ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หนีตายครั้งที่ 5 หักหลัง

ชื่อตอน : หนีตายครั้งที่ 5 หักหลัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 552

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2561 22:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนีตายครั้งที่ 5 หักหลัง
แบบอักษร

บทที่ 5

หักหลัง

"มากันครบเเล้วนะ จะได้เริ่มประชุมกันสักที"

วัยรุ่นชายหน้าตาโหดเหี้ยมซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเอ่ยเสียงขรึมขณะไล่มองสมาชิกในทีมแต่ละคน แผลเป็นขนาดใหญ่บนใบหน้าบวกกับเเววตาคมกริบที่ดูเเข็งกร้าวหน่อยๆทำให้เด็กหนุ่มดูน่าขามเกรงมากยิ่งขึ้น

"เอาล่ะ ในเมื่อมาครบเเล้วก็เข้าเรื่องเลยเเล้วกัน พรุ่งนี้เราจะพาพลเรือนเข้าไปหาเสบียงในส่วนลึกของห้างฯที่เป็นเขตอันตราย และยังไม่เคยมีทีมไหนบุกเข้าไปถึงส่วนนั้นมาก่อน"

รองหัวหน้าทีมที่อยากจะชิงตำแหน่งหัวหน้าทีมใจจะขาดเอ่ยแทรกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

ถูกแล้ว กลุ่มติดอาวุธซึ่งมีสมาชิกเป็นวัยรุ่นชายทั้งหมดสิบคนนี้เป็นทีมหาเสบียง! ไม่ใช่ทีมช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ดังนั้นที่ช่วยเหลือคนระหว่างทางก็เพื่อเพิ่มแรงงานเท่านั้น ไม่ได้เพื่อช่วยเหลือแต่อย่างใด

"เฮ้ เดี๋ยวก่อน ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วนะ ระหว่างทางมาที่นี่เรามีคนนอกเพิ่มเข้ามาตั้งสามคน ลืมแล้วเหรอ พลเรือนคนอื่นคงพอเดาได้แล้วว่าพวกเราจะพาไปหาในจุดที่อันตราย แต่สามคนนั้นคงไม่รู้อะไรเลย แบบนี้พลเรือนพวกนั้นได้หลอกให้สามคนนั้นเข้าไปตายก่อนแน่ พวกแกจะทำแบบนั้นกับแม่ลูกอ่อนอย่างคุณเเจ็คกับธริมโม่ได้ลงคอจริงๆเหรอวะ!" 

เจเรมีท้วงขึ้น

"แกเงียบไปเลยนะเจเรมี! ยังไงเราก็พาพวกนั้นกลับไปที่ศูนย์อพยพไม่ได้อยู่แล้ว! ขืนพากลับไปด้วยเเล้วยัยผมทองลูกติดนั่นเกิดไปเตะตาบอสใหญ่ของพวกเราเข้าจะทำยังไง แกก็รู้นี่ว่ายัย 'เเอนนาเบลขาโหด' เล็งตำแหน่งนายหญิงของศูนย์เราอยู่ วีรกรรมของยัยนั่นแกไม่เคยได้ยินเลยหรือไง หนุ่มสาวหน้าตาดีในค่ายกี่คนเเล้วล่ะที่โดนยัยนั่นส่งไปตายนอกค่ายอย่างไร้เหตุผลน่ะ ขืนยัยนั่นรู้ว่าทีมเราพายัยผมทองนั่นเข้าไปในค่าย พวกผู้หญิงในครอบครัวเราคงซวยกันหมดแน่!"

วัยรุ่นชายอีกหกคนพยักหน้าเห็นด้วย มีเพียงเจเรมีกับเเบล็คที่ไม่เห็นด้วย    

"เเต่วันนี้... ที่ฉันเกือบโดนพวกซอมบี้กัด เธอช่วยชั้นเอาไว้นะ" เจเรมีเอ่ยเสียงอ่อน คุณธรรมในใจตีกันจนวุ่นวาย

วัยรุ่นชายหน้าโหดที่เป็นหัวหน้าทีมยังคงปิดปากเงียบ เหมือนกำลังใช้ความคิด ในขณะที่ลูกทีมที่เหลือและรองหัวหน้าทีมพากันทำท่าขัดอกขัดใจ

"โลกอยู่ยากขึ้นทุกวัน ก่อนนึกถึงคนอื่น แกควรนึกถึงตัวเองกับครอบครัวก่อนไหม แกก็รู้ว่าอาหารในศูนย์ลดลงทุกวัน ขืนแกพาพวกไร้ประโยชน์ไปเพิ่ม คงเป็นครอบครัวพวกเราที่ต้องระเห็จออกมาอยู่รอบนอกศูนย์! แกต้องการแบบนั้นเหรอเจเรมี!" 

