พาราแรว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : C2 : อยากรู้ [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 514

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2561 01:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
C2 : อยากรู้ [50%]
แบบอักษร

เช้าวันนี้เป็นวันที่ฉันหัวหมุนแต่เช้าเพราะช่วงสายๆต้องไปเปิดโครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อคนไร้บ้าน และฉันจะไม่อยู่ไทยอีกเดือนถึงสองเดือนเพราะต้องไปทำงานที่สาขาเกาหลี จึงทำให้แต่ละแผนกเร่งรวบรวมจัดการส่งเอกสารมาให้ฉันเซ็น ทั้งแจ้งเพื่อทราบและขออนุมัติต่างๆ ระหว่างที่รอระบบเซ็นเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วเสร็จ หน้าที่เซ็นเอกสารเป็นตั้งๆแบบนี้จึงจำเป็นต้องทำทุกเช้าเฉกเช่นวันนี้ที่เลขายกมาให้ทำถึงที่โรงแรมที่เชื่อมกับตึกที่ทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า

“พี่ มานั่งทำงานอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไปทำข้างใน แล้วนี่ทานอะไรแล้วหรือยัง” พาร์ทเดินมาทักฉัน วันนี้น้องชายฉันมาในชุดนักศึกษา เพราะว่าเป็นวันรายงานตัววันแรกก่อนเปิดภาคเรียนจริง ดูจากการใส่ไทต์แล้วรู้เลยว่าเพิ่งจะเข้าปี 1 หลังจากออกจากการเรียนทหาร น้องชายฉันก็ทำหน้าที่เดินตามฝันทันทีนั่นก็คือสมัครเรียนเอกดนตรีโดยเฉพาะ ที่บ้านไม่ขัดอะไรเนื่องจากว่าเห็นพาร์ทมีความสุขแล้วก็ทำออกมาได้ดี พวกเราจึงสนับสนุนเต็มที่

“ยังไม่ได้กินอะไรเลย หิวอยู่เหมือนกัน นั่งทำงานเพลินไปหน่อยหนะสิ เร่งงานอยู่ ว่าแต่วันนี้ตื่นเต้นไหมไปรายงานตัวที่มหาลัย”

“เฉยๆครับ”

“ขอให้จริงเถอะ ดูจากการแต่งตัวเนี๊ยบขนาดนี้แล้วพี่ว่า ตื่นเต้นแน่นอน”

“ตื่นเต้นตรงจะได้เจอสาวๆ มากกว่าเข้าเรียนอีก”

“เลิกเจ้าชู้แบบนี้ซักทีเถอะ เดี๋ยวแฟนนายจับได้ขึ้นมา ระวังจะเลือดออกหัวนะ” ฉันบ่นน้องชายตัวแสบ

“เลิกแล้วครับๆ พี่มิ้นต์เพิ่งเลิกกับผมเมื่อคืนนี้เอง”

“อ่าว ไหงไปบอกเลิกกะทันหันแบบนั้นหละ เค้าจะไม่ว่าพี่เอาหรอไง ว่าพี่เป็นตัวเสี้ยมเนี่ย”

“ก็หลังจากที่เธอรู้ความจริงว่าผมเป็นน้องชายของพี่ เท่านั้นแหละ เธอก็ขอเลิกกับผมทันที”

ถึงว่าเถอะทำไมเช้านี้น้องมิ้นต์ถึงได้มาทำงานแต่เช้าแล้วขนเอกสารมาให้ฉันเซ็นเยอะขนาดนี้ ที่จริงคงจะรู้สึกผิดแล้วก็ขยันมาทำงานแทนสินะ เฮ้อ เด็กพวกนี้นี่จริงๆเลย

“เอาน่าอกหักก็ยังดีกว่าไปหลอกให้คนอื่นรัก” ฉันว่าพร้อมกับก้มลงทำงานต่อ

“พี่เองก็เข้าไปกินข้าวข้างในกับผมได้แล้ว เดี๋ยวผมช่วยยกเอกสารเข้าไปข้างในให้”

ฉันมองเอกสารทั้งหมดที่กองบนโต๊ะก่อนจะย้ายที่นั่งไปนั่งในห้องรับประทานอาหาร และให้น้องชายไปตักอาหารก่อนส่วนฉันก็นั่งอ่านเอกสารต่ออีกนิดก็ใกล้จะเสร็จแล้ว หลังจากที่น้องชายมานั่งที่โต๊ะฉันก็ลุกไปตักอาหารบ้าง แต่ทว่า

