Chicken basil

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Beside:เเตกร้าว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 111

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2561 12:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Beside:เเตกร้าว
แบบอักษร

Beside

:แตกร้าว

(มีคำที่รุนแรงนะคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ)

--ไม่ได้เเก้คำผิดนะคะ--


เสียงร้องของคุณพยาบาลทำเอาพวกเราเด้งตัวออกจากกันทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำเหมือนมะเขือเทศสุก ปากของเธอก็บวมแดงขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย อยากอีก ฉันอยากจะจูบกับเธออีก

“นี่ พวกเธอ ที่นี่คือห้องพยาบาลนะไม่ใช่โรงแรม แย่จริงๆ ถ้าหายก็ออกไปได้แล้ว”

ไม่ว่าเปล่าคุณพยาบาลก็เดินมาดึงผ้าห่มของเธอออกก่อนที่จะดึงให้เธอลุกขึ้น คุณพยาบาลทำเป็นเก็บเตียงโดยที่ไม่สนใจพวกเรา ฉันเลยตัดสินใจพาเธอเดินออกมา ไม่เป็นไร ยังไงมันก็หายเจ็บไปหน่อยแล้ว

“วิปริต”

กึก…

ขาของเธอชะงัก ไม่สิ เรียกได้ว่าขาของพวกเราชะงักจะดีกว่า เราหันไปมองทางคุณพยาบาลที่เธอก็ทำเป็นเก็บเตียงต่อ แต่ฉันได้ยินชัดเลยว่าเธอพูดอะไร ฉันพยายามจะทำเป็นไม่สนใจดึงมือของปลายไม้ให้ออกเดินต่อ เราเดินกันมาเงียบๆ จนถึงโต๊ะหินที่ประจำของพวกเรา

“หนมเมื่อกี้ได้ยินมั้ย?”

“อืม ได้ยินสิ ชัดๆ เลย”

“ทำไมเขาถึงว่าเราแบบนั้นอะหนม เราไม่เข้าใจ”

“ไม้อย่าลืมสิ ตอนนี้ไม่มีใครยอมรับพวกเราได้หรอก…”

“ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ผิดอะไรเลยอะนะ บ้าเปล่า”

“อืม ทั้งๆ ที่เป็นแบบนั้นแหละ”

ปลายไม้หน้านิ่งไปก่อนที่จะฟุบตัวลงบนโต๊ะ ฉันอยากจะปลอบเธอนะ แต่ตอนนี้ฉันเองก็ไม่ไหวเมื่อกัน ทำไมกันนะ ทั้งๆ ที่มันก็เป็นความรักเหมือนกันแท้ๆ หรือความรักมันจะต้องเป็นแค่ชายหญิงเหมือนกับในละคร…มันก็น่าจะจริงนะ ความรักแบบนั้นคนยอมรับได้กันหมด แต่ความรักแบบอื่นมันดูผิดดูแปลกไปหมด ถึงขั้นโดนจับรักษา..รักษาโรคความรักที่ผิดปกติ...ถึงจะมีหนังแนวเฉพาะออกมาบ้างก็เถอะแต่มันนิดน้อยเหลือเกิน

เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง นี่คงเป็นคาบสุดท้ายของคาบบ่ายแล้ว อีกไม่นานก็คงเลิกเรียนแล้วได้กลับบ้าน ฉันไม่เคยอยากกลับบ้านมากมายขนาดนี้มาก่อน วันนี้มันเหนื่อยมากจริงๆ แต่ก่อนจะได้กลับฉันคงต้องขึ้นไปห้องพักครูซะก่อน…

“นี่หนมเราอยากเจอพวกพี่เขาอีกจัง”

“หืม พวกพี่ไหน”

“ก็พี่ที่เขามาโรงเรียนเราไง พี่ขมิ้นกับพี่กุ้งอะ”

“อ๋อออ ทำไมถึงอยากเจออะ”

