โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

ชื่อตอน : 02-12 Sadist Taste

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 14:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-12 Sadist Taste
แบบอักษร

การใช้คำว่า ’ยับยั้งชั่งใจ’ กับยุนซองน่ะ ถึงอีกฝ่ายจะมีหน้าตาที่กระตุ้นจินตนาการของคนทั่วๆ ไปอยู่แล้ว ถ้ามองจากรูปร่างภายนอก แต่ในทางตรงข้าม เซ็กซ์หรือการกระทำในรูปแบบคล้ายๆ กันก็ยิ่งทำให้จินตนาการมันเริ่มกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้นจนยากที่จะหักห้ามใจ ฮันฮีเองก็รู้อยู่แล้ว แต่เท่าที่จำได้ส่วนใหญ่ความบ้าคลั่งของยุนซองจะถูกจำกัดขอบเขตอยู่ที่งาน 

อย่างที่รับรู้ได้ตอนเจอประธานจังเมื่อครั้งที่แล้ว ถึงแม้จะเป็นการประชุมลับ แต่ยุนซองก็แทบจะไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เลย ซึ่งถ้าถามว่าอีกฝ่ายชอบผู้ชายเหรอ เขาเองก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้น 

ถ้างั้นเซ็กซ์เมื่อคืนมันเรียกว่าอะไรล่ะ ยุนซองที่เกาะติดเขาแน่นอย่างคนบ้าน่ะ มันยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ การยับยั้งชั่งใจเหรอ ไร้สาระ เจ้านายเขาเร่าร้อนเทียบเท่ากับสัตว์ป่าที่อยู่ในช่วงติดสัตว์เลยล่ะ 

พอคิดมาถึงตรงนี้ ฮันฮีก็นึกถึงลูกชายและภรรยาคนเก่าของยุนซองขึ้นมา ถ้าไม่ได้เป็นเลขาของยุนซองแล้วล่ะก็ ชีวิตของเขาคงไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นตัวจริงของ ‘มาดามชิน’ ที่งดงามจนมีชื่อเสียงเลื่องลือมายาวนาน และเธอก็ดูเด็กกว่ายุนซองด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นแก่กว่าเจ้านายของเขาถึงสี่ปี 

…อยู่ๆ ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ ฮันฮีหลับตาลงอีกครั้ง นี่ไม่เวลาที่จะมาคิดอะไรพวกนี้ สะโพกที่เริ่มจะลื่นๆ หลังจากที่ทายานั้นเมื่อไหร่มันจะบรรเทาลงนะ เพราะเรื่องที่สำคัญที่สุดที่เขาจะต้องคิดก็คือ จะหลบออกไปจากวิลล่านี้ได้เมื่อไหร่ ขอแค่ได้ออกไปเติมเต็มท้องที่กำลังหิวก็พอแล้ว 

คงจะต้องลุกแล้วสินะ เมื่อฮันฮีตัดสินใจเสร็จแล้วก็ลุกขึ้น 

“ลุกแล้วเหรอ” 

“ตกใจหมดเลย!” 

“เป็นการตอบสนองที่มีชีวิตชีวามากเลยนะเนี่ย แต่ทำดีมาก เพราะถึงเวลาต้องลุกพอดี” 

ร่างของฮันฮีที่ส่งเสียงดังออกมาโดยไม่รู้ตัวล้มลงไปบนเตียงอีกครั้ง ไม่... นี่เข้ามาเมื่อไหร่กันเนี่ย ถ้าจะเข้ามามันก็ต้องส่งสัญญาณกันบ้างสิ ถึงอยากจะถามออกไปขนาดไหน แต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของยุนซองเอง ฮันฮีจึงตัดสินใจปิดปากลง มันเป็นช่วงเวลาที่เขาก็รู้สึกว่ายิ่งพูดน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี 

“เลขาของฉันน่ะ คงจะไม่เลือกกินอยู่แล้วใช่ไหม” 

“ไม่ทำหรอกครับ เรื่องแบบนั้นน่ะ” 

