ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 25: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ลางร้าย 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 25: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ลางร้าย 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธ.ค. 2561 00:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 25: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ลางร้าย 100%
แบบอักษร

​HATE LOVE 25: ​ลางร้าย 

ภายในห้องนอนกว้างของบ้านพักตากอากาศริมทะเล บัดนี้เวลาเช้าแสงตะวันที่สาดส่องผ่านทางช่องหน้าต่างปลุกให้คนที่กำลังหลับไหลในอ้อมแขนใหญ่ตื่นขึ้นมา อินทุกรพลิกตัวช้าๆหันมามองคนที่กำลังหลับสนิทแถมยังกอดเธอไม่ยอมคลายออกเสียอีก เธอใช้นิ้วชี้สะกิดเบาๆที่ปลายจมูกของเขาแล้วหัวเราะชอบใจที่สามารถแกล้งเขาได้


"หืม? ตื่นแล้วหรอ?" ภาคย์ปรือตามองคนในอ้อมแขนแล้วกระชับให้แน่นขึ้น "ชอบมากหรือไงที่กวนพี่ได้น่ะ ฟอด!" 


อินทุกรขยับตัวเล็กน้อยแล้วเงยหน้ามองเขา รอยยิ้มอันแสนหวานส่งผ่านออกมาสร้างความสดใสในยามเช้าให้แก่ภาคย์ได้มากเลยทีเดียว "ปกติพี่ภาคย์จะตื่นก่อนนี่คะ" น้ำเสียงของเธอดูสดใสมากกว่าทุกวัน "เวลาผ่านไปไวมากเลยวันนี้ต้องกลับแล้ว สายแล้วนะคะพี่ภาคย์จะนอนต่อหรอคะ?"


ภาคย์ลูบผมเธอแล้วจะจุมพิตเบาๆบนหน้าผากมน "อุ่นไปอาบน้ำก่อนเถอะ พี่ขอนอนเล่นอีกสักพัก"


"ค่ะ" อินทุกรรับคำก่อนจะหยิบผ้าขนหนูที่วางไว้บนโต๊ะเล็กข้างเตียงนอนมาปิดคลุมกาย ร่างบางเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว


ภาคย์หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเพื่อเปิดดูข้อความที่ได้รับมาไม่ว่าจะเป็นจากธกฤตหรือนนท์ธวัชก็ตาม ความคืบหน้าในเรื่องที่กำลังตามหาความจริงอยู่ในตอนนี้แม้จะมีไม่มากแต่ก็เริ่มเป็นรุปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว หวังว่าเรื่องทุกอย่างจะถึงบทสรุปได้ในเร็ววันเสียที สุดท้ายแล้วสายตาคมก็ไปสะดุดกับสองรูปที่เลขาของเขาส่งมาล่าสุด เป็นรูปที่อัญชนาและแม่ของเจ้าหล่อนไปพบกับเสี่ยแก่ร่างท้วมคนหนึ่งที่ร้านอาหาร ส่วนอีกรูปพวกเธอพากันเดินออกมาจากคาสิโนซึ่งถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะได้เจอเจ้าของมันมาก่อนเมื่อไม่นานนี้


สองแม่ลูกนั่นต้องคิดทำอะไรอยู่แน่ๆ เขาไม่สามารถประมาทได้แม้แต่วินาทีเดียว...


######


หลายวันต่อมา...


เวลาสองทุ่มตรง...


บูธจัดแสดงเครื่องสำอางค์ ห้างสรรพสินค้า....


อินทุกรและกันตารับงานพิเศษช่วยโปรโมทสินค้าให้กับภัทธิราเพราะสองสาวได้เป็นนางแบบในคอลเลคชั่นใหม่ด้วย ตอนนี้ผู้คนต่างให้ความสนใจและขายดีอย่างเทน้ำเทท่า แม่ว่าพรีเซนเตอร์จะไม่มีชื่อเสียงอะไรแต่พอถ่ายภาพโฆษณาออกมาแล้วดูเข้ากันกับสินค้าและน่าซื้อใช้เป็นอย่างมาก 


"ไม่ต้องห่วงหรอกภาคย์ ตอนนี้งานเลิกแล้วกำลังเก็บของกันอยู่ ภัทรจะไปส่งน้องให้ถึงห้องทำงานของอาอ้นอย่างปลอดภัยกับมือเลย" ภัทธิราเดินคุยโทรศัพท์กับพี่ชายฝาแฝด ตลอดทั้งวันแม้ว่าเขาจะมีประชุมใหญ่ก็โทรมาเรียกว่าชั่วโมงละห้าสายเลยก็ว่าได้


