กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

(รีไรท์) Ep3 : ร้ายกว่ามาเฟีย(ก็เมียนี่ไง) จบบท Nc+

ชื่อตอน : (รีไรท์) Ep3 : ร้ายกว่ามาเฟีย(ก็เมียนี่ไง) จบบท Nc+

คำค้น : เดวิส มายาวี มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(รีไรท์) Ep3 : ร้ายกว่ามาเฟีย(ก็เมียนี่ไง) จบบท Nc+
แบบอักษร

 

ร้ายกว่ามาเฟีย(ก็เมียนี่ไง) 

 

 

ตอนมายาวีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้า หญิงสาวรีบสะบัดกายออกห่างจากเบาะนอนเนื้อหนั่นแน่นอย่างนึกรังเกียจ พร้อมกวาดสายตาขุ่นข้นมองรอบห้องอย่างระแวงภัย 

 แล้วยังเผื่อแผ่มายังเบาะรองนอนด้านข้าง

“คนเลว...ฉันอยากจะฆ่าแกนัก”

 เข่นเคี้ยวพอให้เบาเทาอารมณ์เคียดแค้น ปะทุเดือดขึ้นภายในใจ หากพอหญิงสาวขยับตัวแรง ทำให้รู้สึกเจ็บเสียวตรงส่วนกลางลำตัว ใบหน้าเรียวรูปไข่เหยเก ต้องรีบกัดปากระงับไม่ให้หลุดเสียงร้อง ความเจ็บครั้งนี้ มันประจานถึงการกระทำป่าเถื่อน

 ไอ้สารเลวทำไว้กับเธอเมื่อคืน

ความเจ็บที่เกิดขึ้นทำให้มายาวีต้องนิ่วหน้าตอนหย่อนเรียวขาลงแตะพื้นอันเย็นเฉียบ เธอเหลียวกายมองหานาฬิกา อยากรู้ตอนนี้มันกี่โมง หากยังไม่ทันรู้ เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือกลับแผดเสียงปลุกคนกำลังนอนหลับสบายในรอบหลายปีให้ขยับเปลือกตาตื่น

มายาวีรีบพยุงร่างอ่อนแรงหลบไปยืนชิดริมผนัง เป้าหมายของเธอคือประตูทางออก

“เมียจ๋า...”

คนรู้สึกตัวเพราะเสียงโทรศัพท์ปลุก ยังงัวเงียแต่ปากยังไม่ลืมร้องหาเมียจ๋า แล้วควานมือหาร่างนุ่มนิ่ม พอหาไม่เจอร่างใหญ่โตราวยักษ์ทะลึ่งลุกขึ้นนั่งพรวด ก่อนถอนหายใจเมื่อเขาเห็นร่างกลมกลึงยืนนิ่งอยู่ตรงผนังห้อง 

“เม...ตื่นนานแล้วเหรอ”

มายาวีย่นหัวคิ้วอย่างนึกแปลกใจ ปีศาจร้ายตัวเมื่อคืนมันหายไปไหนเสียแล้วล่ะ เช้านี้ถึงมาเรียกเธอเสียอ่อนหวาน ทำเหมือนเขาไม่ได้ทำร้ายเธอเลยสักนิด ช่างผิดกับคนละคนเมื่อคืนนี้ลิบลับ

หึ...แต่อย่านึกว่าเธอจะหลงกลยอมใจอ่อนดีด้วย คนชั่ว สันดานมันชั่ว ต่อให้ตอแหลแสร้งทำพูดดีขนาดไหน มันก็ขึ้นชื่อว่าชั่วอยู่วันยังค่ำ

“มานั่งนี่มา เดี๋ยวจะโทรสั่งอาหารเช้าสำหรับเราสองคน ตอนสายจะพาไปเดินซื้อของ”

“ฉันจะกลับห้อง และก็อย่าได้มายุ่งกับฉันอีก เราสองคนไม่มีอะไรต้องติดค้างกันสักเรื่อง แม้กระทั่งไอ้เรื่องบ้าบอของลุงบวร เพราะฉันกับเขามันคนละคน...นายไม่สมควรมาวุ่นวายกับฉันอีกต่อไป”

คนตัวเล็กแต่ใจเด็ดเดี่ยวประกาศก้อง สายตาที่เคยอ่อนหวานยามอยู่ในหมวดปกตินั้นแข็งกร้าว มายาวีเจ็บใจ ตนเองนั้นถูกรังแกโดยไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย คนก่อหนี้ก็ไม่ใช่เธอ ทำไมเขาไม่ไปตามทวงกับคนใช้เงินจำนวนนั้น หากกลับมาเรียกร้องเอากับคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่

หลายครั้งชีวิตเธอถูกรังแก ไม่ได้รับความยุติธรรม เห็นอกเห็นใจจากคนในครอบครัว ถูกเอารัดเอาเปรียบโดยไร้คนปกป้อง มีพ่อก็เหมือนไม่มี เพราะตัวท่านทั้งรักและเอาใจใส่น้องสาวคนละแม่ของเธอ น้อยครั้งนักจะเห็นท่านเข้าข้างเธอสักครั้ง นานวันเข้าเธอจึงเริ่มรู้สึกชินชา ยอมถอยตัวเองออกมาให้ห่างจากครอบครัวใหม่ของท่าน พร้อมลุกขึ้นสู้ ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับคนไม่หวังดี

มณียาคือผู้หญิงคนใหม่ของพ่อ ท่านพามันเข้าบ้าน หวังให้ขึ้นมาชูคอนั่งแทนตำแหน่งนายหญิงคนใหม่ แทนแม่ของเธอ เจ้าหล่อนไม่ได้จิตใจงดงาม สูงส่งเหมือนภาพปรุงแต่งต่อหน้าสังคมสักนิด จิตใจมันไม่ต่างจากงูพิษร้าย และดูเหมือนคงร้ายพอๆกับคนสารเลวตรงหน้าเธอนี่แหละ

มันคงเป็นเวรกรรมของตัวเธอเอง ไปไหนก็หนีไม่พ้นคนประเภทนี้เสียที...

