악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย35

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2561 15:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย35
แบบอักษร





เมียมาเฟีย๓๕




เสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาในห้องรับแขก ทุกคนหันไปมองบุคคลที่วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น


“นายครับ อดัมกับพวกอยู่ที่หน้าประตูคฤหาสน์ครับ” ลูกน้องของปีเตอร์รายงาน ทำให้ชานยอลกับปีเตอร์ฉีกยิ้มให้กันอย่างพอใจ


“ให้มันเข้ามาได้แค่สามคนยึดอาวุธของพวกมันด้วย” ลูกน้องของปีเตอร์รับคำแล้ววิ่งออกไปทำตามคำสั่ง สักพักคนที่ต้องการที่จะเจรจาด้วยก็เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสองคนโดยไร้อาวุธติดตัว


“ต้องการที่ดินแปลงนั้นมากจนแกต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอปีเตอร์” อดัมตวาดดังลั่นเมื่อเดินเข้ามายืนต่อหน้าปีเตอร์ เขาไม่สนใจที่จะมองอีกคนที่นั่งจ้องตัวเองเลยสักนิด เพราะตอนนี้เขาสนใจเพียงปีเตอร์เท่านั้น เขาต้องการที่จะเจรจาของเงินที่ถูกขโมยออกไปจากธนาคาร เขาประมาทเลินเล่อเอง คิดว่าแฮกเกอร์ที่จ้างมาจะมีความสามารถมากพอ แต่ที่ไหนได้ แค่แกะรอยตามแฮกเกอร์ที่แฮกเข้าระบบก็ยังไม่สามารถทำได้ แล้วเขาจะจ้างแฮกเกอร์พวกนี้มาทำไม ที่บอกว่าเก่งที่สุดแล้ว แล้วพวกที่แฮกเข้ามาตอนนี้คืออะไร 


จุ๊ๆๆๆ


ปีเตอร์ยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองทำเสียงเหมือนจิ้งจกร้องออกมา ทำให้อดัมมองมาอย่างไม่พอใจกับการกระทำของปีเตอร์


“อย่าใส่ร้ายกันสิ ฉันไม่ได้เป็นคนทำ ฉันมันเป็นผลพลอยได้เท่านั้น แกลองนึกดีๆว่าก่อนหน้านี้ไปทำอะไรใครไว้” คำของปีเตอร์ทำให้อดัมหันไปมองยังชานยอลที่ยังคงนั่งตักเค้กเข้าปากอยู่ ชานยอลเอียงหน้าเล็กน้อยพร้อมกับฉีกยิ้มให้คนมองอย่างใสซื่อ อดัมหันมาจ้องมองที่ปีเตอร์อีกครั้ง เขาไม่เชื่อว่าเป็นคนอื่นทำถ้ามันไม่ใช่ปีเตอร์ แล้วคนที่พูดกับเขาก่อนหน้านั้นต้องเป็นลูกน้องของปีเตอร์แน่ ถ้าจะให้เขาคิดว่าเป็นเด็กที่นั่งกินเค้กอยู่ข้างๆคงไม่ใช่ เด็กคนนี้ดูซื่อเกินไปที่จะทำเรื่องแบบนั้น


“แกอย่าพล่ามมากปีเตอร์ นี่คือโฉนดที่ดินที่แกต้องการฉันสั่งให้ลูกน้องถอนตัวออกมาแล้ว ทีนี้ก็คืนเงินฉันทั้งหมดมาได้แล้ว” อดัมโยนโฉนดที่ดินในมือไปตรงหน้าของปีเตอร์ ปีเตอร์ฉีกยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปดึงโฉนดขึ้นมาดู


“ว้าว ของจริงด้วย แต่ฉันคงทำคืนให้ไม่ได้หรอกนะ”


“แก” อดัมที่จะวิ่งเข้าไปหาปีเตอร์จำต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อลูกน้องของปีเตอร์ยกปืนขึ้นขู่ ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่านี้ได้


“ใจร้อนจัง ฉันแค่จะบอกว่า คนที่จะคืนเงินให้แกคือคนที่นั่งข้างๆฉันเนี่ย คุยกับเขาซะสิ” ปีเตอร์พูดพร้อมกับหันไปมองที่ชานยอล ทำให้อดัมต้องหันมองที่ชานยอลอีกครั้ง ชานยอลยิ้มให้กับคนทั้งสองก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มอย่างใจเย็น