“ก็ พวกพี่เขาคงให้คำปรึกษาอะไรได้ อย่างน้อยพี่เขาก็เข้าใจเราอะ”

“อืม ก็จริง”

เธอฟุบหน้าลงไปอีกรอบ ส่วนฉันก็มองเหม่อไปทางถนนต่อ ถ้าพี่กุ้งกับพี่ขมิ้นอยู่ตรงนี้ฉันคงจะระบายทุกอย่างออกมา เรื่องที่เธอกับฉันถูกเหยียด ไหนจะเรียกที่ถูกคุณพยาบาลพูดไม่ดีใส่อีก ฉันน่าจะขอเบอร์พวกพี่เขาไว้ ไม่น่าเลย…

“ขึ้นห้องเถอะ”

“หืม”

“หมดคาบแล้วหนม เหม่อนานจนลืมเวลาเลยนะ”

“อ้าวไม่เห็นได้ยินเสียงระฆังเลย”

“มันดังไปตั้งนานและ เร็วๆ ลุกขึ้นได้แล้ว”

เราเดินสวนกับห้องอื่นที่เริ่มทยอยกันลงมาจากตึก ทุกคนส่งเสียงพูดคุยกันเสียงดัง แต่เรื่องที่พวกนั้นคุยกันกลับมีชื่อของฉันกับเธออยู่ในนั้น สายตารังเกียจมองตามพวกเรามาตลอดทาง ฉันพยายามทำหน้าให้นิ่งที่สุดแล้วรีบเดินขึ้นไปบนห้อง

เมื่อมาถึงเวรก็กำลังทำความสะอาดกันอยู่ โต๊ะของพวกเราไม่มีใครเก็บของให้และยังมีเศษขยะอยู่เต็มใต้โต๊ะอีกด้วย พวกเวรห้องทำเป็นไม่เห็นพวกเรา จับกลุ่มคุยกันสนุกสนานอยู่ข้างหลังห้อง ฉันทนไม่ไหวเลยเดินไปหยิบไม้กวาดมากวาดเศษขยะเอาไปทิ้ง พวกนั้นก็ทำหน้าไม่พอใจก่อนเพื่อนคนหนึ่งจะใช้ขาเตะถังขยะจนมันหล่นกระจายออกมา

ขยะแห้งไม่เป็นไร แต่ข้างในนั้นมีพวกขยะเปียกอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือเศษอาหารที่พวกหลังห้องชอบแอบเอาขึ้นมากิน ฉันเลยโดนน้ำจิ้มลูกชิ้นเลอะรองเท้าเต็มไปหมด

“อุ๊ย ไม่ได้ตั้งใจ พอดีมองไม่เห็น”

“อืม ไม่เป็นไร”

เพื่อนคนเตะพูดขอโทษด้วยทำเสียงล้อเลียน ดูก็รู้ว่าจงใจ ถ้าฉันจำไม่ผิดเธอเป็นหนึ่งในกลุ่มของมีนา แต่นั่งอยู่อีกแถวนึง

ปลายไม้เดินมาดึงฉันกลับออกไปนอกห้อง เมื่อเธอเก็บโต๊ะของพวกเราเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เราเดินออกจากห้องเสียงหัวเราะก็ดังลั่นขึ้น

“ไม้เดินช้าๆ หน่อย แฮ่ก เราหายใจไม่ทัน”

“ไม่ เราต้องรีบไปห้องพักครู”

“เอ๋ แล้วต้องรีบขนาดนี้เลยหรอ”

“ใช่สิ เราจะฟ้องครู”

เราเดินมาถึงห้องพักครู ห้องนี้บังคับให้ถอดรองเท้าถึงจะเข้าไปข้างในได้ เมื่อฉันถอดรองเท้าออกฉันก็รู้สึกแย่กว่าเดิม น้ำจิ้มมันเลอะซึมเข้าไปจนเปื้อนถุงเท้าฉันจนกลายเป็นสีส้ม แถมตอนนี้พวกเศษพริกก็เริ่มติดไปกับรองเท้าแล้วด้วย เห็นแล้วเหนียวไปหมด

