ไม้พาย

เรื่องนี้ไรท์ติดเหรียญวันที่ 25 ไม่ได้เปิดอ่านฟรี 1 ชั่วโมง เหมือนเรื่องอื่นๆนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

ชื่อตอน : 23---หนาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.5k

ความคิดเห็น : 177

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธ.ค. 2561 15:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
23---หนาว
แบบอักษร

"ตายจริงทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้" แนนอุทานออกมาทันทีที่เห็น เนตรดาวกับยูเดินไปยังแปลงกล้วยไม้ที่ตนรับผิดชอบ ก่อนจะนั่งยองๆเก็บหน่ออ่อนและต้นที่ยังดีอยู่ใส่ตะกร้าเพื่อที่จะได้นำมันไปเลี้ยงใหม่

"เราจะทำยังไงดีพี่ยู จะติดมผ.มั้ย" เนตรดาวเอ่ยถายอย่างเป็นกังวล ในใจเธอรู้สึกไม่ค่อยดี ช่วงนี้มักมีแต่เรื่องบ้าๆเกิดขึ้นกับเธอ ปีชงรึไงกันนะ!!

"ไม่หรอก เดียวพี่จะไปบอกอาจารย์เอง ฝีมือคนในนี่แหละ เชื่อพี่เถอะ อย่าคิดมากเลย" ถึงเขาจะบอกให้เด็กสาวอย่าคิดมาก แต่เขากลับวางเรื่องนี้ไม่ลงเสียเอง 

หรือจะเป็นอย่างที่ไมมันเคยบอก....

ยูหันไปมองไมตรี

ไมตรีไม่ได้เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย เขาเพียงยืนพิงผนังห้องหรี่ตามองเพื่อนร่วมชั้นอย่างแนนและข้าวฟ่างยิ้มให้กันและเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มเมื่อหันไปมองทางเนตรดาว​

"ยูเดี๋ยวเราช่วยนะ" แนนอาสา พร้อมหยิบตะกร้าเดินไปนั่งลงข้างๆชายหนุ่มที่เธอชอบ

"ไม เราไปช่วยพวกเขากันเถอะ" 

"อื้อ" ไมตรีคลี่ยิ้มให้จนข้าวฟ่างตาพร่าไปชั่วขณะ ภายในพริบตาแก้มของเธอก็แดงเหมือนกุ้งต้มสุก

ทั้งสองหยิบตะกร้า ก่อนจะเลือกที่นั่งตรงมุมแปลง เก็บต้นกล้วยไม้ไปหัวเราะไป

เนตรดาวหันไปมองคู่พี่ยู ก่อนจะหันไปมองทางพี่ชายข้างบ้าน เขาปรายมามองเธอด้วยสายตาที่ค่อนไปทางเย็นชา แต่เมื่อข้าวฟ่างชวนคุยเขากลับคลี่ยิ้มชวนมองออกไป

หัวใจของเนตรดาวเหมือนโดนอะไรสักอย่างบีบอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก

เธอจะอยากจะออกไปจากที่ตรงนี้เหลือเกิน


เนตรดาวเดินออกจากโรงอาหารไปเข้าแถวหน้าเสาธงตอนด้วยอาการเหงาหงอยเศร้าสร้อยจนเพื่อนๆที่อยู่รายรอบสัมผัสได้ 

วันนี้อาจารย์รีบเร่งนักเรียนทำกิจกรรมหน้าเสาธงกันอย่างรวดเร็วเพราะเมฆฝนที่ตั้งเค้าดำมะเมื่อมลอยมาเข้าใกล้ทุกที เด็กสาวเงยหน้าขึ้นไปมอง ตอนนี้ใจเธอกับก้อนเมฆบนฟ้านั่นไม่รู้อะไรจะขมุกขมัวมากกว่ากัน

สี่คาบแรกในช่วงเช้าผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่าย นักเรียนในห้องทุกคนรีบกินข้าวที่โรงอาหารก่อนรีบแล่นขึ้นมาสิงสถิตในห้องที่จะเรียนวิชาถัดไป

"เนตรเราถามไรหน่อยดิ" อะตอมที่นั่งทาแป้งฝุ่นอยู่ข้างๆถามเสียงเบา

"อือ" 

"เขาลือกันว่าพี่ไมกับพี่ยูทะเลาะกันเพราะแย่งแกน่ะจริงรึเปล่าวะ" คราวนี้เพื่อนๆร่วมชั้นนั่งเงี่ยหูฟังกันเงียบกริบ ในห้องนี้มีไม่น้อยที่เป็นแฟนคลับและมักจะกรี๊ดกร๊าดเวลาหนุ่มหล่อเดินผ่าน บางคนถึงกับวิ่งไปเก็บขวดน้ำที่กินหมดแล้ว เมื่อทั้งสองเอาไปโยนลงถังขยะก็มี