​"ไม่ได้หรอก ภาคย์ไม่อยากให้ไออุ่นคลาดสายตาพวกเราไปไหน ตอนนี้ไม่รู้ว่าสองแม่ลูกนั่นจะทำอะไรอีก อีกนานเลยกว่าภาคย์จะประชุมเรื่องที่บริษัทเสร็จคงไม่ได้ไปรับเอง ภัทรเองก็ระวังตัวเอาไว้ด้วยเหมือนกันนะ...ภาคย์เป็นห่วง"

"จ้ะ ก็เอาเวลามาโทรศัพท์แบบนี้ไงแล้วเมื่อไหร่จะประชุมเสร็จล่ะ" ภัทธิราตอบกลับก่อนจะเงียบไปจนปลายสายต้องเรียกเธอซ้ำๆ "แค่นี้ก่อนนะภาคย์ ส่งไออุ่นเสร็จแล้วเดี๋ยวภัทรจะโทรหาอีกที" หลังจากวางสายแล้วหญิงสาวก็เดินกลับไปยังบูธของบริษัทตัวเองด้วยใบหน้าอมยิ้ม "เด็กๆเสร็จกันแล้วใช่ไหมจ๊ะ กันตาก็ด้วยกลับพร้อมกันเดี๋ยวพี่ไปส่ง"


"คือ..." กันตาลังเลไปซักพักกว่าจะตัดสินใจได้ "ก็ได้ค่ะ ทางไปโรงแรมเป็นทางผ่านซอยเข้าบ้านกันย์พอดี แต่ขอโทรบอกคุณปวันก่อนนะคะ"


อินทุกรกระแซะไหล่เพื่อนรักเบาๆจนอีกคนเขินหน้าแดงเป็นลูกตำลึง หลังจากเก็บของส่วนตัวเรียบร้อยแล้วเธอก็หันมายิ้มให้กับภัทธิรา "ได้ยินพี่ภัทรบ่น วันนี้พี่ภาคย์โทรมาบ่อยมากเลยหรอคะ"


"ทุกๆสิบห้านาทีเลยล่ะ รายนั้นน่ะกลัวว่าจะมีหนุ่มๆเข้ามาหาไออุ่นน่ะสิเลยให้พี่คอยจับตาดู" ภัทธิราพูดเบี่ยงเบนประเด็นเพราะไม่อยากให้อินทุกรต้องรู้สึกไม่ดี "กันตามานั่นแล้ว เรากลับกันดีกว่าเดี๋ยวจะดึกไป"


"ค่ะ"


สามสาวพากันเดินมายังลานจอดรถท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันเพราะใกล้เวลาห้างปิด ความวังเวงทำให้พวกเธอรู้สึกว่ากำลังมาบางคนติดตามมาอยู่ซึ่งไม่ใช่ความวิตกกังวลหรือว่าคิดไปเอง เห็นแล้วว่ามีบางกลุ่มกำลังติดตามมาตั้งแต่ออกจากประตูห้างมาแล้ว


เมื่อมาถึงและขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว...


"กันต์เห็นเขาตามมาตั้งแต่ทางออกแล้วล่ะค่ะ" กันตาเริ่มเป็นกังวลเมื่อพยายามมองออกไปก็เห็นร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ดูน่ากลัวได้อย่างชัดเจน "เราจะทำยังไงดีคะ พวกนั้นล้อมเราไว้หมดเลย"


"เวลานี้จะมาโลกสวยก็ไม่ใช่เรื่องด้วยสิ" ภัทธิราแม้ว่าตอนนี้เริ่มชินกับการถูกติดตามแต่คนพวกนี้ไม่ใช่คนที่เธอเคยพบ ทางออกจากลานจอดรถถูกปิดกั้นด้วยรถตู้และรถกระบะ ดูเหมือนจะเตรียมการมาแล้วเป็นอย่างดี "ล็อกรถก่อนเร็ว!!"


กึกๆ


พอตั้งสติแล้วหายใจเพื่อระงับความกลัวแล้วอินทุกรก็มีความคิดบางอย่างขึ้นมา "โทรศัพท์แบตเหลือกันไหมคะ ของอุ่นยังไม่ได้ใช้แบตยังเต็มอยู่" เธอนำโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายก่อนจะพยายามโทรออกไปที่เบอร์โทรของภาคย์


"เดี๋ยวก่อน ปิดเสียงแล้วเอาซ่อนไว้ก่อนนะ กรี๊ดดด"


กึกๆ กึกๆ !!


กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบตรงปรี่เข้ามาพยายามจะเปิดรถของพวกธอออก ภัทธิราสตาร์ทรถแล้วพยายามฝ่าวงล้อมออกไปแต่ด้วยความเป็นผู้หญิงจึงเกิดความลังเลที่จะขับให้ชนใครบางคนอย่างตั้งใจ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาที่เธอจะคิดมากอีกต่อไปแล้วเพื่อที่จะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ต่อให้ชนใครทับใครก็ต้องช่างมันเอาไว้ก่อน


เอี๊ยดด !! โครม !!!


ในขณะเดียวกันนั้นเอง...


ร้าน ​DDM GEMS...

Arrr Arrrr


ปวันที่เพิ่งจะเดินออกมาอยู่หน้าร้านและกำลังจะกลับบ้านต้องหยุดชะงักเมื่อมีสายโทรเข้ามา พอเห็นหน้าตอเป็นชื่อของกันตาเขาก็ยิ้มกว้างทันทีแล้วกดรับสายเธอ "ถึงบ้านแล้วหรอครับกันย์ ทำไมไวจังเลยล่ะครับ"


​"ฮึก คุณปวัน ช่วยด้วยค่ะ กรี๊ดดด"

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งเครียดในทันที สองเท้าของเขาเร่งวิ่งไปยังทางออกของห้างสรรพค้าให้เร็วที่สุด "กันย์เป็นอะไร กันย์!! อยู่ที่ไหนครับ!!"


​"ฮือๆ พวกนั้นกำลังทุบรถคุณภัทรค่ะ อยู่ลานจอดชั้นสะ... กรี๊ดดด"

​เพล้ง !!!!

"กันย์!! กันย์ !!!"


เสียงที่แทรกเข้ามายิ่งทำให้ปวันร้อนใจเป็นอย่างมาก ไม่ทันได้รู้จุดที่เธออยู่ได้อย่างชัดเจนก็ไม่สีเสียงตอบรับจากปลายสายเสียแล้ว ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีลานจอดรถแค่สี่ชั้นดังนั้นปวันจึงเริ่มค้นหาตั้งแต่ชั้นที่สี่ลงไปทุกซอกทุกมุม อีกทั้งเขายังของแรง รปภ. ของห้างนี้ช่วยกันค้นหาด้วยเพราะพื้นที่ค่อนข้างที่จะกว้างขวางพอสมควร ยิ่งตอนนี้ปวันเริ่มรู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างมากและตอนนี้สายของกันตาสัญญาณก็ตัดไปแล้ว โทรกลับก็ไม่มีใครรับสาย


จนกระทั่งขับรถลงมายังลานจอดรถชั้นสอง...


เอี๊ยด !!


"กันย์ !!!" ปวันเบิตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นกันตาถูกชายร่างยักษ์คนหนึ่งใช้ไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ใบหน้าของเธอ เขาบีบแตรรถดังๆเพื่อเรียกความสนใจให้คนที่เขาขอให้ช่วยมารวมตัวกันตรงนี้ ร่างสูงรีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปหาอย่างไม่คิดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น คนกลุ่มนั้นไม่ยอมเสียเวลาต่อ...พวกมันทิ้งร่างกันตาให้นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นก่อนจะหนีขึ้นรถที่จอดขวางทางลงไปยังชั้นหนึ่งในทันที 


สภาพรถของภัทธิราถูกทุบจนพังยับเยิน และเขาก็ไม่พบร่างของเจ้าของมันและอินทุกรเลยแม้แต่เงา...


"ขอรถพยาบาลด้วยครับ!!" ปวันประคองร่างอันไร้สติของกันตาขึ้นมา ใบหน้าเธอฟกช้ำและมีเลือดออกเต็มไปหมดจากการถูกทำร้ายร่างกาย  เขาอยากจะอุ้มเธอไปส่งโรงพยาบาลเองเสียในตอนนี้แต่เพราะไม่รู้ว่าภายในของเธอบาดเจ็บตรงไหนบ้างเกรงว่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ให้มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเสียยังดีกว่า โชคดีที่ห้างสรรพสินค้าที่นี่มีหน่วยพยาบาลของโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงประจำการอยู่จึงใช้เวลาไม่นานเจ้าหน้าที่พยาบาลก็มาถึงอย่างรวดเร็ว


#####


ห้าทุ่มเศษ...


การหายตัวไปของภัทธิราและอินทุกรกำลังสร้างความตึงเครียดกับทุกคนในครอบครัว ส่วนกันตาที่ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัสนั้นได้ถูกพาส่งโรงพยายาลโดยที่มีปวันคอยเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง ซากรถของภัทธิราที่ถูกทุบจนพังยับเยินตอนนี้ทางตำรวจก็เก็บเอาไว้เป็นหลักฐานจากที่เกิดเหตุ 


ในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลรัตนโยธิน...


