ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2561 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

​“ชาลูก เจ็ดโมงแล้วนะ วันนี้มหา’ลัยเปิดวันแรก แม่ว่าอย่าไปสายจะดีกว่านะ” เสียงของนางประไพตะโกนบอกบุตรสาวที่กำลังนอนคลุมโปงอยู่บนที่นอน 

ชาลิณีย์พลิกตัวไปมาอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินนาฬิกาปลุกประจำบ้าน เธอไม่อยากจะลืมตาตื่นในตอนเช้าเลย ทั้งๆที่ได้นอนเต็มตื่นมาตลอดระยะเวลาปิดเทอมถึงหกเดือนเต็มแล้วก็ตาม 

“เดี๋ยวชาลงไป แม่เตรียมมื้อเช้าไว้เลย” ร่างบางตะโกนตอบแม่ก่อนจะลากสังขารเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้ทันไปปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัย 

หลังจากที่ใช้เวลาเกือบๆหนึ่งชั่วโมงในการอาบน้ำแต่งตัว ชาลิณีย์ก็พาร่างแบบบางในชุดนักศึกษาลงมาด้านล่าง 

“เฮ้ย ไอ้ชาแกใส่ชุดนักศึกษาแล้วโคตรน่ารักเลยอะ แบบนี้หนุ่มๆจะไม่ตามจีบเป็นพรวนเลยเหรอวะ” นริสาตาค้างพร้อมทั้งเอ่ยแซวเพื่อนสนิท 

“แน่นอนย่ะ” อีกฝ่ายทำท่าสะบัดบ๊อบใส่จนดูน่าหมั่นไส้ 

“ไม่ได้นะ แม่ห้ามลูกมีแฟนตอนเรียน นี่เพิ่งจะปีหนึ่งเอง ถ้าใครมาจีบก็บอกไปว่าหนูไม่ชอบผู้ชาย” ประไพได้ยินที่ลูกคุยกันก็หูผึ่งรีบชะโงกหน้าออกมาบอกทันที 

“ไม่เอาหรอกแม่ เดี๋ยวชาขายไม่ออกทำไง” 

“นั่นสิคะแม่ ไอ้ชามันสวยพริ้งขนาดนี้  หัวกระไดบ้านไม่แห้งอยู่แล้ว” 

“แม่นี่แหละจะคอยเช็ดให้แห้งเอง คอยดู” พูดจบก็หยิบมีดอีโต้ขึ้นมาชู ทำเอาสองสาวหัวเราะท้องคัดท้องแข็งในความหวงลูกของนาง

ชาลิณีย์หรือน้ำชาเป็นลูกสาวคนแรกของนางกับกานต์พงษ์ซึ่งเป็นสามี นางรักและตามใจลูกสาวคนนี้มากเพราะมาเกิดในช่วงที่นางพร้อมในทุกๆด้านพอดิบพอดี 

ชาลิณีย์เป็นเด็กเอาแต่ใจและดื้อรั้นพอสมควร แต่จะออกไปทางดื้อเงียบเสียมากกว่า มีเถียงบ้างประปรายแต่ก็ยังอยู่ในขั้นปกติ 

หลังจากที่ลูกสาวคนแรกอายุได้ราวๆสามขวบ นางก็ตั้งท้องชาคริตหรือชาร์ลลูกชายคนที่สอง ทั้งสองเป็นพี่น้องที่รักใคร่และสนิทสนมกันมาก ถึงจะอายุไล่เลี่ยกันแต่แปลกมากที่ทั้งคู่นั้นแทบจะทะเลาะกันนับครั้งได้ ต่างจากพี่น้องบ้านอื่นๆ 

ชาลิณีย์รักน้องชายมาก เธอยอมสละทุกอย่างให้น้องได้ทั้งๆที่เป็นคนหวงของสุดๆ ชาคริตเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อมีอะไรเขามักจะแบ่งปันพี่สาวเสมอ ทำให้สองพี่น้องคู่นี้รักกันตัวเป็นเกลียว 

