ปีกฝัน(Peakfan)

จะเป็นอย่างไร…เมื่อฟาร์ เพื่อนสนิทที่สุดของอันดาตั้งแต่อนุบาล กลับมาเรียนที่โฟลเบลตอนกลางเทอม และดูเหมือนว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอจะไม่ธรรมดาซะด้วยสิ แล้วแพมล่ะ…จะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

Chapter 7 : พระอาทิตย์สุดซี๊ด

ชื่อตอน : Chapter 7 : พระอาทิตย์สุดซี๊ด

คำค้น : นิยายวาย,ชายรักชาย,หญิงรักหญิง,โรงเรียน,รักวัยรุ่น,เฮฮา,ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2561 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 7 : พระอาทิตย์สุดซี๊ด
แบบอักษร

Chapter 7

พระอาทิตย์สุดซี๊ด


          “แพม…แพมๆๆ”

          เสียงเรียกเบาๆดังขึ้นในรุ่งสาง ขณะที่ทุกคนกำลังหลับอยู่ในนิทรา เด็กสาวหน้าเล็กจึงปรือตาขั้นมาพร้อมกับความงัวเงีย แพมขยี้ตาตัวเองแล้วเห็นหน้าตาลุกลี้ลุกลนของเพื่อนสาวที่เคยนอนอยู่ข้างๆ

          ตอนนี้อันดากำลังเดินวกไปวนมาอยู่รอบๆลานกิจกรรมที่ทุกคนนอนอยู่ และก็เดินกลับมาหาแพมอีกครั้ง

          "มีอะไรเหรออันดา" แพมงุนงง และลุกขึ้นตาม

          “ออกัสนะสิ”

          “ทำไมเหรอ…”

          “หายไปไหนก็ไม่รู้ ไอ้ธีมด้วย”

          อันดางุนงงมาก เพราะตื่นเช้ามาเธอคิดว่าอยากจะปรึกษาเรื่องกิจกรรมกับธีมสักหน่อย แต่เธอกลับหาเขาไม่เจอ รวมถึงน้องชายของเธอด้วย และเมื่อคิดย้อนไปเมื่อคืน เธอก็มัวแต่ยุ่งๆกับเรื่องที่พัก เลยไม่ได้สนใจพวกเขา และไม่คิดด้วยว่าพวกเขาจะหายไปแบบนี้

          “งั้นพวกเราไปตามหาพวกเขาดีไหม เผื่อว่าจะออกไปเดินเล่น”

          “อืมๆ”

          อันดาและแพมรีบเดินออกมาจากที่พักและมองไปรอบๆหมู่บ้านในยามรุ่งสาง แสงของพระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นภูเขามาเลยด้วยซ้ำ ทั้งสองจึงเดินดุ่มๆท่ามกลางแสงสลัว และด้วยหัวใจที่ร้อนรนของอันดาที่กลัวว่าจะเกิดอันตรายกับทั้งสอง เธอจึงวิ่งไปมารอบๆที่พักของชาวบ้าน โดยมีแพมวิ่งตามมาด้วย

          “แคร๊บ!!!!!!!”

          เสียงอะไรบางอย่างที่ดังออกมาจากชายป่า ทำให้ทั้งสองสาวหยุดวิ่งในทันที อันดาจึงรีบคว้าแขนแพมเอาไว้เพื่อความปลอดภัย

          “เสียงอะไรอ่ะ"

          “ไม่รู้สิ เราอย่าไปยุ่งกับมันเลยดีกว่า” อันดาตัดสินใจเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก แพมจึงขยับเข้าใกล้อันดายิ่งกว่าเดิม และดึงชายเสื้อของเพื่อนเอาไว้

                    “ตามหลังเรามาแล้วกันนะ”

                    อันดาบอกและปล่อยให้แพมเดินตามหลัง เด็กสาวจึงถือชายเสื้อของอันดาเอาไว้และเดินตามเหมือนลูกเป็ดที่กำลังตามแม่ เมื่อไหร่ที่อันดาผ่อนเสียงฝีเท้าลงเธอก็ทำตาม เมื่อไหร่ที่อันดาหยุดเธอก็หยุดตาม และดูเหมือนว่าเมื่อเธอทำแบบนี้ไปนานๆ…แผ่นหลังของอันดาที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ มันกลับเรียกร้องให้เธอเข้าไปหามัน และในที่สุด แพมก็พ่ายแพ้ต่อเสียงยั่วยุนั้น               

