Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 28

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2561 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 28
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 28

          แหมะ! แหมะ!


          หลังสิ้นเสียงคำรามของอาวุธปืนผมก็ผละสายตาออกจากมือที่เปื้อนเลือดของตัวเองก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบดวงตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างเย็นเฉียบด้วยร่างกายอันสั่นเทาไม่ต่างอะไรกับเหยื่อผู้อ่อนแอที่กำลังประจันหน้ากับสัตว์แสนดุร้าย ความรู้สึกหวาดผวาแล่นเข้ามาสู่จิตใจจนรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา แค่จะถือปืนไม่ให้สั่นผมยังทำได้ยากเลย


            “ทำได้แค่นี้งั้นเหรอ” คำพูดเยือกเย็นดังขึ้นจากคนตรงหน้า จีซัสทำเพียงจ้องมองผมด้วยดวงตาคมลึกที่ทำให้รู้สึกได้ถึงอันตรายเพียงเท่านั้น


            “ทะ ทำไม” ผมเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วพร้อมกับไล่สายตามองไปยังหัวไหล่แกร่งที่มีหยาดเลือดสีแดงเข้มผุดซึมผ่านเนื้อผ้า ทั้งที่ผมตั้งใจยิงที่หน้าอกข้างซ้ายนั่นแท้ๆ


            “ทำไมฉันไม่ตายสินะ” น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้าคมที่แสร้งเลิกคิ้วถาม หากแต่ความรู้สึกเยือกเย็นที่เกิดขึ้นรอบตัวกลับทำให้ผมแทบหยุดหายใจ ผมไล่สบกับดวงตาคู่คมด้วยความรู้สึกหวาดกลัว มือที่กระชับจับปืนคล้ายรู้สึกอ่อนแรงแต่ก็ยังฝืนจับมันไว้ทั้งที่เริ่มรู้สึกว่าจิตใจเริ่มดำดิ่งลงเรื่อยๆ


            “…”


            “เพราะนายมันอ่อนแอไงพระพาย” คำพูดเรียบนิ่งดังขึ้นอย่างไร้ความรู้สึก แววตาเยือกเย็นมองสบลงมาจนผมไม่สามารถสะกดกลั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป ความอ่อนแอที่สั่งสมไว้มันพรั่งพรูออกมาราวกับชีวิตที่ใกล้แหลกสลาย


            “ฮึก! ฮือออ!” ผมหลุดร้องเสียงสะอื้นไห้พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่ปลดปล่อยหยาดน้ำสีใสให้ไหลออกมาไม่ขาดสาย ร่างกายบางสั่นเทาขึ้นอย่างหนักก่อนที่ฝ่ามือบางเปื้อนเลือดของอีกฝ่ายจะค่อยๆ ปล่อยอาวุธเพียงหนึ่งเดียวให้ร่วงหล่นราวกับคนไร้เรี่ยวแรง


            แกร๊ง!


            “ฮึก! มะ ไม่จริง” ผมหลุดร้องอย่างคนเจ็บปวดพลางใช้มือเรียวบางยกขึ้นปิดใบหน้าของตัวเองเสมือนกับไม่ต้องการให้ใครบางเห็นความอ่อนแอที่เกิดขึ้น ผมทนรับความกดดันไม่ไหวอีกต่อแล้ว


            “ฮือออ!”  


            “โทษตัวเองซะ…ที่เป็นคนอ่อนแอ” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นที่ข้างหูก่อนที่เรียวขาบางทั้งสองข้างจะถูกจับยกขึ้นพาดไหล่แกร่งพร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่พาดทับลงมาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอขาว ไม่นานนักความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่แผ่นอกก็แล่นเข้าสู่สมองเมื่อคนตรงหน้าจงใจขบกัดมันจนเป็นรอยแดง


            “อึก…”


            ผมสะดุ้งเฮือกเรียกสติที่หลุดลอยไปเมื่อครู่ให้กลับมาหลังจากรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่คับแน่นสอดเข้ามาในช่องทางด้านหลังจนต้องกัดริมฝีปากระงับความเจ็บเอาไว้ ดวงตาฉ่ำน้ำเหลือบมองคนตรงหน้าผ่านซอกนิ้วก่อนที่ความรู้สึกเจ็บแปลบจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียววูบเมื่อเรียวนิ้วร้อนขยับรุนแรงจนโดนจุดกระสันภายใน


            “อ๊ะ!”