ชาคริตมักจะชอบเล่าเรื่องต่างๆยามไปโรงเรียนให้พี่สาวฟัง และเมื่อใดที่เขาถูกแกล้งพี่สาวของเขาก็จะเป็นคนไปจัดการเด็กนิสัยไม่ดีพวกนั้นให้เอง 

“แม่จะไปหรือยังคะ เดี๋ยวจะสาย” เสียงของลูกสาวคนโตร้องถามแม่เมื่อเห็นว่าหายไปนาน นางประไพหลุดจากห้วงความคิดและรีบร้องตอบลูกสาวทันที

“จ้าๆ แม่กำลังเตรียมของอยู่ ชาไปสตาร์ทรถรอเลย” 


โตโยต้าคัมรี่สีบลอนด์เงินแล่นมาจอดหน้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง ส่งลูกสาวและเพื่อนลูกลงก่อนจะแล่นออกไปทันทีที่เอ่ยลากันเสร็จสรรพ 

“งานปฐมนิเทศจัดที่ไหนอะ” หันไปถามเพื่อนที่เดินงงๆอยู่ข้างกัน 

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะไอ้ชา แกเคยบอกฉันไม่ใช่เหรอว่าเห็นผ่านๆในเว็บมหา’ลัย” นริสาเอ่ยขึ้นเพราะจำได้เลือนลางว่าเพื่อนเคยบอก 

“เออๆ ฉันหาแป๊บ” ชาลิณีย์ก้มหน้าก้มตาเปิดหาและเดินไปด้วย เพื่อนที่เดินข้างๆก็ด้วยไม่มีใครมองทางจนกระทั่งไปชนเข้าไปรุ่นพี่สาวคนหนึ่ง

“โอ๊ย” ฝ่ายนั้นร้องเสียงดัง ก่อนจะตวัดสายตามองที่คู่กรณี “นี่ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือหรือไง ถึงได้มาเดินชนฉันเนี่ย” 

“ขะ ขอโทษค่ะ” ทั้งคู่ละล่ำละลักบอก โดยที่ยังไม่ได้เงยหน้ามองอีกฝ่าย

“ขอโทษแล้วฉันหายเจ็บปะ”  

“เอาน่าพีช จะไปเอาเรื่องอะไรมากมาย น้องเขากลัวหมดแล้ว” เสียงทุ้มนุ่มหูดูใจดีนั้น ทำให้ชาลิณีย์เงยหน้ามองทันที 

ใบหน้าหล่อเหลาราวกับดาราคนหนึ่งยืนข้างเจ้าของเสียงแปร๋นๆตรงหน้า คเชนทร์ดึงแขนแฟนสาวให้ออกห่างจากรุ่นน้องเพราะกลัวจะมีเรื่องมีราวกัน 

“เคนจะให้พีชยอมเหรอ มันมาชนพีชนะ แล้วนี่น้ำก็หกใส่เสื้อพีชหมดแล้ว” พีชญาไม่ยอมง่ายๆแต่ก็ถูกแฟนหนุ่มลากแขนออกไปจนได้ 

"ฝากไว้ก่อนเถอะ" ยังไม่วายตะโกนมา 

“น่ากลัวว่ะ” นริสาพูดขึ้นหลังจากที่รุ่นพี่สาวหายลับสายตาไปแล้ว 

“นั่นดิ นึกว่าจะถูกจับกินหัวแล้วซะอีก” 

“เออ แต่ฉันว่าเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสาย จะสิบโมงแล้ว” พอได้ยินคำเตือนของเพื่อน ชาลิณีย์ก็ตั้งสติได้และรีบเปิดหาสถานที่ที่จัดงานปฐมนิเทศทันที 

เมื่อทราบที่แน่ชัดแล้วก็รีบวิ่งกันสุดชีวิตเพื่อให้ทันเวลา มาวันแรกก็สายเลยเหรอเนี่ย ยัยน้ำชาเอ๊ยยย

คงเป็นเพราะความโชคดีเลยทำให้ทั้งคู่มาก่อนที่อธิการบดีจะกล่าวให้โอวาทเสร็จเพียงครู่เดียว ก่อนจะแยกย้ายนักศึกษาแต่ละสาขาออกเพื่อไปพบปะกับอาจารย์ประจำสาขาของตน 

