลียเหมือนโดนสูบพลังงานไปเกือบหมด ผมจึงขอตัวนอนต่อ แต่พี่ฌอนก็แกล้งผมไม่เลิก จนผมทนไม่ได้แหวเสียงแข็ง พี่มันก็เงียบไป

 

ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เจอร่างสูงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน พอพี่มันเห็นผมตื่นก็จับผมอาบน้ำและเอาเสื้อเชิ้ตหนึ่งตัวกับชั้นในสีขาวมาให้ใส่ ถามว่าผมโวยไหม? โวยดิ! ถามว่าพี่มันแคร์ไหม? ไม่เลย!

 

ผมจำใจใส่ไป เพราะยังไงก็ดีกว่าเปลือย เสื้อผ้าเก่าพี่ฌอนก็บอกเอาลงไปส่งซักแล้ว ไม่ต้องรอนาน ร่างสูงก็หากับข้าวให้ผมกิน อิ่มเสร็จก็ใช้งานผมต่อด้วยการให้มานั่งทำแผล ในท่าที่ผมต้องนั่งบนโต๊ะทำงาน มีพี่ฌอนที่นั่งเก้าอี้แล้วแทรกตัวตรงหว่างขา

 

เพราะนั่งบนโต๊ะผมจึงสูงหว่าพี่ฌอน ต้องโน้มตัวหน่อยๆเพื่อก้มทำแผลให้พี่มัน สองขาก็หย่อนลขอบโต๊ะและวางมันไว้บนหน้าตกแกร่ง มันดูเป็นท่าที่ทุเรศมาก ผมจะลงๆโต๊ะหลายที แต่พี่มันก็ครางฮึมไม่พอใจแล้วลากผมกลับมาที่เดิม

 

อย่าลืมนะว่าเมื่อคืนผมเพิ่งโดนเอา แล้วจะให้มีแรงไปสู้พี่มันไหวได้ไงเหล่า ผมค้อนอยู่นานแล้วก็เริ่มทำแผลบนหน้าให้พี่ฌอน คงไม่ลืมไปใช่ไหมที่พี่มันไปช่วยผมเมื่อวาน แม้จะล้มสามคนนั่นได้ แต่ก็ได้แผลกลับมาไม่น้อย

 

“ซ ซี๊ดดดดดด เบาพลุเบา”

 

“ตรงไหนต้องเบา”

 

“ตรงนี้ๆ เจ็บสุดๆ ตรงนี้มึงเบาๆหน่อยนะ”

 

“งั้นเหรอ”

 

ผมพูดเสียงเรียบ กระตุกยิ้มก่อนจะจิ้มแรงๆไปตรงแผลบริเวณนั้นที่ร่างสูงเพิ่งชี้ พี่ฌอนพลางร้องดังพร้อมถอยผงะไป มือหนาแตะแผลตัวเองพลางทำหน้างอนใส่ผม แต่ผมก็ยังหัวเราะร่ากลับให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่น

 

“กูเจ็บมากนะพลุ”

 

“ฮะๆ มาๆ ไม่แกล้งละ”

 

ผมโน้มตัวไปข้างหน้า เอื้อมมือไปดึงพนักวางแขนเก้าอี้แล้วดึงพี่ฌอนเข้ามาหา จากนั้นก็เริ่มทำแผลต่อแบบดีๆ เมื่อทำเสร็จ ผมก็เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดไว้ข้างตัว ขณะนั้นจู่ๆมือหนาของพี่ฌอนก็เอื้อมมาแตะหน้าผมเบาๆ ผมจึงหันกลับไปทำหน้างงว่ามีอะไร

 

“ขอโทษนะพลุ...”

 

“หือ?”

 

“ที่กูไปช้า แต่กูสาบานเลยนะว่ากูจะทำให้พวกมันอยู่ไม่สุขแน่ ครอบครัวมันก็ด้วย!

 

พี่ฌอนพูดเสียงจริงจัง แววตาเกรี้ยวโกรธจนดูน่ากลัว

 

“พี่ฌอน... ขอร้อง อย่าทำ” ผมพูดเสียงเบา

 

“ทำไม!

 

“ถ้าพี่แก้แค้นต่อ เรื่องมันก็ไม่มีทางจบ”

 

“แต่ไอ้พวกเหี้ยนั่นมันทำมึง...”

