เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #45

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #45

คำค้น : วายเด็กช่าง พอร์ชโซ่ เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2561 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #45
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{45}


น้องซนจะงอนพ่อจ๋ากับคุณป๋าสองนาทีฮะ...โป้ง!


            “เลิกงอนได้แล้ว เดี๋ยวตอนเย็นพาไปดูจระเข้ยักษ์ เอ้า…อ้ำ!”


            อย่าเข้าใจผิดคิดว่าประโยคข้างต้นนั้นคือการง้อคนรัก เพราะความจริงแล้วคนที่พอร์ชกำลัง ‘ป้อนข้าว’ อยู่นั้นคือคุณลูกชายอย่างจอมซนที่ยังคงงอนยิงยาวตั้งแต่ตีสี่มาจนถึงตอนนี้ที่เพลงชาติไทยแว่วดังผ่านเสียงตามสายหน้าบ้านมาให้ได้ยิน แต่เด็กช่างที่มีเรียนแปดโมงตรงอย่างพอร์ชกับโซ่ยังไม่ได้ก้าวขาออกจากบ้านเลย เพราะมัวแต่กล่อมเด็กแสบให้หายงอน


            “น้องซนอยากไปโรงเรียนด้วย” หันหน้าหนีช้อนข้าวที่พอร์ชกำลังป้อนไปช้อนตาออดอ้อนโซ่ที่กำลังยืนมัดผมทรงจุกน้ำพุให้อยู่ทางด้านหลัง


            “ไม่อยากอยู่เล่นกับพี่มณีหรอ”


            “อยากฮะ แต่…อยากอยู่กับคุณป๋ากับพ่อจ๋ามากกว่า”


            คุณพ่อคุณป๋าจ้องหน้าสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย เมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย บรรยากาศที่กำลังจะสดใสหม่นหมองลงในชั่วพริบตา


            พอร์ชคิดหนักเรื่องที่กำลังจะตัดสินใจเพราะสังคมเด็กช่างห่ามๆ เถื่อนๆ อย่างเขาดูไม่ค่อยจะเหมาะกับเด็กกำลังโตอย่างจอมซนที่กำลังน่ารักน่าฟัดน่าขยี้ให้แหลกคามือตามประสาวัยรุ่นกัดมันอย่างพวกเขาเพราะไม่ใช่แค่เขาที่มีแฟนเป็นผู้ชาย หรือจะให้พูดตามตรงเลยก็คือไอ้ลูกหมาพวกนั้นมันเอาได้หมดแหละถ้าถูกใจ พอร์ชล่ะกลัวเหลือเกินว่าถ้าคาดสายตาไปแล้วจะไม่ได้ลูกชายที่แสนน่ารักอย่างจอมซนกลับมา เพราะใช่ว่าเขาจะมีแต่พวกพ้องที่พร้อมรัก คู่อริก็มีไม่น้อยไปกว่ากัน แถมยังเป็นพวกลิ้นสองแฉกชอบแทงข้างหลังอีกต่างหาก


            ขณะที่โซ่เองก็มัวแต่จมอยู่ในอดีตของตัวเองเมื่อเผลอนึกไปถึงตอนที่ตนเองมีอายุเท่ากับหลานชายว่าตอนนั้นตนเองกำลังอยู่ที่ไหน ทำอะไร หรือคิดอะไรอยู่ ซึ่งก็ได้คำตอบในทันทีว่าตอนนั้นเขาเองก็ต้องการให้ใครสักคนอยู่เคียงข้างเขาเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงแค่ความฝันเพราะท้ายที่สุดแล้วก็มีแค่ ‘เงาของตัวเอง’ อยู่เคียงข้างกัน


            “เอาสิ อยากไปก็ไป” เมื่อตัดสินใจได้แล้วโซ่ก็หันไปบอกกับลูกชาย ซึ่งแน่นอนว่าพอได้คำตอบที่ถูกใจแล้วเจ้าตัวแสบก็กระโดดกอดพ่อจ๋าสุดที่รักของตัวเองทันทีด้วยความดีใจสุดขีด ต่างจากพอร์ชที่กำลังทำหน้ายุ่งเพราะเขายังไม่ได้บอกกับคนรักเรื่องที่มีปัญหากับพวกหัวโจกแผนกช่างเชื่อมเลย