นนท์ธวัชพร้อมด้วยอัศนัยเดินเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ภาคิณเกรงว่านาตายาจะไม่สบายใจจึงไม่ได้บอกให้แม่ของเขารับรู้ถึงการหายตัวไปของหลานสาว ด้านวาณิริณนั้นกระวนกระวายตามสัญชาตญาณของคนเป็นแม่ ยิ่งได้เห็นสีหน้าของนนท์ธวัชก็ยิ่งใจเสียเพราะคงยังไม่รู้ถึงความคืบหน้า


"ณิริณเป็นห่วงลูกค่ะพี่คิณ เราออกไปหากันดีกว่านะคะ นะ!!" น้ำตาเธอหลั่งไหลออกมา ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องซ้ำๆกับครอบครัวของเธอ


"ใจเย็นๆก่อนนะณิริณ ภาคย์กับผู้กองนนท์ให้ตำรวจกับคนของเราออกไปตามหาแล้ว ภัทรกับไออุ่นต้องปลอดภัยเชื่อพี่นะ" ภาคิณพยายามปลอบโยนภรรยาของเขาเพื่อให้คลายความกังวล 


"แม่ไปพักก่อนนะครับ จะไม่สบายเอาได้" ภิชญ์เองก็พยายามช่วยเกลี้ยกล่อมด้วยอีกทาง


"ไม่ แม่นอนหลับไม่ลงหรอกนะ แม่จะรอฟังข่าวของภัทรกับหนูไออุ่นตรงนี้แหละ!!!" วาณิริณยืนกรานเช่นนั้นภิชญ์จึงไม่เอ่ยอะไรขึ้นมาอีก


อัศนัยเองก็เป็นห้ฃ่วงลูกสาวของเขามากเช่นกัน "ถึงอาจะไม่มีหลักฐาน แต่อาก็เชื่อว่าเป็นฝีมือของสองแม่ลูกนั่น เพราะคนที่มีเรื่องราวกับเราตอนนี้ไม่ใช่คนอื่น"


"ผมก็เชื่อแบบนั้นครับอา ผมพลาดเอง ทั้งๆที่รู้แต่ก็ยังพลาดท่าให้พวกมันจนได้" ภาคย์กัดฟันพูดด้วยความเจ็บใจ เพราะถ้าเขาสละเวลาวันนี้ไปได้คงไม่เกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ขึ้น "แถมวันนี้คนที่ผมส่งไปจับตาดูสองแม่ลูกนั่นก็ถูกยิงเจ็บกันหมด พวกมันรู้ตัวแล้ว"


นนท์ธวัชแตะไหล่เพื่อนรักเบาๆ "ทิ้งเรื่องอื่นไปก่อน ตำรวจลงที่เกิดเหตุแล้วเจอแค่กระเป๋าของภัทรกับไออุ่น คิดว่าโทรศัพท์น่าจะติดตัวไปด้วย เรายังมีความหวังนะเว้ย กูกำลังให้หมวดธาวินจับสัญญาณโทรศัพท์ว่าตอนนี้อยู่กันตรงไหน ส่วนเรื่องแม่ของไออุ่น...ตอนนี้กูได้หลักฐานชิ้นสำคัญแล้ว"


แปะ! แปะ! แปะ!


"ช่างเป็นการทำงานที่รวดเร็วทันใจประชาชนจริงๆนะครับ" ทุกคนในบ้านหันไปทางประตูที่บัดนี้มีร่างของใครบางคนเดินเข้ามาพร้อมบอดี้การ์ดส่วนตัว เขาก็คือคิรินที่ภาคย์ได้เจอในวันงานประมูลเครื่องเพชรของปวัน "ครอบครัวของภรรยาผมอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเลย สวัสดีทุกคนนะครับ"


ทันทีที่คิรินก้าวเข้ามาภิชญ์ก็ตรงปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อของแขกผู้มาเยือนด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดในทันที บอดี้การ์ดของเขาเองก็เตรียมขยับตัวแต่ก็ถูกเจ้านายของตนห้ามเอาไว้ "มึงเล่นบ้าอะไรวะ!! เอาพี่สาวกูกับน้องไออุ่นไปซ่อนไว้ที่ไหน!?"


ภาคย์เดินไปจับมือภิชญ์ออกจากคอเสื้อของคิริน "เลิกสร้างปัญหาได้แล้วไอ้ภิชญ์!!" เสียงทุ้มกดต่ำเพื่อข่มน้องชายจอมปัญหาของตน และมันก็ได้ผล...ภิชญ์หายใจฟึดฟัดแล้วปล่อยมือในทันที ภาคย์ถอนหายใจแล้วหันไปเผชิญหน้ากับคิรินด้วยท่าทางที่เขาเองก็ไม่ค่อยอยากจะต้อนรับเสียเท่าไหร่ "คุณมาเพราะเรื่องภัทรใช่ไหม?"