“หนมถือรองเท้าไปด้วย เราจะเอาให้ครูดู”

“อะ อืม”

เราเดินเข้าไปหาคุณครูที่ตอนนี้กำลังนั่งตรวจงานอยู่ แอร์ในห้องพักครูนั้นเย็นมากๆ เหมือนอยู่กันคนละโลกเลย กลิ่นของห้องก็หอมกลิ่นกาแฟ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นกลิ่นน้ำจิ้มลูกชิ้นแทน หนูขอโทษค่ะครู

“อ้าว มากันแล้วหรอ นั่งลงสิ”

“ค่ะ”

“ไหนเล่ามาสิ ไปมีเรื่องกันได้ยังไง แล้วเราไปทำอะไรกับพี่เขา ฉันเห็นยืมลูบขากันอยู่”

“คืออย่างงี้ค่ะพวกหนู…”

ปลายไม้เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดทั้งแต่เรื่องที่มีนามาขอกินข้าวด้วย เราที่พวกเราโดนล้อ และเรื่องที่ฉันถูกลวนลาม สีหน้าของครูดูตกใจเอามากๆ เธอหันมามองทางฉันด้วยสายตาสงสาร ฉันพยายามเอามือสะกิดให้ปลายไม้หยุดเล่า แต่เธอก็ปัดมันออก

“เมื่อกี้พวกหนูไปที่ห้องพวกนั้นก็เตะถังขยะใส่ แถมยังเอาพวกขยะไปทิ้งที่ใต้โต๊ะพวกหนู”

“เตะถังขยะ”

“ใช่ค่ะ ไม้เอารองเท้าให้ครูดู นี่ค่ะหลักฐาน” ฉันวางรองเท้าที่มีเศษพริกและคราบเหนียวลงบนพื้นให้ครูดูตามที่เธอบอก

“เฮ้อ ฉันก็เข้าใจนะ แต่เรื่องนี้พวกเธอเป็นฝ่ายผิดนะ เขาเล่าว่าเธอไปทำร้ายเขาก่อน”

“แต่พวกนั้นมันพูดจาไม่ดีใส่หนูก่อน”

“เขาพูดว่ายังไง?”

“พวกนั้นพูดว่าพวกหนูเป็นทอมกับดี้ แล้วพี่เอกภพที่อยู่ม.6 เขาก็พูดไม่ดีใส่เทียนหอมด้วยค่ะ”

“แต่ปัจจมาศเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายเขานะ”

“ถึงหนูจะโดนหนักขนาดนี้อะหรอคะ แล้วเทียนหอมก็โดนลวนลามอีก”

“เรื่องนั้นมันก็อีกเรื่องนึง ยังไงคราวนี้ฉันก็ต้องตัดคะแนนพวกเธอด้วย”

“ได้ค่ะ แล้วพวกนั้นละคะ?”

“มีนาถูกตัดคะแนนกับพักการเรียน ส่วนเอกภพก็โดนพักการเรียนกับทำความสะอาดห้องน้ำ”

“ไม่โดนตัดคะแนนหรอคะ” ฉันถามขึ้นเพราะสงสัยทำไมพี่แกถึงโดนทำความสะอาดแทน

“ให้เพี่ขาเถอะเทียนหอม คะแนนมันสำคัญเพราะอยู่ตั้งม.6 แล้ว”

“แล้วเรื่องเตะถังขยะ”

“เฮ้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ครูเข้าไปคุยให้ละกัน ยังไงวันนี้พวกเธอก็กลับไปก่อนไป”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

เครียดเลยโดนหักคะแนน ทั้งที่เป็นฝ่ายโดนทำแท้ๆ แต่มันก็ยังดีที่ไม่ได้โดนฝ่ายเดียว ใช่มั้ย?