“ฉันก็ไม่ปล่อยให้ทำหรอก ลุกขึ้นได้แล้ว แต่ถ้าลำบาก เดี๋ยวฉันป้อนให้ก็ได้นะ” 

จะถึงเหมือนผู้ชายอันตราย แต่ใบหน้าของยุนซองที่กำลังยืนถือถาดอาหารอยู่กลับผ่อนคลายจนฮันฮีอยากจะลองต่อยดูสักครั้ง 

“...สนุกเหรอครับ ที่ทำให้ผมตกใจเนี่ย” 

“ที่สุดเลยล่ะ” 

...ลืมที่พูดไปเถอะ ผมจะไปพูดอะไรกับคุณได้อีกล่ะครับ ฮันฮีลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกที่ยอมแพ้กับทุกอย่าง เขากังวลกับยาที่ถูกทาไว้ตรงสะโพก แต่ดูท่าเจ้าของเตียงตัวจริงจะไม่สนใจอะไรเลย ฮันฮีนั่งลงอย่างระมัดระวัง ปวดตรงบั้นท้ายที่สัมผัสกับเตียง แต่มันก็ไม่ได้หนักเท่าที่คิดไว้ 

ยุนซองลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ จากนั้นก็ยื่นถาดอาหารที่ถือมาทั้งหมดให้ฮันฮี บนถาดไม้ที่ทำจากไม้เนื้อแข็งมีพาสต้าตามที่อีกคนพูดไว้ตอนแรกกำลังม้วนตัวอยู่อย่างเรียบร้อย วองโกเล่* งั้นเหรอ กลิ่นกระเทียมที่เตะจมูกกับกลิ่นเฉพาะของอาหารทะเลกระตุ้นความอยากอาหารของร่างกายเขาอย่างแรงจนน่าตลก ฮันฮีตัดสินใจยอมแพ้อย่างง่ายดาย เพราะเขาสามารถดื้อดึงได้อีกครั้งหลังจากที่อิ่มท้องแล้ว 

“เป็นไง อร่อยไหม” 

“ก็พอกินได้แหละครับ” 

อร่อยโคตร... ใส่อะไรลงไปเนี่ย ใส่ยาบ้าลงไปเหรอ 

“ตอบได้ดีที่สุดแค่นี้เหรอ คนทำอาหารมันเหนื่อยนะ” 

“แต่ยังไงกรรมการผู้จัดการก็ไม่ได้ทำเองหนิครับ” 

“ฉันทำเอง” 

ฮันฮีที่ตักเส้นพาสต้าเข้าปากต่างกับคำตอบที่เพิกเฉยกลั้นอาการที่เกือบจะสำลักไว้อย่างยากลำบาก ทำเองเลยงั้นเหรอ ถ้างั้นคำตอบของเขาก่อนหน้านี้ก็ได้ศูนย์คะแนนสินะ เพราะดันประเมินอาหารที่เจ้านายทำด้วยตัวเองว่า ‘ก็พอกินได้’ ทั้งๆ ที่แม้จะชื่นชมว่าได้สามดาวตามมาตรฐานมิชลินไกด์ก็ยังไม่เพียงพอเลย 

“อร่อยมากครับ” 

“ช้าไปละ” 

เขาคงจะพูดคำชมจริงๆ ช้าเกินไป เหมือนวิ่งตามหลังรถเมล์ที่ออกตัวไปแล้ว แม้ยุนซองจะทำเหมือนไม่สนใจอะไรในระหว่างที่ทานอาหารนั้น แต่ฮันฮีก็ทานอาหารด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายนักเหมือนกับทานหิน ซึ่งขณะเดียวกันรสชาติมันก็อร่อยมาก ถ้าลองคิดดูมันก็แน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่ารสนิยมของยุนซองซับซ้อนกว่าเขามากทีเดียว 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรหลังจากนี้ก็ช่างก่อน ตอนนี้เขาอยากจะจดจ่ออยู่กับอาหาร อาหารเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตที่สำคัญมากๆ สำหรับฮันฮีที่เป็นทั้งนักกินและคนกินจุ การที่มีอาหารอร่อยมาวางอยู่ตรงหน้า แต่ดันไปคิดถึงเรื่องอื่นน่ะ มันไม่ใช่มารยาทที่ดีกับอาหารเลย แต่ว่าไม่ว่าจะคิดหรือไม่คิดอะไรก็แล้วแต่ ความคิดก็หยุดชะงักลงด้วยคำว่าบ้าน แต่หมายถึงหลังจากกินพาสต้าที่เหลือหมดแล้วนะ 