            เสียงหลุดร้องดังขึ้นเมื่อถูกอีกฝ่ายบดขยี้จุดอ่อนไหวจนร่างกายเริ่มดิ้นพล่าน สติของผมเริ่มกระเจิดกระเจิง สมองเริ่มพร่าเบลอ หัวสั่นคลอนไปกับแรงกระแทกกระทั้นที่ขยับเข้ามา จีซัสปรายตามองดวงตาเปรอะน้ำตาของผมนิ่งก่อนจะถอนนิ้วออกอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นแก่นกายบางเริ่มชูชันขึ้นมาอีกครั้ง


            “สัตว์เลี้ยงของฉันเสียใจงั้นเหรอ”


            “ฮึก… ผมจะฆ่าคุณ” ผมพูดขึ้นทั้งที่เหตุการณ์เมื่อครู่มันตอกย้ำได้เป็นอย่างดี ว่าคนอย่างผมมันอ่อนแอ


            “นายทำไม่ได้หรอก” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีทีท่าล้อเล่น


            ฝ่ามือแกร่งจัดการกระชับเอวผมให้เข้าตัวเองมากขึ้นก่อนจะเริ่มสอดใส่บางอย่างที่ใหญ่โตเข้ามาภายในช่องทางสีสวย ความเจ็บแล่นริ้วขึ้นสมองจนต้องหลับตาแน่นและจิกเล็บลงแผ่นหลังหนาอย่างไม่คิดออมแรง


            “ฮึก… เจ็บ!” ผมหลุดร้องเสียงหลงก่อนจะอ้าปากกัดหันไหล่แกร่งของหัวหน้าแก๊งซือหลิวเต็มแรงด้วยความเจ็บ จีซัสหยุดชะงักไปเพียงนิดก่อนจะสอดใส่ตัวตนเข้ามาจนสุดอย่างไม่คิดสนใจผม


            สวบ!


            “อ๊า!” ผมสะดุ้งร้องจากความเจ็บที่ได้รับ คนร่างสูงเริ่มกระแทกสะโพกสอบเข้ามาอย่างรุนแรงจนผมหัวสั่นคลอน ปลายเล็บบางจิกเข้าที่แผ่นหลังแกร่งข่วนจนมันเป็นรอยพร้อมกับฟันซี่สวยที่ขบกัดหัวไหล่คนตรงหน้าราวกับระบายความเจ็บปวดที่ได้รับ


            ปึ่ก! ปึ่ก!


            “อ๊ะ! อื้อออ!” เสียงร้องครางดังขึ้นอย่างไม่อาจสกัดกลั้นเอาไว้เมื่อคนร่างสูงจงใจกระแทกตัวตนเข้ามายังจุดกระสันไหว ชั่ววูบหนึ่งผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศเย็นเยือกพร้อมกับเอวบางที่ถูกฝ่ามือหนาบีบจับมันแรงขึ้น ผมสะดุ้งบิดตัวหนีอย่างเจ็บแปลบแต่ก็ไร้ผล


            “อย่า! จะ เจ็บ!” ผมหลุดร้องปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลลงจนเปียกชื้นหัวไหล่แกร่ง ดวงตาคู่สวยเริ่มพร่าเลือนจ้องมองผนังกำแพงตรงหน้าที่โยกไหวตามสายตาด้วยหัวที่เริ่มขาวโพลน


            “อ๊ะ! อ๊า!”


            จีซัสขยับสะโพกสอบกระแทกถี่รัวอย่างรุนแรง จนผมรู้สึกเหมือนจะหมดแรงขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยจิกเล็บข่วนแผ่นหลังกลับกลายเป็นแค่ลูบไล้มันเพียงเท่านั้น ฟันซี่สวยที่เคยอ้ากัดหัวไหล่แกร่งในตอนนี้เหมือนแค่ขบเม้มมันเบาๆ ผมหลับตาลงรับสัมผัสแสนเจ็บปวดก่อนจะผวาเฮือกเมื่อแก่นกายของตัวเองถูกกระตุ้นจากคนตรงหน้าและปลดปล่อยหยาดน้ำสีขาวขุ่นออกมาจนเลอะหน้าท้องบางเต็มไปหมด


            ปึ่ก!