“โทษเบาจริงๆ พวกมันน่าจะโดนมากกว่านี้ ไล่ออกไปเลยยิ่งดี” ปลายไม้บ่นหัวเสียระหว่างที่เดินลงจากดึก เธอคงไม่พอใจแหละ โดนตบซะหน้าบวมยังจะโดนหักคะแนนอีก ถึงอีกฝ่ายจะโดนพักการเรียนแต่มันคงไม่สาแก่ใจเธอ

“นั้นสินะ ไม้โดนหนักเลยหนิ”

ฉันลูบไปที่แก้มนิ่มที่ตอนนี้หายบวมไปเยอะแล้ว แต่ยังมีรอยปื้นสีแดงจางๆ อยู่ ฉันไม่อยากคิดเลยว่าเธอโดนตบหน้าไปกี่รอบ

“ไม่ใช่”

“เอ๋”

“เราพูดถึงพี่เอกต่างหาก พี่เอกควรโดนไล่ออก”

“อ้าว ไม่หรอกความจริงมันก็ควรโดนทั้งคู่นั่นแหละ”

ปลายไม้เอื้อมมาจับมือฉันพากันลงบันได พอเมื่อเดินมาถึงขั้นสุดท้ายจู่ๆ เธอก็ปล่อยมือออก ฉันที่กำลังงงว่าทำไมเธอถึงทำอย่างงั้น แต่ก็เข้าใจทันทีเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมามอง สายตาของเพื่อนในชั้นที่กำลังนั่งเล่นกันอยู่แถวนั้นมองเหยียดมาทางพวกเรา

“มันเดินจับมือกันด้วยว่ะ”

.

.

.

“เฮ้ย เรื่องจริงหรอวะ ที่พวกมันคบกันอะ”

.

.

.

“ดูสิเธอ เดินจับมือกันด้วยอะ แหยงเนอะ”

.

.

.

เหมือนโดนคำพูดเหล่านั้นทุบหัวจนรู้สึกมึนไปหมด หัวของฉันหนุนจนอยากจะอ้วกออกมา มือข้างที่เธอเคยจับก็รู้สึกเย็นจนเหมือนโดนแช่อยู่ในน้ำแข็ง

“หนม…อย่าไปฟัง เดินไปที่โต๊ะ”

“อืม”

พวกเราเดินผ่านกลุ่มคนพวกนั้นเดินไปทางโต๊ะหินของพวกเรา สถานที่พักพิงที่แสนอุ่นใจ แต่มันไม่เป็นดั่งที่พวกเราคิดวันนี้เมื่อมีคนอื่นมานั่งอยู่ที่โต๊ะ ‘มีนา’

“ไง ยังไม่ตายกันอีกหรอ เห็นช่วยพยุงกันออกไปนึกว่าตายไปแล้วซะอีก”

“เก็บปากไว้กินข้าวเถอะมีนา”

“มึงสิอีดี้ เพราะมึงทำให้กูโดนพักการเรียน!”

“เลิกเรียนคนอื่นแบบนั้นซะที ฉันไม่ใช่ ฉันคือฉัน!”

“ไม่ใช่? งั้นขอเรียกอีวิปริตละกัน อีผิดเพศพอใจมั้ย”

ฉันพยายามจับปลายไม้เอาไว้ไม่ให้เธอพุ่งไปตบกับมีนาอีกรอบ ถึงในใจฉันก็อยากจะให้ปลายไม้ตบมีนาให้ฟันหลุดก็เถอะ เอ๋ หรือฉันจะปล่อยให้เธอทำแบบนั้นดี

“หนมแม่มายัง?”

“อืม แป๊ปนะ”

ฉันหยิบมือถือขึ้นมาก็เห็นข้อความของแม่บอกว่ามารออยู่หลังโรงเรียนแล้ว ฉันเลยพยักหน้าตอบกลับไม้ไป

“งั้นกลับกันเลยเถอะ แถวนี้มันเหม็นกลิ่นคนปากเน่า”

“มึงว่าใครอีวิปริต!”