"เดาเก่งนะครับคุณพี่ชาย พวกคุณคงรู้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือใคร" คิรินคลี่ยิ้มออกมุมปาก "พวกมันเสนอขายน้องสาวและคู่หมั้นของคุณให้กับผม ผมแค่จะเอาแผนที่มาให้...คุณกับไอ้ผู้กองโง่เพื่อนของคุณก็ไปกันให้มันทันเวลาก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวดีกว่า เพราะถ้าผมจะเสียค่าสินสอดทั้งทีจะได้เจ้าสาวในสถานการณ์แบบนี้คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่"


ได้ยินดังนั้นนนท์ธวัชก็ยกกำปั้นขึ้นจะชกไอ้คนปากพล่อยเสียจริง ภาคย์ห้ามเพื่อนของเขาเอาไว้แล้วปรายสายตาเย็นชามองคนตรงหน้าเขาอีกครั้ง "ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือ แต่ผมไม่มีทางยกน้องสาวของผมให้แน่นอน"


"หึ! คงจะไม่ได้นะครับเพราะภัทธิราเป็น 'ภรรยา' ของผม" คิรินเน้นคำว่าภรรยาจนทุกคนในบ้านได้ยินอย่างชัดเจน "น้องสาวคุณอยู่กับผมปลอดภัยแน่นอน เอาเวลาไปห่วงคู่หมั้นของคุณเถอะ...เพราะที่รู้มาพวกมันไม่ได้ดีลการขายกับผมแค่คนเดียว"


"พี่กูไม่ใช่เมียคนโสโครกอย่างมึง!!" ภิชญ์ตะเบงเสียงสวนกลับไป


"นี่มันเรื่องอะไรกัน!! แล้วเธอเป็นใครถึงมาพูดจาอวดเก่งในบ้านของฉัน!!" ภาคิณเองก็สุดจะทนแล้วรู้สึกไม่พอใจจนถึงที่สุด "แล้วที่บอกว่าลูกสาวฉันเป็นภรรยาของเธอมันหมายความว่ายังไง! แล้วถ้ายังมาไร้สาระแบบนี้ฉันจะจัดการเอง!!"


คิรินยกยิ้มเย็นชา "คุณพ่อตาก็ลองถามลูกชายคนเล็กดูสิครับ เขาน่ะเป็นพ่อสื่อให้ผมนะ ลองถามดูว่าทำอะไรเอาไว้ผลกรรมถึงได้มาตกลงที่พี่สาวของตัวเองจนต้องมาเป็นภรรยาผมยังไงล่ะครับ"


ทุกสายตาจับจ้องไปที่ภิชญ์ราวกับพยายามคาดคั้นคำตอบ วาณิริณที่ตอนนี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวได้ลุกขึ้นในทันที "เธอรู้ใช่ไหมว่าภัทรกับหนูไออุ่นอยู่ที่ไหน ฉันไหว้ล่ะ ฮึก ภาคย์! อย่ามามัวเสียเวลากันอยู่เลยนะ ฮือๆ แม่เป็นห่วงน้อง"


"อาเองก็ฝากไออุ่นด้วยนะภาคย์" อัศนัยแม้จะกังวลอยู่มากด้วยความเป็นห่วงลูกสาวแต่ก็เชื่อมั่นในตัวภาคย์อยู่ไม่น้อย


"ครับ รอฟังข่าวอยู่ที่นี่นะครับ" ภาคย์จับมือแม่ของเขาเอาไว้เพื่อสร้างความมั่นใจ เขาหันไปทางคิรินอีกครั้ง "คุณยื่นข้อเสนออะไรให้พวกมันบ้าง"


"ก็แค่ขู่เรื่องการจ่ายเงิน รับรองว่าตอนนี้พวกมันยังไม่กล้าลงมือเพราะคนของผมเฝ้าอยู่" คิรินตอบ


ภาคย์พยักหน้านิ่งๆก่อนที่เขาและนนท์ธวัชจะเดินตามคิรินออกไป เขาโทรหาธกฤตให้พาคนของเขาตามไปสมทบอีกทางพร้อมๆกับทีมตำรวจ ใบหน้าตอนนี้แม้จะมีแต่ความโกรธตอนนี้เขาต้องคิดถึงเรื่องของอินทุกรและภัทธิราเป็นอย่างแรก รอถ้าได้ตัวคูาหมั้นและน้องสาวกลับมาได้เมื่อไหร่ เขาจะกำจัดตัวการสำคัญของเรื่องนี้ออกไปเสียที เพราะคงจะใจดีต่อไปอีกไม่ได้อีกแล้ว


ในระหว่างที่กำลังขับรถอยู่นั้น...