 

“ทีเมื่อก่อนพี่ก็ทำผม ผมยังไม่ว่าอะไรเลย ไม่ตามแก้แค้นอะไร เพราะผมรู้ไงว่าเรื่องมันจะไม่มีทางจบง่ายๆแน่ และแก้แค้นไป ทำร้ายเขาไปมันก็เท่านั้น”

 

“งั้นมึงก็แก้แค้นกูตอนนี้สิ กูยอมนะ” พี่ฌอนพูดเสียงซื่อ

 

“ไม่ขำนะพี่ ...ก็ถ้าพูดขนาดนี้แล้วพี่ไม่ฟังก็ตามใจเถอะ ผมห้ามความคิดพี่ไม่ได้หรอก แล้วแต่อะ”

 

“ทำไมต้องทำเสียงไม่พอใจ”

 

ผมไม่ตอบและกอดอกแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น จริงอยู่ที่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยมากๆ แต่การที่ผมห้ามไม่ได้พี่ฌอนไปทำร้ายพวกเขา ไม่ใช่ว่าผมให้อภัยพวกนั้นแล้ว ผมแค่ไม่เห็นถึงข้อดีของมันเลย ถ้าพี่ฌอนแก้แค้นต่อ พวกเขาก็อาจจะแก้แค้นกลับ แล้วเมื่อไหร่กันเรื่องมันจะจบ?

 

อีกอย่างผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ไอ้สัมผัสพวกนั้นผมแทบจะจำมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ อาจเพราะโดนสัมผัสเมื่อคืนจากร่างสูงคนนี้กลบ..

 

คิดถึงตรงนี้หน้าผมก็เห่อร้อนขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ พี่ฌอนแม่ง!

 

“ขนาดกูยังแค้นเหี้ยๆ แล้วนับประสาอะไรกับมึงวะ เพราะงั้นให้กูจัดการพวกมันไปเลยไม่ดีรึไง จะได้ไม่ตามมาก่อกวนมึงอีก”

 

“...” ผมเงียบ ถ้าพี่มันไม่เข้าใจ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว..

 

“แม่ง โอเค งั้นบอกเหตุผลกูมาสักข้อที่มึงให้อภัยพวกมัน”

 

“ผมไม่ได้บอกว่าผมจะให้อภัยพวกเขา”

 

“แต่มึงห้ามไม่ให้กูแก้แค้นพวกมันนะ”

 

“ก็ใช่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะให้อภัยพวกเขาแล้ว ที่ผมไม่อยากให้พี่ทำอะไรพวกเขาน่ะ ก็เพราะเห็นว่ามันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย เปลืองแรง เสียเวลา ทำไปก็ไร้ประโยชน์ มีแต่จะทำให้แค้นกันไปเรื่อยๆมากกว่า จบด้วยการสงบ พี่เคยรู้จักคำนี้บ้างปะ”

 

“...” พี่ฌอนส่ายหัวดิกๆ

 

“ช่างมันเถอะ ผมก็ไม่หวังให้พี่รู้จักมันหรอก แต่เรื่องนี้มันก็เหมือนกับเรื่องผมกับพี่อะ ที่พี่ทำกับผม ผมโกรธนะ แค้นด้วย แต่ผมก็เลือกที่จะไม่สานต่อเรื่องให้มันยาวอะไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะให้อภัยพี่ด้วย”

 

“เฮ้ย ไหงวกกลับมาเรื่องกู”

 

“ก็แค่ยกตัวอย่าง -.-

 

“เอาจริงนะพลุ มึงโกรธกูอยู่เหรอ”

 

“ไม่รู้สิ.. คงงั้นมั้ง”

 

“ทำไมวะ กูว่าเราเคลียร์กันหมดแล้วนะ”

 

“เรื่องส่วนใหญ่ที่ทำให้ผมจากพี่มา มันอาจจะเคลียร์แล้วว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด แต่อย่าลืมสิว่าจริงๆแล้วพี่เป็นคนเริ่มทุกอย่างเอง ถ้าพวกเขาเสนอพนัน ถ้าพี่ไม่ทำมันก็จบ ถ้าพี่ไปขอยกเลิกพนัน ต่อให้เขายอมไม่ยอม ถ้าพี่ไม่ทำมันก็จบ ก็เห็นๆอยู่ว่าพี่เลือกเองที่จะให้มันเป็นแบบนี้”

 

“...”