“ช่วยบอกคนของนาย ให้เปิดประตูให้ฉันด้วยค่ะ”

“ยังไม่ให้กลับ ถ้าฉันยังไม่อนุญาต”

เดวิสชักสีหน้า เริ่มหัวเสียกับอาการพยศไม่เลิกของเมียจ๋า แต่เพราะแน่ใจครั้งนี้มายาวีจะไม่มีทางหนีเขารอด ชายหนุ่มจึงนั่งใจเย็น ไม่กระโจนเข้าจับตัวกักกันหญิงสาวเอาไว้

“มานั่งตรงนี่เถอะเม...หัดว่านอนสอนง่ายกันเสียบ้างสิ วันนี้เราสองคนจะไปเที่ยวรอบตัวเมืองกัน เมยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

เดวิสบอก เป็นคำบอกพ่วงท้ายมาด้วยการบังคับกลายๆ ก่อนร่างหนาจะลุกขึ้นนั่ง คว้าเอาโทรศัพท์มือถือ มาดูหมายเลขหน้าจอ พอเห็นว่าหน้าจอขึ้นเบอร์แปลกเขาจึงกดรับ เผื่อจะเป็นธุระเกี่ยวกับงานสำคัญ

หากพอได้ยินเสียงจากทางปลายสาย เป็นใคร หัวคิ้วของมาเฟียหนุ่มจึงขมวดขึ้นทันที

“ผมไม่ว่างตลอดทั้งสัปดาห์ ถ้าคุณมีธุระด่วนจริง ช่วยติดต่อผ่านทางชาโคไปได้เลย หมอนั้นจะจัดการตามที่คุณต้องการ”

เดวิสพูดแค่นั้นจึงกดวางสายทิ้ง กดปิดหน้าจอมันเสียเลย ตัดความรำคาญ

 เป็นลูซีที่โทรเข้ามา เจ้าหล่อนอยากเจอเขา อันที่จริงถ้าหากเขาไม่พบมายาวีและรังแกเธอจนได้เป็นเมีย ลูซีคงไม่ได้ถูกมองผ่าน เจ้าหล่อนออกจะร้อนแรงตามสเป็คอย่างที่เขานิยม หากได้อยู่ใกล้ ยากนักจะปฏิเสธ แต่ตอนนี้เขากลับไม่ต้องการเจ้าหล่อน ไม่แม้แต่อยากจะเห็นหน้า

เมียจ๋าเขาครบเครื่อง ไม่จำเป็นต้องหาเศษหาเลยกับสาวไหน...

“ฉันบอกให้มานั่งตรงนี้ไง...เฮ้อ!ได้โปรดเถิดเมียจ๋า เลิกต่อต้านกันสักทีจะได้ไหม”

“ไม่...ฉันจะกลับห้อง”

 มายาวีหมุนกายเดินเร็วตรงมาทางประตูห้อง เธอลองเปิด เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด มันติดล๊อกด้วยคีย์การ์ดบนหัวเตียง ที่มีไอ้ชั่วนั่งบังอยู่

คนเป็นต่อนั่งกอดอกมองด้วยสายตาท้าทาย มายาวีไม่สนเธอตบฝ่ามือลงกับประตู

“ใครอยู่ข้างนอก ช่วยเปิดประตูให้ฉันที”

“ถ้าคิดว่าจะมีคนเปิดให้ ก็เชิญเรียกหาได้ตามสบาย...”

 พูดจบแล้วขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาพญามารมองร่างกลมกลึงไม่กะพริบ เช้านี้เขายังไม่ได้ออกกำลังกาย อีกสักยกก่อนพาเจ้าหล่อนตะลอนเที่ยวคงทำให้ร่างกายเขากระชุ่มกระชวยดีพิลึก

ในขณะที่มายาวีเริ่มหวาดวิตกกับท่าทีคุกคาม เธอขยับร่างเล็กหนีร่างสูงตอนเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้ ในใจนั้นยังแอบหวัง เขาอาจเดินมาเปิดประตูให้เธอก็อาจเป็นได้ หากความหวังนั้นพังพินาศตอนร่างทั้งร่างเธอถูกเขาแบกขึ้นบ่า แล้วถูกโยนกลับขึ้นไปนอนจุกอยู่บนเตียง ทุกกิริยาเขาทำมันอย่างรวดเร็ว เร็วจนมายาวีลืมปกป้องตนเอง มารู้สึกตัวอีกทีตอนนอนงอตัวด้วยความจุกอยู่กลางเตียงใหญ่

“โอ๊ย...” คนจุกร้องเสียงระโหย ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างเล็กกลับถูกกระชากอย่างแรง

“มาสนุกกันอีกสักยก แล้วหลังจากเราสองคนทานข้าวเสร็จ ค่อยเดินออกไปเที่ยวกัน ฉันอยากนอนกับเธอเช้านี้”

คำพูดหยาบคายมาพร้อมกับร่างงามถูกลากให้มาหยุดตรงขอบเตียง ความเจ็บที่ยังหลงเหลือจากการผ่านสมรภูมิรักมาอย่างหนัก ทำเอาใบหน้าสวยบิดเบี้ยว จนเผลอซูดปาก

“อย่าสำออยไปหน่อยนักเลยน่า โดยเอานิดเอาหน่อยทำมาเป็นร้อง” คนใจยักษ์ไร้ความเห็นใจ เขาหลงคิดว่านี่คงเป็นแผนของมายาวี เจ้าหล่อนคงคิดใช้มารยาหญิงมาต่อรองเขามากกว่า ฝ่ามือใหญ่กำข้อเท้าไว้จนเกิดรอยแดง ก่อนปล่อยเพื่อปลดเปลื้องเสื้อคลุมของตนเองออก

คนถูกกล่าวหาว่าใช้มารยาผวาเฮือก หญิงสาวเตรียมตัวต่อสู้กับคนเลวสุดกำลัง ถึงจะรู้ตัวว่าสู้เขาไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่ายอมปล่อยให้ตนเองถูกเขารังแกโดยง่ายดาย ดังนั้นหญิงสาวจึงยกขาขึ้นสูง หลับตาแล้วถีบเข้าตรงหว่างขา กะให้ตรงกับจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

“โอ๊ย!...เม”

เลยทำให้คนหน้ามืดตามัว หื่นอยากนอนกับเมียถึงกับล้มคว่ำ สภาพดูไม่จืด คู้ตัวดิ้นเร่าๆด้วยความเจ็บปวด มายาวีไม่มีเวลาชื่นชมกับผลงานนานนัก หญิงสาวทำได้เพียงแตะร่างหนาซ้ำลงจุดเดิมอีกครั้ง

แล้วพูดย้อนคำของชายหนุ่ม

 “เฮ่อ! อย่าสำออย โดนแค่นี้ยังถือว่ายังน้อยไป “ ก่อนกระโจนตรงไปหาหัวเตียง คว้าเอาคีย์การ์ดมาถือไว้ในมือ ออกแรงซอบเม่สวิ่งสุดกำลังตรงไปยังประตูทางออก

เธอสูดลมเข้าปอดคิดว่าข้างนอกคงมีคนของเขาเฝ้าอยู่ ดังนั้นพอประตูเปิดออกกว้างวิญญาณสาวนักวิ่งเหรียญทองของโรงเรียนตอนชั้นประถมต้นจึงเข้าสิง

มายาวีโกยแน่บอย่างไม่คิดชีวิต...

“เฮ้ย!...”

