ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แค่เลขา (70%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2561 08:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่เลขา (70%)
แบบอักษร

มินตรานั่งกอดเข่าพิงบานประตูอยู่อย่างนั้น นับตั้งแต่อิทธิกุลกลับออกไป หญิงสาวได้แต่ปลดปล่อยความทุกข์โศกไปกับธารน้ำตาที่ไหลริน เป็นเวลานานกว่าที่เธอจะมีแรงหยัดกายลุกยืน ร่างระหงก้าวเดินอย่างอ่อนแรงตรงไปยังลิ้นชักหัวเตียง ซึ่งเธอใช้เก็บเช็คค่าตอบแทนและสมุดบัญชีเงินฝาก ที่เขาหยิบยื่นให้แลกเปลี่ยนกับการปฏิบัติหน้าที่เป็นตุ๊กตาระบายความใคร่

เด็กต่างจังหวัดอย่างเธอได้มีโอกาสมาเข้ามาร่ำเรียนในกรุงเทพฯ ก็เพราะทุนการศึกษาของรัฐบาล เพราะเป็นเด็กขาดแคลน บิดาเสียชีวิต มารดารับจ้างทั่วไป ทำให้หญิงสาวได้รับทุนโดยไม่มีข้อกังขา ใครต่อใครก็มองว่าเธอคงเป็นได้แค่ก้อนกรวดก้อนทรายที่อยากจะดีดตัวเองขึ้นไปเป็นดาวบนฟ้า ถึงขนาดยอมพลีตัวเป็นเมียในเงาให้เศรษฐีหนุ่มอย่างอิทธิกุลได้เชยชม แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเหตุผลเดียวที่ทำให้หญิงสาวยอมลดทอนคุณค่าของตัวเอง ก็เพียงเพราะหัวใจเด็กสาวที่เพิ่งผลิบาน ได้เปิดรับซาตานไม้เลื้อยอย่างเขา ให้เข้ามาสถิตย์ในหัวใจนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้รู้จัก

มินตราเฝ้าคิดถึงผู้หญิงแสนโชคดีที่จะได้คู่เคียงเขาในฐานะคู่ชีวิต สาวสวยคนนั้นเพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ สูงส่งด้วยชาติกำเนิดและต้นตระกูลที่เรียกขานกันว่าไฮโซ ร่างบางนอนกระสับกระส่าย พลิกตัวครั้งแล้วครั้งเล่า แค่เพียงหลับตาลงสมองก็คิดจินตนาการถึงภาพรอยยิ้มมีเสน่ห์ของชายหนุ่มภายใต้ชุดสูทสีขาวสะอาด พร่างรอยยิ้มอย่างมีความสุขในวันวิวาห์ กับเจ้าสาวที่เหมาะสมกับเขาราวกิ่งทองใบหยก

แค่คิด... หัวใจดวงน้อยก็ปวดร้าวจนชาดิก

มินตราขับรถญี่ปุ่นราคาปานกลาง ซึ่งเป็นของขวัญที่อิทธิกุลมอบให้มาทำงานในทุกๆ เช้า แค่เพียงจอดรถแล้วเดินเข้าบริษัททางประตูด้านหลัง เสียงซุบซิบนินทาจากบรรดาปากหอยปากปูก็ลอยแว่วกระทบโสต หญิงสาวได้แต่ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่ได้เข้าต่อไปล้อต่อเถียงให้มากความ ก็จะให้พูดอย่างไรได้...ในเมื่อทุกเรื่องที่บรรดาแมงเม้าท์พากันสนทนาอย่างสนุกปาก มันก็เป็นเรื่องจริงที่เธอไม่อาจปฏิเสธ เธอเป็นอีหนูของท่านประธาน ใครต่อใครเขาก็รู้กันทั้งบาง

“มิ้น... ท่านประธานถามหาแน่ะ”

เพื่อนร่วมงานโต๊ะใกล้เคียงบอกให้หญิงสาวให้รู้ มินตรากล่าวขอบคุณเบาๆ แล้ววางกระเป๋าใบน้อยลงบนโต๊ะ ก่อนที่หญิงสาวจะรีบเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ทว่าก็ไม่วายได้ยินถ้อยวาทีกระแนะกระแหน ที่คนพูดจงใจให้เธอได้ยินเพื่อความสะใจ

'สงสัยยังไม่ถึงใจละมั้ง ถึงต้องไปต่อกันในห้องทำงานอีก แต่อีกไม่นานตัวจริงเขามาแล้ว นังนี่ก็เป็นได้แค่ของเล่นให้ท่านประธานขยำขยี้พอสนุกมือก็เท่านั้นเอง'

มินตราไม่ได้ใส่ใจถ้อยประโยคเหล่านั้น มากไปกว่าเสียงลมหวีดหวิว หญิงสาวเคาะประตูห้องก่อนจะผลักมันเข้าไปด้านใน ใบหน้าสวยเรียบเฉยดั่งทุกวัน แต่ที่ผิดแผกไปก็คือในห้องทำงานของเขามีธนัชนั่งอยู่ด้วย

“เมื่อคืนเราโทร.หามิ้นทั้งคืนเลยแต่ติดต่อมิ้นไม่ได้ เราเป็นห่วงจะตามไปที่คอนโดฯ แล้วเชียว”

แล้วธนัชก็ก้มหน้าลงอย่างน้อยใจ เมื่อเขาไม่อาจรู้ได้ว่าหญิงสาวพักอยู่ชั้นไหนห้องไหน เพราะมินตราไม่เคยที่จะเชิญเขาเข้าไปในห้อง หญิงสาวให้เหตุผลว่ามันไม่เหมาะสมซึ่งเขาก็เข้าใจ

