อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

[ Episode 7 ] : บีบก็ตาย คลายก็รอด

ชื่อตอน : [ Episode 7 ] : บีบก็ตาย คลายก็รอด

คำค้น : the mission sniper 7

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 19:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 7 ] : บีบก็ตาย คลายก็รอด
แบบอักษร

​บทที่ 7

บีบก็ตาย คลายก็รอด


โอเว่นเดินไปตามโถงทางเดินเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องประชุมใหญ่ ตอนนี้โอดินเรียกทุกหน่วยงานเข้าประชุมพร้อมกัน ดูเหมือนว่ามันคงจะเป็นเรื่องสำคัญมากเสียจนเขาอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นเรื่องของลีโอ

"ขอโทษที่มาช้าครับ" หนุ่มหน้าหวานเอ่ยเสียงเรียบพร้อมก้าวขาฉับๆเข้ามาในห้อง หัวหน้าองค์กรและบุคลากรสำคัญต่างอยู่ประจำที่ของตัวเอง เขาเดินเข้าไปนั่งตรงเก้าอี้ระหว่างอลาโน่และหัวหน้าแผนกวิจัยอาวุธชีวภาพ

"เอาล่ะ...คงจะมากันครบแล้วนะครับ ผมขอเข้าเรื่อง" โอดินเดินปิดฉากเข้ามานั่งที่หัวโต๊ะเป็นคนสุดท้ายก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นสำคัญขึ้นทันที

ภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ถูกฉายขึ้นบนโต๊ะ ปรากฏร่างสูงที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี ภาพฉายสะท้อนให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว

"...ลีโอ เรนเดล" โอเว่นพึมพำชื่อเจ้าของรูปอย่างแผ่วเบา

"คนๆนี้คือ ลีโอ เรนเดล อย่างที่ทุกท่านทราบกันดี ผมเลือกส่งเขาเข้าไปให้ปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายในศูนย์วิจัยของอีธาน และเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาถูกอีธานจับตัวได้..."

เหมือนใจเขาถูกเข็มแทงนับพันเล่ม ความร้อนผ่าวบริเวณขอบตาทำให้เจ้าของเรือนร่างเล็กต้องเบือนหน้าลง ตอนนี้เขาไม่อยากรับรู้ ไม่อยากได้ยินอะไรอีกต่อไปแล้ว

การที่ถูกอีธานจับได้ โทษทัณฑ์ก็คือความตายสถานเดียว

"คุณกำลังจะบอกว่า การที่เราส่งลีโอเข้าไปมันสูญเปล่างั้นหรอ" หนึ่งในผู้เข้าประชุมอดจะถามสิ่งที่คิดไม่ได้

"ผิดแล้วครับ เราเป็นฝ่ายได้กำไรสุดๆเลยต่างหาก" โอดินพูดพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างพึงพอใจ การที่เขาส่งลีโอเข้าไปอย่างน้อยมันก็ไม่ศูนย์เปล่าซะทีเดียว ถึงแม้จะเสียบุคลากรคุณภาพไปแต่สิ่งที่ได้กลับมาช่างคุ้มค่า

"นี่คือโครงสร้างภายในศูนย์วิจัยที่ถูกส่งมาก่อนจะขาดการติดต่อกับลีโอไป นับว่าเป็นการเสียสละที่คุ้มค่า"

โอดินปัดภาพบนโฮโลแกรมเมื่อครู่ทิ้งก่อนจะเปลี่ยนมาแทนที่ด้วยรูปโครงสร้างใต้ดินที่มีฐานขนาดใหญ่ ภายในแบ่งเป็นห้องวิจัยขนาดเล็กใหญ่แล้วแต่การใช้งาน โอเว่นนั่งก้มหน้าปิดการรับรู้ทุกสิ่งอย่างจนกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง อลาโน่พึ่งสังเกตอาการผิดปกติของคนข้างๆทำให้ต้องสะกิดเรียก

"หือ..."