“ทำกันวันศุกร์เป็นไง” 

“หมายถึงอะไรเหรอครับ” 

“การเล่นน่ะ” 

คราวนี้พาสต้าที่กินอยู่เกือบพุ่งออกมาทางจมูก อะไรเนี่ย อยู่ๆ ดีก็พูดอะไรออกมา 

“แต่ถึงจะกำหนดวันไปก็ไม่มีความหมายใช่ไหม เพราะก็ไม่รู้ว่าตารางงานจะเปลี่ยนยังไงบ้าง” 

นี่ กรรมการผู้จัดการคังครับ... ฮันฮีกลั้นคำพูดที่มันไม่สมควรจะพูดเอาไว้ 

“แต่ถึงอย่างนั้นในหนึ่งอาทิตย์ต้องทำสักครั้ง เพราะว่าฉันเองก็ต้องการปลดปล่อยด้วย” 

“ปลดปล่อยเหรอครับ” 

ถึงจะต่างกับคำที่ตั้งใจจะพูด แต่ถึงยังไงเขาก็พูดไปแล้ว เท่านั้นแหละ ความไม่พอใจที่ไม่ได้วางแผนไว้ก็พุ่งเข้ามาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เมื่อกี้พูดว่าปลดปล่อยเหรอครับ ซึ่งพอลองคิดดูแล้วในหนึ่งอาทิตย์เขาเองก็จะต้องปลดปล่อยหนึ่งครั้ง ฮันฮีจึงไม่มีคำพูดที่จะโต้แย้งกลับไป ถ้าตามคำพูดของคนสมัยก่อน ถึงแม้จะเป็นคำพูดที่เหมือนกัน แต่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณพูดอะไร แต่อยู่ที่ว่าคุณพูดมันออกมายังไงต่างหาก 

“มีปัญหาอะไรล่ะ มันก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้วหนิ” 

จะบอกว่าอีกฝ่ายไม่รู้วิธีพูดให้มันฟังดูดีก็ไม่ได้อีก แต่เขาก็ไม่ได้ที่อยากจะเข้าใจหรืออธิบายเกี่ยวกับส่วนนี้ เพราะรู้ว่ามันไม่คุ้มที่จะพยายามเกลี่ยกล่อมผู้ชายตรงหน้า 

สมองของฮันฮีทำงานอย่างหนักในการเลือกคำปฏิเสธที่เหมาะสม เขาต้องการหนึ่งหมัดที่แม่นยำ แม่นยำในระดับที่จะไม่มีคำพูดอะไรออกมาอีกหลังจากนั้น 

“ถ้าเธอรับข้อเสนอของฉัน ต่อไปฉันเองก็ไม่จำเป็นจะต้องเรียกคู่ขาคนอื่นแล้ว” 

คู่ขาคนอื่นเหรอ ฮันฮีที่จบลงด้วยการตอบสนองไปโดยไม่รู้ตัว หรี่ตาลงในชั่วพริบตา 

“จะมีคู่เล่นอีกเพิ่มเหรอครับ” 

“เปล่า ฉันพูดถึงคู่ขาในเรื่องเซ็กซ์น่ะ แต่ก็เปลี่ยนคนทุกอาทิตย์นั่นแหละ” 

