หลินหลิน / ศศิภา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ ในรัก - ยามฝนโปรย ทึมเทาด้วยเมฆสีหม่น

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ ในรัก - ยามฝนโปรย ทึมเทาด้วยเมฆสีหม่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 301

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2561 07:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ ในรัก - ยามฝนโปรย ทึมเทาด้วยเมฆสีหม่น
แบบอักษร

ปลายมวนบุหรี่สว่างวาบ...แสงสว่างเพียงอย่างเดียวท่ามกลางราตรีอันมืดมิด จันทร์เสี้ยวถูกบดบังด้วยเมฆดำทะมึน ดวงดาวที่ดารดาษบนท้องฟ้าอับแสงความฝนที่กำลังตั้งเค้า แสงจากโคมไฟตรงระเบียงติดๆ ดับๆ ไม่ได้ช่วยให้ระเบียงแคบๆ นั้นสว่างขึ้นแต่อย่างใด และถึงมันจะติดบ้างดับบ้าง หากคนที่นั่งอยู่เพียงเดียวดายกลับไม่คิดจะสนใจแม้แต่น้อยนิด

เขาเพียงจ้องมองแสงวาบจากปลายมวนบุหรี่เพียงจุดเดียว เพ่งพิศมันราวกับคิดถึงและโหยหามาตลอดชีวิต

ครั้งหนึ่ง คนผู้หนึ่งเคยบอกว่าบุหรี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เขากลับส่ายหน้าและพูดว่า...เขาพูดว่าอะไรนะ

เมทวินหลับตา ยิ้มขื่น ปล่อยให้ภาพความทรงจำผุดพร่างขึ้นมาทีละน้อยๆ

‘เพื่อนบ้าอะไร! เพื่อนที่พร้อมจะฆ่าเพื่อนได้ทุกเมื่อน่ะนะ เรียกว่าเป็นเพื่อนได้หรือ’ เขาดึงหล่อนมานั่งบนตัก ใช้วงแขนสอดรัดเอวคอดนั้นไว้ มืออีกข้างดึงบุหรี่ที่อีกฝ่ายคาบไว้ออก บดปลายที่สว่างวาบกับพื้นดินแล้วโยนทิ้งใส่ถุงพลาสติกซึ่งวางอยู่ไม่ไกล

‘ตอนนี้ฝนมีพี่แล้ว ไม่ต้องพึ่งบุหรี่แล้วมั้ง’

‘เอ๋...บุหรี่กับพี่หมอกเหมือนกันตรงไหนคะ’

เขาแนบศีรษะกับไหล่บาง นิ่งคิด

‘ฝนชอบสูบบุหรี่เวลาเครียด เวลาเหงาใช่ไหมคะ แทนที่จะสูบบุหรี่ก็หันมากอดพี่แทนสิ’ เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายระยับ ‘กอดพี่มีความสุขกว่าสูบบุหรี่ตั้งเยอะ’

คนฟังหัวเราะคิก พลางส่ายหน้าดิก

‘พี่หมอกเข้าข้างตัวเองอะ’

‘จริงๆ นะ...’ เขาพยักหน้าหงึกหงัก สีหน้าจริงจัง ‘ไม่เชื่อก็ลองดูสิ’

เด็กสาววัยสิบห้าหรี่ตาลง แก้มแดงปลั่ง หากแววตาทั้งขัดเขินและหวาดระแวง

‘จะแกล้งไรกันป่าว’

‘ไม่แกล้ง’

‘เมื่อก่อนอยากกอดจะตาย ไม่เห็นให้กอด’

‘ก็ตอนนี้อยากให้กอดแล้ว’

‘ไม่แกล้งแน่นา?’

‘ไม่แกล้งน่า’ พูดพลางยกมือเสมอไหล่ ‘อ้ะ...สัญญา’

คนตัวเล็กยังไม่ไว้ใจเสียทีเดียว ชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะโน้มตัวเข้าไปกอด สองแขนโอบรอบลำคอของเขา ใบหน้าซุกซบกับไหล่กว้าง

เมทวินเอียงศีรษะซบกับผมนุ่มสลวย มือข้างหนึ่งลูบไล้หลังของหล่อนอย่างแผ่วเบา

เสียงหายใจเต้นระรัวตอบรับสัมผัสนั้น

ความอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง และโอบล้อมหัวใจจนอิ่มเอิบ

‘เป็นไง ดีกว่าบุหรี่ไหม’

คนตัวเล็กยิ่งมุดหน้างุด

‘ว่าไง’

เมื่อคนตัวโตยังไม่ยอมแพ้ คะยั้นคะยอจะเอาคำตอบให้ได้ สายฝนจึงจำต้องตอบอย่างเสียไม่ได้

‘อื้ม’

คำตอบผะแผ่ว เบาเสียจนไม่ได้ยิน

‘อะไรนะ พี่ไม่ได้ยิน’

‘อื้อ’

หล่อนตอบเสียงดังขึ้นอีก แต่เมทวินก็ยังไม่พอใจ

‘ดังกว่านี้อีก’

‘อื้อ!’

คราวนี้หล่อนเงยหน้าตะโกนใส่หูเขา เมทวินถึงกับผงะ ใบหน้าเหยเก เห็นเช่นนั้นสายฝนก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ

‘หัวเราะพี่เหรอ หืม?’

‘ว้าย!’ หล่อนหวีดร้องเมื่อถูกเขาจู่โจม เมทวินกอดรัดหล่อนแนบแน่นและลงโทษหล่อนโดยการจรดปลายจมูกลงบนแก้มแดงระเรื่อนั้น

หอมนับสิบครั้งจนสายฝนที่ดิ้นขลุกขลักยอมแพ้

‘พอ...พอแล้ว ฝนยอมแล้ว’

เขาหัวเราะแผ่วในลำคอ หยุดการรุกราน แต่อ้อมแขนยังตระกองกอดหล่อนไว้

‘เมื่อไหร่ที่ฝนเหงา กอดพี่ได้ เมื่อไหร่ที่ฝนเสียใจ พี่ให้ฝนยืมอกกว้างๆ ของพี่ได้ เมื่อไหร่ที่ฝนอยากสูบมันก็แค่กอดพี่ไว้ แล้วฝนจะไม่โหยหามันอีก’

ตอนนั้นเขาปรารถนาให้หล่อนกอดเขาตลอดไป

หากวันนี้ อ้อมกอดที่อบอุ่น แสนหวาน ชวนให้ถวิลหานั้น...เนิ่นนานแล้วที่ไม่ได้สัมผัส

วันนี้อยากให้กอดเพียงใด คงไม่มีหวัง หล่อนเพียงต้องการผลักไสเขาไปให้พ้นๆ

ทั้งตัวหล่อน และลูก หล่อนไม่ปรารถนาจะเข้าไปข้องเกี่ยวอีก

เมทวินลืมตา ทอดถอนใจ ค่อยๆ แตะบุหรี่กับริมฝีปาก แล้วสูดมันเข้าไปจนเต็มปอด

ซ่า...

ฝนตกลงมา กระซ่านเซ็นถูกตัวเขา...เม็ดแล้วเม็ดเล่า

เขาตัวเปียก เริ่มหนาวสั่น หากยังยื่นมือออกไป รองรับห่าฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

สายฝน...เขารำพัน

เขาเคยเป็นเจ้าของสายฝนที่งดงามที่สุด ผ่านมาสิบปีเขาก็ยังหวังว่าจะได้สัมผัสกับความงามนั้น แม้จะยากเย็นเพียงใด เขาก็พร้อมจะรอด้วยความอดทน

ความคิดเห็น