Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หาคู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2561 09:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หาคู่
แบบอักษร

หลายวันต่อมา

ท้องพระโรง

"องค์ชายห้า!!!! เจ้ากล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร! ห๊ะ!!!"ฮ้องเต้แห่งแคว้นถึงกับกริ้วโกรธอย่างมากหลังจากเมื่อสองสามวันก่อนได้รับบันทึกการเก็บภาษีจากราษฎรมา

คราแรกก็แค่อยากรู้ว่าโอรสทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดีเพียงใด แต่ผลที่ออกมากลับทำให้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ โอรสของเขาปลอมแปลงบันทึกบัญชีนี้อย่างเห็นได้ชัด พอตรวจสอบกับเงินจริงก็ยิ่งพบว่าหายไปหลายพันตำลึงทองแล้ว!

"เป็นถึงองค์ชายกล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร!!!"

"เสด็จพ่อนี่ต้องเป็นการใส่ความข้าเป็นแน่ ขอเสด็จพ่อทรงยุติธรรมกับข้าด้วย!"

"ยุติธรรมรึ! ข้าตรวจสอบเรื่องนี้กับมือยังจะว่าเข้าใจผิดอีกรึ!"ผู้เป็นใหญ่ในแคว้นยิ่งกริ้วโกรธหนักเสียยิ่งกว่าเดิมเมื่อโอรสเขายังคงไม่ยอมรับผิด หนังสือหลักฐานถูกโยนมาตรงหน้าองค์ชายห้าอย่างแรงจนเขาตัวสั่น

"สะ เสด็จพ่ออภัยให้ข้าด้วย อึก ข้าผิดไปแล้ว ขอเสด็จพ่อทรงเมตตาข้าด้วย"องค์ชายห้าคำนับโขกหัวลงที่พื้นค้างไว้ เนื้อตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว เพิ่งโกหกไปหมาดๆแท้ๆ

"เสด็จพ่อโปรดพระทัยเย็นก่อนนะพ่ะยะค่ะ น้องห้ายังเด็กนัก เรื่องนี้มีความผิดจริงแต่ก็นับว่าผิดครั้งแรก ข้าอยากขอร้องเสด็จพ่อให้ปล่อยไปสักครั้ง ให้เค้าทำงานชดใช้ความผิด..."องค์ชายสี่พูดขึ้นมา เหตุการณ์ในตอนนี้คงไม่พ้นฝีมือพี่ชายของเขาเป็นแน่

"เจ้าคิดจะปกป้องน้องชายงั้นรึ!!"ฮ้องเต้วัยกลางคนตวาดกลับไปทันที

"ข้าไม่มีเจตนาเช่นนั้นขอเสด็จพ่ออย่าเพิ่งโกรธไป ข้าเพียงพูดไปตามความจริง หากจะทำโทษกักขังน้องห้าก็เสียเวลาเปล่า"

"พี่สี่!!"องค์ชายห้าหันกลับมามองพี่ชายด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

"เสด็จพ่อ น้องสี่พูดมามีเหตุผล สู้ให้น้องห้าทำงานหาเงินมาใช้จนครบตามจำนวนไม่ดีกว่าหรือ ราษฎรทำงานเลือดตาเเทบกระเด็นจะให้เงินส่วนนี้ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่เท่ากับผิดต่อราษฎรหรอกหรือพ่ะยะค่ะ" ถ้อยคำที่เหมือนจะเป็นการช่วยเหลือจากองค์ชายสองความจริงเป็นการเติมเชื้อไฟและการขุดหลุมฝังองค์ชายห้าอย่างดี ให้หาเงินมาคืนรึ!จะไปหามาจากที่ใดกันคงต้องพึ่งเสด็จแม่เท่านั่น

"หึ่ย! เห็นแก่องค์ชายสองที่เพิ่งสร้างความดีความชอบข้าจะละเว้นเจ้าไปก่อน"องค์ชายห้าถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจในขณะที่องค์ชายสี่มีสีหน้ากลัดกลุ้มอย่างเห็นได้ชัด