            “อ๊ะ!”


            “มันยังไม่จบ” น้ำเสียงทุ้มเข้มกระซิบบอกที่ข้างหูก่อนจะขบกัดมันลงมาจนรู้สึกเจ็บแปลบนิดๆ


            สัมผัสวูบวาบเสียดวูบเข้าสู่ช่องทางด้านหลังตลอดทั้งคืน ผมส่ายหน้าดิ้นพล่านด้วยความเสียวซ่าน วงหน้าสวยเริ่มซีดเผือกชื้นเหงื่อแต่ก็ไม่สามารถหยุดแรงอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ เนิ่นนานหลายชั่วโมงที่ถูกกระทำอยู่แบบนั้น จนกลายเป็นผมเองที่ทนไม่ไหวพร้อมกับสติที่หลุดลอยไป


..

..


JISUS PART

            ผมมองคนใต้ร่างด้วยแววตาเรียบเย็น ใบหน้าเนียนสวยซีดเผือกขึ้นอย่างน่ากลัว ถ้าเป็นคนอื่นมาเห็นคงได้กระวนกระวายหาทางรักษา แต่ไม่ใช่กับผม…


            “ไม่ไหวสินะ” ผมพึมพำขึ้นพร้อมกับไล่ปลายนิ้วสัมผัสเปลือกตาบางที่พับปิดสนิท


            ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นึกว่าจะทำให้ผมแปลกใจได้สักหน่อย น่าเสียดายที่คนร่างบางยังลังเลที่จะฆ่าผม ถึงแม้ปลายกระบอกปืนนั่นเล็งยิงมาที่หน้าอกข้างซ้ายแต่เจ้าตัวก็ยังหลับตาหนีความเป็นจริง การที่ปืนมันจะลั่นจนถากไปโดนแค่หัวไหล่ผมมันก็เป็นปกติเมื่อคนยิงเกิดอาการกลัวขึ้นมา


            “อื้อ!” เสียงหลุดร้องแผ่วเบาดังขึ้นจากลำคอของคนใต้ร่าง เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นราวกับพบเจอฝันร้าย ผมไล่สายตามองวงหน้าขาวนิ่งก่อนจะผละแก่นกายออกจากคนร่างบางที่ปลดปล่อยใส่ไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

            “หลับซะสัตว์เลี้ยงของฉัน”


            ผมพูดก่อนจะยกมือขึ้นเตรียมสัมผัสที่ศีรษะของอีกฝ่าย หากแต่ความรู้สึกบางอย่างกลับทำให้ผมหยุดชะงักการกระทำอันน่าสะอิดสะเอียนนั่นก่อนจะตัดสินใจผละตัวออกห่างแล้วคว้าคนใต้ร่างขึ้นสู่อ้อมแขน สองเท้ายาวจัดการก้าวเดินไปยังเตียงกลางห้องพร้อมกับวางคนร่างบางลงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง


            ดวงตาคู่คมกวาดไล่มองทั่วร่างขาวบางที่ตอนนี้เต็มไปด้วยร่องรอยแดงจากฝีมือของผม เพียงเท่านี้พระพายก็จะไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกเพราะข้อตกลงระหว่างเรามันสิ้นสุดลงหลังจากที่คนตรงหน้าไม่สามารถฆ่าผมได้


            “ถ้าจะโทษก็โทษที่ตัวเองอ่อนแอเถอะพระพาย” ผมพูดขึ้นกับคนที่ยังไม่ได้สติ ร่างกายหนาตัดสินใจผละออกห่างจากคนร่างบางก่อนจะเดินไปอาวุธสีดำวาวที่ตกอยู่บนพื้นมาถือเอาไว้นิ่ง


            ผมจะทำทุกวิถีทางให้เด็กนี่รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ขัดขืนผม ความอวดเก่งอะไรนั่นถึงผมจะไม่ได้รังเกียจแต่ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดกับแค่เห็นทาสที่ซื้อมาคุยกับลูกน้องของตัวเองความหงุดหงิดก็แทรกเข้ามาจนควบคุมเอาไว้ไม่อยู่ เป็นครั้งแรกที่เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้น


            แกร็ก!


