facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 117 : แฟนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล

ชื่อตอน : ตอนที่ 117 : แฟนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.6k

ความคิดเห็น : 76

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2561 14:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 117 : แฟนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล
แบบอักษร

ตอนที่ 117 : แฟนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล


“มึงเรียกไอ้อิฐว่าอะไรนะ แฟนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า”

“เออ”

“ได้ทีแล้วเอาใหญ่นะมึง ใช้อำนาจในทางที่ผิดนะเนี่ย ดีนะกูได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ด้วย กูเลยได้เห็นคนอย่างไอ้หมอไป๋วิ่งไล่ตามผู้ชายอย่างหมดรูป ฮ่าฮ่าฮ่า สะใจจริงโว้ย”

“เลิกล้อกูได้ยัง ฮึ”

เสียงของทายาทตระกูลวงศ์วรเวช หรือ “ไป๋” และว่าที่ผู้จัดการกองมรดกเพื่อการกุศล หรือ “ว่าน” กำลังเถียงกันไปมาอย่างออกฤทธิ์ ตอนนี้พวกเขาทั้ง 5 คน อันได้แก่ ไป๋ อิฐ โฟค เพียว และว่าน กำลังกลับมารวมตัวอีกครั้งในงานกินโต๊ะแชร์ประจำเดือนที่พวกเขาต้องออกมาเจอกันตลอด

เสียงไอ้ว่านดังพร้อมหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี โดยไม่สนใจหน้าเบื่อโลกของไป๋ที่กำลังหาทางจัดการกับปากเยอรมันเชพเพิร์ดของมันอยู่ อิฐที่นั่งข้างเขายิ้มกว้างตามนิสัย โฟคนั่งหัวเราะกับบทสนทนาระหว่างเขากับว่านจนไหล่สั่น เพียวนั่งจิ้มเนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำกินอย่างไม่สนใจโลก และว่านที่โวยวายไม่หยุดจนเขาอยากจะเอาตะเกียบในมือทั้งสองข้างยัดจมูกมัน

“แหม พอคืนดีกันแล้วถีบหัวกูส่งเลยนะ ตอนทะเลาะกันนี่ โอ้โห ใครคอยช่วยมึง ยี๋ ลืมบุญคุณกูเหรอวะ” ว่านเถียงต่อขณะที่จิ้มอาหารบนโต๊ะใส่จานไปด้วย

“ไม่ได้ลืม แต่รำคาญปากมึงอะ โบแม่งทนอยู่กับมึงได้ทุกวันยังไงวะ กูอยู่กับมึงแค่สิบนาที กูยังเบื่อเลย” ไป๋ด่าไปแบบเรื่อยเปื่อย

“ทีไอ้อิฐยังอยู่หลักศิลาจารึกอย่างมึงได้เลย ไอ้อิฐ มึงไม่ไปหาสาวสวยๆ สักคนวะ คิดดีแล้วเหรอจะแต่งงานกับไอ้เชี่ยไป๋เนี่ย มันเลือดเย็นนะเว้ย ถ้ามันจับได้ว่ามึงนอกใจนะ ตื่นมานกเขามึงหายแน่ ฮ่าฮ่าฮ่า”

เพื่อนสนิทเขาหัวเราะร่วนอย่างไม่สนใจโลก พร้อมกับทำหน้าแกล้งกระซิบกระซาบกับไอ้อิฐอย่างเป็นห่วง อิฐก็ยิ้มตอบตามเคย ส่วนไอ้โฟคนี่เผลอหลุดหัวเราะเสียงดังไปแล้ว

“ไม่หรอก ไป๋ก็น่ารักดีนี่” อิฐหันมาพูดกับเขาอย่างยิ้มๆ

“สัด ความรักแม่งทำให้คนตาบอดจริงๆ ด้วย อันตราย อันตราย” ว่านพูดพลางส่ายหัวไปมาแบบไม่สนใจต่อล้อต่อเถียงอีก เพราะเริ่มหันความสนใจมายังเป็ดย่างตรงหน้าแล้ว


“ว่าแล้วก็แจกการ์ดซะเลย”