ทว่ายังไงเนตรดาวก็เป็นเพื่อนร่วมชั้น เธอเป็นที่รักของทุกๆคน ในห้องไม่มีเกลียดหรือตั้งป้อมเป็นศัตรูกับเธอเลย เมื่อมีเรื่องแบบนี้ลือกันหนาหู หากเป็นคนอื่นคงจะเกลียดเนตรดาวไม่มากก็น้อย แต่สำหรับพวกเขาคือไม่ 

เนตรดาวเอียงคอสงสัย

"มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมเราไม่เคยได้ยิน"

"ก็เมื่อวานพี่ยูน่ะไปหาเรื่องพี่ไมถึงสนามบอล...." อะตอมเล่าให้ฟังตามที่เธอได้ยินมา เนตรดาวเองก็พอจะประติดประต่อเรื่องราวได้บ้าง

"ไม่จริง พี่เขาไม่ได้ชอบเรา....." อะตอมกับบาสและเพื่อนๆในห้องมองหน้ากัน พวกเขาสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ไม่ปกติของเนตรดาว

ปกติเธอออกจะร่าเริง.......

เม็ดฝนร่วงหล่นลงมาจากท้องก่อนจะค่อยๆเทกระหน่ำลงมาจนมองอาคารเรียนอีกหลังไม่เห็น เนตรดาวลุกขึ้นเดินไปเพื่ือจะปิดประตูห้องก็เห็นรุ่นพี่ม.6 กลุ่มหนึ่งเดินมา ไมตรีเงยหน้าขึ้น เขาสบตากับเด็กสาวที่เดินออกมาพอดิบพอดี

ละอองฝนสาดกระเซ็นมายังทางเดินไมตรียกกระเป๋าขึ้นมาบดบังสายฝนให้ข้าวฟ่าง

"ฮิ้ว.......เป็นแฟนกันเหรอ"

"โอ๊ย!! ตายๆๆ แบบนี้ไม่มีใครกล้าจีบข้าวฟ่างแล้วล่ะ "

เสียงของเพื่อนร่วมห้องเอ่ยแซวไมตรีกับข้าวฟ่างดังลั่น สองแก้มของหญิงสาวที่โดนเอ่ยแซวแดงเปล่งปลั่งราวกับลูกมะเขือเทศสุก เธอช้อนตาขึ้นไปมองไมตรีและพบว่าเขาไม่ได้มองเธอเลยสักนิด แต่การกระของเขาก็ยังคงทำให้หัวใจของเธอพองโตอยู่ดี

ในขณะที่เธอเห็นเนตรดาว ข้าวฟ่างก็แสยะยิ้มใส่อย่างสะใจ

เนตรดาวฝืนกลืนก้อนแข็งๆที่่ขึ้นมากระจุกตัวกันที่ลำคอลงไป ฝืนทนปิดประตูห้องเสีย เธอไม่อาจทนเห็นภาพบาดตาบาดใจได้อีกต่อไป

เพียงแต่เมื่อครู่เพื่อนๆในห้องเห็นกริยาของไมตรีและการแสยะยิ้มของข้าวฟ่าง

จะดรัมเมเยอร์หรือจะดาวโรงเรียนก็ช่าง... 

ตอนนี้ในหัวของทุกคนในห้องต่างติดแอชแทก ทีมเนตรดาวทั้งสิ้น​

"เนตร....ยิ้มดิวะ" บาสที่กำลังถือกระจกให้อะตอมทาแป้งหันมาพูด มุมปากของเด็กสาวยกสูงขึ้นแต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา

"นั่นไง!! เราว่าแล้วเรื่องนี้ต้องมีมูลความจริง ตกลงพี่ไมกับเขาจีบแกใช่มะ แต่ถูกอินังดรัมเมเยอร์อะไรนั่นยั่วยวน ออเซาะฉอเลาะเลยเขวแล้วหันไปกินกันเองในห้อง ผู้ชายน่ะมันก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด  เห็นผู้หญิงสวยๆให้ท่าหน่อยเป็นไม่ได้ นิสัย!!! แม่งเอ๊ย พูดแล้วขึ้นว่ะ ผู้ชายนี่มันแม่งสายพันธ์ส้นตีนจริงๆ" อะตอมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดออกมา

ผู้ชายยี่สิบกว่าคนในห้องนั่งกันเงียบกริบ

สีหน้าของบาสถมึงทึงขึ้นมาทันที เขาดึงกระจกออกไม่ยอมให้อะตอมดูจากนั้นก็หันไปฉกอุทัยทิพย์ขวดโตมาก่อนจะเอามาเหยาะลงบนริมฝีปาก

"ชะนี!!! ยิ้มหน่อยสิ ส่วนหล่อนเลิกกับฉันวะนึงละกัน ดึกจะโทรไปง้อนะชะนี"