“แกเป็นใคร” อดัมถามขึ้นอย่างฉุนเฉียว เมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้ายังคงลีลา ส่วนปีเตอร์หัวเราะขึ้นเบาๆกับท่าทีของชานยอล


“ผมก็บอกคุณผ่านโทรศัพท์ไปแล้ว” ชานยอลบอก แต่อดันทำสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เด็กแบบนี้จะทำอะไรได้ เขาคิดว่าต้องเป็นคนอื่นที่ทำเรื่องนี้ แต่คนพวกนี้แค่เป็นคนเข้ามาเจรจากับเขามากกว่า


“ถ้าอย่างนั้นก็บอกให้คนของแกคืนเงินมาในฉันได้แล้ว” อดัมสั่งทำให้ชานยอลหัวเราะเสียงดัง 


“คืนง่ายจังครับ คุณทำคนของผมต้องเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่รู้อาการเลยด้วยซ้ำ คืนอย่างนั้นเหรอ หึ” พูดแล้วหัวเราะในลำคอก่อนจะเงียบไป จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าของอดัม 


“ไว้ให้คนของผมฟื้นก่อนแล้วจะคืนให้...ได้ไหมครับ” พูดจบแล้วฉีกยิ้มให้ อดัมกำหมัดแน่ ถ้ารอธนาคารของเขาจะไม่ล้มละลายก่อนหรอกหรือ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าลูกค้าที่ใช้บริการของเขาไม่ไปฟ้องเพราะถอนเงินออกมาได้แล้วหรือ ถ้ารอจนคนพวกนั้นฟื้นแล้วได้เงินกลับมา แต่เขาก็ต้องสูญเสียความเชื่อถือ ลูกค้าหนีหาย ถึงเขาจะเป็นมาเฟีย ทำงานผิดกฎหมาย แต่รายได้ส่วนใหญ่เขาได้มาจากธนาคาร


“แกต้องการอะไร” อดัมตะคอกอย่างไม่พอใจกับคำพูดของชานยอล


“ผมไม่ได้ต้องการอะไร...ผมต้องการเพียงความสะใจเท่านั้น” คำพูดตอนแรกก็ดูจะธรรมดาอยู่หรอก แต่อันหลังกลับทำให้เจ้าของเงินที่กำลังสูญเสียถึงกับขนลุกขนพอง


“ฉันจะชดใช้ให้ ค่ารักษาพยาบาลฉันจะเป็นคนออกให้ทั้งหมด ขอเพียงแกคืนเงินมา” อดัมพูดขึ้นอย่างใจเย็น 


“ผมทำเงินของคุณโอนไปยังบัญชีสถานสงเคราะห์เด็กทั่วโลก เพียงแค่ผมกดตกลง เงินจำนวนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐก็จะถูกโอนไปในพริบตา อา...คันมืออยากกดปุ่มนั้นจริงเลย แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะผมใส่เครดิตให้คุณด้วย...อดัมฟราว ตอเลีย” ท่าทางของชานยอลทำให้อดัมร้อนรนขึ้นมา เขาไม่ได้ดีใจเลยด้วยซ้ำกับคำว่าให้เครดิตเขาแบบนั้น


“ยอมแล้วๆ เรื่องที่เกิดขึ้นกับมาเฟียนั่นเป็นคำสั่งของมาดามมาเรีย ปาร์คเกอร์” ชานยอลยกยิ้ม ผู้หญิงคนนี้กัดไม่ยอมปล่อยจริงๆเพียงเพราะเหลือตัวคนเดียวจึงต้องเรียกร้องความสนใจจากคนรักถึงขนาดนี้เลยเหรอ น่ากลัวจริงๆกับผู้หญิงที่ไม่เหลือใคร หรือว่าเขาจะต้องหันไปเคลียร์กับคุณย่าด้วยนะเรื่องมันถึงจะต้องจบ 


“เรื่องนั้นคุณชานยอลไม่ต้องเข้าไปยุ่งหรอกครับ ไว้นายฟื้นขึ้นมาก่อนดีกว่า แต่ตอนนี้ผมว่าคุณชานยอลกลับไปที่โรงพยาบาลดีกว่า” เสียงที่ดังขึ้นหน้าทางเข้า ทำให้ทุกคนหันไปสนใจคนที่เดินเข้ามาใหม่