 

“เอาจริงๆถ้าตอนนั้นคบกันต่อไป ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องเจ็บว่านี้ไหมถ้ามารู้ทีหลัง”

 

“...”

 

“ผม...”

 

“พอๆๆ อาๆๆๆๆๆๆๆ กูไม่อยากฟังแล้ว”

 

พี่ฌอนใช้นิ้วชี้จิ้มกดหูตัวเองกลบเสียงพูดของผมราวกับเด็กๆ ก่อนจะก้มหน้าซุกลงกับหน้าตักผม แขนแกร่งยกโอบกอดรอบเอวผมไว้

 

“รู้แล้วว่าผิด ไม่ต้องทำให้รู้สึกผิดไปกว่านี้ได้ไหมล่ะ :(

 

“ผมเปล่าย้ำ แค่อธิบายให้ฟัง”

 

“เพราะมึงกำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่ไหม ถึงไม่ยอมคบกับกู :(

 

“ตอนนี้ผมยังไม่อยากมีใครจริงๆ” ผมพูดเสียงเรียบ

 

“...” พี่ฌอนเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดขึ้น “กูจะทำให้มึงเปลี่ยนความคิดเอง ถ้าคำขอโทษมันช่วยอะไรไม่ได้ กูก็จะแสดงให้มึงเห็นด้วยการกระทำ กูบอกมึงไว้แล้วนะ”

 

“แต่ยังไงผมก็ยังยืนยันว่าผมไม่อยากมีใครตอนน่ะ...”

 

หมับ

 

คำพูดของผมชะงักลงเมื่อมือหนาข้างหน้าละจากเอวมาจับมือผมข้างหนึ่งของผมไปวางที่หัวเขา แล้วมือหนานั่นก็กลับไปสวมกอดเอวผมอย่างหลวมๆอย่างเดิม

 

“เล่นผมหน่อย”

 

ผมตั้งใจลูบผมสีดำดกนั่นเล่นทันทีที่สิ้นเสียง ผมตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงยอม หรือที่ทำอยู่ตอนนี้อาจเป็นเพราะความเคยชิน?

 

 

เล่นผมผมให้หน่อย

 

อะไรมึง

 

ลูบผมผมเล่นหน่อย :)’

 

มึงบ้ารึเปล่า

 

นะๆ เล่นผมให้หน่อย

 

มึงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

พี่ฌอนในตอนนั้นบ่นเป็นตายว่าผมทำตัวไร้สาระ แต่ก็ยังยอมลูบหัวผมเล่นอย่างที่ขอ โดยมีผมในตอนนั้นที่นอนหลับเพลินเป็นตักแกร่ง

 

ผมชอบนะเวลามีพี่เล่นหัว

 

 

“กูชอบนะเวลามีมึงเล่นหัว”

 

เสียงเอื่อยเชยเคลิ้มใกล้หลับดังขึ้นมา ซ้อนทับเสียงในโสตประสาท ซึ่งเป็นเสียงของผมในเมื่อก่อนนั้น...

 

ผม กับ เขา น่ะจะสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงๆน่ะเหรอ?

 

 

 

 

 

 

“พี่ฌอน”

 

“อืมม..”

 

ผมเรียกชื่อของร่างสูงที่หลับคาหน้าตักผมได้สักเกือบชั่วโมง มันรู้สึกเมื่อยมาก แถมตะคริวก็เริ่มกินหน่อยๆ ผมจึงสะกิดปลุก

 

“ตะคริวจะกินแล้ว ถ้าง่วงก็ลุกไปนอนบนเตียงดีๆ”

 

“อืมม..”

 

ร่างสูงยังคงทำแต่อือครางในลำคอ แต่ไม่ยอมขยับไปไหน

 

“พี่ฌอน!