ยุนซองที่ทานอารหารเสร็จระหว่างที่พูดคุยกันนั้นก็วางถาดอาหารส่วนของตัวเองไว้บนโต๊ะและเอาทิชชู่เช็ดปาก ฮันฮีก็แค่มองภาพนั้น เขาไม่คุ้นกับยุนซองในชุดอาบน้ำ ซึ่งดูเด็กกว่าปกติ เพราะผมหน้าม้าที่ปล่อยลงมาข้างหน้าหรือเปล่านะ อาทิตย์ที่แล้วเขายังไม่เคยลองจิตนาการที่จะเห็นเจ้านายในรูปแบบนี้ด้วยซ้ำ 

ไม่สิ เคยคิด ต้องบอกว่าไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นจริงถึงจะถูก อยู่ๆ ฮันฮีก็นึกถึงเมื่อสองสามวันก่อนที่เขาคิดว่ามันคงจะสมบูรณ์แบบสุดๆ ถ้าเกิดเจ้านายกลายเป็นซาดิสต์ขึ้นมา 

ก็ถ้าคิดแบบนั้น เหตุการณ์ตอนนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีไม่ใช่เหรอ 

“เพราะว่าการเจอคู่ขาที่เข้ากันได้น่ะ มันเป็นเรื่องยากไม่ใช่รึไง” 

ยุนซองช่วยเช็ดซอสที่เลอะอยู่บนริมฝีปากของฮันฮีที่นั่งอยู่เงียบๆ ด้วยนิ้วโป้ง เขาไม่แม้แต่จะตกใจกับการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาตินี้เลย ฮันฮีมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเหม่อลอยซึ่งไม่สมกับเป็นตัวเองเลย ยังไงก็รู้สึกเหมือนกับถูกหลอก และที่ยุนซองพูดมันก็ไม่ใช่คำพูดที่ผิดด้วย มันคือความจริง 

“สุดท้ายมันก็เป็นแค่ข้อเสนอนั่นแหละ” 

บังเอิญจังเลยนะ ที่ฮันฮีอยู่บนเตียงของยุนซองด้วยเนี่ย 

“แต่ก็แน่นอนว่าคำตอบน่ะ มันถูกกำหนดไว้แล้ว” 

แค่เธอตอบก็พอ 

สีหน้าและแววตาที่มองเขาอย่างสงบแน่วแน่ดูผ่อนคลายและไม่มีองค์ประกอบไหนบนใบหน้าที่เขาไม่ชอบเลยสักอย่างเดียว แต่ถึงอย่างนั้นฮันฮีก็กำลังคิดว่าจะปฏิเสธ เขายังจับความเป็นเหตุเป็นผลที่เกือบจะพังไปวูบหนึ่งไว้ได้ แต่คำตอบของเขาถูกกำหนดไว้แล้วอย่างที่ยุนซองพูดนั่นแหละ 

การมีเซ็กซ์กับผู้ชายในอุดมคติอย่างสมบูรณ์แบบ แถมอีกฝ่ายยังเป็นซาดิสต์อีก ดูเหมือนจะเป็นเงื่อนไขที่ดี แต่มันกลับกลายเป็นยาพิษมากกว่า ถ้าหากไม่ตัดซะตั้งแต่ตอนนี้ ฮันฮีมั่นใจเลยว่าเขาจะต้องเสียใจอย่างสาหัสแน่นอน เหนือสิ่งอื่นใดท่าทางของยุนซองช่างน่าหมั่นไส้ จริงๆ เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ผู้ชายที่มั่นใจว่า ไม่ว่าอะไรก็จะเป็นไปตามที่ตัวเองพูดเสียหน้าหรอก แต่โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ซะหน่อย 

เขาตัดสินใจแล้ว ฮันฮีพูดอย่างช้าๆ แต่ว่าหนักแน่น 

“...ดีเลยครับ ทำแบบนั้นแหละครับ” 

ปากของเขานี่มันมีปัญหาแน่ๆ และขณะที่เห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของยุนซองน่ะ ฮันฮีอยากจะต่อยแก้มตัวเองแรงๆ ซักที 

 

* พาสต้าหอยลาย 

ความคิดเห็น