"ไปกันเถอะ ประชุมเสร็จแล้วนะ" อลาโน่พยุงเจ้าของเรือนร่างเล็กออกจากห้องประชุม เขาเหลือบมองใบหน้าครึ่งซีกของอลาโน่ก่อนจะตัดสินใจถามคำถามออกไป

"บอสว่ายังไงบ้าง"

"หืม? นี่นายไม่ได้ฟังเลยรึไง"

"อืม"

อลาโน่ลอบถอนหายใจออกมาก่อนจะยอมอธิบายรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟัง สุดท้ายโอเว่นก็สรุปได้ความย่อๆว่า อีกสิบห้าวันโอดินจะส่งคนเข้าไปวางระเบิดและขโมยตัวยาออกมา งานนี้คงได้มีนองเลือดกันยกใหญ่

"สิบห้าวัน? ไม่นานเกินไปหน่อยรึไง"

"ไม่หรอก นี่ก็ถือว่าเร็วสุดแล้ว"

"ยังไง"

"ศูนย์วิจัยลับของอีธานไม่ใช่เล็กๆสักหน่อย เรื่องหาทางเข้าไปวางระเบิดจากด้านในก็ต้องคิดคำนวณเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด ไหนจะต้องวิเคราะห์ระบบคุ้มกันที่โคตรจะไฮเทคอีก รวมๆแล้วกินเวลาแค่15วันนี่ถือว่าน้อยแล้วนะ"

"มีปัญญาทำได้แค่นี้เองหรอ หึ..." โอเว่นเค้นเสียงหัวเราะต่ำใส่คนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน อลาโน่อยู่ในแผนกจัดการข้อมูลซึ่งเป็นแผนกที่ต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่าง แต่นั่นก็ไม่ได้ครึ่งของลีโอด้วยซ้ำ!

"ใจเย็นๆสิ ถ้าบอสมาได้ยินเข้านายจะมีปัญหาเอานะ" อลาโน่กล่าวเตือนสติคนตัวเล็กกว่าเสียงแผ่ว หมอนี่คงจะคิดว่าถ้าเกิดโอดินได้ยินเข้าเขาคงจะมีปัญหาใหญ่แน่ๆแต่ใครจะรู้ละว่าคนที่อลาโน่กำลังคุยอยู่ด้วยคือลูกชายแท้ๆของโอดิน ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้โอเว่นแปลกใจสักเท่าไหร่

ในองค์กรมีคนรู้ไม่กี่คนว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลบรูช แม้แต่ลีโอเขายังไม่เคยบอก ที่ต้องยอมปิดบังตัวตนและเล่นละครสวมบทบาทเป็นเจ้านายกับลูกน้องก็เพราะเหตุผลที่โอดินกล่าวไว้

“เพื่อความปลอดภัยของตัวลูกเอง พ่อไม่อยากให้ลูกตกเป็นเป้าของคนที่คิดร้าย”

มันก็ถูกของพ่อเขา เราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าคนในองค์กรมีหนอนบ่อนไส้และน่าเชื่อถือได้มากแค่ไหน รวมถึงลีโอด้วย...

"ถึงห้องแล้ว ขอตัวนะ" โอเว่นพูดพร้อมกับรูดคีย์การ์ดประจำตัวก่อนจะเดินเข้าไปในห้องไม่แม้แต่จะหันมาสนใจอลาโน่อีก

เมื่อประตูห้องถูกปิดลง โอเว่นเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ร่างทั้งร่างของเขาทรุดลงแทบจะทันที น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้แต่แรกกลับไหลลงมาเป็นสายและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่ายๆ

"ฮึก...ลีโอ ไหนว่าจะกลับมาไง" เขาใช้มือปาดน้ำตาออกลวกๆ ในมืออีกข้างกำรูปถ่ายของเขากับคู่หูไว้แน่น ทั้งใบหน้าและน้ำเสียงของลีโอ เขายังจำมันได้ดี ทุกคำพูดทุกการกระทำในตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันเหมือนเป็นเพียงความฝันที่รอเวลาตื่น และไม่มีวันได้หวนกลับคืน...



♜ THE MISSION SNIPER ♜



ปังๆๆ!

"ตื่นได้แล้ว!" ลีโอค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เขาขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบจะเป็นปมเมื่อถูกเสียงทุบประตูรบกวนเวลานอน น้ำเสียงที่จงใจตะเบ็งให้ดูโหดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสิงโตขี้เซาต้องยอมแหกขี้ตาลุกขึ้นมานั่งในที่สุด

ความเจ็บระบมที่ช่วงล่างแล่นริ้วขึ้นมาอย่างกะทันหัน "ซี๊ดดดด...โอยๆ" ลีโอยันกายอันหนักอึ้งของตนขึ้นกำลังจะก้าวเดินไปที่ประตูห้องขังแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงโซ่เส้นใหญ่ล่ามข้อมือทั้งสองข้างไว้อยู่

"Ah...god damn it!" ร่างสูงของมือปืนหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ลีโอก็เข้าใจอยู่หรอกว่าตัวเขาเป็นเชลย แต่อีธานทำเขาแทบจะลุกไม่ได้นอนไม่หลับขนาดนี้ยังจะให้ล่ามโซ่กันเขาหนีอีกงั้นหรอ?!