ปึ้ก ที่ตักอาหารดันชนกับช้อนตักของใครคนนึงเข้า ฉันจึงผายมือให้เขาตักก่อน แต่พอเงยหน้ามองเท่านั้นแหละ นายบ้ากาม คนเลวคนนั้นนี่เอง

“ตักก่อนเลยครับ” เขาบอกกับฉัน แต่ฉันสิแค่สบตากับเขาก็ได้ยินความคิดเขาที่มันบอกว่าอยากทักทายฉัน นี่คิดแผนชั่วๆอยู่สินะ จะมาทักทายฉันทำไม ตกลงจำฉันได้แล้วใช่ไหมหรือจำไม่ได้กันแน่ มันน่าน้อยใจนัก แล้วว่าแต่ฉันจะไปน้อยใจทำไมกับคนแบบนี้

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบกลับ ก่อนที่จะหันไปตักอย่างอื่นแทน ดันมากินข้าวเวลาเดียวกันอีก เซงชะมัด

“เออคือ คุณใช่คนเมื่อคืนไหมครับ” จู่ๆเขาก็ทักฉันขึ้นมา เล่นเอาฉันตั้งตัวแทบไม่ทัน ฉันค่อยๆหันกลับไปมองเขาอย่างช้าๆ ความคิดของตาบ้ากามตอนนี้นี่คืออะไรชมฉันขนาดนี้เลยหรอ นี่ถ้าเป็นคนหลงตัวเองฉันคงลอยไปแล้วหละ แต่เพราะรู้ว่าคำชมของนายฮายคนนี้มันเชื่อใจไม่ได้ก็เลยไม่ได้สนใจที่จะสนใจคำชมที่ได้ยินนั้นเท่าไหร่ หึ! ต้องการเข้ามาจีบสินะ แถมยังอยากรู้จักฉันอีก พยายามอ่านชุดยูนิฟอร์มบริษัทของฉันด้วยหรอ ไม่ง่ายอย่างที่นายคิดหรอก โรงแรมนี้บ้านฉันไม่ได้บริหารซะหน่อยก็แค่ร่วมหุ้นด้วย ไม่งั้นโรงแรมคงไม่ใช้ชื่อ Innovation หรอก จะไปถามใครในโรงแรมก็ไม่มีใครให้คำตอบนายได้หรอก ยกเว้นนายจะไปถามพี่เกื้อกูลหรือไม่ก็ผู้จัดการโรงแรมแต่โทษทีนะ ถึงนายไปถามผู้จัดการเขาก็ไม่ปริปากบอกนายหรอก เหอะ!

“เมื่อคืนตอนไหนคะ” ฉันแกล้งถาม เพื่อทำเหมือนกับว่าตัวเองใสๆ ไม่ได้สนใจคนรอบข้าง

“ในลิฟต์”

“ขอโทษทีค่ะ ฉันเข้าออกลิฟต์หลายรอบมากเลย ก็เลยไม่แน่ใจว่าตอนไหน ขอตัวนะคะ” ตอบแบบปัดๆแล้วเดินจากไปดีกว่า

“ตอนที่ warning ดังขึ้น” นายบ้ากามจำฉันจากเมื่อคืนได้จริงๆหรอ แล้วทีเรื่อง 5 ปีก่อนหรือแม้แต่เรื่องที่เกาหลีทำไมนายถึงจำฉันไม่ได้ หรือเพราะว่ามันนานไป

“อ๋อตอนนั้น ใช่ค่ะ ฉันเอง ตอนนั้นต้องขออภัยจริงๆที่ทำให้ตกใจ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามีข้อซักถามหรือว่าไม่พอใจการบริการของทางโรงแรมเราไหมคะ ดิฉันจะได้แจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ค่ะ”

ฉันทำทีเป็นพูด 2 แง่ 2 ง่าม ให้เขาไปตีความเอง และมันก็ได้ผลจริงๆ เขาคิดว่าฉันเป็นผู้จัดการโรงแรม แต่ตอนนี้เขาเริ่มเปลี่ยนใจเป็นตำแหน่งที่ต่ำกว่าผู้จัดการโรงแรมเสียแล้ว