            เสียงลั่นไกปืนดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับดวงตาคมดุที่ตวัดมองทางประตูห้อง ฝ่ามือแกร่งกระชับอาวุธในมือแน่นก่อนจะยกขึ้นเล็งทางเป้าหมายเมื่อได้ยินเสียงก้าวเดินของใครบางคนผ่านหน้าประตู


            “พวกสอดรู้” ผมพึมพำขึ้นก่อนจะก้าวเดินไปทางประตูแล้วจัดการหมุนลูกบิดออก ดวงตาคู่คมกวาดไล่มองทั่วทางเดินระเบียงพลางขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นเมื่อไม่พบใครสักคน


            สัญชาตญาณของผมไม่มีทางผิดพลาด!


            ดวงตาคู่คมจ้องมองทั่วบริเวณห้องอีกครั้งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกพร้อมกับมือที่กระชับปืนเอาไว้แน่น


            “/ครับ/”

            “มีพวกยุ่งยากอยากสอดรู้เรื่องของฉัน” ผมพูดขึ้นเสียงเรียบแววตาคมกดลงต่ำแผ่บรรยากาศน่าอึดอัดทั่วบริเวณ


            “หาตัวมันแล้วฆ่าซะ”


         “/ทราบแล้วครับ/” ทันทีที่คำสั่งถูกถ่ายทอดออกไปลูกน้องคนสนิทก็ตอบรับทันทีผ่านน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใช่ว่าผมจะเป็นคนใจดี ต่อให้เป็นพวกคนในแต่ถ้ากล้ามายุ่งเรื่องของเจ้านายมันก็สมควรตาย


            “ฉันมีอีกอย่างให้นายทำ”


            “/พร้อมรับคำสั่งครับคุณจีซัส/” ต้าหมิงเอ่ยขึ้นหลังจากจบคำสั่งแรก สมกับเป็นคนที่อยู่ด้วยกันมานาน แค่สัมผัสน้ำเสียงของผมก็พร้อมจะจัดการได้ทุกเมื่อ


            “ฉันต้องการรู้เหตุผลที่สัตว์เลี้ยงคิดจะฆ่าฉัน”


            “/…/”

            “ไปหามันซะต้าหมิง”


            “/รับคำสั่งครับคุณจีซัส/” น้ำเสียงเรียบนิ่งตอบกลับก่อนที่ผมจะกดวางสายโทรศัพท์ในมือแล้วเหลือบมองคนในห้องที่ยังไม่ได้สติด้วยแววตาเรียบนิ่ง ผมเองก็มีวิธีที่จะหาคำตอบอยู่เหมือนกัน แต่คิดเหรอว่าทาสแสนดื้อคนนี้จะยอมบอกความจริง


            ต่อให้พระพายจะพูดว่าต้องการฆ่าผมเพื่อปกป้องคนสำคัญก็ตาม ผมไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่าคนสำคัญของสัตว์เลี้ยงคือเด็กที่กลายเป็นทาสของพวกแก๊งหลินจาง แต่แล้วยังไงล่ะ ในเมื่อผมไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกมันแล้วทำไมถึงคิดจะฆ่าผมเพื่อปกป้องเด็กนั่น


            มีอะไรบางอย่างที่แปลกไป…


            “นายกำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่พระพาย” ผมพูดขึ้นพร้อมกับแววตานึกสนุกที่ทอประกายออกมา หากแต่เพียงชั่วครู่แววตานั่นก็กลับไปเรียบนิ่งดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


..

..

PATRICK PART

          “จะให้ผมไปประจำที่ฮ่องกงงั้นเหรอ!” น้ำเสียงทุ้มเข้มตวาดกร้าวขึ้นอย่างขุ่นมัวเมื่อผู้กับกำที่ดำรงตำแหน่งสูงสุงในสำนักงานตำรวจเอ่ยขึ้นมาทั้งอย่างนั้น


            “มีปัญหางั้นเหรอผู้กองแพทริค” ชายวัยห้าสิบเลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หากแต่อารมณ์ครุกรุ่นที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ผมตัดสินใจยอมรับมันได้แต่โดยดี