ครืด

ประตูฝืดๆถูกผลักออกโดยฝีมือเลขาหนุ่ม โนเอลเดินย่างก้าวเข้ามาหาเขาพร้อมกับหญิงวัยกลางคน ก่อนที่เขาจะได้ถามอะไร โนเอลก็เป็นฝ่ายอธิบายขึ้นมาเสียก่อน

"นี่คือคุณอีฟ มาเดลิน เธอจะเป็นคนเข้ามาดูแลคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แล้วก็พยายามอย่าทำตัวมีปัญหาให้มากนะครับ ไม่งั้นคุณจะทำให้ผู้ดูแลซวยไปด้วย"

หญิงวัยกลางคนระบายยิ้มให้ลีโอเล็กน้อยก่อนจะเข้ามาทำความรู้จักกับเขาอย่างเป็นทางการอีกที

"สวัสดีค่ะคุณลีโอ ดิฉันอีฟ มาเดลิน" พูดจบเธอก็ยื่นมือมาเพื่อจะทักทาย

"ผมลีโอ เรนเดล" เขาไม่ปล่อยให้ผู้ดูแลคนใหม่ยื่นมือเก้อ รีบจับมือของคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่เขย่าทักตอบ

"เอ่อ...ว่าแต่ โซ่นี่..." เหมือนอีฟจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จึงจัดการปลดพันธนาการจากโซ่หนักๆเมื่อครู่ให้เขาเป็นอิสระทันที ลีโอออกอาการอึ้งนิดๆที่อีฟยอมไขโซ่ให้เขาอย่างง่ายดาย

"คุณอีธานบอกดิฉันมาว่าให้ปลดโซ่ให้คุณได้เลย แต่ที่คอห้ามเด็ดขาด"

"หือ..."

ลีโอทวนคำพูดที่อีฟบอกอีกทีก่อนจะยกมือขึ้นลูบที่คอตัวเองเบาๆ สัมผัสสากๆของปลอกคอหนังทำเอามือปืนหนุ่มอารมณ์ขุ่นมัว

"นี่คือเสื้อของคุณ ฉันจะให้เวลาคุณ15นาทีในการทำธุระส่วนตัว หลังจากนั้นฉันจะพาคุณไปพบคุณอีธาน"

ลีโอพยักหน้าพร้อมกับรับเสื้อผ้ามาถือไว้ อีธานทำเขาแปลกใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...

"เดี๋ยว นี่คุณจะพาผมไปไหน!?" มือปืนหนุ่มร้องท้วงขึ้นมาทันทีเมื่อจู่ๆก็ถูกจับลากให้ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวไปพร้อมกับอีธาน ทั้งที่เขาไม่เต็มใจด้วยซ้ำ!

"เวอร์จิเนีย"

"ไปทำไร"

"ถึงก็รู้เอง"

อีธานตอบแบบปัดๆก่อนจะหันหน้าไปดูวิวที่นอกหน้าต่าง เครื่องบินส่วนตัวของคนตรงหน้าเขาถือว่าใหญ่ไม่ใช่น้อยถ้าเทียบกับลำก่อนๆที่เขาเคยนั่งตอนยังเป็นทหารอยู่ แต่ก็น่าแปลกที่บนเครื่องไม่มีแม้แต่แอร์โฮสเตสสวยๆคอยให้บริการเลย

"ไปหยิบไวน์มาหน่อยสิ ลีโอ"

อืมม...บางทีเขาอาจจะพอรู้จุดประสงค์ของอีธานแล้วก็ได้ แบรนโดกะจะใช้เขาเป็นที่รองมือรองเท้านี่เอง

เหอะๆ ได้เลยอีธาน เดี๋ยวเราได้รู้กัน...เอาเป็นไวน์ผสมน้ำส้วมหน่อยดีไหมนะ :)

มาเฟียหนุ่มมองหน้าลีโอที่ยิ้มกรุ้มกริ่มจนน่าประหลาด "ถ้าใส่อะไรแปลกๆมาละก็ ฉันจะทำโทษนาย" เหมือนอีธานจะอ่านสีหน้าของคนตรงหน้าออก ทำให้ลีโอที่กำลังคิดวางแผนชั่วๆในหัวหยุดทันที