            “โซ่…”


            “แต่พ่อกับป๋าไม่ได้เรียนห้องเดียวกันนะ น้องซนอยากอยู่กับใครล่ะ” โซ่ส่ายหน้าช้าๆ พร้อมทั้งปรามคนรักด้วยสายตาว่าไม่ให้พูดอะไรออกมาอีก แม้ว่าจะมองเห็นความกังวลในสายตาของคนรักก็ตาม แต่ไม่ว่าพอร์ชจะมีปัญหาอะไร โซ่ก็ไม่กล้าที่จะถอนคำพูดกลับคืนได้หลังจากที่ได้เห็นแววตาเป็นประกายของหลานชายที่เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นลูกชายอย่างจอมซน


            “อือ…น้องซนอยากอยู่ด้วยสองคนเลยฮะ” เจ้าตัวแสบกรอกตามองคนนั้นทีคนนี้ทีเพราะคิดไม่ตก อยู่กับคุณป๋าก็สนุกอยู่กับพ่อจ๋าก็อุ่นใจ…น้องซนเลือกไม่ถูกเลยฮะ


            “ไปอยู่กับพ่อนั่นแหละ วันนี้ป๋าลงช็อปทั้งวัน…อันตราย” พอร์ชเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่เด็กแสบจะคิดตัดสินใจ เพราะว่าวันนี้เขามีสอบเก็บคะแนนภาคปฏิบัติจริงๆ ถึงแม้ว่าจะแค่ครึ่งวันตอนเช้าก็ตาม เพราะเขาไม่พร้อมที่จะให้จอมซนไปเสี่ยงตีนด้วยจริงๆ


            “ทั้งวัน?” โซ่เลิกคิ้วถามอย่างจับผิด เพราะทั้งสองคนต่างจำตารางเรียนของกันและกันได้


            “อืม” เพราะยังไม่สามารถอธิบายให้คนรักฟังได้ในตอนนี้พอร์ชจึงทำแค่พยักหน้าตอบรับไปคำในลำคอ


            ยอมรับอย่างแมนๆ เลยว่าไม่อยากโกหก ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่*…กลัวเมียโกรธ*

            “น้องซนรีบกินข้าวให้หมด พ่อจ๋าจะไปจัดกระเป๋าให้” โซ่จ้องตาขอคำตอบจากคนรักอยู่พักใหญ่แต่เจ้าตัวกลับหลบสาย เขาเลยต้องปล่อยผ่านไปก่อนแล้วหันมาสนใจลูกชายแทน


            เพราะอุณหภูมิที่ลงแบบปุบปับบวกกับมีเด็กแสบพ่วงมาอีกหนึ่งคนพอร์ชจึงต้องเปลี่ยนมาใช้น้องมิสีแดงสดของโซ่แทนที่จะนั่งซ้อนกอดเอวแว้นไอ้แมนมาเรียนอย่างทุกที


            เขาวนรถเข้าไปส่งคนรักกับลูกชายที่แผนกช่างไฟก่อนเป็นอันดับแรก เพราะยังไม่อยากให้ลูกฝรั่งดองผมสีทองของตนเองเป็นจุดเด่นแต่เช้า ถึงแม้ว่าจะเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็อยากจะยืดเวลาออกไปอีกหน่อยสักเที่ยงก็ยังดี เพราะเขามีเรียนแค่ตอนเช้า(ตามที่โซ่รู้) จะได้มีเวลาไปเป็นบอดี้การ์ดนั่งเฝ้าสองพ่อลูกเรียนตอนภาคบ่าย เพราะวันนี้โซ่มีเรียนยาวถึงห้าโมงเย็น


            “โกรธหรอ?” พอร์ชรีบคว้าแขนคนรักไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะลงจากรถตามจอมซนไปอีกคน ส่วนเจ้าเด็กแสบพอเห็นเพื่อนใหม่อย่างพี่มหาคนดีที่เพิ่งจะเปิดศึกปะทะฝีมือแข่งเกมออนไลน์ด้วยกันเมื่อคืนก็ลืมคุณพ่อกับป๋าจ๋าไปทันที


            “ไม่ได้โกรธ” แค่เสียความรู้สึก


            “นี่ขนาดไม่โกรธนะเนี่ย” หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นหน้าบึ้งตึงของคนรัก


            “อย่ากวนตีน” พยายามจะชักมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายที่กำลังกวนประสาทเขาด้วยการกดจูบที่หลังมือ


อะไรคือการทำให้กูเขินตอนโกรธครับไอ้หมาพอร์ช? แพ้ทางมันอีกแล้วนะซอโซ่*!*

            “ไม่กวนแล้วๆ วันนี้สอบเก็บคะแนนจริงๆ” ยกมือสอง ปากบอกยอมแพ้ แต่หน้าระรื่น!