ส่วนบอดีการ์ดหน้าห้องรีบหันขวับตอนได้ยินเสียงประตูเปิด ยังไม่ทันขยับตัวทำอะไร มายาวีใช้แรงกำลังเฮือกสุดท้าย ผลักร่างหนาข้างหน้าจนกระเด็นเซ ก่อนซอยเท้าถี่วิ่งตรงไปยังลิฟต์อย่างไม่คิดชีวิต

มันเป็นโชคดีของหญิงสาว พอวิ่งมาถึงตัวลิฟต์ปุ๊บ มันดันเปิดอ้ารอพอดี

หญิงสาวรีบผลุบกายเข้าด้านใน กระหน่ำกดปุ่มปิดด้วยหัวใจเต้นระทึก ตอนเห็นคนของเดวิสต่างวิ่งกรูตรงมาทางเธอ ใจเธอแทบตกกระดอนลงพื้น...

 

“เฮอะ!...เกือบไปแล้วไหมล่ะยายเม...” 

เสียงรำพันเอ่ยออกมาด้วยความโล่งอก หลังจากร่างกลมกลึงนอนแผ่หลาลงบนเตียงกว้างภายในห้องพักของตนได้สำเร็จ ยามนึกถึงวินาทีต้องวิ่งหนีคนของเดวิสอย่างไม่คิดชีวิต ทำเอาใจสาวเต้นระทึกไม่หาย 

ช่างเป็นบุญของเธอแท้ๆ ยังสามารถเร้นกายหลบขึ้นรถประจำทางโดยไม่มีสายตาใครจับได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อไป คนเลวอย่างหมอนั่น คงไม่มีทางปล่อยให้เธอนั่งลอยหน้าสบายใจเฉิบ โดยไม่คิดทำอะไรแน่นอน 

มายาวีได้แต่นึกสาปส่งไอ้ตัวต้นเหตุ ขอให้มันอย่าได้ตายดี ทำอะไรกับใครไว้ก็ขอให้ดาบนั้นคืนสนองมันเร็วๆ 

ป่านนี้คงกำลังนอนชักดิ้นชักงอตาย ถูกเธอทั้งถีบทั้งแตะจุดสำคัญอย่างนั้น ถ้าไม่ตายงานนี้คงถึงขั้นสูญพันธ์เลยก็ว่าได้ 

 มายาวีมีสีหน้าดีขึ้นยามนึกถึงช่วงเวลานั้น 

“ดีสมน้ำหน้า คราวหลังจะได้ไม่คิดรังแกคนจริงอย่างเธอ” ถอนหายใจเสียงดังแล้วหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าจากการต้องใช้พลังงานแรงกายทั้งหมดที่มี ก่อนลมหายใจจะค่อยๆสม่ำเสมอ เมื่อหญิงสาวเข้าสู่นิทราลม

มารู้สึกสึกตัวตื่นอีกที ตอนหญิงสาวเริ่มมีอาการคล้ายคนเป็นไข้ ปวดระบมตามเนื้อตัวยามขยับร่างแค่เพียงเล็กน้อย มันเจ็บราวเธอถูกเลาะกระดูกมา...

“อู้ย...ทำไมถึงได้หนาวอย่างนี้นะ”

 คนบ่นว่าหนาวนิ่วหน้า เริ่มมีอาการไข้จากพิษระบมตรงจุดซ่อนเร้น หญิงสาวซุกกายเข้าหาผ้าห่มอุ่น งอร่างน้อยเพียงหวังให้ตนเองนั้นคลายความหนาวเหน็บลงบ้าง ทว่ามันอาจช่วยได้เพียงห่มกาย ไม่ได้คลายความหนาวอย่างที่เธอต้องการ

มายาวีร้องคราง อาการเริ่มทรุดลง เธอไม่มีเรี่ยวแรงพอ จวบจนเวลาเลยผ่านไปอีกหลายชั่วโมง ความร้อนในกายเริ่มทวีสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างบนเตียงเอาแต่นอนกระสับกระส่าย ริมฝีปากแห้งจนแตกระแหง พึมพำหากไร้เสียงใดหลุดรอดออกมาเป็นคำ...

“แม่ขา...เมหนาว กอดเมหน่อยนะคะ”

พลั๊ก พลั๊ก พลั๊ก!!! 

ร่างหนาชื้นเหงื่อสั่นสะท้าน ตวัดสายตาขุ่นคลักมองลูกน้องชนิดเรียงตัว ความแค้นมันแน่นอก ดันถูกผู้หญิงตัวเท่ามดเกือบทำให้สูญพันธ์  

ชาโคหน้าเจื่อนลง ไม่อาจสู้สายตาผู้เป็นนาย ด้วยเหตุการณ์เดิมเมื่อหลายวันก่อนฉายซ้ำเข้ามาอีกครั้ง พวกเขาทำพลาด ดันปล่อยให้ผู้หญิงของเจ้านายหนีรอดไปได้อีกหน เจ้าหล่อนนั้นรวดเร็วปานจรวด เห็นเพียงหลังไวไว เผลอแวบเดียวไม่รู้หายไปไหนเสียแล้ว พวกเขาระดมคนค้นหาจนทั่วบริเวณรอบโรงแรมก็ไม่พบตัว  

คิดแล้วมันน่าเจ็บใจชะมัด ไม่คิดว่าสาวเอเชียตัวเท่ามดคันไฟ จะคงความร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ ทำร้ายร่างกายเจ้านายพวกเขาที่ได้ขึ้นชื่อลือชาถึงความโหดเหี้ยมยังไม่พอ เจ้าหล่อนยังหาเหาใส่หัว ทำให้พวกเขาถูกทำโทษอีกต่างหาก เล่นเอาเสียน่วมไปหมดทั้งตัว เจ้านายเขามือหนักเท้าหนักจะตาย โดนแต่ละมัดเล่นเอาหน้าสั่น เห็นดาวเห็นเดือนระยิบเลยเชียวล่ะ  

นับตั้งแต่ผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดเดินเข้ามาผัวพันกับเจ้านาย เจ้าหล่อนก็นำพาความฉิบหายมาสู่พวกเขาไม่เว้นวัน... 

“พวกมึงมันไม่ได้เรื่อง เลี้ยงเสียข้าวสุกกันฉิบหาย...”  

เจ้าของร่างหนากระแทกร่างนั่งบนเก้าอี้เนื้อนุ่ม บ่นเสียงขรม สะบัดมือกับอากาศหลังจากได้ระบายความโกรธ ด้วยการกระแทกหมัดเข้าใส่ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง เดวิสระบายลมหายใจจนหน้าอกกระเพื่อม แววตานั้นโชนแสงอำมหิต เขาทั้งโกรธทั้งโมโห จนอยากลุกขึ้นมาฆ่าคน แถมยังรู้สึกเหมือนถูกหยามศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างบอกไม่ถูก 

 เขาถูกผู้หญิงตัวเล็กแค่นั้น ถีบจนล้มคว่ำ หมดสภาพ  

หมดกันมาเฟียผู้เหี้ยมโหด ที่ใครเห็นต่างต้องก้มหน้าด้วยความกลัวเกรง เสือกดันมาแพ้ราบคาบให้กับผู้หญิงตัวเล็กแค่นั้นเพียงคนเดียว งานนี้เขาต้องเอาคืน... 