อิทธิกรพูดอย่างนึกขึ้นได้ พร้อมกับล้วงไปที่กระเป๋าสะพายข้างที่แขวนไปบนเก้าอี้ พร้อมกับหยิบการ์ดเชิญที่เขียนชื่อเพื่อนแต่ละคนอย่างชัดเจน โฟครับมาแล้วเปิดดูอย่างตื่นเต้น ในขณะที่เพียวที่นั่งข้างๆ ก็ชะโงกหัวมาดูด้วยพร้อมกัน ส่วนไอ้ว่านที่กำลังใช้ตะเกียบคุ้ยจานปลานึ่งซีอิ๊วอยู่แกล้งกลอกตาไปมาอย่างหมั่นไส้

“สีขาวสลับอิฐด้วย” โฟคพูดอย่างตื่นเต้น

“ธีมคือไม่มีธีมนะ อยากแต่งอะไรก็แต่งเถอะ ขอแค่ไปก็พอ” ไป๋พูดพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

“เดี๋ยวกูจะใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นไป ฮ่าฮ่า” ว่านแกล้งยวน

“ได้ กูไม่ว่านะ ขอแค่มึงไปก็พอ” ไป๋หันไปตอบแบบไม่ต่อล้อต่อเถียง

“ไม่ต้องมาดึงเข้าโหมดซึ้งเลย สัด กูเบื่อดราม่า” ว่านพูดพร้อมกับชี้ตะเกียบไปมา ปากก็ยังคงเจือไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี


“แล้วนี่มึงไปคุยกับพ่อกูแล้วเป็นไงบ้างวะ” ไป๋ถามว่านด้วยท่าทีเป็นการเป็นงานขึ้น

“โอเคเลยนะ พ่อมึงดูชอบเรื่อง social enterprise มาก ปีหน้าจะเพิ่มงบให้โครงการใยแก้วนำสุขเป็น 2 โครงการต่อปี เห็นเค้าเปรยๆ ว่าอยากจะให้กูไปนั่งขา CSR ของโรงพยาบาลด้วย นี่ก็เพิ่งได้งานใหม่มา”

ว่านตอบเป็นจริงจัง แผนที่เฟี๊ยตวางไว้ให้ว่านเป็นตัวยืนในการบริหารทรัพย์สมบัติของตระกูลวงศ์วรเวชเพื่อการกุศลไม่ใช่แค่เรื่องขายผ้าเอาหน้ารอดที่จะทวงคืนไป๋กลับมา พวกเขาทุกคนจริงจังกับการบริหารจัดการองค์กรและเงินในมือให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ว่านและไป๋เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรใยแก้วนำสุขในฐานะที่ได้รับสปอนเซอร์หลักจากวงศ์วรเวชต่อไป ทรัพย์สมบัติของไป๋จะกลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินเพื่อการกุศลต่อไปตราบนานเท่านาน

“งานอะไรวะ” ไป๋ถามแบบสงสัย

“ก็พ่อมึงอยากจะพัฒนาระบบการตรวจสอบข้อมูลการฉีดวัคซีนได้โดยตรงจากบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด เค้าไปคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบบและงบประมาณแล้ว พ่อมึงเลยให้กูไปรับเรื่องต่อ เหมือนเป็นผู้บริหารจัดการโครงการอะไรประมาณนั้น” ว่านตอบยาว

“เหยด คนใหญ่คนโตหวะ” เพียวพูดออกมาแบบกึ่งตื่นเต้นกึ่งตลก

“เออ เหมือนเป็นบททดสอบเลยหวะ เค้าคงอยากดูว่ากูจะบริหารเงินก้อนใหญ่ได้อย่างที่เสนอตัวไปหรือเปล่า ท่าทางเรื่องนี้จะอีกยาว กูคงต้องหาทีมมาเพิ่มหวะ เงินหลักพันล้านนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นเลย” ว่านพูดกึ่งตัดสินใจ

“ขอบคุณมากนะเว้ย มีอะไรให้กูช่วยก็บอกนะ กูอาจจะไม่เก่งเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วยกูเต็มที่นะ” ไป๋ตอบไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ

“เออๆ เรื่องยากๆ ก็ปล่อยให้คนเก่งๆ อย่างกูจัดการนี่แหละ คนอ่อนๆ อย่างมึงก็ไปสนใจเรื่องงานแต่งตัวเองเหอะ คิดอะไรขึ้นมาวะถึงอยากแต่งงานกัน กูนึกว่ามึงจะไม่สนใจอะไรเรื่องแบบนี้ซะอีก” ว่านถามกลับมาที่ไป๋อย่างสงสัย


“ก็อิฐมันชวน” ไป๋ตอบเรียบๆ จนอิฐถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ตอบได้เชี่ยจริงๆ” ว่านส่ายหัวไปมา ขณะที่อิฐยังหัวเราะไม่หยุด