"เอาหล่ะเจิ้นตัดสินใจแล้ว ต่อไปนี้องค์ชายห้าจะไม่สามารถใช้อำนาจใดๆได้อีกจนกว่าจะทำงานเก็บเงินทั้งหมดมาคืนได้ อ่อและเจิ้นขอเตือนไว้ตรงนี้เลยว่าห้ามใครยื่นมือเข้าช่วยเด็ดขาด! ทุกตำลึงต้องมาจากน้ำพักน้ำแรงขององค์ชายห้าเท่านั้น!"พูดจบก็เสด็จออกจากท้องพระโรงทันที แม้องค์ชายห้าจะตะโกนขอร้องเท่าใดก็หาเป็นผลไม่!

"สะใจท่านแล้วใช่รึไม่!!!"องค์ชายห้าพุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายเทียนจิน แต่มีหรือที่จะสำเร็จ ระดับวรยุทธของทั้งสองต่างราวฟ้ากับเหว!

"น้องห้า! เจ้าอย่าได้ทำให้เรื่องแย่ไปกว่านี้เลย กลับตำหนักของเจ้าไปเสีย!"องค์ชายสี่เอ่ยเตือนสติก่อนที่น้องชายจะทำพลาดไปมากกว่านี้ ตอนนี้ฝ่ายเขาเสียเปรียบอยู่มากอย่าเพิ่งเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงจะดีกว่า

จากท่าทางเสด็จพ่อที่เชื่อคำพี่สองได้อย่างง่ายดายและสายตาชื่นชมเมื่อครู่ก็รู้แล้วว่าเสด็จพ่อทรงเชื่อใจและภูมิใจพี่ชายคนนี้ขนาดไหน

"แค้นนี้หากข้าไม่ชำระก็อย่ามาเรียกข้าว่าองค์ชายห้าอีก!!"กระทืบเท้าปึงปังเดินออกจากท้องพระโรงไป เทียนจินยิ้มหยันก่อนจะทะยานออกไปเช่นกัน

ตำหนักฮองเฮา

"ที่แท้ก็เสด็จแม่นี่เองที่เอาตัวคนของข้ามา"เทียนจินเอ่ยขึ้นหลังจากตามหาร่างบางไปทั่ว เยว่จือหน้าซับสีแดงระเรื่อที่จู่ๆคนเอาแต่ใจก็มาเรียกนางว่าเป็นคนของเขาต่อหน้าพระพักตร์ฮองเฮาเช่นนี้

"แหม่ เดือนนึงข้าได้พบนางกี่ครั้งเชียว วันๆเจ้าเอาแต่เรียกใช้นาง นี่แม่ชักจะลืมแล้วสิว่านางเป็นนางกำนัลตำหนักใดกันแน่"เอ่ยอย่างอารมณ์ดี

"ชุดนี่......"ตาคมมองไปยังขุดที่อยู่ในมือมารดา ฝีมือปราณีตเช่นนี้ต้องเป็นของคนที่เขารักแน่ แต่ทำไมทั้งที่ชุดที่ทำได้ยากและยังมีพวกรายละเอียดเยอะเช่นนี้นางถึงสามารถทำออกมาได้ ทำโดยเขาไม่เห็นมาก่อนด้วย

เขาตัวติดกับนางทั้งวันนางก็ไม่ได้เอาขึ้นมาทำเพราะมัวทำชุดให้เขา นี่นางคงทำตอนกลางคืนสินะ ร่างสูงมองไปยังร่างบางด้วยสายตาสำนึกผิด

"องค์ชายชุดนี้หม่อมฉันทำขึ้นเวลาว่างแล้วก็เริ่มทำมานานแล้วเพคะ ไม่ได้อดหลับอดนอนทำแน่นอน" ราวกับอ่านความคิดอีกฝ่ายออก เยว่จือ รีบอธิบายให้เขาคลายกังวลทันทีและก็ได้รอยยิ้มบางๆกลับมา เขาจะน่ารักเกินไปแล้วนะ><

"หึ!น่าน้อยใจยิ่งนัก เจ้ายิ้มให้แม่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน"ค่อนขอดนิดๆ นานมาแล้วที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้จากโอรสองค์โตถึงแม้จะเป็นแค่รอยยิ้มบางๆก็ทำให้คนเป็นแม่สุขใจ