“อ๋อ เปล่าครับ ผมก็แค่สงสัยว่าชั้นนั้นคือชั้นอะไรเฉยๆ เห็นมีมังกรสีทองด้วย สวยดี เผื่อว่ามีโอกาสจะได้มาพักบ้าง”

เห็นเป็นคนไม่สนใจอะไรแบบนี้ก็สังเกตเหมือนกันนะเนี่ย

“ชั้นนั้นปกติไม่อนุญาตให้แขกพัก เพราะว่าคือที่พักอาศัยส่วนตัวแบบ private ค่ะ”

“บ้านบนโรงแรมหรอครับ”

“ใช่ค่ะ บ้านของผู้ถือหุ้นใหญ่ ดิฉันไปส่งเอกสารที่นั่น ปกติที่โรงแรมจะไม่ให้ลูกค้าขึ้นไปนอกจากผู้ถือหุ้นและคนพักอาศัยในบ้าน หรือผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่ว่าเมื่อวานต้องขออภัยด้วยนะคะที่บกพร่องในหน้าที่ พอดีว่ามีเอกสารด่วนต้องเอาไปส่ง ถ้ายังไงต้องขออภัยคุณลูกค้าอีกครั้งนะคะ”

“อ๋อ ไม่เป็นไรครับ” แก้สถานการณ์ได้แล้วก็หันหลังไปตักอาหารต่อแล้วก็เดินกลับที่โต๊ะด้วยความโล่งใจ ถึงนายนั่นจะรู้หรือไม่รู้ว่าพี่ชายเราถือหุ้นที่นี่ แล้วพวกเราก็พักอาศัยอยู่ที่นี่ แล้วยังไงกัน ในเมื่อนายฮายบ้ากามคนนี้ก็ไม่ได้จะมาไทยตลอดซะหน่อย อย่าไปกลัวเลยน่าพิชชา นายนี่คงไม่ทำอะไรโจ่งแจ้งที่ประเทศไทยหรือที่สาธารณะหรอกน่า ขนาดยืนต่อหน้ากันแบบนี้เขายังจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำไปจะกังวลทำไมกัน

ฉันนั่งกินข้าวกับน้องชายและพูดคุยกันปกติถึงเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเราก็จะปรึกษาและคุยกันทุกเรื่องไม่ว่าจะเรื่องแฟน เรื่องเรียน แม้จะอายุห่างกันมาก แต่ฉันก็ได้ยินเสียงความคิดของน้องชายตลอด ดังนั้นก็จะถามไถ่เขาเสมอ แม้เขาจะดื้อไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นเอาไม่อยู่ โชคดีที่น้องชายฉันเป็นคนที่พูดได้ เตือนได้ ไม่โกรธแถมยังรับฟังและเก็บไปคิด อย่างบุหรี่ฉันก็ไม่ห้ามน้องสูบนะ ให้สูบได้ขอแค่อย่ามีกลิ่นรบกวนก็พอ แต่สุดท้ายพอน้องเห็นอาการฉันเมื่อคืนแล้ว ตอนที่เข้ามาลูบหลังให้ฉันฉันก็ได้ยินความคิดของน้องที่บอกมาว่าจะเลิกสูบบุหรี่แบบสูบมีกลิ่นเหม็นๆ และจะหันไปลองบุหรี่ไฟฟ้าที่มีกลิ่นหอมกว่านี้แทน เฮ้อ!! เป็นไงหละแสบไหม ตาพาร์ทหนอตาพาร์ทช่วงวัยรุ่นก็แบบนี้แหละยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ สู้อยู่เป็นเพื่อนข้างๆให้คำปรึกษาไปเรื่อยๆและให้เห็นข้อดีข้อเสียด้วยตัวเองดีกว่า ขืนไปห้ามอะไรมากๆมีแต่จะดื้อและไปแอบทำอะไรนอกลู่นอกทางไปอีก