เจเรมีถึงกับใบ้กิน เพราะลูกทีมที่พูดจาเห็นแก่ตัวออกมาเมื่อครู่โดยพื้นฐานเเล้วไม่ได้เป็นคนโหดเหี้ยมหรือเห็นแก่ตัวอะไร เเต่เพราะเกิดมาในโลกที่โหดร้ายทำให้ต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ เจเรมีทำอะไรไม่ถูกนอกจากหันไปมองชายหนุ่มหน้าโหด ก่อนครางเสียงเศร้าๆออกมา    

"พี่ครับ..."

ชายหนุ่มหน้าโหดขมวดคิ้วเมื่อสบสายตากับน้องชาย     

"เฮ้ย ‘เจมส์!’ ครั้งนี้แกอย่าได้ใจอ่อนเพราะความอ่อนต่อโลกของน้องแกเป็นอันขาดเลยนะโว้ย!"      

รองหัวหน้าทีมพูดขึ้นขณะมองเจเรมีด้วยเเววตาไม่สบอารมณ์

เจมส์เหลือบตามองคนพูด ก่อนเอ่ยสั่งเสียงเรียบเย็น 

"งั้นแกก็ไปฆ่าสองเเม่ลูกนั่นให้สิ้นเรื่องสิ้นราวซะเลยสิ ถ้าแกกล้าลงมือ เเค่นี้พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดบาป ส่วนแกก็กลับไปกอดลูกเมียด้วยสองมือที่แกเพิ่งฆ่าสองเเม่ลูกนั่นซะ"

รองหัวหน้าทีมหน้าถอดสีทันที "อ...อะไรวะ ทำไมฉันต้อง..."

เจมส์เเค่นเสียงใส่ "อะไร ความอวดดีเมื่อกี้ไปไหนแล้ว ...ฮึ สุดท้ายก็ดีเเต่ปาก"

รองหัวหน้าทีมที่ถูกประณามต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมลุกพรวดขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บเเค้นเเละอับอาย เเต่เมื่อถูกสายตาคมกริบของเจมส์จับจ้องก็ต้องค่อยๆนั่งลงด้วยความไม่ยินยอมแฝงความหวาดกลัว เพราะตำแหน่งหัวหน้าทีมค้นหาเสบียง ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆถ้าไม่มีดีจริงๆ

"โธ่เว้ย ก็เเล้วจะให้ฉันทำยังไงละวะ อย่างที่แกพูด ฉันมีลูกมีเมียรออยู่ที่ศูนย์ ถ้าฉันไม่ได้อะไรกลับไป ซ้ำยังพาคนนอกกลับไปเป็นภาระเพิ่ม พวกเขาก็ต้องลำบากไม่ก็อดตายน่ะสิ!" 

รองหัวหน้าทีมเอ่ยคล้ายปลุกปั่นเพื่อหาแนวร่วม

สมาชิกในทีมที่เหลือพากันทำหน้าขบคิดอย่างเคร่งเครียด และเมื่อคิดถึงหน้าครอบครัวซึ่งรออยู่ที่ศูนย์อพยพ ความคิดที่จะช่วยเหลือคนอื่นก็ถูกเเทนที่ด้วยความเห็นแก่ตัวในทันที

รองหัวหน้าทีมพยักหน้าพึงพอใจเมื่อเห็นเพื่อนพ้องที่เหลือมีท่าทางเห็นด้วยกับตน จนกระทั่งเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งพึมพำออกมาว่า

"เเต่จะว่าไปก็น่าเสียดายนะ สาวผมทองนั่นสวยขนาดนั้น ถ้าขายให้พวก 'ชนชั้นใน' คงได้ราคาดีไม่น้อยเลยล่ะ แกก็รู้ว่าตอนนี้ผู้หญิงเหลือน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ ราคาชายหญิงหน้าตาดีในตลาดตอนนี้น่ะสูงพอจะย้ายครอบครัวเข้าไปอยู่ในกำแพงชั้นกลางเลยเชียวล่ะ"

เจมส์ แบล็ค และเจเรมีเผยแววตารังเกียจ ขณะต้องทนฟังสมาชิกในทีมคุยเรื่องสารเลวกัน โดยที่ทั้งสิบไม่ได้ล่วงรู้เลยว่ากำลังถูกแอบฟัง

ฮึ!