ถึงแม้จะเรียนคณะเดียวกันแต่ทั้งคู่เลือกเรียนกันคนละสาขา ทำให้นริสาและชาลิณีย์ต้องแยกจากกันเพื่อไปพบปะเพื่อนใหม่ ชาลิณีย์เลือกเรียนสาขาการบินตามที่แม่ต้องการ แม้ใจจะไม่ได้มุ่งมาทางนี้แต่แรกแต่ก็ไม่ได้ต่อต้านแต่อย่างใด 

เมื่อมาถึงห้องเรียนที่จัดไว้ รุ่นพี่ปีต่างๆก็ต้อนรับน้องใหม่ด้วยความอบอุ่น ตั้งแต่มานั่งตรงนี้เธอยังไม่ได้พูดกับใครสักคน และไม่รู้ว่าจะคุยกับใครดี

แต่จู่ๆก็รู้สึกเหมือนถูกสะกิดจากทางด้านซ้าย จึงหันไปมองด้วยความสงสัยก็เห็นเจ้าของมือที่สะกิดเธอยิ้มให้ 

“หวัดดี เราชื่อหยกนะ เธอชื่อไรอะ” กุลธิดาแนะนำตัวและทักทายก่อน ตัวเธอเองไม่ใช่คนหยิ่งอะไรจึงตอบกลับอย่างเป็นมิตร 

“เราชื่อน้ำชา เรียกสั้นๆว่าชาก็ได้” 

“เราขอเป็นเพื่อนเธอได้ปะ เรายังไม่มีเพื่อนเลย” 

“ได้ดิ เราก็ยังไม่มี” บทสนทนากับเพื่อนใหม่จบลงเพราะรุ่นพี่แจ้งว่าจะมีการคัดตัวดาวเดือนสาขาเพื่อไปประกวดในระดับคณะและมหาวิทยาลัย 

ชาลิณีย์นั่งหาวหวอดๆอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่ได้สนใจว่าพวกรุ่นพี่จะเลือกใคร สายตาก็เหลือบมองเพื่อนกำลังส่องกระจกจัดทรงผมและนั่งหลังตรง กุลธิดาเป็นคนหน้าตาดีในระดับหนึ่ง ผิวพรรณขาวเนียนน่ามอง ผมสีน้ำตาลธรรมชาติยาวประบ่าปลายถูกดัดลอนเล็กๆให้น่ารักสมวัย หากโดนมองข้ามไปก็น่าเสียดายอยู่มาก 

แล้วก็เป็นอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจไว้ รุ่นพี่คนหนึ่งเดินมาชี้และพาเธอไปรอหน้าห้องระหว่างกำลังมองหาคนอื่นๆด้วย หล่อนมายิ้มให้ชาลิณีย์เล็กน้อยส่วนเธอก็ยิ้มตอบ 

“น้องชื่อไรคะ” รุ่นพี่คนเดียวกับเมื่อครู่เดินมาถามชื่อเธอ 

“นะ หนูเหรอคะ” ชี้มาที่ตัวเอง “ชาค่ะ” 

“ออกมาด้านหน้าหน่อยค่ะ” เธอถูกเลือกให้มายืนด้านหน้าเคียงข้างกับกุลธิดา อีกฝ่ายยิ้มแหยๆ ไม่นานก็มีเพิ่มมาอีกสองคน 

“สี่คนนี้พี่ขอรบกวนเวลาพวกเราสักสองอาทิตย์เพื่อคัดตัวดาวของสาขาเรา แต่ถ้าใครไม่สมัครใจขอถอนตัวได้นะ” 

“หนูขอถอนตัวได้ไหมคะ” ชาลิณีย์ยกมือ

“น้องติดขัดเรื่องอะไรคะ” 

“คือหนู... ไม่สะดวกอะค่ะ” เธอไม่อยากชิงดีชิงเด่นกับเพื่อนตนเอง แม้จะเพิ่งรู้จักกันวันแรกแต่อย่างไรน่าจะต้องคบหากันไปอีกนาน “ที่บ้านหนูเขาไม่ชอบให้ประกวดอะไรแบบนี้ค่ะ”