นางไม่เข้าใจจริงๆว่าเพราะนางเลี้ยงลูกไม่ดีหรือไรทั้งสองจึงได้เคร่งขรึมเย็นชานัก ยังดีที่สองสามปีมานี้มีว่าที่สะใภ้เข้ามาพวกเขาจึงได้ยิ้มออกมาบ้าง

"เช่นนั้นเสด็จแม่ยกเยว่จือให้ข้าก่อนแล้วข้าจะยิ้มให้ท่านดูทุกวันเลยพ่ะยะค่ะ^^"พูดพลางหันไปยิ้มให้ร่างบาง ฮองเฮาถึงกับตะลึงไปนี่โอรสของนางกำลังยิ้ม ยิ้มที่ออกมาจากใจยิ้มเพราะมีความสุขจริงๆ!

"องค์ชาย><หม่อมฉันยังเด็กนักไม่แต่งนะเพคะ"

"เด็กอะไรกัน ข้าว่าเจ้าก็โต...แล้วนะ"ยกยิ้มยียวนใส่อีกฝ่ายไม่เลิก เขาชอบเวลาเห็นใบหน้าหวานแดงระเรื่อยิ่งนัก มันยิ่งน่าแกล้งน่ารังจริงๆ

"องค์ชาย!!!><"

"ฮ่าๆ ข้าหมายถึงพ้นวัยปักปิ่นก็คือโตแล้วอย่างไรเล่า ซือเยว่จือเจ้าคิดเลยเถิดไปถึงไหนกัน"ฮองเฮาตกพระทัยยิ่งกว่าเดิมนี่นางผู้ที่ทำให้โอรสของนางหัวเราะได้?!! นี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะมาเป็นชายาของเทียนจิน!

"แฮ่ม ว่าแต่เรื่ององค์ชายห้า...เบาไปรึไม่"

"เสด็จแม่ว่าน้อยไปอีกรึ ยึดอำนาจทั้งยังต้องทำงานไม่ต่างจากชาวบ้านธรรมดา"เทียนจิน ขมวดคิ้วเข้าหากัน อย่างไรนั่นก็น้องชายถึงอยากฆ่าให้ตายแต่ก็ทำไม่ได้

เยว่จือตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ชีวิตนางหรือจะมีค่าได้เท่าองค์ชาย ยิ่งลงโทษเช่นนี้มันดูเกินไปรึไม่

"แม่ก็นึกว่าจะยึดสมบัติคืนมาด้วยเสียอีก เยว่จือถูกกลั่นแกล้งหลายครั้งหลายคราจนต้องย้ายเรือนหนีเช่นนี้"

"ฮะ ฮองเฮาเพคะ"เยว่จือเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเมื่ออีกคนหันมามองด้วยสายตาคาดคั้นโหดเหี้ยม เรื่องนี้ปล่อยให้จบๆไปไม่ได้รึไรนะ!

"หมายความว่าอย่างไรนางกำนัลเยว่จือ นี่เจ้าไม่คิดจะบอกข้าบ้างเลยรึ รึเจ้าคิดว่าข้ามันพึ่งไม่ได้"

"มะ ไม่ใช่นะเพคะ คะ คือหม่อมฉัน.."อะไรกันทำราวกับนางเป็นคนผิด นางถูกกลั่นแกล้งนะ!

"องครักษ์!!!!"

"พ่ะยะค่ะ"

"ส่งคนไปทำอย่างไรก็ได้อย่าให้องค์ชายห้ารวบรวมเงินทั้งหมดส่งคืนเสด็จพ่อได้!"

"พ่ะยะค่ะ!!!"เยว่จืออ้าปากค้างในขณะที่ฮองเฮาส่ายหน้าให้กับความใจร้อนของโอรส       รู้ปั๊ปทำปุ๊ปดูท่าจะรักจริงหวงจริง

"อะ องค์ชายมันไม่เกิ...!!!"