                    เด็กสาวผมสีน้ำตาลโผเข้ากอดอันดาจากทางด้านหลังและกอดเอาไว้จนแน่น แพมแนบใบหน้าและร่างกายชิดกับเพื่อนสาวอย่างที่ไม่เคยทำ และภาพที่เธอกับอันดาเคยจูบกันก็โผล่เข้ามาในความคิดของเธอ เธอจึงกอดอันดาแน่นขึ้นอีก และอยากจะกอดแบบนี้ตลอดไป เธอรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้อันดา และเธอไม่อยากให้อันดาอยู่ใกล้ใครเลยจริงๆ               

                    “โถๆๆๆ กลัวมากเลยสินะ กอดแน่นเชียว” อันดาหันมามองเพื่อนสาวที่กอดเธอจนแน่นและหัวเราะเบาๆ               

                    “อืมๆ กลัวมากเลย…” แพมหลับตาและก็พยายามเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับฟาร์ได้นานแค่ไหน และถ้าอันดาตัดสินใจเลือกฟาร์จริงๆ เธอก็จะไม่มีโอกาสทำแบบนี้อีกแล้ว               

                    “เด็กน้อยจริงๆเลยแพมเนี่ย” อันดาหันกลับมาหาเพื่อนสนิทคนใหม่ แพมจึงคลายกอดนั้นออก               

                    “ถ้าเหมือนเด็กน้อย…แล้วอันดาจะปกป้องไหมล่ะ” คำพูดนี้หลุดออกไปได้อย่างไรก็ไม่รู้ และมันเป็นคำขอที่มากเกินไปสำหรับเธอด้วย…โอยๆๆ พูดออกไปแล้วจะทำไงดีเนี่ย!               

                    “เด็กน้อยขนาดนี้ ยังไงก็ต้องปกป้องอยู่แล้ว” อันดายกมือขึ้นลูบผมเปียสองข้างของแพมแล้วฉีกยิ้ม

          “จริงนะ…” แพมตาโตทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

          “จริงสิ!” อันดายังคงมอบรอยยิ้มจริงใจให้เธอเสมอ แล้วถ้าวันหนึ่งอันดารู้ว่าเธอคิดไม่ซื่อกับอันดามาโดยตลอด อันดาจะรู้สึกอย่างไรนะ จะเกลียดเธออย่างที่เธอคิดเอาไว้หรือเปล่า

          “ไปต่อกันเถอะ”

          เด็กสาวหน้าสวยจับมือเพื่อนสนิทเอาไว้แน่น และย้ำว่าเธอไม่มีวันทิ้งแพม ทั้งสองจึงมุ่งหน้าสู่ถนนโคลนเพื่อตามหาออกัสและธีมต่อไป และไม่นานทั้งสองก็ถึงรถบัสคันใหญ่ที่ปราศจากผู้คน

          “ขึ้นไปดูข้างบนกันไหม เผื่อว่าพวกเขาจะอยู่ที่นั่น” แพมออกความคิดเห็น อันดาจึงพยักหน้าตาม

          “โอ๊ะ!”

          เด็กสาวทั้งสองรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแล้วหมอบลงข้างๆรถบัสทันที เมื่อสิ่งที่ทั้งสองคนเห็นขณะเปิดประตูรถบัสขึ้นไปคือ ชายหนุ่มสองคนที่กอดกันกลมอยู่บนเบาะรถ และดูเหมือนว่าทั้งสองจะกำลังหลับใหลอยู่ภายใต้ราตรีที่แสนหวานซะด้วย อันดาจึงรีบปิดประตูรถแล้วทำปากจู๋พร้อมกับทำตาโตเท่าไข่ห่าน

          “อะไรกันเนี่ย!” อันดากระซิบอย่างตกใจกับแพม ส่วนแพมก็ได้แต่อมยิ้ม

          “คือ…เขาสองคน…”

          “อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนกันแล้วอ่ะ” อันดาอ้าปากค้างและรู้สึกดี๊ด๊าเป็นที่สุด ส่วนแพมก็พยักหน้าเบาๆ

          “คงจะอย่างนั้นแหละ”

          “โหย ไอ้ธีม…มึงแน่มาก!”