“แต่น้องมีออร่ามาก พี่ว่าเรามีแวว อยากให้ลองกลับไปคิดดูใหม่ มันไม่ได้ดีกับแค่ตัวน้องเองแต่มันรวมไปถึงหน้าตาสาขาและคณะด้วย” 

“จะถอนตัวก็ได้นะพี่ไม่อยากบังคับใจ” คำพูดที่เอ่ยออกมาตรงข้ามกับสีหน้าอย่างสิ้นเชิง “อีกอย่างที่พี่ต้องจริงจังขนาดนี้เพราะสาขาเราประกวดชนะแปดปีซ้อนแล้ว” 

 เพราะไม่อยากมีปัญหาเธอจึงจำต้องตกปากรับคำ 

“หนูไม่ถอนตัวแล้วก็ได้ค่ะ” อับจนคำพูดจะแก้ตัว จึงต้องตอบตกลงเข้าประกวด เธอหวังอย่างเดียวว่าจะไม่ใช่เธอที่เป็นคนโดนคัดเลือกไปประกวดต่อ 



สองสัปดาห์สำหรับการฝึกซ้อมคัดเลือกดาวเดือนประจำสาขาสิ้นสุดลง ทั้งสี่ถูกเรียกตัวไปประชุมเพื่อแจ้งว่าใครจะเป็นคนได้รับเลือก กุลธิดามาถึงใต้ตึกเรียนเป็นคนแรกตามด้วยเพื่อนอีกสองคนและสุดท้ายคือชาลิณีย์ 

“เฮ้อ ในที่สุดก็คัดตัวเสร็จสักที กลับไปฉันจะไปซัดหมูกระทะแล้วก็กินน้ำเย็นๆให้ชื่นใจ” ระหว่างที่ทำการฝึกซ้อมทุกคนจะต้องควบคุมอาหารและน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ อีกทั้งห้ามดื่มน้ำเย็นซึ่งข้อนี้เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน 

“ชาดูไม่ชอบอะไรแบบนี้เนอะ” กุลธิดาหันมาตอบยิ้มๆ 

“อือ ไม่ชอบเลย ไม่อยากเป็นด้วย” นี่คือคำตอบจากใจจริงๆ แต่คนฟังกลับรู้สึกว่าเธอเสแสร้ง

“เหรอ แต่ชาดูตั้งใจมากเลยนะเวลาพี่เขาสอน” 

“เราให้เกียรติพี่เขา ถึงเราไม่อยากเป็นแต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำตัวแย่ๆ” รู้ว่าอีกฝ่ายกระแนะกระแหน จึงตอกกลับนิ่งๆ 

“อ๋อ” รับคำสั้นๆแล้วเบือนหน้าหนีทันที 

ชาลิณีย์รู้ตัวมาสักระยะว่ากุลธิดาเริ่มไม่ชอบใจเธอเรื่องประกวด แต่หล่อนน่าจะรู้ดีว่าเธอไม่ได้เป็นคนเสนอตัวเอง แม้จะบอว่าถอนตัวได้แต่ในความเป็นจริงแล้วมันลำบาก และที่เธอยอมทำตามก็เพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีทางสู้อีกสามคนได้ สู้ให้ความร่วมมือให้มันจบๆไปเสียไม่ดีกว่าหรือ 

“ที่พี่เรียกมาวันนี้ทุกคนเองก็คงรู้ดีว่าเรื่องอะไร พี่ขอไม่อ้อมค้อมแล้วกัน ไม่ว่าใครจะได้เป็นดาวสาขาไปประกวดต่อ ก็ขอให้ดีใจกับเพื่อนและเป็นกำลังใจให้เพื่อนต่อไปนะ” เอ่ยเสร็จรุ่นพี่ทั้งหมดที่ช่วยดูแลน้องๆก็เดินมาหยุดตรงกลางระหว่างเธอและกุลธิดา 

“สองคนนี้เตะตาพี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น แถมตลอดสองอาทิตย์ก็ยังทำได้ดีทั้งคู่ แต่ตามที่พี่พิจารณาแล้วคนที่เหมาะที่สุดคือ...” ท้ายประโยคถูกเว้นไว้ให้ลุ้น กุลธิดายืดตัวนั่งหลังตรงและเตรียมลุกทันทีเมื่อชื่อออกมาเป็นหล่อน 