"ไม่มีคำว่าเกินไป! เจ้ากลับตำหนักกับข้าเดี๋ยวนี้เลย!"พูดจบก็ฉุดร่างบางออกมาไม่ฃ่ำลามารดาสักคำ ฮองเฮาถึงกับเอือมระอาระคนขบขัน ดูท่าพิธีแต่งงานคงไม่พ้นปีนี้ปีหน้าแน่นอน

ตำหนักองค์ชายสอง

"องค์ชาย!หม่อมฉันเจ็บ"เยว่จือร้องออกมาเมื่อถูกบีบข้อมืออย่าแรง

"ทำไมถึงไม่ยอมบอก"เค้นเสียงถามด้วยความไม่พอใจ

"ก็มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพคะ"

"มันคือเรื่องใหญ่ เรื่องของเจ้าทุกเรื่องสำคัญเสมอ รึว่าเจ้าจะมองว่าข้าช่วยอะไรไม่ได้เลยไม่ยอมบอก"

"ข้าเปล่านะเพคะ ข้าเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรจริงๆจึงอยากให้มันจบๆไปเสีย"

เทียนจินถอนหายใจติดๆกันหลายครั้ง พยายามยับยั้งอารมณ์เอาไว้ ไม่เช่นนั้นคงได้ลงมือฆ่าใครเป็นแน่!

ไม่คิดเลยว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่คนของเขาถูกรังแก แถมนางก็ไม่เคยปริปากบอกสักคำ ทำไมนางถึงเป็นคนเช่นนี้นะทุกทีเห็นพวกสนมของเสด็จพ่อนิดๆหน่อยๆก็แจ้นไปฟ้องแล้ว แต่สำหรับนางมันต่างออกไป

"ใจเย็นๆก่อนนะเพคะ ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรด้วย"นางยื่นมือเล็กๆไปบีบฝ่ามือใหญ่แต่อบอุ่นของเขาเบาๆจนคนที่กำลังโมโหยอมอ่อนลง

"ต่อไปมีสิ่งใดข้าจะบอกองค์ชายคนแรกเพคะ จะไม่ทำให้ต้องเป็นห่วงหรือร้อนใจอีก"เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"เจ้าพูดแล้วนะ"ถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะมองเข้าไปในตาร่างเล็กตรงหน้า

"เพคะ" ร่างสูงดึงร่างบางเข้ามากอดเอาไว้ ต่อไปนี้จะไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายนางอีก เขาจะให้องครักษ์มาคอยดูแล ถ้าเป็นไปได้นางอยู่ที่ใดเขาจะตามไปทุกที่

หลายวันต่อมา

วันขึ้นปีใหม่!

อุทยานหลวงบัดนี้กลายเป็นที่จัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่ เหล่าเชื้อพระวงศ์รวมถึงขุนนางน้อยใหญ่ต่างมาร่วมงานกันมากมาย

ส่วนทางเยว่จือได้มาร่วมงานในฐานะนางกำนัลคนโปรดของฮองเฮา และจิงซินที่งานนี้ต้องทำหน้าที่เล่นดนตรีเหมือนเช่นเคย

หลังฮ้องเต้และฮองเฮาเสด็จออกมางานฉลองก็เริ่มขึ้น เสียงชื่นชมเรื่องชุดที่ฮองเฮาทรงสวมใส่พาให้เยว่จือได้รับคำชมไปด้วย แต่เรื่องนี้เทียนจินกลับไม่ชอบใจนัก เพราะนี่ยิ่งทำให้มีคนจดจ้องจะแย่งคนของเขาเพิ่มมากขึ้นไปอีก!

หลังงานเลี้ยงดำเนินไปได้สักพักเหล่าองค์ชายก็เข้าไปอวยพรให้ฮ้องเต้และฮองเฮา จนถึงคราขององค์ชายสามและองค์ชายสอง ทั้งสองกล่าวอวยพรโดยเริ่มจากองค์ชายสามก่อน

ทั้งสองกล่าวอวยพรด้วยคำกลอนที่ไพเราะ และคมคาย นี่ไม่ใช่แค่การทำให้ฮ้องเต้และฮองเฮาพอพระทัยแต่นี่เป็นการแสดงภูมิความรู้ทางอ้อมอีกด้วย