            “แต่มึงมีเรียนแค่ครึ่งวัน” โซ่สวนกลับทันควัน


            “อือ มีเรียนแค่ครึ่งวันก็จริง แต่ที่ไม่อยากเอาลูกไปด้วยเพราะเพิ่งไปมีเรื่องกับพวกไอ้โจ๊กช่างกลมา พี่เลยอยากไม่อยากให้ลูกมาด้วย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้อยู่กับหนูแทน บอกตรงๆ โคตรห่วงเลย” สรรพนามคำว่า ‘พี่’ กับ ‘หนู’ ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ทุกครั้งเมื่อต้องการให้คนรักฟังในคำอธิบายของตน ซึ่งดูเหมือนว่าโซ่เองก็จะแพ้คำว่า ‘พี่’ ของพอร์ชอยู่ไม่น้อยถึงได้เย็นลงในทันทีทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเดือดเป็นลาวาในปล่องภูเขาไฟพร้อมปะทุ


            “ตั้งแต่เมื่อไหร่”


            “อาทิตย์ก่อน แล้ววันนี้พวกมันก็ต้องมาเรียนเขียนแบบกับ อ.วินัยอีกพี่เลยไม่อยากเอาน้องซนไปด้วย โซ่ก็รู้ว่าเด็กช่างอย่างเรา คนดีก็ดีใจหาย คนเหี้ยก็เหี้ยสุดตีน ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าพวกไอ้เหี้ยโจ๊กมันจัดอยู่ในประเภทไหน” เพราะห้องเขียนแบบอยู่ตรงข้ามกับช็อปช่างยนต์ จะห่างกันก็แค่ไม่กี่เมตรมีหรือพวกลิ้นสองแฉกจะไม่เลื้อยข้ามมากวนส้นตีนเขาอย่างทุกที


            “อืม”


            “เอาน่า…อย่าทำหน้าเครียดสิ เดี๋ยวสาวไม่มองแล้วจะหาว่าผัวไม่เตือน”


            “กวนตีน”


            “ไปๆ ลงไปดูไอ้แสบได้แล้ว โดนใครแกล้งมาอีกนั่น เบะปากพร้อมเป่าปี่ขนาดนั้น” ชี้ไปทางจุดที่จอมซนคนแสบยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมเพื่อนร่วมห้องของโซ่


            “คุณป๋า~” เพียงแค่เห็นว่าพอร์ชเดินลงมาจากรถจอมซนก็ร้องเรียกเตรียมพร้อมที่จะฟ้องทันทีว่าเมื่อครู่นี้โดนใครแกล้งอะไรบ้าง เพราะคุณป๋าตัวใหญ่ต้องสู้คนพวกนั้นได้แน่


            “เอ้า! เอาไป แล้วอย่าดื้อ อย่าซน อย่าอยู่ห่างพ่อจ๋านะไอ้ตัวแสบ” พูดพลางส่งช็อกโกแลตทรงสามเหลี่ยมแท่งสีเหลืองยี่ห้อโปรดที่พอร์ชตั้งใจหยิบมาติดสินบนเด็กโดยเฉพาะให้เจ้าตัวไป


            “งื้อ~ คุณป๋าใจดีที่สุด!” เจ้าเด็กแสบกระโดดกอดทันทีที่ได้ของถูกใจ


            “เออๆ ป๋าต้องไปสอบแล้ว อย่าลืมที่สั่งไว้นะจอมซน ห้ามอยู่ห่างพ่อจ๋า…เข้าใจนะ?” พูดกับคนลูกแต่สายตาเหลือบมองไปยังคนพ่อที่จ้องเขม็งมองมาอยู่แล้ว ดูจากสายตาแล้ว เหมือนว่าไอ้พอร์ชงานจะเข้า


            เพราะพ่อจ๋ามีกฎเหล็กว่าให้ลูกกินช็อกโกแลตได้วันละไม่เกินหนึ่งแท่ง แต่พอร์ชดันหยิบมาให้เจ้าตัวแสบถึงสอง


            เฮ้อ*! งานง้อเมียต้องมาอีกแล้วสินะตัวกู!*

            “รับทราบฮะ!”