 

“เออๆ กูรู้แล้ว”

 

พี่ดูหัวเสียนิดๆแต่ก็ยอมลุกเดินสะลึมสะลือไปทางเตียงและทิ้งตัวลงนอนตุบ ผมอดยิ้มไม่ได้กลับท่าทางเด็กๆนั่น

 

ฟุบ

 

ผมกระโดดลงจากโต๊ะ ยืนนวดขาคลายความเมื่อยและยืนทนกับอาการตะคริวที่แล่นเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สักพักผมก็ไล่ดูหนังสือบนโต๊ะไปทีละเล่ม แค่ดูผ่านๆ ส่วนมากก็เป็นชีทเรียนหรือไม่ก็หนังสือความรู้เกี่ยวกับคณะ

 

ผมไล่เปิดดูไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีผมก็จัดเก็บหนังสือนั่นให้เข้าที่เป็นระเรียบไปซะแล้ว จะว่าไปเมื่อมองรอบๆห้องนี่ก็รับรู้เลยว่าเจ้าของห้องขาดความเอาใจใส่แค่ไหน ก็สกปรกซะ -*-!

 

เห็นที่รกๆแล้วเริ่มรู้สึกคันมือ ผมเริ่มทำความสะอาดตั้งแต่เก็บกวาดเสื้อผ้า ถุงเท้า กระดาษเศษ รวมถึงอื่นๆที่คาดว่าน่าจะถูกเขวี้ยงถึงไว้อย่างไม่ใยดี เมื่อเก็บเสร็จก็กวาดทำความสะอาดและถูบ้านเป็นอันจบ

 

ผมปาดเหงื่อและมองนาฬิกาแขวนสีดำคลาสสิคก็พบว่านี่มันบ่ายสามกว่าแล้ว ผมมองชุดนักศึกษาของตัวเองที่ทางร้านซักอบรีดเพิ่งเอาขึ้นมาส่ง มันเป็นโอกาสดีที่ผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วหนีกลับบ้านไปเลยตอนนี้ แต่ผมกลับอดห่วงไม่ได้ว่าถ้าคนที่หลับอยู่ในห้องนั่นตื่นมาแล้วไม่เจอผมมันจะเป็นยังไง

 

นี่ผมหลงตัวเองไปไหม?

 

แต่ไม่หรอก ผมเป็นแขกจะไปลามาไหว้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันเป็นมารยาททางสังคมนี่นา ผมหอบชุดตัวเองไว้ในอ้อมแขน เปิดประตูเข้าห้องนอนพี่ฌอนอีกครั้ง เพื่อใช้ห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ออกมาก็พบร่างสูงที่ยังคงนอนคว่ำอยู่บนเตียง ไม่มีท่าทางว่าจะตื่น

 

ผมโยนเสื้อรวมถึงชั้นในที่พี่ฌอนเอาให้ใส่เมื่อตอนเช้าลงตะกร้าสักแล้วภายในห้อง ก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างสูงแล้วสะกิด

 

“พี่ฌอน”

 

“...”

 

“ผมจะกลับแล้วนะ”

 

ไม่รู้ด้วยนะ ผมถือว่าผมบอกไปแล้ว ผมยืนมองร่างสูงอย่างชั่งใจว่าควรจะบอกซ้ำอีกทีไหม แต่สุดท้ายผมก็ตัดสินใจที่จะหมุนตัวหันหลังกลับ เตรียมจะเดินออกไป

 

หมับ

 

“อืมม กูนึกว่ามึงจะไปไม่บอกกูซะแล้ว”

 

มือหนายื่นมาคว้าข้อมือผมไว้ ขณะที่ใบหน้าคมของร่างสูงนั่นก็ยังคงฟุบคว่ำกับใบหมอนอยู่ ละเมอ?

 

“อืมม มา เดี๋ยวกูไปส่ง”

 

พี่ฌอนผุดตัวขึ้นนั่งทันที ก่อนจะเสยผมขึ้นเพื่อสลัดความง่วง

 

“ไม่ต้องก็ได้ ง่วงก็ไปนอนต่อ”

 

“ง่วงอะไร กูหลับมาตั้ง...สี่ชั่วโมงเลยเหรอวะ แล้วนี่ตลอดเวลามึงทำอะไรอยู่วะ ไมไม่ปลุกกูมาเล่นด้วยล่ะวะ”

 

ดูๆ ดูคำพูดเขาเถอะ พี่ฌอนนะ ถึงภายนอกจะดูโหด น่ากลัว น่าเกรงขามยังไง แต่เอาเข้าจริงๆผมกลับรู้สึกเหมือนเขาเป็นเด็กที่ยังไม่รู้จักโต ทั้งคำพูดและท่าทางที่ติดเด็กนั่น