"ดี! ดีมาก! โอรสข้าเข้าใจเลือกคำอวยพรได้ดียิ่งนัก!"ฮ้องเต้เอ่ยปากชม ฮองเฮายิ้มตอบพองาม ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับสนมอื่นๆอย่างเหนือกว่า

"จริงสิพวกเจ้าสองคนปีนี้ก็ถึงวัยออกเรือนแล้วใช่รึไม่" โอรสสวรรค์เอ่ยถามผู้เป็นลูกชาย

"พ่ะยะค่ะ"

"ทูลฝ่าบาทองค์ชายสองในฐานะพี่คนโตควรออกเรือนก่อน หม่อมฉันเห็นว่าองค์หญิงจากแคว้นฉางก็ดูจะเหมาะสมกันดีนะเพคะ"สนมเอกมารดาขององค์ชายหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจ แต่หารู้ไม่สิ่งที่นางเพิ่งพูดออกมานั้นได้จุดไฟโทสะของเทียนจินเข้าอย่างจัง!

"อืม เช่นนั้นรึ"ฮ้องเต้เอ่ยก่อนจะหันกลับมามองโอรสของตน แม้จะพยายามเก็บอาการเท่าใดแต่แววตาย่อมไม่โกหก ดูท่าลูกคนนี้คงจะมีสตรีในดวงใจแล้วเป็นแน่

"เสด็จพี่ หม่อมฉันคิดว่าเอาไว้เราคิดให้ถี่ถ้วนก่อนดีรึไม่ ได้ยินว่าองค์หญิงจากแคว้นฉางนั้นยังเยาว์นัก ที่โตพอจะออกเรือนก็มีแต่ลูกของสนมปลายแถวเกรงว่าจะไม่เหมาะ"พูดพลางลูบไล้ไปที่ต้นขาของสวามีเบาๆ ก่อนจะปรายตามองสนมต้นเรื่องอย่างไม่พอใจนัก นางเองก็มีว่าที่ลูกสะใภ้ในใจแล้วจะให้ไปคว้าใครมานางไม่เอาหรอก

"อะ อืม เอาตามที่น้องหญิงว่าเถิด"กล่าวตะกุกตะกักเล็กน้อย ใบหน้าคมแดงระเรื่อจากการกระทำของเมียรักที่นั่งอยู่ข้างๆ ผู้คนมากมายเช่นนี้นางยังกล้ากินเต้าหู้เขาอีกรึ!

เทียนจินกลับไปนั่งที่ของตนเงียบๆสายตาจับจ้องร่างบางที่ยืนก้มหน้าอยู่ ทำไมนางไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาเหมือนก่อนหน้านี้ หรือเพราะเรื่องเมื่อครู่กัน

"ฝ่าบาททรงร้อนหรือเพคะ"ทางด้านฮองเฮายังคงไม่หยุดการยั่วยวนสวามี ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับไปรอบๆกรอบหน้าคมเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆรินรดใบหน้าจนฮ้องเต้แทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่

เหล่าสนมมองมาที่ฮองเฮาด้วยความอิจฉาริษยาแต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้ได้แต่กำมือแน่นจนเล็บยาวๆจิกเจ้าไปในเนื้อของตนจนเลือดซิบ

"ฮะ ฮองเฮา" จับข้อมือบางสองข้างไว้มั่น มือข้างนึงของนางซับเหงื่อให้เขาก็จริงแต่อีกข้างกับวนเวียนอยู่แถวต้นข้าจนเขาแทบนั่งไม่ติด ดวงตาฉายความปราถนาออกมาอย่างไม่ปิดบัง

"ฝ่าบาทดูไม่สบายนัก เช่นนั้นไปพักก่อนดีรึไม่เพคะ"ยิ้มหวานให้คนข้างๆ ในวันขึ้นปีใหม่   ฮ้องเต้ต้องเลือกไปตำหนักใดตำหนักหนึ่งเพื่อขอพรให้บ้านเมืองสงบสุข และตำหนักที่จะทรงเลือกต้องเป็นตำหนักของนางเท่านั้น!