 “เอ่อ...เจ้านายหายเจ็บมือกับ...เอ่อ...แล้วนะครับ” 

 ร็อคโคมองต่ำพร้อมกลืนน้ำลายเหนียว พยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้สุดฤทธิ์ ตอนเกิดเรื่องเขาเป็นคนแรก วิ่งพรวดเข้าไปภายในห้อง แล้วเห็นเข้ากับภาพอันน่าทึ่ง ปนเสียวสันหลัง  

ถ้ามีคนมาเล่าให้เขาฟังโดยไม่เห็นกับตาตัวเอง เขาเองก็คงไม่เชื่อ คงกล่าวหาไอ้คนนั้นมันโกหก มีอย่างที่ไหนผู้หญิงตัวเล็กเท่ามด จะสามารถเปลี่ยนให้ราชสีห์กลายเป็นแมวหง่าว นอนชักดิ้นชักงอบนพื้น เหงื่อโชกกาย ใบหน้าเขียวคล้ำ แถมยังอ้าปากพะงาบอยู่บนพื้นห้อง ให้เขารู้สึกทุเรศสายตาอย่างนั้นได้ แต่นี่เขาเห็นกับตาทั้งสองข้างเชียวนะ มันเลยอดทึ่งกับสิ่งที่เห็นด้วยตาตนเองไม่ได้เลยจริงๆ 

เขาขอนอบรับนายหญิงคนใหม่เอาไว้ในใจด้วยความเคารพ ผู้หญิงเอเชียคนนี้ เจ้าหล่อนมาเหนือเจ้านายเขาอยู่หลายขุมทีเดียว... 

อย่างนี้สิที่เขาเรียก ของมันสมน้ำสมเนื้อกัน... 

 “มึงไม่ต้องมาเสือก ไอ้ร็อคโค มึงนะมันตัวดีกว่าใครเพื่อน”  

เดวิสชี้หน้าลูกน้องคู่ใจ ทว่าร็อคโคไม่ได้นึกหวั่นเหมือนกับคนอื่น เขาแค่ก้มหน้า ทำท่าสำนึกผิด แต่ริมฝีปากหยักได้รูปกลับยกยิ้มสะใจเบาๆ 

“พวกมึงก็เหมือนกัน...ไร้ประโยชน์” 

ชาโคเหลือบตามองเจ้านายแล้วหรุบต่ำ ชายหนุ่มรู้สึกคันปากอยากเถียงกลับใจแทบขาด ไม่ใช่เขาจัดการไม่ได้ ลองถ้าให้พวกเขาใช้กำลังเหนือกว่าจับกุมหญิงสาวสิ อย่างไรเสียผู้หญิงคนนั้นมีหรือจะรอดพ้นเงื้อมมือคนของเขานับสิบไปได้ แต่ที่มันพลาดก็เพราะความขี้หวงของตัวเจ้านายเองไม่ใช่หรือไง สั่งให้ตามจับตัวมา แต่ดันสั่งห้ามไม่ให้ลูกน้องคนไหนแตะเนื้อต้องตัวของหญิงสาวคนนั้นเด็ดขาด ถ้าใครมันกล้าขัดคำสั่งจะถูกตัดมือทิ้ง แล้วใครหน้าไหนมันจะกล้า ได้แต่วิ่งไล่ต้อนกันจนหอบแฮ็ก ไม่ต่างกับการวิ่งเล่นกับเด็กตัวเล็กตัวเล็กในสนาม... 

มีเสียงเคาะประตู “ขออนุญาตครับ...” พร้อมกับเสียงขออนุญาต 

“เข้ามา” คนนั่งหน้ามุ่ยตะโกนบอก ก่อนชายในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาแล้วโค้งคำนับ ผู้นั่งอยู่กลางห้อง  

“คนของเราที่เฝ้าหน้าอพาร์ทเม้นท์โทรเข้ามารายงานแล้วครับนาย คุณมายาวีกลับถึงที่พักอย่างปลอดภัย” 

“อืม...ไอ้ชาโคไปเตรียมรถให้กูที กูจะไปชำระความกับแม่นั่นด้วยตัวกูเอง...” 

พอได้ยินคำรายงาน มายาวีกลับถึงห้องพักอย่างปลอดภัย คนกำลังโมโหจนหน้าดำคร่ำเคร่ง คลายอารมณ์ดังกล่าวลงมาเล็กน้อย ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจ แต่ให้นิ่งเฉยไม่ลงมือจัดการอะไรสักอย่าง ประเดี๋ยวแม่นั่นจะได้ใจ คิดว่าเขากลัวจนหงอ... 

“ครับเจ้านาย...” 

 

คนนั่งรอในรถชักนั่งไม่เป็นสุข เพียรยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูหน้ามุ่ย แล้วกระแทกลมหายใจ หงุดหงิด หงุดหงิดเหลือเกิน  

ถึงแม้ส่วนลึกเขาจะแน่ใจในฝีมือของลูกน้องคนสนิทควบคู่ตำแหน่งมือขวาอย่างร็อคโคพอสมควร หมอนั่นไม่เคยทำงานผิดพลาด ทำให้เขาผิดหวังบ่อยๆเหมือนกับ ชายหนุ่มชำเลืองหางตามองไอ้คนนั่งหน้าจ๋องอยู่ตรงส่วนด้านหน้าตัวรถ

ชาโคมีสะดุ้งวาบ เมื่อตนเผลอเหลือบสายตามองกระจกหลัง

เขาหวังว่าครั้งนี้จะเป็นเหมือนกับทุกครั้ง หากเพียงไม่นานความหวังนั้นเริ่มสั่นคลอน ตอนเห็นร่างสูงเดินใบหน้ายุ่งยากใจออกมาจากตึกสูงราวสิบชั้น คนใจร้อนเลยรีบผลักบานประตูรถออกมายืนรอด้านนอก สีหน้าเคร่งขรึมไร้รอยยิ้มเพ่งสายตามองคนเดินตรงแน่วอย่างรอคอยคำตอบ เพียงแค่เห็นแววตาของอีกฝ่ายที่ส่งมาให้ อารมณ์เดวิสก็ชักเริ่มเดือดปุด

มันจะยากเย็นอะไรขนาดนั้นวะ กะอีแค่กูจะขึ้นไปหาเมียจ๋า...