Arrrr Arrrr


"ฮัลโหล"


​"น้ำเสียงเย็นชาจังเลยนะภาคย์ ตอนนี้คงรู้แล้วสินะ" ปลายสายกล่าวออกมาเชิงเย้ยหยันเขา


"หึ ฉันเคยเตือนเธอแล้ว แต่ในเมื่อไม่ฟังฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องเมตตาเธอกับแม่กาฝากของเธออีกต่อไป" ภาคย์พยายามข่มน้ำเสียงตัวเองเอาไว้ ตอนนี้ตัวเขาโกรธจนสั่นไปทั้งตัว ขนาดนนท์ธวัชที่นั่งอยู่ข้างๆยังรู้สึกได้ 


​"เอมกลัวจังเลย แต่อยากรู้นะว่าระหว่างภาคย์กับเอม ไม่สิ! ระหว่างเอมกับนังไออุ่นและน้องสาวของภาคย์ใครจะถูกจัดการก่อนกัน ภาคย์ทำให้เอมไม่มีทางเลือกเองนะ"

"ถ้าไออุ่นกับภัทรเป็นอะไรแม้แต่น้อยเธอกับแม่ของเธอได้ตายคามือฉันแน่!! เตรียมย้ายที่ซุกหัวนอนไปอยู่ในคุกได้เลย ความชั่วที่เธอกับแม่ของเธอทำเอาไว้ฉันจะเปิดโปงให้หมด และอย่าคิดว่าทำอะไรแล้วจะแนบเนียนไปทั้งหมด อย่าคิดว่าไม่มีใครขุดคุ้ย! ฉันจัดโปรชุดใหญ่เอาไว้ให้แล้วเตรียมรับเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน!!!" 


#######


บ้านหลังเล็กแถบชานเมืองที่ตั้งอยู่ห่างไกลผู้คน...


อินทุกรและภัทธิราถูกจับมัดมือและล่ามข้อเท้าด้วยโซ่เอาไว้ในห้องโถงขนาดเล็กติดกับเสากลางบ้าน ในที่นั้นมีสิรินและอัญชนาที่เพิ่งจะวางสายจากภาคย์ก็ใช้สายตาที่ดูราวกบว่าเคียดแค้นเธอมานานนับหลายภพ อัญชนาตรงเข้ามาขยุ้มกลุ่มผมของอินทุกรแล้วกระชากแรงๆด้วยอารมณ์ครุกรุ่น 


"แกอยากรู้ใช่ไหมว่ามันพูดอะไรกับฉัน มันบอกว่าถ้าแกกับนังภัทรเป็นอะไรมันจะฆ่าฉัน! แกดูสิไออุ่น...จะปล่อยให้ผัวมาทำร้ายพี่สาวได้ลงคอเลยหรอหะ!!"


ตุบ !!


ร่างบางถูกเหวี่ยงจนหน้าคว่ำลงกับพื้น อินทุกรหายใจช้าๆก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตพี่สาวอีกครั้ง "คุณไม่ใช่พี่สาวฉัน ฉันไม่จำเป็นจะต้องปกป้อง"


เพียะ!!!


"ไออุ่น!" ภัทธิราอุทานออกมาด้วยความตกใจ "หยุดนะ! เข้ามาทำลายครอบครัวเขายังไม่พอยังจะทำร้ายกันอีกหรือไง?"


"สาระแน!!" หลังจากตบหน้าอินทุกรแล้วอัญชนาก็หันมาตวาดใส่ภัทธิราในทันที "รู้มากนักนะแก ถ้าค่าตัวแกไม่สูงแบบที่ฉันได้มานะฉันจะฆ่าทิ้งไว้ตรงนี้นี่แหละ"


"เอาเราสองคนมาขายงั้นหรอ? ต้องเลวขนาดไหนถึงคิดทำได้ขนาดนี้!!"