 

“ผมไม่ใช่เด็ก.. -*-

 

ร่างสูงยิ้มรับกับใบหน้าเอือมของผม

 

“งั้นมึงรอกูแป๊ปนะ เดี๋ยวล้างหน้าแล้วจะไปส่ง”

 

ผมพยักหน้ารับไป ก่อนจะนั่งรออยู่ปลายเตียง พี่ฌอนเข้าห้องน้ำไป สักพักก็ออกมาด้วยใบหน้าเปียกซก นั่นเป็นเรื่องปกติของการล้างหน้า แต่ผมจะไม่ว่าเลยถ้าไม่มีฟองโฟมติดอยู่เหนือดวงตาคมตรงนั้น

 

“พี่ฌอน ล้างหน้ายังไงเนี่ย”

 

ผมอดบ่นเสียงยุ่งไม่ได้ ก่อนจะลุกเดินไปลากพี่ฌอนกลับเข้าไปห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อถึงอ่างล้างหน้าหรู ผมก็จัดการเปิดน้ำ ใช้มือรองน้ำแล้วล้างโฟมตรงนั้นออกให้เขาอีกครั้ง

 

“ให้ตายเถอะพี่ เหมือนเด็กชะมัด”

 

“มึงก็เหมือนเมียชะมัด เหมือนกันนั่นแหละ :)

 

!” ผมตีหน้าหงิกใส่ทันที

 

“พลุ..”

 

“ไม่อยากฟัง” ผมพูดเสียงแข็ง มาเสียงอ่อนขนาดนี้ก็คงอิหรอบเดิม

 

“กลับมาดูแลกูเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ”

 

นั่นไง ว่าแล้ว ผมผละออกจากพี่ฌอนทันที ก่อนจะเดินหนี ผมไม่รู้จริงๆว่าจะเอาคำไหนมาอธิบายให้เขาฟังว่าผมไม่ต้องการมีใครจริงๆตอนนี้! ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้

 

ขยาด ผมใช้คำนี้กับมันได้ไหม? เพราะรักแรก รักที่ผมคาดหวังไว้สูงนั่นมันพังลงอย่างไม่เป็นท่า ผมจึงรู้สึกไม่อยากจะเริ่มอะไรใหม่กับคำว่าความรักทั้งนั้น แม้ทุกอย่างจะคลี่คลายด้วยดี แต่อย่าลืมสิว่าผมต้องอยู่กับความรู้สึกเจ็บปวดแบบนั้นมาโดยตลอด ผมลืมมันไม่ลงหรอก

 

“พลุ พลุ! กลับมาก่อน ยังคุยกันไม่รู้เรื่องนะ พลุ!

 

หมับ

 

“มึงจะเอาแต่หนีไปถึงไหนวะ”

 

“ใครหนี? พี่มากกว่าไหมที่หนี หนีความจริงที่ว่ายังไงเราก็จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ ผมบอกพี่แล้วนะว่าผมไม่อยากมีใครทั้งนั้น แต่พี่ก็ยังเอาแต่ถามให้กลับมาเหมือนเดิมไม่จบ ทำไมไม่ยอมเข้าใจสักทีวะ”

 

“เออ! ก็ได้ กูไม่ขอให้มึงกลับมาเหมือนเดิมก็ได้”

 

...ดี

 

“แต่กูจะขอให้มึงกลับมาเริ่มใหม่”

 

...พัง!

 

“พี่นี่...”

 

“งั้นถ้ามึงไม่ยอมกลับมาคบ ก็บอกหน่อยว่ากูควรจะเรียกมึงว่าอะไร!

 

“...ก็พลุไง ผมก็ไม่ได้เปลี่ยนชื่ออะไรสักหน่อย”

 

ผมเริ่มใช้วิธีของพี่ฌอนบ้าง นั่นคือ เนียนหน้าตาย

 

“กูไม่ขำ! ตอบกูให้ดี.. ว่ามึงกับกูที่เพิ่งเอากันมาเมื่อคืนเนี่ย มันควรอยู่ในฐานะอะไร!