ปลายจมูกของมาเฟียหนุ่มเริ่มบานพะเยิบพะยาบ เขากำหมัดแน่น  แต่ต้องทำใจเย็นข่มอารมณ์เดือดปุดเอาไว้ให้ดี เหมือนไม่ได้รอคอยอะไร ด้วยไม่อยากแสดงท่าทีร้อนใจให้ไอ้พวกลูกน้องมันเห็น เขาอยากเห็นหน้ายัยผู้หญิงตัวแสบแทบขาดใจมากแค่ไหน

“ไม่สำเร็จหรือร็อคโค...” เดวิสถามเสียงเย็น พยายามเก็บใบหน้าผิดหวังไว้สุดพลัง

“เราเจอปัญหานิดหน่อยครับนาย แต่ตอนนี้กำลังสั่งให้ปรับเปลี่ยนแผนดำเนินการอยู่ คาดว่าอีกไม่เกินห้านาทีคงจะเรียบร้อย ยังไงตอนนี้เราต้องรอครับ เพราะระบบป้องกันความปลอดภัยของที่นี่ถือว่ายอดเยี่ยม น่าสบายใจแทนคุณมายาวีนะครับเจ้านาย อย่างน้อยหากเธอพักอยู่ที่นี่ตลอดจนกว่าจะเรียนจบ ก็คลายความกังวลถึงเรื่องอันตรายใดที่อาจจะเกิดขึ้นได้”

โดยเฉพาะอันตรายที่เกิดจากคนใจร้อนตรงหน้าเขาตอนนี้ ร็อคโคต่อประโยคให้ในใจ...

พร้อมจับสายตามองปฏิกิริยาของผู้เป็นนาย หรือจะเรียกว่าเป็นตัวอันตรายสำหรับหญิงสาวชาวเอเชียผู้นั้นไม่น่าจะผิด ตนไม่เข้าใจนักหรอก เหตุใดเจ้านายต้องคอยตามราวีเธอผู้นั้น ชนิดตามกัดแบบไม่ปล่อย ทั้งที่เจ้านายก็ได้ในสิ่งที่ต้องการจากผู้หญิงคนนั้น เรียกว่าคุ้มเกินคุ้มเสียด้วยซ้ำ หรือถ้าจะบอกว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายตามตื๊อเหมือนหลายเครสที่ผ่านมา คงไม่น่าใช่ เท่าที่เขาสังเกตเห็น คุณมายาวีไม่ได้สมยอมอยากเป็นผู้หญิงของเจ้านายเลยสักครั้ง

 เจ้าหล่อนเอาแต่อาละวาด โวยวาย แล้วก็เอาแต่วิ่งหนีเจ้านายเขาอยู่ฝ่ายเดียว...

หากความคิดนั้นกลับต้องถูกดึงให้หยุดนิ่ง เมื่อบังเอิญสายตาคมกริบดูคล้ายราวโกรธใครอยู่ตลอดเวลา เบิกกว้างขึ้น

“นั่นมัน...เจ้านายครับ...แย่แล้ว” สิ้นเสียงคำว่าแย่ ร่างสูงราวยักษ์ไม่ทันได้อ้าปากถามด้วยซ้ำ เขาเพียงแต่เอี้ยวใบหน้ามองตามนิ้วที่ชี้ของลูกน้อง หากกลับพุ่งกระโจนร่างหนาตรงไปยังทิศทางที่ทำให้หัวใจเขากองสู่พื้น

“เม...”

 

ร่างขาวซีดเผือดกำลังนอนหายใจรวยรินคล้ายเศษซากผักบนเตียง ถูกเข็นเข้ามาภายในโรงพยาบาลใกล้ที่สุดของเมืองนั้น เกิดเหตุโกลาหลชุลมุนเล็กน้อยตอนรถยนต์คันโก้นับสิบคันขับมาจอดเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ก่อนชายหลายคนวิ่งหน้าตั้ง กรูกันเข้ามาภายในเขตทำการ ร้องเรียกหาเตียงสำหรับคนป่วยเสียงลั่น ไร้ความเกรงใจ สร้างความแตกตื่นตกใจให้แก่บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย รวมถึงคนไข้ คุณหมอและนางพยาบาลเวรตอนนั้น 

หากกระนั้นด้วยระบบที่มีการเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือเครสฉุกเฉินก็ทำให้บรรดาลูกน้องผู้น่าเกรงขามทั้งหลาย หุบปากลสนิท ก่อนร่างเหน่งน้อยจะถูกช้อนอุ้มออกมาวางบนเตียงรถเข็น

“ช่วยเมียผมด้วยครับ เธอไม่สบาย แล้วก็ตัวร้อนจี๋มากด้วย”

ร่างสูงถอดเสื้อสูททิ้งไว้บนรถเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนไว้ครึ่งซอก ร้องบอกเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยนางพยาบาล ต่างกำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความคล่องแคล่ว

 มือใหญ่ยังคงกุมมือน้อยไว้อย่างห่วงแหน ขายาวก้าวตามพร้อมกับเรียกขานชื่อเจ้าของร่างซีด ทว่าตัวกลับร้อนดั่งไฟไม่หยุดปาก

“เม...เมครับ”

แววตากร้าวกระด้างเป็นนิจทอดลงมองร่างไร้สติอ่อนยวบ ใจนั้นอยากเจ็บแทน เฝ้าภาวนาขออย่าให้หญิงสาวเป็นอะไรหนักกว่านี้เลย เนื่องจากตัวของหญิงสาวนั้นร้อนจี๋ อุณหภูมิในร่างกายคงสูงมาก สุ่มเสียงอาจทำให้เกิดภาวะช๊อคได้ทุกเวลา

“เม...ได้ยินผมไหม”

“ใคร?...”

 เสียงเรียกฟังดูห่างไกลนั้นแว่วผ่านเข้าโสตประสาทคนไร้สติ มายาวีส่ายหน้าทุรนทุราย เหงื่อโซมกายด้วยพิษของไข้และอุณหภูมิที่ยังไม่ลด เจ้าหล่อนอยากขยับปากขานรับเสียงเรียกชื่อตนเอง หากทว่ากลับทำไม่ได้ เหมือนเพียงลมผัดผ่านแต่ทุกอย่างยังคงเงียบงัน เสียงเรียกนั้นห่างไกลออกไปทุกที

“พี่เอ็มขา ช่วยเมด้วย เมเจ็บเหลือเกิน”

สองมือไขว่คว้าหาชายคนที่ตนหลงรักมาหลายปี จิตใต้สำนึกมันโหยหาเรียกร้องหาคนที่ใจหมายปอง อยากให้เขาเป็นคนดูแลปกป้อง แม้แค่เพียงในฝันเธอก็ยอม แต่เสียงหลุดลอดออกมากลับไม่สบอารมณ์สำหรับคนได้ยินสักเท่าไหร่

เดวิสพยายามตะแคงหูฟังให้ชัด มายาวีกำลังพร่ำเพ้อละเมอถึงใครกันนะ

“พี่เอ็มช่วยเมด้วย ฮือ...คนใจร้าย ปล่อยนะ เมเจ็บ”

เดวิสเม้มริมฝีปากระงับความรู้สึกขุ่นมัว หนังตาชักกระตุก

เออ...ให้มันได้อย่างนี้สิแม่ตัวดี ร้องหาแต่ชายอื่น ทั้งที่ผัวตัวเองยืนหัวโด่ตรงนี้ทั้งคน...