“ใครอยากรับก็รับไปสิ ไปเหอะหนม”

เรารีบเดินออกจากโต๊ะที่มีนานั่งอยู่ เธอรีบวิ่งกลับไปทางประตูหน้าเพราะจริงๆ แล้วเธอกลัวมีนาวิ่งตามมาตบ ฉันก็เหมือนกันรีบวิ่งขึ้นรถออกไปหาแม่ทันที ไม่อยากโนหักคะแนนเพิ่มแล้ว

“ไงลูก เป็นไงมั้ง”

“ก็ปกติแม่ รีบกลับเหอะ”

“ได้ๆ แต่เดี๋ยวแม่แวะซื้อหูหมูก่อน วันนี้กะจะนึ่งให้พ่อกินซะหน่อย เห็นบ่นมาหลายวันแล้วว่าอยากกิน”

“จริงอะ งั้นเอาไปทำแบบคลุกซีอิ๊วให้หนูด้วยนะแม่”

“ได้ๆ”

“แม่…”

“ว่าไง”

“แม่ว่าพวกที่รักเพศเดียวกันแปลกมั้ย” เมื่อฉันถามแม่ก็ตกใจจนเผลอเหยียดเบรกเต็มแรงจนหัวฉันเกือบทิ่มก่อนที่แม่จะได้สติกับมาเหยียบคันเร่งอีกครั้ง

“เมื่อกี้หนมถามแม่ว่าไงนะ”

“พวกที่รักเพศเดียวกันผิดมั้ย?”

“หนูรักเพศเดียวกันหรอ?” อึก คำถามนี้ฉันควรจะตอบมันยังไงดี

“เปล่า…เพื่อนในห้องน่ะ”

“อ๋อ งั้นก็ดีไป อย่าไปยุ่งกับเพื่อนคนนะ”

“ทำไมอะแม่”

“แม่บอกเลยนะว่าพวกนั้นเป็นโรคจิต จิตมันเพี้ยน ชอบอะไรไม่ชอบชอบเพศเดียวกัน แม่รับไม่ได้หรอก”

“อืม”

“อย่าไปยุ่งรู้มั้ย เดี๋ยวติดโรคขึ้นมาจะพานเป็นไปอีกคน แม่ไม่อยากพาไปรักษาให้อายคนเขารู้มั้ย”

“อืมๆ รู้แล้ว”

ฉันนั่งเงียบไปตลอดทางจนถึงบ้าน ต่อให้แม่ชวนคุยแค่ไหนก็ตอบได้แค่อืม ใช่ ไม่ใช่ ตอนนี้ฉันรู้สึกจุกไปหมด คำพูดคนอื่นต่อให้แรงแค่ไหนมันยังดีกว่าออกมาจากแม่ตัวเอง

แม่กำลังบอกว่าฉันเป็นโรคจิต ฉันเป็นโรคติดต่อ ฉันมัน…วิปริต

พอแม่เปิดบ้านฉันก็รีบเดินขึ้นบ้านทันที โชคดีที่วันนี้เป็นวันศุกร์ฉันไม่ต้องทำกับข้าว ถึงจะต้องทำก็คงทำไม่ไหว ในอกมันปั่นปวนไปหมด

เมื่อฉันเดินขึ้นมาข้างบนฉันก็ตรงไปที่ห้องน้ำทันที ฉันเปิดน้ำราดลงบนรองเท้าที่เปื้อนคราบน้ำจิ้ม โชคดีที่แม่ของฉันไม่ได้สังเกตและกลิ่นของมันก็จางลงด้วย ฉันปล่อยให้น้ำราดบนรองเท้าก่อนที่จะเดินไปถอดกระโปรงออก

อึก ขยะแขยง ต้นขาของฉันโดนมัน!