ร่างปริศนาซึ่งซ่อนตัวอยู่ในช่องแอร์เหนือเพดานสบถเหยียดหยามเบาๆในลำคอ

ชายหนุ่มปริศนาคนนี้ก็คือชายหนุ่มตาสีเขียวมะกอกที่แจ็คเห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งก้มหน้าตัวสั่นเทาอยู่บนรถ แต่ตอนนี้ชายหนุ่มคนนั้นละทิ้งสภาพหนุ่มขี้ขลาดยิ่งกว่าเต่าหัวหดไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มท่าทางเกียจคร้านเบื่อโลกที่มีแววตาเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ

เจ้าของตาสีเขียวมะกอกไม่ได้ไว้ใจกลุ่มวัยรุ่นติดอาวุธที่สวมเครื่องเเบบทหารของศูนย์หลบภัยทิศบูรพานี่ตั้งเเต่เเรกเเล้ว เพราะเขานั้นไปมาระหว่างชั้นนอกกับชั้นในมานาน และข่าวคราวที่เขารู้มาคือศูนย์หลบภัยทิศบูรพานี้รับเงินก้อนใหญ่จากรัฐบาลสำหรับเป็นทุนช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเหมือนศูนย์อพยพทิศอื่นๆ เเต่ที่ศูนย์ทิศบูรพากลับไม่มีการส่งทีมค้นหาผู้รอดชีวิตมานานเเล้ว มีเเต่ทีมหาเสบียง กับทีมล่าสมบัติ

กลยุทธิ์ส่งพลเรือนออกมาทำประโยชน์เพื่อลดจำนวนปากท้องนั้นมีให้เห็นทุกศูนย์อพยพ เเต่ทางรัฐบาลออกกฎหมายชัดเจนว่าให้สงวนกลยุทธิ์นั้นไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลกลางก่อน และห้ามคนของศูนย์อพยพกระทำเองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ไม่คิดเลยว่าศูนย์อพยพทิศบูรพาจะกล้าฝ่าฝืนกฎเหล็กของรัฐบาลที่อาจส่งผลให้ศูนย์อพยพทิศบูรพาถูกรัฐบาลปล่อยเกาะเอาได้ง่ายๆ แต่เท่าที่เจ้าของดวงตาสีเขียวมะกอกรู้ บอสใหญ่ของศูนย์อพยพทิศบูรพาเป็นคนที่เข้มงวดในกฎระเบียบมากคนหนึ่งเลยนี่นา

หรือข่าวลือจะเป็นจริง?

ศูนย์อพยพทิศบูรพากำลังเกิดสงครามภายใน!?

เฮ้อ... ช่างเถอะ!

ชายหนุ่มตาสีเขียวมะกอกพลิกตัวเพื่อหยิบปืนสั้นที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าขึ้นมาเเละใส่ที่เก็บเสียง อีกมือหยิบเครื่องบันทึกภาพบันทึกเสียงขนาดจิ๋วเก็บใส่กระเป๋า

มือหนาเช็คสภาพความพร้อมของปืนก่อนเก็บซ่อนไว้ใต้เสื้อนอก เมื่อได้หลักฐานการทุจริตมาเเล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องเเสดงละครเป็นเต่าหัวหดเกาะติดกลุ่มนี้อีกต่อไป

และก็ไม่ใช่หน้าที่เขาที่ต้องเตือนหรือช่วยเหลือใครเช่นกัน

แต่ว่า...

*'*น้องชายๆ'

'!?'

'ชู่ว อย่าส่งเสียงนะ เดี๋ยวคนอื่นๆตื่น หิวไหม ดูเหมือนตอนที่พวกเขาแจกอาหารกันจะไม่มีอาหารส่วนของพวกเรานะ เอ้านี่ ช็อกโกแลตกับน้ำ พี่ให้ แต่น้องชายกินแอบๆหน่อยนะ ถ้าคนพวกนั้นรู้ว่าพี่มีเยอะเดี๋ยวจะเกิดเรื่องวุ่นวายตามมา'

'.........ข...ขอบคุณ พี่ชายรีบกลับไปหาลูกเถอะ ด...เด็กนั่นมองผมตาขวางแล้ว'

*'อ้าว ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย อ๊ะ ถ้าไม่พอก็มาขออีกได้นะ พี่กับลูกจะนั่งอยู่ตรงนั้น'* 

"............ฮึ!"