 

พอรู้เลยว่าร่างสูงนี่กำลังโมโหและอารมณ์ไม่ดีสุด เสียงที่ตะคอกดังเป็นพักๆแล้วแต่ประโยคที่เขาอยากจะเน้น

 

“...” คำถามของเขามันยากไป “พี่น้อง” ผมตัดสินใจและตอบออกไปด้วยใบหน้านิ่ง

 

“พลุ มึงจะบ้ารึไงวะ มึงเพิ่งเอากับกูนะ มึงจะให้กูกับมึงเป็นแค่พี่น้องได้ยังง่ะ...”

 

“พี่พูดเหมือนพี่เคยเอาผมแค่คนเดียว ความจริงพี่ก็มีเซ็กส์กับคนอื่นไปทั่วไม่ใช่รึไง พี่มาพล่ามอะไรกับผมเรื่องนี้ แล้วกลับคนอื่นที่พี่เคยเอามาล่ะ ทำไมไม่ไปรับผิดชอบเขาบ้าง”

 

“มึงพูดเหมือนกำลังไล่กู..”

 

“ถ้าพี่ยอมไปจริงๆก็คงดี”

 

ผมเค้นประโยคนั่นออกไป ถ้าเป็นช่วงแรกที่เจอ ผมว่าผมสามารถพูดประโยคนั้นออกไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรแน่ แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกปวดใจนิดๆไปด้วยอย่างบอกไม่ถูก

 

“มึงคิดแบบนั้นเหรอ...”

 

“อือ”

 

“จริงๆเหรอวะพลุ...”

 

“ครับ”

 

“แล้วที่เมื่อคืน...”

 

“ผมขอบคุณมากที่พี่ช่วยผม”

 

“อืม กูเข้าใจแล้ว อย่างน้อยมึงก็ไม่ได้เกลียดกู ...ใช่เปล่าวะ”

 

พี่ฌอนถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ ผมจึงพยักหน้ารับ

 

“แค่นี้ก็พอแล้ว.. ปะ เดี๋ยวกูไปส่งบ้าน อา นี่มึงทำความสะอาดบ้านให้ด้วยเหรอวะ ขอบคุณนะ”

 

พี่ฌอนฝืนยิ้มรอยยิ้มที่ไม่เหมือนยิ้มนั่นออกมา ถึงคำพูดของเขาจะดูปกติ แต่ท่าทางนั่นไม่ได้ปกติเลย ผมรู้นะว่าร่างสูงดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าผมไม่พูดให้เคลียร์วันนี้ เรื่องทุกอย่างมันก็จะยืดเยื้อออกไปอีก

 

ดูอย่างทั้งวันที่ผมอยู่กับเขามาสิ เขาพูดเรื่องนี้กี่ครั้งแล้ว ถ้าผมไม่ตัดสินใจตัดตั้งแต่ตอนนี้ ถ้ามันบานปลายไป แล้วถ้ากลายเป็นผมที่เผลอตกหลุมรักเขาอีกครั้งเข้าจริงๆ ผมจะทำยังไง...

 

 

ผมไม่อยากเริ่มใครใหม่ โดยเฉพาะเขา

 

 

 

 

----PAIN----

 

 

TALK :

ถามว่าจะมีสักตอนมั้ยที่จะจบดีๆให้คนอ่านได้ฟินกันบ้าง ตอบเลยว่าคงมีแค่ตอนที่แล้ว คงไม่งงกับความรู้สึกของนายเอกของเราใช่มั้ย ถึงเรื่องมันจะเคลียร์ แต่มันก็รู้สึกเจ็บอยู่ดีอะ จะให้กลับไปเริ่มกับแฟนเก่าง่ายๆ คิดดูใครจะไปทำได้ ลองนึกถึงสภาพเรากลับไปคบกับแฟนเก่าดิ มันก็มี 'นั่น' อย่างอะแหละ  

ทอล์คนี้เน้นเพ้อ ข้ามก็ได้อย่าอ่านเลย 

เอ้ออ จริงสิ มีเรื่องอยากจะถาม คือจะเปิดเฟสไว้ติดต่อกับคนอ่านดีมั้ย นี่อยากเปิดนะ อยากมีโมเม้นคุยกันคนอ่านเหมือนคนอ่านเขาบ้าง ไรท์อิจชาวบ้าน 55555

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะ :)

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น