ฉันเอาน้ำพรมลงบนต้นขาให้เปียกก่อนที่จะหยิบสครับผิวที่แม่ซื้อให้มาขัดที่ต้นขาอย่างแรง ฉันต้องขัดมันออก ขัดสัมผัสที่น่าสะอิดสะเอียน ขัดสิ่งสกปรกที่มาแปดเปื้อนเนื้อตัวของฉัน

แต่ฉันทำได้เพียงไม่นานก็รู้สึกแสบที่ผิว พอเอาน้ำล้างออก ตรงต้นขาของฉันก็แสบไปหมด เม็ดเกลือมันคงไปบาดผิวเพราะบางบริเวณมันก็เป็นรอยถลอก มันเจ็บนะ แต่ฉันรู้รู้สึกดี ใช่ สัมผัสมันหลุดออกไปพร้อมกับหนังของฉัน ฉันหยิบครีมมาทาให้ผิวชุ่มชื่นแต่ก็แสบจนต้องล้างครีมออก

รองเท้าที่ราดน้ำไว้ก็สะอาดขึ้นแล้ว เศษพริกก็ไหลไปกองที่ฝาปิดท่อ ฉันก็ใช้มือหยิบออกไปทิ้ง แหยงนิ้วมากๆ ก่อนที่จะใช้ผ้าเช็ดรองเท้า แล้วเอามันออกไปตากที่ระเบียงนอกบ้าน

พอจัดกันทุกอย่างเสร็จก็กลับเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วล้มตัวลงบนเตียงก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก ในที่สุดก็ได้ร้องไห้แบบเต็มที่ซะที

มันรู้สึกผิดไปหมด ทั้งย้อนไปคิดดีๆ มันผิดที่ฉันเอง ตอนนั้นถ้าฉันไม่เผลอบอกว่ารักไม้ไปละก็ ถ้าฉันยอมเก็บเงียบมันก็คงไม่เป็นแบบนี้ ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอกแต่การที่ไม้ต้องมาโดนว่าว่าเป็นคนวิปริตฉันรับมันไม่ได้จริงๆ เธอไม่ควรมาโดนอะไรแบบนี้

เธอเคยเป็นที่รัก เธอเคยปกติก่อนที่เธอจะเจอกับฉัน ฉันคงไปแพร่เชื้อใส่เธอ ฉันต้องรักรักษา….ไม่ใช่! มันไม่ใช่โรคมันเป็นรสนิยมของฉัน ทำไมถึงไม่มีใครเข้าใจ แล้วต้นขาที่ต่อให้ขัดแค่ไหนมันก็ไม่หายไป ผิวที่แสบยิบไม่ได้ทำให้ฉันลืมได้เลยว่าตัวเองนั้นถูกลวนลาม มันทรมาน เจ็บปวดไปหมด ความรักมันเจ็บปวดเหลือเกิน…

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“กินข้าวได้แล้วลูก”

“เดี๋ยวหนูลงไปค่ะพ่อ”

“เร็วๆนะ พ่อหิว แถมวันนี้มีหูหมูด้วย”

“ค่ะ”

พ่อขึ้นมาตามฉันไปกินข้าว แต่บอกตามตรงฉันไม่มีอารมณ์จะกิน หิวนะ แต่ไม่มีอารมณ์ มันตื้อไปหมด ฉันอยากจะนอน ยิงยาวไปถึงวันอาทิตย์ แต่มันคงจะทำงั้นไม่ได้

ฉันลากตัวเองเดินไปนั่งกินข้าวกับพ่อแม่ กับข้าวมากมายบนโต๊ะ หูหมูคลุกกับซีอิ๊วที่ฉันขอมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นเลย ไม่หิวเลย…ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น

“เป็นอะไรไปลูก”

“เปล่าค่ะ”

“ขนมเทียนหนูเป็นตั้งแต่บนรถแล้วนะ”

“อ้าวเป็นแต่กลับมาบ้านแล้วหรอ?”