“คุณจื่อเทา” ชานยอลพูดขึ้นเสียงแผ่วเมื่อคนที่เดินเข้ามาคือมือขวาคนสนิทของคนรักตัวเอง คนคนนี้แค่เห็นใบหน้าของเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


“ซู นายไปกับมาดาม ที่เหลือทางนี้ฉันจะจัดการเอง” จื่อเทาหันไปสั่งคนของตัวเองที่คอยตามดูแลชานยอล ซูพยักหน้ารับคำ


“งั้นฝากด้วยนะครับ ถ้าขัดข้องอะไรบอกเพื่อนๆผมได้เลย พวกเขาสแตนบายรออยู่” จื่อเทาพยักหน้ารับ จากนั้นเขาจึงต้องเดินตามหลังของซูไปที่รถเพื่อไปยังโรงพยาบาลที่คนรักรักษาตัวอยู่ ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะฟื้นขึ้นมาหรือยัง แล้วคนอื่นๆที่นั่งมาด้วยล่ะจะเป็นยังไง


เฮ้ออออ


ซูที่ขับรถอยู่มองกระจกมองหลังเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจเสียงดังมาจากนายของตัวเอง 


เฮ้ออออ


“เป็นอะไรซู” ชานยอลเอ่ยถามเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจดังมาจากคนขับรถที่วันนี้ทั้งวันทำหน้าที่เป็นมืือขวาที่ดีของเขาเหลือเกิน


“มาดามถอนหายใจ ผมก็เลยถอนตามหลับ”


เฮ้ออออ


ทั้งสองถอนหายใจออกมาพร้อมกับโดยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีก ชานยอลมองข้างทางที่เป็นตึกสลับกับภูเขาหินและน้ำทะเล บ้านบางหลังที่ตั้งอยู่ในน้ำมีผู้คนปะปลายเดินเที่ยวเล่น ทั้งๆที่มากถึงที่นี่แต่กลับมีเรื่องให้ทำมากมาย 


“อยากกลับจีนแล้วอ่ะซู ป่านนี้คนที่โน้นเป็นยังไงบ้างนะ ไม่รู้แบคฮยอนใกล้คลอดหรือยัง” พูดแล้วเงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่


“ถ้าฉันไม่ออกมาเที่ยว คริสก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัว ทุกคนคงไม่ต้องถ่อมาถึงที่นี่” พูดแล้วเงียบไปอีกครั้ง


“มันไม่ใช่ความผิดของมาดาม ทุกคนที่มาที่นี่เป็นห่วงมาดาม ตั้งใจมาช่วยมาดามทั้งนั้น” ซูพูดขึ้น ทำให้ชานยอลที่เป็นกังวลกับทุกสิ่งส่งยิ้มไปให้


“ขอบคุณนะครับ” ชานยอลเอ่ยขอบคุณ ทำให้ซูมองที่กระจกแล้วยิ้มออกมาอย่างใจชื่นที่เห็นมาดามของตัวเองยิ้มออกมาได้หลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์คลาส


“ซู ระวัง”


เอี๊ยดดดดด


โคล้ม


ชานยอลลืมตาขึ้นเมื่อรถจอดนิ่งสนิทอยู่กับที่


“ซู เป็นยังไงบ้าง” เขาเอ่ยถามคนดูแล


“ไม่เป็นไรครับ มาดามยิงปืนได้ใช่ไหมครับ” ซูยื่นบาเร็ตต้าสีดำสนิทให้กับชานยอล เขาพยักหน้าเป็นคำตอบพร้อมกับมือขวาที่ยื่นไปรับปืนมา


“ระวังตัวด้วย” ชานยอลพูดขึ้นก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถไม่ต่างจากซูที่รีบลงจากรถเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนหลบอยู่ตรงหน้ารถ มองชายฉกรรจ์สิบกว่าคนดินตรงมายังรถที่พวกเขาหลบอยู่


“ใช่คนของอดัมไหม” ชานยอลขึ้นเมื่อเห็นคนที่อยู่ตรงหน้ามาพร้อมกับอาวุธปืนที่อยู่ในมือ


“ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ที่นี่เป็นดงของมาเฟียอยู่แล้ว อาจจะไม่ใช่ก็ได้รับ” ซูอธิบาย 