มาเฟียหนุ่มทำได้เพียงเข่นเคี้ยวเจ้าของร่างซีดเซียวราวแผ่นกระดาษสีขาว ตอนนี้กำลังถูกพิษไข้เล่นงานอย่างหนัก โดยในใจนั้นกำลังคิดคาดโทษยัยตัวแสบ รอให้หายดีก่อนเถอะ พ่อจะจับปล้ำมันสักสามวันสามคืน เอาให้ลืมไอ้ตัวผู้ทุกตัวไปเลยยิ่งดี

นัยน์ตาสีควันบุหรี่หันขวับเพื่อตวัดมองหาลูกน้องคู่ใจ ร็อคโครีบก้าวยาวเดินมาขนาบร่างสูง เพียงแค่สบตา ร็อคโคก็รู้ทันที เจ้านายกำลังต้องการความช่วยเหลือ

“ส่งคนไปสืบหาคนที่ชื่อเอ็มให้กูที ว่ามันมีความสัมพันธ์ในทำนองไหนกับมายาวี ถ้าไม่ดี จัดการเคลียร์มันทิ้งได้เลย”

“ได้ครับเจ้านาย”

ร็อคโคหมุนกายโดยไม่ซักถามอะไรมากความ มองตาก็รู้ใจเป็นคำนิยามสำหรับเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้ พอได้รับคำสั่งปุ๊บร่างหนาเพียงหันหลังแล้วเดินย้อนกลับออกมาทางหน้าโรงพยาบาล ตรงไปยังลานจอดรถที่มีรถยนต์คันหรูจอดเรียงกันเป็นแนวยาว

ก็พอดีกลับรถเข็นของคนไข้เข็นมาจนถึงหน้าห้องฉุกเฉิน...

“ญาติคนไข้รอข้างนอกก่อนนะคะ ขอให้สบายใจได้ ทางเราจะช่วยกันอย่างเต็มที่”

เป็นนางพยาบาลที่เอ่ยห้ามร่างสูงไว้ได้ทัน โดยไม่ลืมเอ่ยให้กำลังใจญาติผู้ป่วย ภายในใจแอบอิจฉาผู้ป่วยหญิงคนนี้อยู่เหมือนกัน ทำบุญด้วยอะไรนะ ถึงได้มีสามีทั้งหล่อและน่ารักขนาดนี้

“ขอบคุณครับ”

 เดวิสไม่ลืมเอ่ยขอบคุณเจ้าหน้าที่ ใบหน้าหล่อคมคายก้มลงมองร่างน้อยบนรถเข็นด้วยสายตาอาทร มันฉายแววแสดงความห่วงใยออกมาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้ความรู้สึกดังกล่าวจะสร้างความตกใจให้กับมาเฟียหนุ่มอยู่มากก็ตาม ทว่าเขาไม่มีเวลาหาคำตอบ ตอนนี้ความปลอดภัยของมายาวีสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น ถ้าจะบอกว่าสำคัญกว่าชีวิตของเขาหรือไม่ มันก็ไม่ผิดนัก ถ้าเขาจะตอบว่า สำคัญกว่า...

“ผมฝากเมียจ๋าด้วยนะครับ...” เดวิสเงยหน้าจากคนไข้สาว เอ่ยฝากฝังหญิงสาวกับคุณหมอวัยกลางคน คุณหมอพยักหน้ายืนยัน ก่อนมือหนากระชับฝ่ามือเย็นเฉียบ ทอดเสียงนุ่ม

“เดี๋ยวเธอก็จะหายเจ็บแล้วนะเม อดทนหน่อยนะคนดี...”

 ร่างหนาโน้มกายอย่างรวดเร็วก่อนจรดปลายจมูกโด่งลงบนหน้าผากมน ถ่ายทอดกำลังใจให้กับหญิงสาว พร้อมเอ่ยคำที่คนป่วยไม่มีวันได้ยินแน่หากเจ้าหล่อนหายดี...

“ฉันขอโทษ”

ร่างคนหน้าดุคอยเอาแต่ผุดลุกผุดนั่ง เที่ยวเดินวนเวียนโดยรอบเตียง ภายในหัวใจรู้สึกร้อนรุ่มเกินระงับ สายตาแข็งกระด้างอ่อนยวบลงทันทีตอนทอดมองร่างบางขาวซีด 

ไม่รู้ต้องพร่ำบอกสักกี่ครั้ง คำว่าขอโทษ มันจะดังไปถึงหัวใจคนป่วย...

หมอบอกมายาวีเป็นไข้หวัดใหญ่เท่านั้น เป็นผลเนื่องมาจากเกิดการอักเสบตรงจุดซ่อนเร้น ตอนนั้นหมอมองหน้าเขาอย่างกล่าวโทษ ทำเอาเขาอายสายตาทั้งหมอและพยาบาลจนอยากมุดดินหนี แม้มันช่างขัดกับบุคลิกดิบเถื่อนของเขาอยู่บ้างเถอะนะ เขาเลยต้องทำหน้ารู้ไม่ชี้เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ

ถึงตอนนั้นจะรู้สึกร้อนผ่าวทั้งสองซีกแก้ม และจะรู้สึกกระดากอาย แต่มันปฏิเสธไม่ได้ พิษจากไข้นั้นมันเป็นฝีมือของเขาทำจริงๆนั่นแหละ

“คุณไม่ควรหักโหมกับเธอ...” 

“เอ่อ...ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ” 

จำได้ว่านอกจากจะรู้สึกร้อนทั้งซีกหน้าสองข้าง หากตอนที่คุณหมอเอ่ยเตือน เขารีบพยักหน้าพร้อมรับปากส่งเดช อ้อมแอ้มเอ่ยบอกไม่ได้ตั้งใจ สาบานว่าไม่ได้ตั้งใจให้มายาวีเจ็บป่วยถึงขั้นหามส่งโรงพยาบาล 

แต่จะให้ทำตามได้หรือไม่นั้น อันนี้เขาไม่รู้ ตอนลงทำคนมันกำลังหน้ามืด ทำอะไรเลยไม่ทันยั้งคิด มันทั้งสุขทั้งซ่านใครจะทนฝืนได้ไหวเล่า จริงไหม... 

ชายหนุ่มชะโงกหน้าเพ่งสายตามองใบหน้าซีดแล้วถอนหายใจหนัก ตัดสินใจลากขาทั้งสองข้างบังคับให้ตนเองนั่งลงเสียที หมอบอกเป็นชั่วโมงกว่ามายาวีจะรู้สึกตัว ถึงอย่างนั้นเดวิสก็ไม่อาจละสายตาห่วงใยจากร่างน้อยบนเตียงได้แม้แต่วินาทีเดียว 

ประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดเข้ามา พร้อมด้วยหญิงสาวร่างอวบอัดและเสียงหวานเกิดกว่าเหตุของเจ้าตัว 

“ไฮ้...สวัสดีค่ะ เดวิส...” 