"นังภัทร!!!" อัญชนาเตรียมง้างมือออกออกด้วยความเกรี้ยวกราด 


สิรินเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาห้ามลูกสาวของจนเอาไว้ "อย่าลูก คุณคีย์สั่งเอาไว้ว่าห้ามให้มันมีรอย เดี๋ยวเราก็ชวดเงินก้อนใหญ่พอดี" 


"ชิ" ผู้หญิงคนนั้นถอนหายใจฟึดฟัดอย่างไม่สบอารมณ์ ถ้าไม่ติดเรื่องเงินล่ะก็เธอไปปล่อยเอาไว้หรอก ใบหน้าโฉบเฉี่ยวของอัญชนายกยิ้มร้ายขึ้นมาอีกครั้ง "แกสองคนรู้ไว้ด้วยนะว่านอกจากฉันจะได้เงินจากการขายพวกแกแล้ว ฉันเองก็จะขูดรีดไอ้ภาคย์มันให้หมดตัวเลยล่ะ แต่ถ้าจะให้สะใจฉันก็อยากให้มันได้เห็นไลฟ์สดตอนที่แกสองคนกำลังอยู่บนเตียงกับคู่ค้าของฉัน มันคงจะอกแตกตายเลยล่ะเนอะ"


อินทุกรแววตาสั่นไหวแต่เธอก็พยายามข่มความหวาดกลัวเอาไว้ เธอมีบางอย่างที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็อยากจะรู้ให้ได้ ตอนนี้เธอรู้สึกชาตรงบริเวณที่ถูกตบไปเมื่อสักครู่แต่ก็ยังพอทนไหว "คุณสองคนเอาคุณแม่ไปไว้ที่ไหน? ทำอะไรกับเขาไปบ้าง"


พอได้ยินคำถามสิรินก็เปลี่ยนสีหน้าทวีความน่ารังเกียจมากยิ่งขึ้น เธอหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งแล้วจ้องเขม็งไปยังอินทุกร ดูราวกับคนเสียสติไปแล้ว "ฮ่าๆ นี่แม่ไงไออุ่น หน้าเหมือนขนาดนี้ยังคิดว่าไม่ใช่อีกหรอ? โดนผัวเป่าหูมาล่ะสิ!! แม่อยู่นี่ไงจ๊ะ"


"ไม่ใช่ ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยบอกได้ไหมคะว่าแม่ของฉันอยู่ที่ไหน!!?"


"มันตายไปแล้ว!! ฉันหาผัวให้แม่แกเพิ่มแล้วให้คนจับมันยัดกระสอบแล้วเอาโยนลงน้ำไปเอง" สินรินตะเบงเสียงด้วยความรำคาญ "อยากร้องไห้หรอ? แกถามฉันก็ตอบให้ตามความจริงแล้วนี่ไง!! แล้วจะมาบีบน้ำตาทำไมหะนังเด็กอกตัญญู"


"แล้วคุณก็มาสวมรอยเป็นแม่ ฮึก ไม่ละอายบ้างหรอคะ?" อินทุกรแม้จะทำใจกับการได้ยินเรื่องนี้มาแล้วแต่เธอก็ยังไม่อาจรับได้ คนๆนี้ฆ่าแม่ของเธอแล้วยังกล้ามาใช้ชื่อแถมพยายามทำหน้าตาให้เหมือนโดยที่ไม่ละอายแก่ใจเลยสักนิด "ฆ่าแม่ทำไมคะ?"


สองแม่ลูกมองแล้วเหยียดยิ้มเหี้ยม สิรินทำท่าทีที่ดูสบายอารมณ์เสียเหลือเกิน "ถ้ามีแม่แกอยู่ฉันก็ไม่ได้เป็นเมียพ่อแกสักทีน่ะสิ ขนาดฉันลงทุนไปทุบหน้ามาจนเหมือนขนาดนี้พ่อแกยังแอบไปตามหาแม่แกอยู่เลย กว่าฉันจะจัดการให้เรื่องมันเงียบได้ล่ะเหนื่อยมากเลยล่ะ"


ปี๊นๆ ปี๊นนน


ชายร่างยักษ์สองคนเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้จะมีแขกรับเชิญมาอีก...อินทุกรขยับเข้าไปใกล้ๆภัทธิราเพื่อที่เธอจะได้อบอุ่นใจขึ้นมาบ้างเพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีเพื่อนอยู่ "พวกนั้นจะทำอะไรพี่ภาคย์ไหมคะ? อุ่นกลัวจังเลย"


ภัทธิราได้ยินเสียงกระซิบนั้นก็หันไปยิ้มเพื่อสร้างความมั่นใจ "ไม่มีใครทำอะไรภาคย์ได้ง่ายๆหรอก ตอนนี้ที่อัดเสียงเอาไว้พยายามเก็บให้ดีๆนะ เราสองคนต้องพยายามช่วยตัวเองออกไปให้ได้มากที่สุด"


"ค่ะ" อินทุกรรับคำแล้วขยับไปตรงมุมเสาก่อนจะเหลี่ยมตรงมุมถูไปมากับเชือกที่มัดเธออยู่ 