“แต่เหมือนเด็กมากเลยนะครับ คนพวกนั้น” ซูพูดขึ้นอีกครั้ง ชานยอลพยักหน้าเป็นด้วย


“พวกมันใกล้เข้ามาแล้ว เอาไงดี” ชานยอลถามแต่สายตาจับจ้องอยู่แต่กับชานฉกรรจ์ที่เดินตางเข้ามา


“นี่แม๊กครับเผื่อในนั้นหมดก่อน” ซูยื่นแมกกาซีนที่มีลูกกระสุนเต็มทุกแม็กให้กับชานยอล ชานยอลรับมาอย่างว่าง่าย


“ผมจะกันพวกมันไว้ มาดามวิ่งตรงไปยังตรอกนั่นเลยนะครับ” ซูบอก


“ฉันถึงแล้วจะยิงกันให้ ซูรีบตามมา” ซูพยักหน้าตกลง


“ผมนับสาม วิ่งเลยนะ” ชานยอลพยักหน้ารับ


“สาม”


ปัง


ชานยอลออกตัววิ่งพร้อมกับที่ซูยกปืนยิงกันชายฉกรรจ์ที่เดินตรงมา 


ปัง


ฝั่งนั้นโต้กลับเมื่อถูกยิงเข้ามา 


“ซู” เจ้าของชื่อหันกลับไปมองเมื่อเสียงคนเรียกดังอยู่ด้านหลังตัวเอง เขาบอกให้มาดามวิ่งไปก่อนแล้วทำไมยังอยู่ตรงนี้


“ไปไม่ได้อ่ะ” ชานยอลพูดพร้อมตวัดนิ้วโป้งผ่านไหล่ไปด้านหลังตัวเอง ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนยืนจ้องมองพวกเขาทั้งสองคน ในมือมีอาวุธครบมือ ชานยอลฉีกยิ้มให้ซูเมื่อเห็นซูตาค้างกับสิ่งที่เห็น


“ยึดอาวุธ” หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดขึ้น จากนั้นจึงมีคนเดินเข้ามายึดอาวุธในมือของเขาสองคน


“เดินไป” คนเดิมเอ่ยขึ้นพร้อมกับผลักหลังชานยอลให้เดินไปยังตรอกที่เขาสองคนคิดที่จะไปตั้งแต่แรกแล้ว เหมือนกับว่าเขาสองคนหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ


“เอ่อ...ผมขอเจรจาได้ไหม” ชานยอลพูดขึ้นแต่ได้มีใครฟังที่เขาพูดสักคนผลักให้เขาเดินไปด้านหน้าอย่างเดียว เมื่อไม่มีใครยอมพูดเขาจึงใช้จังหวะนี้สำรวจชายฉกรรจ์เหล่านี้แทน ทุกคนที่เดินล้อมเขามีทั้งคนมีอายุและเด็กวัยรุ่น นี่มันมาเฟียประเภทไหนกัน


“เขาไป” เดินมาได้ยี่สิบนาที เขาสองคนก็ถูกผลักเข้าไปในตึกร้าง


“ที่นี่มันอะไรกัน” ชานยอลร้องขึ้นอย่างตกใจเพราะในตึกร้างนี้ไม่ได้มีเพียงชายฉกรรจ์แต่มันมีทั้งเด็ก สตรี และคนชรา ทั้งสองสบตากันอย่างไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าในขณะนี้ 


“สองคนนี้เป็นใคร” เสียงของชายชราเอ่ยขึ้น ชานยอลหันมองคนที่เดินเข้ามาใหม่ คนคนนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้นำของคนเหล่านี้


“ผมเห็นมันสองคนออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลคลาส แถมไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้อดัมยังเข้าไปในนั้นอีก” หนึ่งในชายที่จับเขาสองคนมาเอ่ยขึ้น ชายชราคนนั้นหันมามองยังชานยอลกับซูที่ยังคงยืนงงอยู่


“ผมขอเจรจาก่อนได้ไหมครับ” ชานยอลเอ่ยขึ้น เข้าคิดว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีอันตรายอะไร แต่คงมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันมากกว่า




1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อฝากด้วยนะคะ



แสบบบบ...คุณมาเฟียรออยู่ แต่ก็ยังไม่วายเถลไถลอีก







ความคิดเห็น