“กูอยากให้เกียรติไอ้อิฐมัน กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการแต่งงานจะเติมเต็มอะไรในความสัมพันธ์ของพวกกูไหม แต่กูมีความสุข ไอ้อิฐมีความสุข กูว่าก็น่าจะลองดู”

ปัณฑูรตอบออกไปโดยตรง โดยสัตย์จริงแล้วเขาก็ไม่รู้เลยว่าการแต่งงานของพวกเขาจะเปลี่ยนชีวิตอะไรพวกเขาไปบ้างไหม ความจริงที่เขารู้สึกคือความรักของพวกเขาก็สมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว แต่การแต่งงานเป็นความต้องการของอิฐ เขาเคยจงใจปฏิเสธไปแล้วครั้งหนึ่งในวันครบรอบ 10 ปี และเขาไม่อยากจะเอ่ยคำปฏิเสธอีกแล้ว เขาอยากทดแทนความรักมากมายที่คนที่กำลังจับมือเขาอยู่นี้มอบให้บ้าง สำหรับเขา การแต่งงานอาจจะไม่ได้หมายถึงอะไรเป็นพิเศษ แต่สำหรับอิฐ มันอาจจะหมายถึงหมุดหมายหนึ่งในชีวิต ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เขาก็อยากจะร่วมก้าวข้ามผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญนั้นไปด้วยกัน

“ขอบคุณนะไป๋” อิฐพูดพร้อมกับบีบมือเขามาเบาๆ

“อย่าซึ้งมาก ห่า เก็บไว้ตอนในงานบ้าง รีบจริงๆ” ว่านพูดพร้อมกึ่งด่าอย่างขี้เล่น


“แล้วนี่หลังแต่งงาน พวกมึงจะเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นพิเศษไหม” โฟคถามขึ้นอย่างสนใจ ไป๋ที่ได้ยินคำถามนั้นก็หันไปมองหน้าอิฐพร้อมกับรอยยิ้ม

“พวกกูคุยกันแล้วว่าหลังแต่งงานจะย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านใหญ่กู อิฐมันก็โอเคกับพ่อแม่กู พ่อแม่กูก็เอ็นดูให้อิฐเหมือนลูกเหมือนหลาน บ้านใหญ่กูยังพอมีที่เหลือ พวกกูตั้งใจว่าจะสร้างบ้านเล็กๆ แยกมาอีกหลังหนึ่งแต่อยู่ในรั้วเดียวกัน กูจะได้อยู่เจอหน้าพ่อแม่ด้วย แล้วก็อยู่กับไอ้อิฐด้วย ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา” ไป๋พูด พร้อมกับอิฐที่ยิ้มเหมือนยืนยันความต้องการของคนทั้งคู่

“เหยด ลูกเขยแต่งเข้าบ้านหวะ” เพียวเอ่ยแซวแบบยิ้มๆ

“พ่อแม่ไป๋ใจดีกับกูมากเลยหวะ กูไม่ได้รู้สึกเหมือนมีครอบครัวแบบนี้มานานแล้ว แต่งเข้าก็ดีสิวะ ถือว่าได้มีพ่อกับแม่ใหม่ไปในตัว”

อิฐพูดรอยยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ไป๋บีบมือคนรักน้อยๆ เป็นกำลังใจ หากอิฐเข้ากับพ่อแม่ของเขาได้ดี ทุกอย่างก็จะลงตัวไปหมด อิฐก็จะได้เติมเต็มความรู้สึกด้านครอบครัวด้วย ส่วนพ่อแม่เขาก็จะมีเขาคอยดูแล ไม่ต้องแยกไปอยู่คอนโดแบบเดิมอีกแล้ว

“ดีใจด้วยนะมึง กูดีใจด้วยจริงๆ เลยหวะ” โฟคพูดพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนตาหยี

“อืม ขอบคุณพวกมึงทุกคนด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่ได้พวกมึงกับพี่เฟี๊ยตช่วยไว้ ป่านนี้กูคงไม่ได้มานั่งตรงนี้อีกแล้ว” ไป๋พูดพร้อมความสำนึกผิดที่สะท้อนขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด

“ไม่เอาสิครับไป๋ เรื่องมันผ่านไปแล้วนะ ดูสิ ตอนนี้พวกเราก็ยังคงจับมือกันอยู่นี่ไง”