“ค่ะคุณ”

พ่อกับแม่มองฉันด้วยสีหน้าเป็นห่วง ฉันพยายามจะทำตัวอารมณ์ดีแล้วแต่มันทำไม่ได้ ยิ่งเห็นหน้าของแม่ฉันก็ยิ่งแย่กว่าเดิม

“เล่าให้พ่อฟังได้มั้ย?”

“มันไม่มีอะไรหรอก กินข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด” ฉันตัดบท

“ลูกถามค่ะว่าคบเพศเดียวกันผิดมั้ย พอฉันตอบลูกก็เป็นแบบนี้เลย”

เคร้ง

พ่อปล่อยช้อนลงบนจานก่อนจะมองฉันด้วยสีหน้าโกรธเคือง ไม่นะ ฉันรับไม่ไหวแล้วนะวันนี้

“แกชอบเพศเดียวกันงั้นหรอ!”

“หนูแค่ถาม”

“อย่าไปยุ่งกับอะไรแบบนี้ มันต่ำ พวกมันจิตวิปริตผิดเพศ ขยะสังคมชัดๆ ลูกอย่าถามอะไรแบบนี้อีก พ่อรับไม่ได้ แกไปรู้เรื่องแบบนี้ได้ยังไง?”

“มันผิดขนาดนั้นเลยหรอคะ?” ฉันถามเสียงเบาหวิว

“ใช่ มันผิด ผิดทั้งทางธรรมชาติและทางสังคม แต่ก็ยังมีไอ้พวกที่ไปสนับสนุน มันน่าสมเพชจริงๆ”

“ขนมเทียนบอกว่ามีเพื่อนเป็นเลยเอามาถาม”

“เลิกคบกับมันซะเดี๋ยวติดเชื้อ”

มันคงถึงเวลาแล้ว…ถ้ามันจะหักก็ให้มันหักสุดๆ ไปเลย ฉันไม่ไหวแล้ว

“เปล่า ไม่ใช่เพื่อน พ่อคะ…แม่คะ…หนูชอบผู้หญิง”

ปัง!!

--

ปังคือเสียงทุบโต๊ะค่ะ ไม่ได้มีใครยิงกัน 555 เราต้องขอโทษเรื่องใช้คำรุนแรงอีกรอบนะคะ แต่จะว่าไงดี…เรื่องนี้ค่อนข้างอิงความจริงค่ะ เมื่อก่อนมันแรงจริงๆ ค่ะ อาจจะแรงว่านี้ด้วยซ้ำค่ะ ถ้ามันดูแรงไปหรือยังไงบอกเราได้เลยนะคะ ตอนนี้น้องๆ เริ่มโตค่ะ คือตอนที่แล้วพวกน้องเลือกจะจับมือกันค่ะคือเลือกที่จะรักกันต่อ ดังนั้นพวกน้องก็ต้องจับให้แน่นแล้วค่ะเพราะตอนนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆ แหมต้นเรื่องปูมาแต่กิน เลยแก้ไขโดยโยนดราม่าลงตู้มเดียวค่ะ เจ็บทีเดียวพอค่ะแต่เจ็บไม่นานค่ะ สายกินสายความสุขไม่ปล่อยให้เศร้านานหรอกค่ะ เป็นกำลังใจให้น้องๆ ด้วยการส่งข้อความsmsมาที่หมายเลข 4875667 ได้เลยค่ะนาทีละ3บาท (อิอิ) ป.ล.1ยังมีคนจำชื่อจริงน้องๆ กันได้มั้ยคะเนี่ย ป.ล.2 ช่วงนี้อากาศผันผวนยิ่งกว่าดัชนีหุ้น ยังไงรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ชาวกรุงเทพก็ลงทุนกับหน้ากากอนามัยดีๆ กันด้วยนะคะ เป็นห่วงค่ะ

เจอกันตอนหน้าค่ะ

(Chicken Basil)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น