หลังจากบาสทาอุทัยทิย์เสร็จก็หันมามองเนตรดาวอย่างมีจริตจะก้าน

"แค่กๆๆๆ" เนตรดาวสำลักน้ำที่ยกมาดื่ม

"เนียนไปแล้วบาส"

"เราใจไม่ดีเลยเนตร มันเป็นจริงป่าววะ" เป็นเสียงของอะตอมดังขึ้น

"อย่าเรียกบาส ให้เรียกเราว่าบาบาร่า เราไม่ใช่ผู้ชายสายพันธุ์ส้นตีน เราเป็นชะนี ยิ้มหน่อยดิวะเนตร!!  ดัดจริตจนปวดเหงือกแล้วเนี่ย"

เนตรดาวฟุบหน้าลงกับโต๊ะหากมองเผินเหมือนเธอกำลังร้องไห้แต่ความจริงเธอทนดูบาสที่เปลี่ยนเป็นบาบาร่าไม่ได้จริงๆ 

ตอนนี้บาบาร่าเริ่มเอาอุทัยทิพย์มาทาแก้มบ้างแล้ว

ตลอดคาบวิชาภาษาไทย อาจารย์สอนไปหันไปมองแก้มแดงๆบาสเป็นระยะ มันยังมีหน้าส่งยิ้มกลับไปให้อาจารย์ เนตรดาวนับถือใจของเพื่อนคนนี้จริง

นับวันความหน้าหนาของไอ้บาสก็ยิ่งอัพเลเวลมากขึ้น

เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนคาบพวกเธอต้องเดินไปอีกตึกซึ่งตึกนี้ไม่ได้เชื่อมทางเดินกับอาคารที่เธอเรียน ใครมีร่มก็โชคดีหน่อย แต่กลุ่มของเธอเรียกได้ว่าขาดโชคอย่างยิ่ง แปดคนมีร่มหนึ่งคันกับเสื้อกันฝนหนึ่งตัว

นักเรียนหลายห้องยืนออกันตรงบันไดไม่กล้าออกไป รวมถึงห้องของไมตรีด้วย

"เนตรให้พี่ไปส่งมั้ย" ยูเบียดเสียดกับนักเรียนคนอื่นเดินมาหาเนตรดาว แนนมองเแผ่นหลังของเด็กสาวจนเจ้าตัวหันมามองก่อนจะหันไปบอกกับยู 

"อย่าลำบากเลยค่ะ" พูดจบเธอก็เทมะม่วงดิบในถุงทิ้ง ก่อนจะเอามาครอบศีรษะ  เพราะนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตอนเช้าเธอหนีบผมนานมากกว่าจะตรงหากโดนฝนมีหวังได้ฟูเหมือนสิงโตแน่

มุมปากของไมตรียกสูงขึ้น เพียงแต่มันหายไปทันทีเมื่อข้าวฟ่างเงยหน้าขึ้นมามอง

"ไมไปกับเราเถอะ" ข้าวฟ่างชูร่มในมือ

"อื้อ"

และเป็นอีกครั้งที่เสียงพูดคุยเอ่ยแซวดังเซ็งแซ่เนตรดาวมองไมตรีและข้าวฟ่างเดินถายใต้ร่มคันเดียวกันเคียงคู่กันไป

วันถัดมาฝนตกหนัก โชคดีที่พ่อของเธออยู่บ้านจึงขับรถมาส่งเนตรดาวหน้าโรงเรียน

"ขับรถกลับดีๆนะพ่อ"

"อือ ข้ามถนนดีๆล่ะ"

เนตรดาวรอจนพ่อขับรถออกไปก็เดินมายังทางม้าลายเพื่ือข้ามถนน เด็กสาวกระชับรมในมือแน่นเมื่อเห็นรถมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งแล่นเข้ามาในขอบเขตของการมองเห็น 

รถและคนขับเธอคุ้นเคยดี ให้ห่างไกลออกไปหลายร้อยเมตรเธอก็ยังเดาถูกว่าเป็นใคร

เพียงแต่วันนี้คนที่ซ้อนท้ายมาไม่ใช่เธอ หากเป็นเธอแล้วละก็เขาคงจะจอดให้เธอลงเดินเองก่อนถึงโรงเรียนเป็นแน่ ไม่มีทางที่เขาจะขับพาเข้าไปในโรงเรียนดังเช่นวันนี้

เธอมองข้าวฟ้างซึ่งกำลังนั่งซ้อนท้ายไมตรีพร้อมกับช่วยกางร่มบดบังเม็ดฝนให้คนขับ

เนตรดาวแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีเทาพลางคิดว่าทำไมวันนี้อากาศถึงหนาวกว่าปกตินะ มันหนาวไปถึงหัวใจของเธอก็ว่าได้

 ............................................................

เฮ้อ....ป้าก็ไม่ได้อยากจะทำให้หนูรู้สึกอึมครึมแบบนี้หรอกนะ 




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น