แล้วชายตาสีเขียวมะกอกก็หมุนกายเดินจากไป

โดยเดินฝ่าความมืดย้อนกลับเข้าไปในพื้นที่สำหรับนอนของพวกพลเรือน

เช้าวันรุ่งขึ้น

กลุ่มวัยรุ่นติดอาวุธทั้งสิบบุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้าในส่วนที่ลึกกว่าเดิม ตามเเผนคือให้เหล่าพลเรือนซึ่งมีหน้าที่ค้นหาเสบียงเข้าไปเพื่อรวบรวมอาหารเเละสิ่งจำเป็นมาให้ได้มากที่สุด

ชายหญิงวัยกลางคนกลุ่มนั้นอาจมาจากแหล่งอพยพที่เดียวกัน เเต่ก็ไม่นับว่าสนิทกัน เพียงเคยได้พูดคุยกันมาบ้างเท่านั้น ทำให้ยามหาเสบียงทุกคนจึงมีเเววตาเเสดงความเป็นศัตรูต่ออีกฝ่าย นั่นเพราะปริมาณเสบียงที่หาได้จะเป็นตัวกำหนดผลตอบเเทนยามกลับไปที่ศูนย์

หากได้กลับนะ

เเละถ้าไม่ได้อะไรกลับไปเลยก็เท่ากับการออกมาเสี่ยงตายครั้งนี้ศูนย์เปล่า เเต่จะขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ พวกซอมบี้ถึงยามปกติจะเชื่องช้า เเต่พอถึงเวลาจู่โจมก็รวดเร็วจนน่าหวาดกลัว

ถึงจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง เเต่เหล่าพลเรือนของศูนย์ทิศบูรพาก็พร้อมใจมองไปที่สมาชิกใหม่ทั้งสามของกลุ่มอย่างเเจ็ค ธริมโม่ เเละหนุ่มตาสีเขียวมะกอกด้วยเเววตาชั่วร้าย นอกจากคิดจะใช้ทั้งสามเป็นโล่กำบังเเล้ว คนโลภมากบางคนยังคิดจะเเย่งชิงสิ่งของจากศพของหน้าใหม่ทั้งสามนี้อีกด้วย

เป็นเรื่องปกติที่คนนอกมักถูกกำจัดเพื่อลดปริมาณประชากร เพราะทรัพยากรที่ใช้เลี้ยงประชากรนั้นมีจำนวนจำกัด ต่อให้รัฐบาลฟื้นคืนกรรมวิธีการผลิตได้แล้วก็ยังไม่เพียงพอ จนประชากรต้องออกมาหาเสบียงที่หลงเหลือข้างนอกด้วยตัวเอง

เจเรมียืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อมองนาฬิกาข้อมือแล้วพบว่าใกล้ได้เวลาแล้ว เเบล็คที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็ได้แต่ตบไหล่ปลอบเพื่อนเบาๆ

'ได้เวลาเเล้วสินะ'

หนุ่มตาสีเขียวมะกอกผละจากกลุ่มหาเสบียงอย่างเเนบเนียน ในนี้ค่อนข้างมืด พวกกลุ่มหาเสบียงที่หวาดกลัวพวกซอมบี้ก็มัวห่วงเเต่ตัวเองจนไม่ทันสังเกตว่าใครหายไปแล้วบ้าง 

อาศัยความชำนาญส่วนตัวชายหนุ่มตาสีเขียวมะกอกจึงหนีออกมาได้อย่างง่ายดาย

เมื่อหลบออกมาถึงข้างนอก ชายตาสีเขียวมะกอกไม่วายหันกลับไปมองห้างฯครั้งหนึ่ง พอนึกถึงคนผมทองที่มีเด็กชายตัวเล็กเกาะติดไม่ห่างเเล้วก็ได้แต่คิดว่า

เขาช่วยสองแม่ลูกนั่นเท่าที่ช่วยได้แล้ว ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดวงของคนพวกนั้น

หนุ่มตาสีเขียวมะกอกคิดก่อนเดินจากไปอย่างเงียบเชียบราวไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

"เฮ้แบล็ค เจเรมี หัวหน้าเรียกพวกนายแหน่ะ เห็นว่าจะเปลี่ยนแผนนิดหน่อย" สมาชิกคนหนึ่งของทีมเดินมาตาม

เจเรมีตอบรับทั้งสีหน้าไม่สู้ดี ก่อนเดินตามไป

"รู้ไหม รองหัวหน้าทีมน่ะคิดใหม่แล้วล่ะ เห็นว่าจะพาสองแม่ลูกนั่นกลับไปศูนย์อพยพด้วย อ้อ เจ้าขี้ขลาดตาเขียวนั่นด้วยนะ" 

สมาชิกในทีมคนนั้นเปรยขึ้นขณะพาเจเรมีและแบล็คมาที่ห้องๆหนึ่ง

"จะจริงเหรอ เห็นไม่อยากพาคนไปเพิ่มขนาดนั้น" เจเรมีทำหน้าไม่เชื่อ ขณะเดินเข้าไปในห้องพร้อมแบล็ค ส่วนคนที่พามายืนอยู่แถวหน้าประตู