คนกำลังไล้สายตามองร่างเมียแล้วสำนึกผิดหันขวับ คิ้วเหนือดวงตาเข้มดุนั้นขมวดมุ่น ส่อความไม่พอใจออกทางสายตาทันที ทำเอาร่างอวบในชุดเน้นโชว์เนื้อหนังสะดุ้ง หากถึงกระนั้นลูซีฝืนบังคับตัวเองให้นิ่งเฉย อย่าได้นึกกลัวเกรง หากเธอต้องการพิชิตใจชายหนุ่มตรงหน้า เธอต้องทำใจกล้าหน้าด้านเข้าไว้เป็นพอ 

“คุณมาได้ยังไง...”  

 เปล่งน้ำเสียงแสดงความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงคอยตามตื๊อ ลูซีกำลังทำบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกรำคาญ ทั้งที่เขากับเจ้าหล่อนไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากพูดคุยในเชิงธุรกิจ 

“บังเอิญลูซีมาเยี่ยมเพื่อนที่นี่น่ะค่ะ แล้วบังเอิญเหลือเกิน เจอคนของคุณเดินวนอยู่ตรงลานจอดรถเข้า ลูซีเลยรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน คิดถึงค่ะ เลยแวะขึ้นมาหา...”

สายตานั้นไม่ได้มองผ่านถึงคนป่วย เดวิสมานั่งเฝ้าใคร มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากตอนนี้เขายังบอกว่าโสด เธอก็ยังมีสิทธิ์จะงาบเขาไว้ข้างกาย 

ทุกจุดโฟกัสของลูกสาวเจ้าของบ่อนกาสิโนชื่อดัง จึงจับจ้องเพียงใบหน้าหล่อเหลา ครั้งหนึ่งเขาเคยแนบชิดกับเธอจนเกือบสมหวัง แต่แล้วทุกอย่างกลับพังพินาศ จู่ๆชายหนุ่มกลับมาหยุดทุกอย่างลงกลางคัน ก่อนใจร้าย ทิ้งขว้างเธอให้ค้างเติ่ง จนต้องลงเอ่ยกับลูกน้องของเขาแทน

คิดแล้วมันน่าเสียดาย อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น เขาจะเป็นของเธอ...

ดังนั้น ลูซีต้องการสานต่อความสัมพันธ์นั้นให้จบ ทว่าเดวิสกลับไม่ยอมเปิดโอกาส เขาบ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยง ไม่ยอมให้เธอเข้าพบ วันนี้ล่ะ เธอต้องสมหวัง...

คนถูกหมายหัวชักสีหน้ารำคาญ

“ผมต้องการความเป็นส่วนตัว วันนี้คงไม่สะดวกรับแขก เอาไว้ผมจะให้คนโทรนัดคุณคุยอีกทีก็แล้วกันหรือไม่ก็ส่งเลขามาเจรจาเรื่องที่คุยค้างกันไว้ได้เลย เพราะเหลือเพียงประเด็นไม่สำคัญ” คำกล่าวบอกปัดเป็นนัยว่าไล่ ยั้งปลายรองเท้าส้นสูงให้หยุดลงกับที่ 

นัยน์ตายั่วยวนสลดวูบ ก่อนสูดลมหายใจเพื่อเรียกพลังใจให้กลับคืนมา...

เดวิสเพียงไม่อยากให้ใครมาส่งเสียงรบกวนคนป่วย เขาอยากให้มายาวีได้พักผ่อนเต็มที่ตามคำสั่งของหมอ จนก่อนหน้านั้น เขาต้องไล่ตะเพิดไอ้พวกโตแต่ตัวหัวสมองเท่าเม็ดถั่วออกจนให้หมด ขื่นอยู่ต่อก็คอยแต่เกะกะสายตา จนเหลือเขาเพียงคนเดียว เฝ้าดูแลร่างน้อยนี้ไม่ให้ห่างหาย 

และแม้ตัวเขาเองยังไม่กล้าขยับตัวเสียงดังเลยด้วยซ้ำ

ทว่าสาวดื้อด้าน พกพาเอาความมุ่งมั่นมาอย่างล้นเหลือ เจ้าหล่อนส่ายหน้าเอ่ยค้านเสียงหนัก เธอไม่กลับจนกว่าจะได้ตัวชายหนุ่มมาครอบครอง...

“แต่ลูซีไม่ใช่แขกของคุณสักหน่อยนี่คะ แต่เราสองคนเป็นมากกว่านั้น...”

 ลูกสาวของบ่อนชื่อดังขยิบตา เธอไม่ยอมปล่อยชิ้นเนื้อปลามันในมือลงให้ใคร กว่าจะหยิบชิ้นปลานี้มาไว้ในมือมันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเสียตัวให้ไอ้ร็อคโคฟรีๆมาตั้งหลายที 

วันนี้ละ...เธอจะขอถอนทุนคืนให้คุ้มกับที่เสียไป

เดวิสยกมุมปากขึ้นสูง ดูคล้ายการเหยียดไม่ใช่ยิ้ม ลูซีแปลความหมายในรอยยิ้มนั้นออก เธอไม่ได้อ่อนเดียงสาจนดูไม่รู้ เดวิสกำลังดูถูกเธอ หากเธอไม่คิดยอมแพ้

“ถ้าอย่างนั้น แล้วคุณคิดว่าตัวคุณเป็นอะไรกับผมล่ะ คู่ขา คู่ควง หรือว่า...”

คนปากร้ายหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น โดยใช้สายตาพูดต่อแทน ลูซีขยับขาก้าวอีกครั้ง จงใจเดินอวดความสาวให้เขาได้น้ำลายไหล คอยดูนะแม่จะยั่วให้ตบะแตกมันเสียที่โรงพยาบาลนี่แหละ

จะทำให้เดวิส ผู้ชายหัวใจด้านชา สยบอยู่แทบเท้าเธอ ชนิดไปไหนไม่รอดเลยทีเดียว...

“ลูซีจะเป็นในสิ่งที่เดวิสอยากให้เป็นค่ะ”

 ว่าแล้วร่างอวบในชุดน้อยชิ้นก็หยุดยืนตรงหน้ามาเฟียหนุ่ม หรี่สายตายั่วยวนสุดฤทธิ์จนเดวิสชักหายใจเริ่มติดขัดขึ้นมาเหมือนกัน... 

ร่างเนื้อนมไข่โน้มตัวเข้าหา พร้อมกระซิบเสียงพร่า...