หลังจากกินข้าวเสร็จฉันให้เลขาบอกให้พนักงานรับส่งเอกสารที่ตึกมารับเอกสารกลับด้วยเพราะว่าฉันตรวจเสร็จหมดแล้ว หลังจากนั้นฉันกับพาร์ทก็ลงไปรอรถข้างล่างซึ่งข้างหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยรถที่มารอรับศิลปินเกาหลี นั่นหมายความว่าอีกไม่นานวง ZoomZoom ก็คงจะลงมาแล้วสินะ ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะไปไหน คงมีแสดงคอนเสิร์ตไม่ก็งานอีเว้นอะไรสักอย่างแหละถึงได้เดินทางตั้งแต่เช้าแบบนี้ ส่วนฉันก็ให้พาร์ทเอารถฉันขับไปมหาวิทยาลัยที่อยู่ชานเมือง เพราะน้องเพิ่งจะได้ใบขับขี่มาเมื่ออาทิตย์ก่อนและที่บ้านเองก็มีรถหลายคันจึงไม่จำเป็นต้องซื้อคันใหม่ ฉันเองก็เพิ่งออกรถมาใหม่แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ขับเท่าไหร่ก็เลยยกให้พาร์ทเอาไปใช้แทน

ระหว่างที่ยืนรอรถที่พนักงานไปขับมาให้จากที่จอดรถชั้นบนของตึก สมาชิกในวง ZoomZoom เริ่มทยอยขึ้นรถกันแล้ว แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ฉันก็ยังไม่เห็นนายฮายเจ้าบ้ากามนั่น ขอให้รถฉันมาก่อนที่เจ้าบ้านั่นจะมาถึงเถอะ ขี้เกียจเจอหน้าแล้ว

"พี่ให้รถไปใช้เลยนะ ขับดีๆหละ อย่าใจร้อน อย่าขับไวให้มากนัก เข้าใจไหม" ฉันบอกน้องชายของตัวเอง

“ครับผม บ่นยิ่งกว่าแม่อีกนะเนี่ย จนผมเริ่มสงสัยละว่าผมเป็นลูกพี่อีกคนหรือเปล่านะ”

“เดี๋ยวเหอะ กวนตีนแต่เช้าเลย ตั้งใจเรียนด้วยนะ” ฉันดึงน้องชายมากอด

“ตั้งใจเรียนอะไรกัน ผมไม่มีเรียนวันนี้ ผมแค่ไปรายงานตัวและอบรม”

“จริงด้วย ลืม งั้นก็พกยาดมไปด้วยจะได้ไม่ง่วงที่ห้องอบรม อะนี่เอาไป” ฉันยัดยาดมใส่มือน้องชายของตัวเอง “พกไว้เวลาอยากสูบบุหรี่ก็เอาเจ้านี่มาดมแทน”

“พกยาดมอย่างกับคนแก่ ไม่เอาด้วยหรอก”

“เอาไปเถอะน่า พี่ว่าแกต้องได้ใช้แน่ๆ”

“มันเหมือนคนแก่อะ”

“แกก็ไปผลิตยาดมเองให้มันแบ๊วๆ ใสๆ แบบวัยรุ่นเขาดมสิ” ฉันบ่นน้องชายก่อนที่จะดึงมากอดอีกครั้ง “อย่าไปฉลองกับเพื่อนจนดึกมากหละ พี่เป็นห่วง” ฉันรู้ทันน้องชายตัวเอง เพราะได้ยินมันคุยโทรศัพท์นัดกันจะไปกินเหล้าหลังเลิกเรียนที่บ้านของไทม์

“รู้อีกแล้ว เอาเป็นว่าอาจจะดึก แต่ไม่เมา ขับรถกลับไหวแน่นอนครับไม่ต้องห่วง”

“อื้มตามใจ ยังไงก็ได้ขอแค่อย่ามีเรื่องชกต่อยกันจนต้องขึ้นโรงพักก็พอแล้ว ขี้เกียจไปตามประกันตัวเหมือนครั้งก่อนอีก เล่นไปชกหน้าลูกผู้ว่าเลย ดูแลตัวเองด้วยนะ”

“ไม่ชกใครง่ายๆแบบตอนนั้นแล้วหน่า ผมไปนะ”

พอคนขับรถขับรถเข้ามาจอดเทียบด้านหน้าของตึก พาร์ทก็เดินไปขอบคุณพี่คนขับแล้วก็ขึ้นไปขับรถแทน ดีมากน้องชายถึงจะเฮี้ยวขนาดไหนแต่ที่สอนเป็นประจำก็คือมารยาทและการมีน้ำใจกับคนอื่นๆนี่แหละ ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังพาร์ทก็มักจะนอบน้อมอยู่เสมอ หลังพาร์ทออกไปไม่นานนักรถที่บริษัทก็มารับฉันเพื่อไปงานต่อโดยมีน้องมินต์เลขาของฉันนั่งไปด้วย เกือบเจอกับพาร์ทแล้วไหมหละ เสี้ยววินาทีจริงๆเลย ฉันทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็ได้ยินเสียงมิ้นต์กังวลอยู่ตลอดเวลา ให้ตายเถอะอึดอัดชะมัดเลยเวลาได้ยินเสียงคนอื่นคิดเนี่ย ต้องหาเรื่องคุยซักหน่อยแล้ว