“ดีนะที่เรายังไม่หลับ พี่อิทกลับถึงบ้านถึงได้รู้ว่าส่งมิ้นถึงคอนโดฯ เรียบร้อยแล้ว เราเป็นห่วงนะไหนบอกว่าถึงคอนโดฯ แล้วจะโทร.บอกเรา”

“มิ้นขอโทษนะ สงสัยเหนื่อยน่ะ หัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายเลย”

เธอโกหกคำโต ที่จริงแล้วมินตรายังไม่ได้นอนมาทั้งคืน บวกกับที่ร้องไห้มาอย่างหนัก ทำให้เช้านี้ดวงตาแดงบวม แม้จะรีบเอาน้ำเย็นประคบแล้ว แต่ก็ไม่ดีไปกว่าเดิมสักเท่าไหร่

“ทำไมมิ้นตาบวมจัง ใครทำอะไรมิ้นหรือเปล่า”

“เปล่าจ้ะ สงสัยนอนมากเกินไป เกือบตื่นสายแน่ะวันนี้ แล้วนี่แม็กซ์มีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าหรอก...คิดถึง”

คนพูดไม่ปิดบังความรู้สึก ขณะที่อิทธิกุลนั่งกอดอกมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาเย็นชาโดยเฉพาะกับเธอ ผู้หญิงที่เขาครอบครองเกือบทั้งคืน หากเขาทิ้งเธอไปอยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนต่อไปจะเป็นธนัชน้องชายตัวเองหรือเปล่า แล้วความรู้สึกรังเกียจก็ก่อขึ้นในใจ เขาเผลอตัวกำมือแน่น

“พี่อิทอย่ามองสิ ดูสิมิ้นของผมเขินไปหมดแล้ว”

“ไปพลอดรักกันที่อื่นไป ฉันจะทำงาน!” อิทธิกุลโบกมือไล่คนทั้งคู่ มินตราแค่ยิ้มให้ธนัชเล็กน้อย

“มิ้นไปทำงานก่อนนะแม็กซ์ ไว้ค่อยคุยกัน ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”

มินตราเดินออกจากห้องไปช้าๆ เธอไม่แม้แต่จะสบสายตากับอิทธิกุลเลยสักนิด ทั้งๆ ที่เขาก็จ้องมองดูเธอตลอดเวลา ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเก็บความคุกรุ่นเอาไว้รอเวลาสะสาง

“ผมสบายใจแล้วล่ะพี่อิท งั้นผมกลับไปทำงานดีกว่า”

“ที่ทำงานแกก็ดีนะ จะออกไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้” เขากระแนะกระแหนญาติผู้น้องของตัวเอง

“ดูก่อนสิครับว่าผมนามสกุลอะไร ใหญ่แค่ไหน”

ธนัชยักคิ้วให้พี่ชาย ก่อนเดินออกจากห้องทำงานเขาไป เสียงถอนหายใจของอิทธิกุลดังเป็นระลอก ทำไมมินตราจะต้องมามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาด้วย ชายหนุ่มก้มลงเซ็นเอกสารต่ออีกสองสามฉบับ เสียงโทรศัพท์จากสายภายในก็ดังขึ้น

“ท่านรองประธานคะ ไม่เลื่อนนัดประชุมบ่ายโมงวันนี้ใช่ไหมคะ”

มินตราได้ยินที่นางนภาวดีกับอิทธิกุลคุยกันเมื่อคืน แต่เช้านี้เธอก็เห็นเขาอยู่ที่บริษัทฯ จึงโทร.มาสอบถามเพื่อความแน่ใจ คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมั่นใจว่าคงต้องเกี่ยวกับว่าที่เจ้าสาวของเขา หญิงสาวไม่อยากดีใจเก้อเพราะถึงอย่างไรเธอก็ต้องเสียใจอยู่วันยังค่ำ แค่คิดน้ำตาก็พาลจะไหล เมื่อวางสายก็รีบเข้าห้องน้ำทันที ขืนน้ำตาร่วงออกมาคงต้องอับอายเพื่อนร่วมงาน เสียงฝีเท้าเดินตามจากด้านหลัง มินตราอยู่ห้องสุดท้ายด้านในสุด คนที่เข้ามาเยือนจึงไม่รู้ว่านอกจากพวกเธอสองคนแล้ว ยังมีอีกคนอยู่ด้วย

“นี่เธอคิดว่าถ้าท่านรองประธานแต่งงานกับคุณไฮโซนั่น แล้วยายเลียขาจะกระเด็นออกไปหรือเปล่า”

“ ของต่ำๆ เหม็นคาวคละคลุ้ง หรือจะสู้ของดีราคาแพงมีคุณภาพ เขาก็ต้องเขี่ยมันออกไปอยู่แล้ว เธอก็ไม่น่าถามนะ เป็นเธอจะเลือกเอาอะไรล่ะ”

มินตราได้แต่ยืนพิงบานประตูฟังคำพูดหมิ่นเเคลนเหล่านั้น หญิงสาวกดจิกเล็บลงบนหลังมือตัวเอง เพื่อเรียกสติไม่ให้เธอบุ่มบ่ามเปิดประตูออกไปต่อความยาวสาวความยืดกับบรรดาปากหอยปากปู

“แล้วถ้าท่านประธานเขาเลี้ยงมันไว้ต่อล่ะ”

“แล้วเธอคิดว่าแม่ไฮโซนั่นจะเอามันไว้เหรอ”

“แล้วถ้าเขาไม่รู้ล่ะ”

ความคิดเห็น