            “ไงมึง…มาสายไม่พอเสือกมาเด่น”


            “เออโคตรเด่น โคตรหล่อ แต่รถเมีย…กูมันก็แค่คนขับรถ” พอร์ชยกมือกำหมัดชกทักทายกับเพื่อนรักอย่างเป้ แวนและเพื่อนร่วมชั้นอีกสองสามคนที่ยืนรออยู่หน้าแผนก


            คำบอกเล่าเรื่องรถของพอร์ชทำเอาเด็กช่างต่างแผนกหลายคนที่ยังคงวนเวียนอยู่ในโรงจอดรถที่อยู่หน้าแผนกช่างยนต์ถึงกับหูผึ่งเกิดอาการอยากสอดรู้สอดเห็นขึ้นมาทันที เพราะรถที่พอร์ชขับมานั้นเป็นรถยุโรปคันเล็กที่ราคาไม่ได้น่ารักเหมือนรูปทรงเลย อีกทั้งไอ้โซ่ช่างไฟที่ใครหลายคนรู้จักก็ไม่ได้ใช้ชีวิตหรือแสดงตัวว่าเป็นลูกคุณหนูมีกะตังเหมือนอย่างพอร์ชที่ขี่ดูคาติมาเรียนตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกเลยสักครั้ง แถมยังสนิทชิดเชื้อกับเด็กวัดอย่างไอ้มหาที่ขี่ชาลีคันเก่าสนิมเขลอะมาเรียนอีก ก็น่าจะมีลากฐานทางบ้านที่ขัดสนไม่ต่างกันไม่ใช่หรือ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะผิวพรรณดีดูมีออร่ามากกว่าเด็กช่างตัวด่างหน้าดำอย่างพวกเขาก็เถอะ


            “พ่อจ๋าน้องซนปวดฉี่” เด็กแสบแอบกระซิบข้างหูพ่อจ๋าของตัวเองเบาๆ หลังจากนั่งอั้นมานานจนเริ่มทนไม่ไหว


            “เดี๋ยวพี่พาไป” บุญล้อมที่นั่งอยู่อีกข้างของจอมซนเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่โซ่จะอ้าปากตอบเพราะเป็นห่วงสังขารของเพื่อนรักที่ทำตัวปกติทั้งที่แทบจะเดินไม่ไหว ไหนจะรอยรักสีกุหลาบตรงรอบคอและเนินอกทั้งข้างหน้าข้างหลังที่โผล่พ้นสาบเสื้อออกมาให้เห็นเป็นระยะๆ


            “ไม่เป็นไร” ตอบปฏิเสธเพื่อนไปเตรียมพร้อมที่จะลุกยืน


            “ไหว?” ถามกลับพร้อมหรี่ตาส่งสัญญาณเป็นเชิงบอกว่า ‘ไม่ไหวอย่าฝืน’

            “แต่…” เพราะนึกถึงคำพูดของคนรักก่อนแยกย้ายโซ่จึงไม่อยากอยู่ห่างลูกชาย แต่พอเห็นสีหน้าและแววตาที่แสดงความห่วงใยออกมาจริงจังของบุญล้อมแล้วก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ


            “กูไม่หน้ามืดปล้ำลูกมึงให้พ่อมันฆ่ากูหรอก รออยู่นี่แหละ…ป่ะ!” พูดจบก็คว้าข้อมือเด็กปวดฉี่ที่ยืนบิดตัวไปมาด้วยความทรมานออกจากห้องเรียนทันที ไม่อยู่รอฟังคำโต้แย้งใดๆ จากเพื่อนรักให้เสียเวลาอีกต่อไป


            “โอ๊ะ! คุณป๋า! คุณป๋าจ๋า! น้องซนจะไปหาคนป๋า”