“เออน้องมิ้นต์เมื่อคืนซื้อชุดอะไรมาให้พี่อะ พี่ยังไม่ได้เปิดดูเลย”

“อ๋อ มิ้นต์ซื้อชุดแบบ Ariana Grande มาให้ค่ะ คุณชญาจะได้ทำทรงผมแต่งหน้าเลียนแบบได้ง่ายด้วย ชุดเหมือนใน MV เพลง Bang Bang เลยนะคะสีเงินเทา ไม่ได้เป็นสีขาวดำนะ แต่มิ้นต์คิดว่าเหมาะกับคุณชญามากค่ะ เซ็กซี่แน่นอน”

“พูดแบบนี้ทำเอาพี่ต้องเสิร์ชดูแล้วหละ จะใส่ไหวไหม 555+”

โชคดีที่ยังพอมีเรื่องคุยไม่งั้นคงนั่งอึดอัดด้วยกันทั้งวันแน่ๆ และมิ้นต์เองก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น หลังจากเสร็จงานแล้วฉันก็กลับมาที่โรงแรมอาบน้ำแต่งตัวโดยใส่ชุดที่เลขาอย่างน้องมิ้นต์ซื้อมาให้นั่นก็คือชุดแบบ Ariana Grande สีเทาชมพู พอใส่แล้วก็เซ็กซี่สตาร์จริงๆทั้งเอวลอยและกระโปรงสั้นมาก เอาเถอะใส่วันเดียวให้ยัยแววจอมขี้บ่นกรี๊ดเล่นๆ ถ้าจะให้กรี๊ดต้องทำทรงผมและแต่งหน้าให้เหมือนด้วย ฉันเปิดดู Youtube และแต่งหน้าตามทันทีเครื่องสำอางไม่ห่วงเพราะว่ามีเพียบ ฝีมือการแต่งหน้าก็พัฒนาขั้นเทพเพราะว่าต้องแต่งหน้าออกงานเองบ่อย ฉันงานยุ่งมากเบื่อการเข้าร้านแล้วก็ทำผม บางทีทุกอย่างต้องเสร็จในรถเพียงแค่ไม่กี่นาที และวิธีแก้ก็คือแต่งเองให้เป็นทุกลุคนี่แหละ ยิ่งช่วงไหนโปรแกรมลูกชายสุดที่รักปิดเทอมแล้วต้องติดสอยห้อยตามไปทำงานด้วยนี่นะ สกิลการแต่งหน้าก็ต้องควักมาใช้แบบด่วนจี๋ โชคดีมากที่พี่พอร์ชติดลูกชายจอมซน ถ้าไม่ติดประชุม ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนก็พาโปรแกรมไปด้วยตลอด แต่อย่าได้มีโอกาสที่ลูกชายจะมาหาฉันเชียวเพราะจะไม่ยอมออกห่างหรือให้ใครเข้าใกล้เลย ติดยิ่งกว่าลูกลิงเกาะแม่เสียอีก กว่าพี่พอร์ชจะล่อออกจากอกฉันได้ไม่ง่ายเลย

ฉันขับรถอีกคันไปที่ร้านของตังค์เพื่อไปงานปาร์ตี้ฉลองครบรอบ 2 ปีของบริษัทของแวว

“อ๊ายยยยย พิชชาจริงๆหรอเนี่ย จำเกือบไม่ได้แหนะ สวยมากกก” แวววิ่งฟปรี่เข้ามาหาฉัน

“เว่อร์มากเช่นกันนะ”

“เดินมาไกลๆนี่นึกว่า Ariana Grand มาเองนะเนี่ย มาๆถ่ายรูปกันหน่อย” แววลากฉันไปถ่ายรูปพร้อมกับแขกในงานคนอื่นๆ