            “ผมจะอยู่ที่ไทย” ผมยืนกรานเสียงนิ่ง คดีที่ผมรับผิดชอบกำลังจะสืบหาต้นตอมันได้ พวกพ่อค้าทาสเองก็ยังอยู่ที่ไทย ถ้าผมต้องถูกย้ายไปทั้งอย่างนี้เรื่องที่ทำมาก็จบกัน


            “เป็นคำสั่งจากเบื้องบนน่ะ”


            “แต่คดีค้ามนุษย์กำลังไปได้สวยนะครับ อีกไม่กี่วันเราก็จะบุกจับพวกมันแล้ว” ผมพูดขึ้นเสียงเครียด ใบหน้าหล่อคมขมวดมุ่นจ้องมองผู้กำกับวัยใกล้เกษียณผ่านสีหน้าเคร่งเครียด


            “เฮ้อ! คุณต้องหัดระงับอารมณ์บ้างนะผู้กอง”


            “ชิท!” ผมสบถหงุดหงิดก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมตัวเองขึ้นอย่างหงุดหงิด


            พรึ่บ!   


            “อะไรครับ” ผมไล่สายตามองซองเอกสารที่ถูกโยนลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าขมวดมุ่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบกับผู้กำกับที่ทำเพียงปรายตาบอกให้เปิดดูเท่านั้น


            “นี่มันอะไรครับ” ผมถามเสียงเครียดหลังจากตัดสินใจเปิดซองเอกสารแล้วไล่สายตาอ่านมันอย่างระเอียด


            “ข้อมูลของทาสที่ถูกประมูล ผมอยากให้คุณรับหน้าที่ช่วยเหลือพวกเขา”


            “แต่ถ้าพวกพ่อค้าทาสมันยังลอยนวล เด็กพวกนี้ก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี” ผมตอบกลับเสียงเข้ม ความเคร่งเครียดปรากฏบนใบหน้าหล่ออย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เสียงประตูจะดังขึ้นพร้อมกับร่างของเพื่อนร่วมคดีที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


            ก๊อก! ก๊อก!


            แอ๊ด!


            “ไงครับผู้กอง”


            “หยวน หยางเกอ” ผมกัดฟันเรียกชื่ออีกฝ่ายพร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นมากมายในหัว


            “เขาจะตามคุณไปทำคดีที่ฮ่องกงด้วย” น้ำเสียงเรียบนิ่งของผู้กำกับที่ดังขึ้นทำให้ผมหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว


            “ว่ายังไงนะครับ”


            “คุณฟังผมนะผู้กอง คดีนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ลำพังคุณจะทำได้ เราต้องช่วยกัน” คำพูดกับสีหน้าจริงจังของผู้กำกับทำให้ผมส่ายหัวไปมาอย่างตึงเครียด ดวงตาคู่คมไล่มองเพื่อนร่วมงานที่ยังคงส่งรอยยิ้มทีเล่นทีจริงมาให้ด้วยอารมณ์หงุดหงิดก่อนจะหันมาสบมองหน้าผู้กำกับอีกครั้ง


            “ผมต้องทำอะไรบ้าง”


            “หึ! เป็นคำถามที่ดี”


………………………………………………................................

ตอนนี้มากันทีสามพาร์ทเลย ผู้กองแพทริคมาแล้วววว

อยากตะโกนให้ดังๆ รู้กันเจ็ดบ้านแปดบ้านไปเลย ผู้กองคงไม่ได้น้อยใจไรท์อยู่นะ

เล่นไม่ให้บทโผล่ออกมาซะนาน ฮ่าๆๆ

ตอนนี้ก็ใกล้สิ้นปีแล้ว อีกไม่กี่วันจะคริสต์มาสแล้วด้วยค่ะ 

ไรท์ขอถือโอกาสนี้เป็นซานต้าครอสเปิดแจกของขวัญให้กับเหล่านักอ่านผู้น่ารักทั้งหลาย 

ตอบแทนที่ติดตามกันมาตลอดเลยนะคะ 

วันพรุ่งนี้จะเปิดกิจกรรมแจกของเล็กๆน้อยๆ ติดตามกันได้ที่เพจ Gardy - การ์ดี้ น๊าาา

..

..

To Be Continued

ความคิดเห็น