            “มึงอยากตายนัก…นะ…น้องซน!” พอร์ชที่กำลังกระชากคอเสื้อของใครสักคนอยู่ ตกใจอ้าปากค้าง รีบผละจากคู่กรณีออกมากางแขนกว้างรอรับตัวลูกชายที่กำลังพุ่งเข้ามาหา


            “คุณป๋าจ๋า~ น้องซนคิดถึงคุณป๋า” เด็กแสบเจ้าของผมสีสว่างร้องบอกอยู่ในอกกว้างของพอร์ชที่กำลังจ้องหน้าคู่กรณีไม่วางตา


            “บอกเลยว่าไม่เชื่อ หน้าอย่างเอ็งหรอจะคิดถึงข้า คิดถึงค่าขนมในกระเป๋าข้ามากกว่ามั้ง…กูฝากเคลียร์ทางนี้หน่อยนะเป้ เดี๋ยวพาลูกลิงไปส่งแม่มันก่อน” จิ้มหัวไอ้เด็กแสบอย่างคนรู้ทัน ก่อนที่จะหันไปฝากปัญหาตรงหน้าไว้เพื่อนรักก่อน ว่างเมื่อไหร่จะสะสางให้หมด


            “จะเอาอะไรก็ไปเลือกเลย แต่อย่าซื้อเยอะนะเดี๋ยวแม่มึงด่ากูอีก” พาเด็กแสบเข้ามาหาซื้อขนมในสหกรณ์โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งปากทางเข้าไปยังแผนกช่างไฟของคนรัก


            “โทษที่ว่ะ ไอ้ตัวนี้วิ่งไวพอๆ กับคุณโซ่เลย” ไม่รู้ว่ามันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ที่บุญล้อมโยนคำสุภาพทิ้งไปในยามที่พูดคุยกับพอร์ช เอ่ยขอโทษด้วยความจริงใจ เพราะพอจะมองออกว่าสถานการณ์ก่อนหน้าที่จอมซนจะพรวดพราดวิ่งเข้าไปมันตึงเครียดแค่ไหน แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าเขาจับเจ้าตัวแสบไว้ไม่ทันจริงๆ


            “ช่างมันเถอะ แค่หมามันเห่า” ตอบปัดเหมือนไม่คิดอะไร แต่ในอกกำลังร้อนเป็นไฟ เมื่อหวนนึกไปถึงคำดูถูกเหยียดหยามที่คู่อริทิ้งไว้ให้ ซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากระเบิดเวลาๆ ดีๆ นี่เอง


            “อันนี้ของน้องซน อันนี้ของคุณป๋า อันนี้เอาไปฝากหม่ามี้” เด็กแสบวางขนมในอ้อมแขนของตนวางลงตรงหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน แจกแจงเสร็จสรรพว่าอันไหนของใคร แต่เท่าที่พอร์ชลองมองดูแล้วก็มีแต่ของชอบเจ้าตัวทั้งหมด ไอ้ที่พูดมาว่าของคนนั้นคนนี้น่ะข้ออ้างทั้งนั้น


กลัวโดนดุเหมือนกันสินะ

            “ถ้าไม่อยากกำพร้าพ่อ อย่าไปหลุดเรียกต่อหน้าแม่มึงเชียวไอ้คำว่าหม่ามี้เนี่ย” ควักเงินออกมาจ่ายค่าขนมกองโตให้เด็กแสบโดยไม่ลืมที่จะย้ำเตือนเรื่องสรรพนามการเรียกขานของอีกคนอย่างอารมณ์ดีต่างจากก่อนหน้าลิบลับ


            ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ความลับระหว่างเขากับจอมซนหลุดไปถึงหูคนรัก เพราะถ้าเป็นแบบนั้นไม่เขาก็จอมซนต้องมีใครสักคนโดนโซ่ซ้อมจนน่วมแน่ที่บังอาจไปเรียกเจ้าตัวว่า หม่ามี้ แต่ดูท่าแล้วก็คงไม่พ้นตัวเขานี่แหละที่จะกลายเป็นกระสอบทรายให้คนรักซ้อมมือ เพราะฉะนั้นเอ็งอย่าได้หลุดปากไปเชียวไอ้แสบเอ้ย…ป๋ายังไม่อยากตาย





TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}