“ให้ตายเถอะนี่คุณแม่แววท้อง 6 เดือนจริงๆหรอคะเนี่ย ใส่ชุดเป็นเอลซ่าเชียว มันเซกซี่สตาร์ตรงไหนถามหน่อย”

“ตังค์สิมันเลือก บอกว่าคนท้องห้ามใส่โป๊ ฉันเลยต้องมาใส่ชุดเอลซ่าเนี่ย แล้วดูนู้น ·ᴥ·ʔ ☞” แววชี้ไปที่ตังค์ ที่ตอนนี้กำลังเป็นช่างภาพถ่ายรูปคนในงานอยู่ “สามีฉันใส่ชุดอุนตร้าแมนแล้วใส่กางเกงในทับ คืออะไร จะโชว์ว่าของตัวเองใหญ่หรอ แต่ของเมียให้ใส่เอลซ่า มันใช่ไหมหวะ”

“เอาน่า อย่าบ่นมาก ปีหน้าจัดเต็มเลย อย่าเพิ่งเอาลูกช่วงครอบรอบบริษัทอีกหละ”

“ห้ามได้ที่ไหนกัน” แววลูบท้องแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเขินๆ ฉันได้ยินความคิดมันแล้วก็อดขำไม่ได้ นางคิดว่าพอสามีชวนเข้าห้องนอนทีไรก็อดมีอะไรกันไม่ได้ทุกที แล้วก็ท้องตลอด แล้วนี่ก็ท้อง 2 แล้วด้วย

“จะเอากี่คนเนี่ย คุณแม่”

“เอาเท่าที่ไหวแหละ แต่คุณพ่อนี่สิจะเอาลูกไปตั้งทีมนักฟุตบอล เพลีย”

“12 คนเนี่ยนะ ʕ •̀ o •́ ʔ ”

“อืม ถ้านางเลี้ยงไหวก็ให้นางไปเถอะ”

“ก็ใช่ไง ทุกวันนี้นางก็เลี้ยงลูกเอง ฉันแทบไม่ต้องไปแตะเลย สบายมาก”

“อยากจะมีสามีแบบนี้บ้างจัง” ฉันว่า

“ก็รีบหาสิ หาพ่อให้น้องโปรแกรมสักคน เดี๋ยวฉันช่วยแสกนให้ดีไหม”

“โปรแกรมได้ร้องไห้บ้านแตกแน่ๆ” ฉันว่าพร้อมกับส่ายหน้าไปมา

“ฉันว่า ถ้าแกพูดกับเค้าด้วยเหตุและผลและเป็นคนที่โปรแกรมรับได้หรือเค้าเชื่อใจนะ ฉันว่าลูกไม่น่ามีปัญหาหรอก แต่ถ้าเป็นคนที่เค้าไม่ไว้ใจ ยังไงก็บ้านแตก ดูจากโปรแกรมแล้วเฮี้ยวไม่เบา เลือดพ่อมาเต็ม”

“อย่ากวนตีน ʕ; •`ᴥ•´ʔ”

“ก็ได้ๆ ไม่พูดถึงแล้วก็ได้ แต่ฉันยังจำได้ตอนมาเล่นที่ร้านแล้วทำจานของตังค์แตกไป300กว่าใบเอง นึกแล้วก็ขำ ทำหล่นแตกแล้วสนุกใหญ่เดินไปปาแตกอีก จำได้ว่าตอนนั้นตังค์หน้าซีดเลย เพราะต้องเตรียมงานลูกค้ารีบโทรหาโรงงานจากราชบุรีเอามาส่งเกือบไม่ทันแหนะ”

“เออจริงด้วย จำได้ เฮ้อ ซนมากเลยลูกฉัน ดีนะตังค์ไม่โกรธไม่งั้นฉันคงมองหน้าไม่ติด”

“ไม่โกรธหรอก ก็อุบัติเหตุเด็กไปดึงผ้าเล่นใครจะไปรู้ว่าจานที่วางไว้จะตกลงมาหมดหละ อีกอย่างตังค์เองก็รักเด็กเลี้ยงลูกเอง เค้าก็รู้อยู่แล้ว แต่แม่ของโปรแกรมนี่สิโหดเกิ๊น ลงโทษลูกด้วยการนั่งเก็บจานแตกคนเดียวห้ามใครช่วย แถมยังให้ไปซิตอัพอีก 100 รอบ แทนที่จะตีที 2 ทีไม่ก็ตักเตือนก็พอ”