“น้องชาจ้ะ” รุ่นพี่สาวยื่นมือมาทางชาลิณีย์พลางดึงให้ลุกขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียว คนข้างกายนั้นหน้าเสียและซีดลงถนัดตา เมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หวัง

“ทุกคนชอบความเป็นกันเองของชามาก และพี่เองก็คิดว่าข้อนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบในการใช้ผูกสัมพันธ์กับคนอื่นๆ” รุ่นพี่อีกคนหนึ่งพูดขึ้น

เจ้าตัวยังงงๆกับเรื่องที่เกิดขึ้นและเป็นห่วงความรู้สึกเพื่อน เมื่อหันไปมองก็เห็นแววตาแข็งกร้าวมองอยู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแววตายิ้มแย้มสดใสยินดี 

“ดีใจด้วยนะชา” หล่อนอาจกัดฟันพูดเป็นได้ หากไม่เห็นแววตาเมื่อครู่ เธอก็คิดว่าเป็นยินดีกับเธอจริงๆ 

“ถ้าอย่างนั้นทุกคนแยกย้ายได้ แต่น้องชาอยู่ก่อน พี่ต้องนัดวันฝึกซ้อมกับน้องผู้ชาย” ทุกคนแยกย้ายกันกลับตามที่รุ่นพี่สาวบอก แม้ไม่อยากกลับแต่หล่อนก็ต้องยอมเพราะไม่มีธุระที่จะอยู่ต่อ ฝ่ายชาลิณีย์นั้นอยากกลับใจแทบขาดแต่ก็ต้องอยู่คุยธุระให้เรียบร้อยเสียก่อน

การนัดหมายวันและเวลาที่ซ้อมใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย หญิงสาวยกมือไหว้รุ่นพี่ทุกคนที่ช่วยดูแลเธอมาตลอดสองสัปดาห์และจะต้องดูแลเธอนับแต่นี้ไปจวบจนถึงวันที่ประกวดเสร็จเรียบร้อย

“เอ้อชา พี่ลืมบอกไป วันพฤหัสนี้เรามีไปเลี้ยงรุ่นพี่รุ่นน้องดาวเดือนกันที่ร้านเหล้า งานนี้ห้ามปฏิเสธนะ”

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เราต้องไปทำความรู้จักกับรุ่นพี่ปีอื่นๆไว้"

“ถ้างั้นชาชวนเพื่อนไปได้มั้ยคะ” หากไปตัวคนเดียวแม่เธอคงไม่ยอมแน่ๆ อีกเหตุผลหนึ่งคือกันเหนียวเผื่อเธอโดนมอมจะได้มีเพื่อนช่วย

“ได้สิ ใครอะ หยกเหรอ” 

“เปล่าค่ะ เพื่อนคนละสาขากัน” อย่างกุลธิดาน่ะหรือจะเข้าร้านเหล้า หล่อนเป็นกุลสตรีไทยอย่างแท้จริง ทั้งหน้าตาและการวางตัว อบายมุขทั้งหลายทั้งปวงขัดกับตัวหล่อนอย่างสิ้นเชิง 

“ได้สิ พี่คนอื่นๆเขาก็พาผู้มาหญิงมาทั้งนั้น เราไม่มีก็อาศัยเพื่อนแล้วกันนะ” อีกฝ่ายพูดไปหัวเราะไป

“ค่า งั้นชาลากลับแล้วนะคะพี่ๆ บ๊ายบายย” ไหว้ลาอีกครั้งก่อนโบกมือหย็อยๆพร้อมทั้งวิ่งไปหน้าตึกเมื่อเห็นรถยนต์คุ้นตามารับ 


​เปิดบทนำยังไม่มีอะไรมากนะคะ เกริ่นนำชีวิตนางเอกก่อนเจอพี่เคนเล็กน้อย ฝากพี่เคนไว้ในอ้อมอกรีดเดอร์ทุกท่านด้วยนะคะ รักกก

​ฆีตา 23/12/2018

ความคิดเห็น