ทันใดนั้นก็มีร่างของชายวัยกลางคนเข้ามาพร้อมกับคิริน ชายคนนั้นชื่อเสี่ยอิทธิ...พอได้เห็นอินทุกรก็แสดงสีหน้าหื่นห่ามขึ้นมาในทันที นึกเสียดายที่ตอนนี้เขาอยากจะได้ทั้งสองคนเสียแล้วล่ะสิมันหันไปพูดกับสิรินด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น "นี่...อั๊วะขอสองคนไม่ได้หรอ? อั๊วะจ่ายให้อีกเป็นสองเท่าเลย"


"คนนั้นของผม เสี่ยคงไม่อยากมีปัญหากับผมใช่ไหม?" คิรินกดเสียงต่ำลงเพื่อบอกให้อีกฝ่ายอย่าล้ำเส้นเขา ชายหนุ่มหันไปทางอัญชนาแล้วเอ่ยเสียงเรียบเย็น "ปลดโซ่ที่ขาเธอได้แล้ว ฉันรีบ"


"ใช่ๆ อั๊วะอยากทดลองสินค้าแล้ว" เสี่ยอิทธิตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาเรียกให้ลูกน้องนำอุปกรณ์ทั้งหมดที่เตรียมมาแถมยังให้ไปตั้งกล้องรอในห้องเสียด้วย ชายฉกรรจ์สี่คนเดินถอดเสื้อเข้าไปรอก่อนแล้ว "ขาวเนียนตรงแบบที่อยากได้จริงๆ ชื่อไออุ่นสินะ...ไม่ต้องกลัวเพราะเสร็จจากอั๊วะแล้วจะบอกให้พวกมันเบาๆมือกัน"


ในขณะที่ข้อเท้าหลุดจากพันธนาการ...


ผลั่ก !!


กรี๊ดดด !!


"อีไออุ่น!!"


อินทุกรถีบร่างของอัญชนาจนกระเด็นแล้วพยายามพาตัวภัทธิราให้วิ่งหนีออกไปด้วย แต่โชคร้ายเสียจริงที่แรงผู้หญิงนั้นไม่อาจสู้แรงของผู้ชายได้เลย คิรินรวบตัวของภัทธิราเข้ามาไว้ในอ้อมแขนและรัดแน่นจนเธอไม่สามารถขยับไปไหนได้ อินทุกรถูกลูกน้องของเสี่ยอิทธิชกเข้าที่ท้องจนตัวงอแล้วอุ้มแยกไปในห้องทันที ในขณะที่ภัทธิราพยายามจะตามเข้าไปนั้นคิรินก็มารั้งเะอด้วยอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของเขาเอาไว้เสียก่อน


"ทำอะไรของคุณ ถ้าไม่คิดจะช่วยก็ปล่อยฉันไว้ที่นี่ด้วยเลยก็แล้วกัน" น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธ ภัทธิราพยายามสลัดมือของเขาให้ออกจากเธอแต่ว่าไม่สำเร็จเสียที เสียงกรีดร้องของอินทุกรที่ดังออกมยิ่งสร้างความทรมานใจให้แก่เธอ "บอกให้ปล่อยไงคุณคีย์!!"


"อย่าดังไปสิ เดี๋ยวก็แผนพวกข้างนอกจะได้พังยับหรอก" คิรินกระซบบอกเธอ "พี่ชายของภัทรกับตำรวจรออยู่ข้างนอกแล้ว พี่ว่าเราควรออกไปได้แล้วและอย่าให้เป็นพิรุธล่ะ"


ตากลมมองเขาอย่างพิจารณาแต่ก็ไม่รุ้ว่าทำไมถึงยอมเชื่อได้โดยง่าย หญิงสาวเดินออกไปพร้อมกับเขาที่มีบอดี้การ์ดมาคุ้มกันด้านหลังอีกที ส่วนสิรินและอัญชนาไปยืนแอบฟังเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากในห้อง สองแม่ลูกต่างหัวเราะออกมาด้วยความสะใจเพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่เธอต้องการแถมยังได้เงินมาใช้ง่ายๆโดยที่ไม่ต้องออกแรงอะไรมากมายเลย


______________________________________  100 % _______________________________________


ลงแล้วจ้าาา 

พี่ภาคย์จะทำยังไงต่อนะ มาๆ เรื่องนี้กำลังจะเข้าจุดพีคแล้วฮับ อีกสักสามสี่ตอนเนอะ หมดมาม่าแล้วเราจะได้กินชาบูกันนน

คอมเม้นกันมาเยอะๆนะค๊าาา

เจอกันตอนหน้านะคะ (เจอกันวัน พฤหัสนะคะ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น