“ไม่ได้หรอก แค่ตักเตือนเค้าไม่จำหรอกว่าความซนของเค้ามันทำให้คนอื่นเดือดร้อนขนาดไหน ต้องให้เค้าเห็นว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่เตือนว่าอย่าไปเล่นแถวนั้นบริเวณนั้นมันอันตรายยังไง อีกอย่างฉันเลี้ยงลูกมาไม่เคยตีนะ มีแต่ลงโทษให้ออกกำลังกายแบบนี้แหละ จะได้เจ็บเอง จำเอง”

“เดี๋ยวลูกฉันโตมาจะสั่งให้ทำแบบแกบ้าง ซิตอัพ 100 ทามพลีส 555+”

“เดี๋ยวเหอะ อย่ามาล้อเลียนนะ”

“ว่าแต่ตอนนี้ลูกแกมีซิคแพ็กยังเนี่ย ซิตอัพหนักขนาดนั้น”

“55555+ ขำแรงๆ ใช่เลยแก อยากจะบอกว่าความซนของลูกวัดได้จากหน้าท้องที่ลูกมี”

“หมายความว่ามีแล้วใช่ไหม”

“อืมใช่ ตลกมาก”

“ซนจริงอะไรจริง แต่เค้าเก่งนะทำได้ไง 100 ครั้ง ทีแรกฉันนึกว่าเค้าจะทำไม่ได้ ตังค์เห็นยังโอดแทนเลย”

“เค้าทำบ่อย เค้าเลยชิน นี่ยังคิดว่าถ้า 100 แล้วหายเจ็บจะเพิ่มเป็น 150 แล้วหละ”

“นั่นก็โหดไปไหม” แววว่าพร้อมกับส่ายหน้าให้กับฉัน

ฉันเลี้ยงลูกแบบโหดจริง เพราะโปรแกรมโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนโอ๋ และยังมีทุกสิ่งที่คนอื่นอยากมี เพราะฉะนั้นฉันไม่อยากเลี้ยงลูกด้วยเงิน อยากเลี้ยงเค้าด้วยเหตุผลมากกว่า ยิ่งถ้าเค้าโตก็ต้องมาสานต่อกิจการที่ต้องดูแลคนหลายพันคน จะให้โตไปแบบไม่เห็นหัวใครหรือมองไม่เห็นความทุกข์ของคนอื่นไม่ได้ ฉันร่วมงานกับแววจนดึก จนฉันเริ่มง่วงจึงขอตัวกลับเพราะเห็นว่าตอนนี้ก็เวลาเกือบๆ 5 ทุ่มแล้ว

“กลับแล้วนะแก ไว้เจอกันใหม่อีก 3 เดือน”

“ไปเกาหลีอีกแล้วสินะ คิดถึงจะแย่ ถ้าไม่ติดว่าตั้งท้องจะไปด้วยแล้ว”

“ไม่เป็นไร มีโอกาสไปเที่ยวได้ตลอดเลยจะมาทำหน้าเศร้าทำไม รอลูกแกคลอดค่อยไปก็ยังได้เลย”

“ฝากเที่ยวด้วยนะ”

“ฉันไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยวยัยบ๊องนี่”

“คนอะไรจับอะไรก็รุ่ง ก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด อิจฉาจริงๆเลย”

“ไม่ต้องมาอิจฉาหรอกน่า กลัวจะได้มาก็ไม่ง่าย เมื่อก่อนเงินในบัญชีทุกเดือนต้องเหลือเป็นเศษสตางค์ก็เคยมาแล้ว ตอนนี้พอมีโอกาสฉันก็แค่อยากช่วยคนอื่นไม่อยากให้ต้องมานั่งเครียดเรื่องเงินเหมือนฉันเมื่อก่อนอีก”

“บอกตามตรงแกโชคดีมากที่มีพี่ชายที่อัจฉริยะ และเทพการเขียนโปรแกรมแบบพี่พอร์ช ไม่งั้นนะ คงต้องกัดก้อนเกลือกันกินแบบเมื่อก่อนแน่ๆ แถมยังโดนโกงจากพวกฉวยโอกาสอีก”

“ฉันไม่ได้โชคดีที่มีพี่พอร์ชเป็นพี่ชายอย่างเดียวหรอก ฉันโชคดีที่มีลูกชายอย่างโปรแกรมต่างหากหละ”