"อะ อืม เจิ้นรู้สึกเพลียยิ่งนักหากได้พักคงจะดีไม่น้อย"ผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินนำไปก่อนอย่างรีบร้อน หลี่ฮองเฮาหันไปยิ้มน้อยๆให้บรรดาสนมแล้วเดินตามไป

หลังจากทั้งสองพระองค์จากไปเหล่าขุนนางก็ทยอยกลับเช่นกัน เหล่าสนมเมื่อกลับถึงตำหนักก็ปรี้ดแตกกันเป็นแถวๆ เหล่าองค์ชายรีบหาวิธีสร้างผลงานให้ตน เสด็จพ่อเอนเอียงไปทางฮองเฮาและโอรสทั้งสองของนางอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ปล่อยไว้คงไม่เป็นผลดี

เทียนจินรีบเดินตามหาเยว่จือทันที เขาสังเกตุทุกการกระทำและทุกอาการของนางจนมั่นใจว่านางต้องทุกข์ใจเพราะเรื่องเมื่อครู่อยู่เป็นแน่!

เยว่จือเองตั้งแต่ได้ฟังบทสนทนานั้นก็เริ่มตระหนักถึงความต่างชนชั้นของนางกับองค์ชายขึ้นมาหากองค์หญิงที่เป็นบุตรีของเหล่าสนมไม่เหมาะสมแล้วนางเล่าเหมาะสมหรือ?

"เยว่จือเจ้าเองก็ไม่เหมาะสมเช่นกัน..."

เยว่จือครุ่นคิดอยู่เช่นนั้น ใช่นางไม่เหมาะสมกับเขาจริงๆด้วย นางดิ่งสู่ห้วงของความคิดโดยไม่ทันสังเกตุเลยว่าเดินผ่านเรือนพักของตนไปแล้ว

นางเดินผ่านเลยไปเช่นนี้นางกำนัลที่เห็นต่างก็พากันเรียกทัก เมื่อนางยังไม่มีการตอบกลับจึงตะโกนไล่หลังไปอีกแต่นางก็หาได้ตอบกลับไม่

ฟลึ่บ!!!

"!!!!!!" เดินออกมาไม่นานจู่ๆก็มีคนผู้หนึ่งดึงแขนนางไว้ก่อนจะออกแรงเบาๆดึงนางมากอดเอาไว้ เมื่อสัมผัสได้ถึงอ้อมกอดและกลิ่นหอมสะอาดจากอีกฝ่ายนางก็รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้เป็นใคร

"เป็นอะไรไป เหตุใดใจลอยเช่นนี้เล่า"    เทียนจินยังคงกอดร่างบางไม่ปล่อย

"องค์ชาย..."

"ถ้าเรื่ององค์หญิงอะไรนั่นข้าไม่สนใจ ข้าไม่แต่งกับใครทั้งนั้น เจ้าอย่ากังวลไปเลย"เยว่จือผละออกมานางส่ายหน้าไปมาเบาๆเป็นการปฏิเสธ

"เปล่าเลยเพคะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นาง ปัญหาอยู่ที่ข้า ข้าไม่เหมาะสมกั..."ยังไม่ทันพูดอะไรต่อฝ่ามือหนาก็ยกขึ้นมาปิดปากนางเอาไว้

"ไม่มีคำว่าเหมาะสมไม่เหมาะสม ข้าเลือกแล้วและจะไม่เปลี่ยนใจอย่างแน่นอน แต่งให้ข้านะเยว่จือ" ซือเยว่จือถึงกับชาไปทั้งตัว เขาขอนางแต่งงาน!  นางฝันไปใช่รึไม่!

"ข้าไม่รอเจ้ามาสู่ขอแล้ว ข้าจะขอเจ้าเอง แต่งกับข้านะ เรื่องนี้ข้าขอเสด็จแม่แล้ว"เยว่จือยิ่งอึ้งหนักไปอีก ฮองเฮาก็ทรงรู้เรื่องนี้เหมือนกันหรือ แสดงว่าวันนี้ที่ฮองเฮาทรงตอบไปเช่นนั้นคงเพราะช่วยนางงั้นรึ!

-------------------

มาแล้วพักเต็มอิ่มพร้อมลุยต่อ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น