          อันดายกมือปิดปากตัวเองอีกครั้ง และรีบพาแพมออกมาจากจุดเกิดเหตุ เพื่อมุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านและหลังจากนั้นทั้งสองก็ออกมาจากระยะที่สามารถกรี๊ดได้

          “อ๊าย!!!!!!!!!!!!!!!!! ไอ้ธีม!!!!!!!! ทำไมเราถึงดีใจกับมันมากเลยอ่ะ”

          อันดาแทบจะเต้นเมื่อรับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างออกัสและธีม เธอรับรู้ถึงสิ่งที่ทั้งสองรู้สึกต่อกัน เธอสงสารธีมทุกครั้งที่ออกัสทำให้ธีมเสียใจ และก็รู้สึกหมั่นไส้ทุกครั้งที่น้องชายไม่ยอมรับความรู้สึกของตนเอง แต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้ว มันลงตัวจริงๆแล้วใช่ไหม!!!!!!

          “ในที่สุดพวกเขาก็ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง น่ารักดีนะ” แพมก็ดีใจไม่แพ้กัน แต่แล้วก็หันกลับมามองตัวเอง…เมื่อไหร่เธอจะกล้าบอกความรู้สึกกับอันดาสักที หรือว่าตอนนี้…คือเวลาที่เหมาะสม

          “อันดา…” ในที่สุดแพมก็รวบรวมความกล้าและเรียกชื่อเด็กสาวที่กำลังจับมือของเธออยู่

          “แพม!!!!!”

          “อันดาคือว่าเรา…เรา…” แพมหลับตาปี๋และพยายามเรียกความกล้าอันน้อยนิดของตัวเองออกมา ยังไงตอนนี้เธอต้องบอกอันดาไปให้ได้ ไม่มีเวลาไหนดีเท่าเวลานี้อีกแล้ว

          “อันดา เราชอ…”

          “แพม!!!!!!! พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ไปดูกัน!!!!!!” คำพูดของอันดาแทรกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่ฉายอยู่บนใบหน้า และเด็กสาวก็กุมมือแพมวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

          เสียงฝีเท้าของทั้งสองที่วิ่งไปข้างหน้ายังดังไม่เท่าเสียงหัวใจของแพมที่เต้นโครมครามอยู่ภายในอก เพราะโอกาสที่เธอจะสารภาพรักกับเพื่อนสนิทได้หายไปอีกแล้ว เธอควรจะพูดออกไปให้เร็วกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้อยู่เรื่อย

          และในที่สุดทั้งสองก็หยุดอยู่ตรงเนินเล็กๆบนภูเขา อันดายกมือขึ้นป้องตาของตนเองพร้อมกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นพระอาทิตย์ดวงโตกำลังค่อยๆโผล่พ้นภูเขาออกมาอย่างน่าทึ่ง ส่วนแพมก็หรี่ตามองแสงจ้านั้น และรับรู้ถึงความอบอุ่นของพระอาทิตย์เช่นกัน และมันเป็นภาพที่สวยที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา

          “น่าประทับใจมากกกกกกกกก”

          อันดาทำหน้าเคลิ้มกับแสงสีทองที่เปล่งประกายแสนสวยเบื้องหน้า แพมเองก็ไม่ต่างกัน เธอมองแสงสวยงามพวกนั้นอย่างประทับใจ แต่สิ่งที่ทำให้เธอประทับใจยิ่งกว่าคือรอยยิ้มของเด็กสาวข้างๆที่กำลังจ้องมองแสงของพระอาทิตย์แสนสวยด้วยตาคู่โตและรอยยิ้มละมุน

          แพมจึงเก็บภาพนี้เอาไว้ในใจ และจดจำเอาไว้ว่านี่แหละคือภาพที่สวยที่สุดในชีวิตของเธอ… ภาพใบหน้าและดวงตาเปล่งประกายของอันดาตอนเห็นพระอาทิตย์ขึ้น


............................................................................................................

อร๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ทำไมไรท์เขินอ่ะ

รู้สึกดีจัง

ความรู้สึกเมื่อมองหน้าคนที่เรารัก

ในเวลายามเช้าที่เต็มไปด้วยแสงพระอาทิตย์อันอบอุ่น

อยู่ๆก็รู้สึกดีอ่ะ

กรี๊ด!!!!!!!!!

(ขอเวลาให้ไรท์กรี๊ดแปป)

5555

แล้วก็ดีใจด้วยที่ความรักของออกัสกับธีมราบรื่น

ว่าแต่ว่า จะมีอุปสรรคอะไรเกิดขึ้นอีกรึเปล่าน้า

ติตตามต่อตอนหน้าเลยคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น