"เหอะๆ" มือปืนหนุ่มทำหน้าเซ็งแต่ก็ยอมเดินไปเอาไวน์ที่อยู่ในgalleyบนเครื่อง ลีโอตัดสินใจถือไวน์แดงเบาๆอย่างปิโนต์นัวร์มาพร้อมกับแก้วไวน์ปากกว้างสองใบ เขาตั้งใจไว้ว่าจะโชว์ฝีมือการรินไวน์ขั้นเทพให้อีธานดูสักหน่อย

ลีโอเปิดจุกคอร์กออกอย่างชำนาญเลียนแบบท่าทางการรินไวน์ให้เหมือนกันบาร์เทนเดอร์มากที่สุด น้ำสีแดงเข้มของไวน์ถูกรินออกจากฝาขวดจนกระทั่งถึง2/3แก้ว เขาจึงหยุดรินก่อนจะหมุนตัวหันมาส่งแก้วให้อีธานโดยไม่ลืมขยิบตาให้หนึ่งที

"ไวน์ได้แล้วขอรับคุณชาย" สำเนียงรัสเซียแปร่งๆถูกเปล่งออกมา ทำให้เจ้าของภาษาต้องกระตุกยิ้มขึ้นมุมปาก อีธานเป็นลูกครึ่งรัสเซีย-อิตาลี นัยน์ตาสีอำพันหายากฉายแววสนใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับเป็นปกติ

อีธานรับแก้วไวน์ขึ้นมาถือไว้โดยจงใจจับตรงก้านแก้วพลางหมุนวนไวน์อย่างเบามือเพื่อให้กลิ่นเอกลักษณ์ของปิโนต์นัวร์ออกมามากขึ้น มาเฟียหนุ่มสูดดมความหอมหวานอยู่พักหนึ่งก่อนจะยกขึ้นจิบ

ลีโอเห็นดังจึงรินไวน์ใส่แก้วของตนบ้าง เขาไม่รีรอให้มากพิธียกขึ้นจิบเพื่อชิมรสชาติ

"อืม...ปิโนต์นัวร์ ก็ไม่ได้แย่"

แกร๊ก!

ยังไม่ทันที่เขาจะได้ยกแก้วขึ้นชิมความหวานเป็นรอบสอง แก้วไวน์ที่อยู่ในมือกลับถูกปัดจนร่วงลงบนพื้นพรมโดยเจ้าของเรือนผมสีดำดุจขนกา ของเหลวสีแดงเข้มของไวน์ไหลหกเลอะเทอะเป็นวงกว้าง ลีโอหันมามองตาเขียวจนอีธานอดนึกรังแกคนตรงหน้าเสียไม่ได้

"นี่คุณ!"

"ฉันบอกตอนไหนว่ากินได้?"

"...."

"แกคงจะลืมอะไรไปอย่าง สถานะในตอนนี้แกคือเชลย"

"อีธาน"

"แล้วฉันก็เป็นคนกำหนดว่าแกจะอยู่ หรือ ตาย" อีธานพูดด้วยน้ำเสียงเรียบไม่มีท่าทีว่าเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันจะโกรธเขาแต่อย่างใด คนตรงหน้าแค่ต้องการย้ำสถานะว่าเขาเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือเท่านั้น

'บีบก็ตาย คลายก็รอด'

"จำไว้ความรู้สึกนี้ไว้ให้ดีเรนเดล...เพราะเราต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน"



#talk

หมารู้สึกสงสารโอเว่นแปลกๆ คือเข้าใจแหละว่าเหมือนนางเสียคนที่แอบรักไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ร่ำลาอะไรกันเลย หมาก็อยากจะกระโดดเข้าไปในเรื่องละเอาเว่นมาปลอบ แล้วก็บอกนางว่าน้องลียังไม่ตาย แต่แค่หนีไปมีสัมมี(?) //เอ๊ะ เกือกใครลอยมา

ส่วนเรื่องที่อีธานเลือกไปเวอร์จิเนียนี่ นางไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด แค่ต้องการจะไปพักผ่อน จิงจิ๊งงงงง #เสียงสูง =..,= เอาเป็นว่าจุดประสงค์หลักจริงๆของอีธาน คือเฮียแกต้องการจะมาพักผ่อนจริงๆแหละ แต่การพักผ่อนสไตล์อีธานมันก็คงไม่ธรรมดาอย่างที่เราคิดไว้หรอก หุหุ

ส่วนท่ารินไวน์ในตำนานของลีโอนั้นหมาขอสงวนไว้...อุ๊บ! //โดนปิดปากลากลงหลุม

ความคิดเห็น