อิฐพูดพร้อมชูมือที่ประสานกันแน่นของพวกเขาทั้งคู่ขึ้นมา คนรักของเขาลูบหัวเขาเบาๆ ราวกับจะปลอบประโลมให้ผ่อนคลายซึ่งความรู้สึกผิดจากการกระทำที่ผ่านมา


“แล้วงานแต่งเป็นยังไงบ้างวะ” เพียวถามแบบสนใจ

“งานจัดที่ร้านอาหารบ้านไอ้อิฐอะ แขกน่าจะไม่เกิน 30 คน ครอบครัวทั้งฝั่งอิฐกับฝั่งกูมีคนไม่เยอะ ที่เหลือก็เป็นเพื่อนๆ ที่สนิทกันหวะ กูอยากให้งานแต่งเป็นงานแต่งจริงๆ ในงานมีแต่คนที่รู้จักแล้วก็มาอวยพรให้กับความรักของกู ขอแค่คนสนิทและคนที่กูอยากให้เขาเคียงข้างในวันสำคัญในชีวิตก็พอ” ไป๋พูด

“แล้วมึงมีพิธีเช้า เข้าโบสถ์ รดน้ำสังข์ไรงี้เปล่าวะ กูไม่เห็นมีในบัตรเชิญเลย” ว่านพลิกการ์ดไปมา พร้อมตั้งคำถาม

“ไม่มีหวะ พวกกูแค่จัดเลี้ยงแล้วก็ชวนคนสนิทมาร่วมกันแสดงความยินดีแค่นั้นแหละ กูคุยกับไป๋แล้วว่าเรื่องพิธีกรรมอะไรมันไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของพวกเราหรอก แค่ได้จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ที่มีแต่ทุกคนที่เข้าใจพวกกู กูก็พอแล้ว” อิฐเป็นฝ่ายตอบออกไปบ้าง ส่วนว่านก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ




งานแต่งงานของพวกเขาเป็นงานเลี้ยงขนาดเล็กจุคนประมาณ 30 คนได้

บริเวณภายในงานประกอบด้วยอาหารแบบคำเล็กตักทานง่ายและเครื่องดื่มแบบไร้แอลกอฮอลล์เป็นหลัก บรรยากาศของงานเป็นงานเลี้ยงภายในสวน พวกเขาตั้งใจเลือกสถานที่แห่งนี้เพราะมันเป็นอะไรหลายอย่างในชีวิตพวกเขา มันเป็นทั้งครอบครัวของอิฐ มันเป็นทั้งสถานที่ที่พวกเขาได้พูดคุยกันอย่างเปิดใจ และที่สำคัญ มันเป็นเหมือน safe zone ของพวกเขาทั้งสองคน

ถึงแม้ว่างานจะเป็นงานเล็กๆ แต่พวกเขาก็ตั้งใจที่เก็บทุกรายละเอียดไว้เปรียบเสมือนว่าสถานที่แห่งนี้ถูกรังสรรค์ด้วยความรักของพวกเขา

ส่วนงานด้านหนึ่งจัดคล้ายโต๊ะเรียนหนังสือที่พวกเขาเคยนั่งติวกันตอนม.ปลาย อีกด้านหนึ่งเป็นโต๊ะแบบที่ตึกคณะวิทย์ที่พวกเขาได้นั่งกินข้าวกันเป็นประจำ ฝั่งหนึ่งเป็นบรรยากาศเหมือนใต้ตึกคณะแพทย์ที่อิฐชอบมานั่งรอเขาตอนที่เข้ามาเรียนที่คณะแล้ว ฝั่งสุดท้ายจัดเป็นเหมือนโซฟาตัวโปรดที่พวกเขานั่งข้างกันเสมอในคอนโด

หากมองจากภายนอกคงจะดูแปร่งปร่าอยู่ไม่น้อยที่รายละเอียดต่างๆ ในงานมากมายต่างมีกลิ่นไอที่ให้ความรู้สึกคนละแบบ คนละด้าน คนละอย่าง แต่สำหรับพวกเขาและคนที่เข้าใจพวกเขาแล้ว งานแบบนี้สมควรที่จะเป็นงานแต่งงานของพวกเขาจริงๆ เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาด้วยความรัก ความทรงจำ และอดีตที่หล่อหลอมมาเป็นพวกเขาอย่างในทุกวันนี้ ไม่ใช่โต๊ะ เก้าอี้ และผนังตกแต่งที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ

ทุกองค์ประกอบ ทุกอย่าง ทุกเส้นทางเป็นดั่งถนนที่ทอดยาวมาจากความสัมพันธ์ของพวกเขาทั่งคู่ไล่เรียงมายังบทสรุปที่กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในวันนี้ ไป๋กวาดสายตาไปโดยรอบแล้วก็น้ำตาซึมออกมาอย่างฝืนไว้ไม่ได้ เขาไม่เคยคิด ไม่เคยแม้แต่จะกล้าจินตนาการว่าความรักของเขากับเจ้าชายประจำโรงเรียนคนนั้นจะทอดยาวมาแสนไกลได้จนถึงทุกวันนี้

อิฐเป็นมากกว่าฝัน

ความรักของอิฐเหมือนอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นที่คอยปลอบประโลมเขาในคืนที่เหน็บหนาวที่สุด เหมือนมือที่คอยบีบกระชับว่าตรงนี้ อิฐจะคอยอยู่เคียงข้างตรงนี้ตลอดไป




"พร้อมหรือยังครับคนดีของอิฐ แขกมากับเต็มแล้วนะ เราออกไปถ่ายรูปกับแขกกันไหม”

เสียงของอิทธิกรปลุกเขาขึ้นจากภวังค์ ไป๋ในชุดสูทสีดำทับเชิ้ตสีขาวหันไปยิ้มกับคนรักอย่างความรู้สึกสุขอย่างอธิบายออกมาให้หมดได้ยาก พวกเขากำลังอยู่ในห้องรับรองขนาดเล็ก และด้านนอกนั้นคือผู้คนจำนวนไม่มาก แต่ทุกคนล้วนเข้าใจในความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อนของพวกเขา ทุกคนมาเพื่อแสดงความยินดีกับงานแต่งงานของเขาและอิฐที่กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“เอาสิ”

ไป๋ตอบแบบง่ายๆ พร้อมทรงตัวลุกขึ้น อิฐวันนี้ก็อยู่ในชุดแบบเดียวกับเขา เชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทสีดำสนิท อิฐก็ยังเป็นอิฐ คนรักของเขาหล่อเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลย ความสัมพันธ์ระดับ 10 กว่าปีของพวกเขาไม่เคยทำให้หัวใจของไป๋สั่นน้อยลงเลย


อิฐเอื้อมมือมาให้เขาจับ

และไป๋ก็เอื้อมไปคว้ามือนั้นเอาไว้อย่างยินดี


ราวกับจะเป็นคำสัญญาที่มอบให้ไว้ซึ่งกัน

ว่าจะอยู่เคียงข้างกัน

ร่วมสุข ร่วมทุกข์ ร่วมทุกช่วงวินาทีของชีวิตหลังจากนี้ไปด้วยกัน


พวกเขาทั้งสองจับมือกันแน่นสนิท ก่อนจะเอื้อมเปิดประตูออกไปสู่งานแต่งงานของพวกเขาที่กำลังรอต้อนรับพวกเขาไว้ที่ภายนอก ไป๋หันไปมองหน้าอิฐจากด้านข้างอย่างคุ้นเคย อิฐผู้เคียงข้างเขามากว่าค่อนชีวิต และเขาจะทดแทนได้การเดินเคียงกันต่อจากนี้ตลอดไป


อิฐหันมามองเขาน้อยๆ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าลงมาจุมพิตเขาไว้อย่างแผ่วเบา


รัก

พวกเขาบอกรักกันโดยไม่ต้องใช้คำใดในการสื่อสารออกไปแม้แต่พยางค์เดียว






นายพินต้า

ฝากเฟส ทวีต กดติดตามในแอปนี้ และนิยายเรื่องใหม่ "ใครคือ... อองชองเต" ด้วยนะ ><

อีก 4 ตอนก็จะจบแล้ว ใจหายจัง ใครที่มาร่วมงานแห่งความรักของพวกเขาทั้งสองคนบ้าง กระชับวงล้อมกันเข้ามาครับ มาร่วมเป็นไออุ่นแบ่งปันให้พวกเขาในวันที่สำคัญที่สุดวันนี้กัน

<span id="redactor-inline-breakpoint">ปล. ห้ามลืมเมนต์ อิอิ กลับมาอีกทีน่าจะจันทร์ไม่ก็อังคารนะ จุ๊บจุ๊บ​<span id="redactor-inline-breakpoint">​</span></span>

ความคิดเห็น