“โอ้ย!! คนหลงลูก กลับบ้านดีๆนะ”

ณ โรงแรม Innovative Kingdom Hotel

ง่วงมากไม่ไหวแล้ว ตาจะปิด ฉันถอดส้นสูงใส่ถุง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรองเท้าสปอร์ตแทน เนื่องจากวันนี้แต่งตัวเซ็กซี่และไม่กล้าเดินผ่านเคาเตอร์กลัวจะเจอวง ZoomZoom เข้าหนะสิ รู้สึกรางสังหรณ์ไม่ค่อยจะดีด้วย เพราะเห็นรถมาจอดเทียบหน้าโรงแรม ไม่รู้ว่าเพิ่งมาถึงหรือว่ามาถึงนานแล้วด้วยสิ ฉันก็เลยตัดสินใจขับรถไปจอดเก็บ Zone Super Gold VIP ด้วยตัวเอง จะได้ไม่ต้องเสี่ยงเจอนายฮายคนบ้ากามนั่น zone จอดรถของ Zone Super Gold VIP จะมีทางเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคารโรงแรมแล้วก็ตึกทำงานของ Innovation เช่นกัน ระหว่างยืนรอลิฟต์ฉันก็ได้แต่หลับตาเพราะว่าง่วงหนักมาก โชคดีแค่ไหนแล้วที่ขับรถมารอดปลอดภัย ขนาดยืนยังจะผงกหัวหลับเลยให้ตายเถอะ

ตึ้งดึ่ง คนเกือบเต็มลิฟต์แหนะ แต่ก็ต้องเข้าลิฟต์แล้วหละไม่ยืนรอแล้ว ง่วงมากจริงๆ ขืนยืนรอต่อไปมีหวังได้นอนที่พื้นยันเช้าแน่ๆ ฉันแทรกตัวเข้ามาในลิฟต์และยืนอยู่ตรงที่กดลิฟต์พอดี รอบนี้ไม่ได้สั่งด้วยเสียงแม้ว่าลิฟต์จะทักทาย เนื่องจากว่าอยู่ตรงหน้าจอลิฟต์เลยเลือกสัมผัสด้วยมือแทน

“สวัสดีค่ะคุณพิชญา ขึ้นชั้นไหนดีคะ”

ฉันกดที่ชั้นรัตนสมบัติ ถึงจะใช้มือกดก็ต้องเป็นมือของคนในบ้านอยู่ดีนะ คนอื่นมากดก็กดไม่ได้ ระบบจะขึ้นว่า “คุณไม่มีสิทธิเข้าสู่ รัตนสมบัติ home” ประมาณนี้ คนลงลิฟต์ไปหมดแล้วเหลือแต่ฉันที่อยู่ในลิฟต์ ได้แต่พิงหัวตัวเองไปกับกำแพงลิฟต์ อันที่จริงพิงมาตั้งนานแล้วหละ ไม่นานนักลิฟต์ก็เปิดออกและฉันก็ลงจากลิฟต์เหมือนเฉกเช่นทุกที

“Warnning Warnning”

หืม! ทำไมถึงมีเสียงเตือนจาก Warnning ไฟสีแดงขึ้นหละเนี่ย ฉันรีบหันไปดูทันทีเมื่อมือกำลังจะสัมผัสประตูบ้าน

นาย ฮาย ZoomZoom!!!!! นายบ้ากาม นายตามฉันมาตอนไหนเนี่ย แล้วตามขึ้นมาทำไม

**พาราแรว เม้ามอยส์ฝอยนิยาย

เอาไงดีจ๊ะพิชชา จะเชิญ ฮาย ZoomZoom เข้าบ้านแล้วเปิดเผยตัวตนไหม หรือจะปล่อยให้สัญญาณดังจนยามขึ้นมาลากตัวเขาไปดี แต่จะว่าไปพี่ฮายของเรานี่ก็ร้ายใช่เล่นนะคะ Badboy แบบนี้จะเอาอยู่ไหมคะพิชชา

****แวะมาพูดคุยกับพาราแรว เกี่ยวกับนิยายและสอบถามนิยายของไรท์ได้ที่

Facebook Fanpage : พาราแรว

หรือ https://web.facebook.com/ppararaew

และฝากติดตาม IG : ppararaew ไอจีบ้าๆของไรท์เองจ้า >> update นิยายที่ ig story******

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น