"ง่ายจะตาย ก็แค่ทำให้มีที่ว่างสำหรับรับคนสามคนกลับไป แค่นี้ก็หมดปัญหาแล้ว"

"หมายความว่ายังไง ที่ว่างอะไร?" เจเรมีและแบล็คหันกลับไปมองคนพูด ก่อนพร้อมใจกันผงะถอยหลัง เมื่อถูกสมาชิกในทีมคนนั้นเล็งปืนใส่ พร้อมเพื่อนในทีมอีกคนที่มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ดูจากสถานการณ์ น่าจะดักรออยู่แล้ว

"เล่นบ้าอะไรกัน" แบล็คเปิดปากถามเสียงขรึม ขณะยกมือขึ้นสองข้างตามที่สมาชิกในทีมทั้งสองสั่ง

สมาชิกในทีมทั้งสองหัวเราะชั่วร้ายอย่างคนอยู่เหนือกว่า 

"ไม่ได้เล่นเฟ้ย พวกเรากับรองหัวหน้าตกลงกันแล้วว่าจะพาสามคนนั้นกลับไปด้วย สาวสวยหนึ่ง เด็กชายหน้าตาดีหนึ่ง กับชายหนุ่มที่มีสีตาหายากอีกหนึ่ง น้ำหน้าอย่างพวกแกคงไม่รู้หรอกว่าสามคนนี้จะกลายเป็นสินค้าประมูลในตลาดมืดที่ได้ราคาดีมากขนาดไหน และเพื่อการนั้นพวกเราต้องกำจัดพวกแกสามคนเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับสินค้ามีชีวิตสามชิ้นนั้น"

"สามคน? พี่เจมส์!?" เจเรมีอุทานอย่างตกใจ

สมาชิกในทีมทั้งสองหัวเราะลั่น

"ป่านนี้พี่ชายจอมหยิ่งของแกคงถูกรองหัวหน้าเก็บไปแล้วล่ะ และเมื่อหัวหน้าทีมตาย รองหัวหน้าทีมก็จะเป็นคนคุมทีมแทน ส่วนอีกสี่คนที่เหลือก็คงไม่ปริปากถ้าไม่มีหลักฐาน เพราะหลังฆ่าพวกแกเราจะเอาศพพวกแกไปล่อพวกซอมบี้ จากนั้นก็คงไม่มีใครมองหารอยกระสุนบนศพที่ถูกซอมบี้รุมหรอกเนอะ"

"พวกแก!" เจเรมีกับแบล็คทำหน้าเคียดแค้น จากที่คิดจะลองคุยกันดีๆก่อนก็คงไม่จำเป็นแล้ว เพราะเพื่อนร่วมทีมสองคนตรงหน้าท่าทางจะถูกความโลภบังตาจนกู่ไม่กลับแล้ว

"เข้าใจกันหน่อยเถอะนะ พวกฉันเบื่อกับการต้องเสี่ยงตายแลก 'แต้ม' เล็กๆน้อยๆแล้ว พวกฉันอยากพาครอบครัวไปใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองชั้นกลางเร็วๆ"

สมาชิกคนหนึ่งพูดขึ้นทั้งรอยยิ้มไร้สำนึก ส่วนอีกคนแสยะยิ้มสารภาพความในใจออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง

"เอาจริงๆที่ฉันยอมร่วมมือกับรองหัวหน้านอกจากเพราะเงินก็เพราะหมันไส้แกกับแบล็คมานานแล้วด้วยนั่นแหละนะ"

ด้วยความที่หน้าตาดีมาก ทำให้เจเรมีและแบล็คเป็นที่นิยมของสาวๆในศูนย์อพยพ ดังนั้นจะมีคนอิจฉาหรือหมันไส้ก็ย่อมไม่แปลก แต่ก็ไม่คิดว่านั่นจะกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้คนฆ่ากันได้จริงๆ

"แล้วพวกแกจะต้องเสียใจ" แบล็คพูดเสียงขรึม

"ไม่มีทางหรอกว่ะ เอาล่ะ ลาก่อนนะ ฝากทักทายเจมส์ด้วย"

แล้วสมาชิกในทีมทั้งสองคนก็เหนี่ยวไกปืนทันที

ปัง!

ติดตามตอนต่อไป

หนึ่งคอมเมนท์หนึ่งกำลังใจนะคะ ขอบคุณค่า!

ความคิดเห็น