“แล้วเดวิสอยากให้ลูซีเป็นอะไรล่ะคะ ลูซีพร้อมจะเป็นให้คุณได้ทุกอย่าง...”

แสงระยิบจากดวงตาพราวระยับ มาบัดนี้มันหรี่แคบลงมองร่างงามสง่าเย้ายวน เปิดเผยถึงสิ่งที่ต้องการโดดเด่น เลือดในกายร้อนผ่าวเกินควบคุม ถึงแม้ตัวเธอจะเชี่ยวชาญเรื่องคาวโลกีย์ เคยหลับนอนกับผู้ชายมาไม่ต่ำกว่าเป็ฯยี่สิบคน หากไม่มีสักครั้ง ร่างกายเธอจะให้ความรู้สึกดีขนาดนี้ ไม่ว่าชายคนนั้นจะดีหรือเพอร์เฟคมากจากไหน มันดีจนเธอลืมนึกถึงสถานที่ และแม้แต่ตอนนี้ เธอกับเดวิสไม่ได้อยู่เพียงลำพัง หากเธอไม่คิดสนใจเพียงแค่ได้ครอบครองเขาก็พอ 

เพราะเดวิสไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา เธอจะมีโอกาสเข้าหาเขาได้ง่ายๆ โอกาสแสนน้อยนิดนี้จึงเร่งเร้าให้สาวสวยหุ้นสะบึ้มวาดลำแขนเสลาเกี่ยวลำคอแกร่งของมาเฟียหนุ่มเอาไว้ พร้อมโน้มกายเข้าแนบชิด เน้นโชว์ร่องอกทะลักล้นออกมานอกขอบเสื้อ ยกเข่าขึ้นเกยชิดบนตักแกร่ง แข็งแรง จงใจเปิดเปลือยเนินเนื้อขาวผ่องให้ดวงตาคมกริบเพ่งพิจารณา เชื้อเชิญผ่านทางสัมผัสลูบไล้ เฝ้ารอคอยการสนองคืนจากเขาทุกเสี้ยววินาที

“สิคะ...สัมผัส ลูซีที” สาวเจ้าส่งเสียงเว้าวอน

เดวิสเพียงสูดลมหายใจแรงเข้าปอดลึก นัยน์ตาสีควันบุหรี่ว่างเปล่า แม้ร่างกายจะถูกสัมผัสจากหญิงสาวประเภทเนื้อนมไข่อย่างที่เขาชื่นชอบ หากมาตอนนี้เขากลับไม่ได้มีความรู้สึกกระหายหิวเหมือนอย่างแต่ก่อน ทุกอย่างนิ่งสงบ กางเกงเขาไม่รัดตึง ลำเนื้อเขาไม่ปวดร้าว ชายหนุ่มทำได้เพียงเลิกคิ้วเข้มขึ้นมองสิ่งที่เจ้าหล่อนอยากนำเสนอ สินค้าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ใจเขาไม่พึงปรารถนา ถึงแม้ครั้งหนึ่งเขาเคยเผลอไผลสนองกลับ แต่พอถึงสุดทางของร่างกาย ใจเขากลับเป็นตัวต่อต้านขึ้นมาเสียเอง 

เจ้าพ่อมาเฟียพ่นลมหายใจออกดังพรืด ก่อนปลายหางตาตวัดมองทางคนป่วย ใจนั้นพะวงกลัวมายาวีจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แล้วเห็นในสิ่งที่ไม่บรรเจิดแก่สายตาสักเท่าไหร่

ความพะวงสะดุดกึก เดวิสได้ยินเสียงคร่ำครวญ

“สิคะ...ลูซีต้องการคุณเหลือเกิน...”

เมื่อลูซียังเห็นชายหนุ่มนั่งนิ่งเฉย ทำเป็นเล่นตัวเหลือเกินนะพ่อคุณ ไม่มีส่วนใดยกขึ้นแตะต้องตอบสนองเธอสักอย่าง แถมดูจากแววตา เดวิสไม่ได้เกิดอารมณ์อย่างที่เธอต้องการ เสียงหวานจึงเอ่ยกระตุ้นด้วยการเชิญชวน ลูบไล้ฝ่ามือว่างลงบนหน้าอกแกร่ง สะกิดผ่านกระดุมเสื้อเชิ้ต ประสานสายตาอ้อยอิ่ง ขยับกายเข้าหาอีกนิด เพียงหวังให้มาเฟียหนุ่มเกิดความกระสันอยากตามธรรมชาติมันเรียกร้อง

เขาจะได้อ้าปากงาบเอาสิ่งที่เธอป้อนให้ถึงปากเสียที...

เดวิสไม่ได้คิดปกป้องตัวเอง ชายหนุ่มกลับปล่อยตัวเองดำดิ่งสู่ภาวะยั่วเย้า ด้วยกลัวอาจทำเสียงดังจนคนบนเตียงตื่นขึ้น หากเขาลุกขึ้นอาละวาด ได้แต่เฝ้ารอจังหวะงาม แล้วค่อยหิ้วแม่โสเภณีชั้นสูงออกจากห้องคนป่วยไปให้พ้นจากความน่ารำคาญ

แต่ยังไม่มีช่วงจังหวะเฝ้ารอ คนบนเตียงเริ่มขยับตัว ใจของเดวิสหายวาบ หัวคิ้วเริ่มขมวดมุ่น คงรอไม่ได้อีกแล้ว ต้องรีบหาทางกำจัดแม่นี่ออกไปให้พ้นหูพ้นตาเสียก่อน

ลงมือเสียงดังก็ไม่ได้ แล้วทีนี้เขาจะจัดการกับปลิงตัวนี้อย่างไรดี...

“อืม...เดวิสขา...สิคะ ได้โปรด ช่วยลูซีด้วย”

 มือเล็กของปลิงสาวเริ่มสั่นตอนลากลงต่ำจนถึงขอบกางเกง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเพียงแค่นั้นเสียด้วย อาจด้วยลูซีกำลังลำพองใจ คิดว่าเดวิสไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธเธออย่างนึกหวั่นไว้ล่วงหน้า แสดงได้ชัดว่า เดวิสต้องการเธอเช่นกัน

หากความลำพองจะไม่สะดุดจนเกือบทำให้ร่างกึ่งเปลือยเซถลาลงพื้น ตอนได้ยินเสียงต่ำ แต่แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจล้นเหลือ เปล่งออกมาอย่างเบาวิว

“ถอยออกไปซะ...” คนถูกไล่ออกอาการหน้าเหวอ

“คะ...คุณพูดว่าอะไรนะ ลูซีฟังไม่ค่อยถนัด”

 ใจหายวาบแต่ต้องแสร้งตีหน้าใส่ซื่อ เอียงใบหน้าเข้าหาใบหน้าหล่อเหลาใหม่ ทำเหมือนเธอไม่ได้ยิน ทั้งที่มันชัดเต็มสองรูหู จงใจให้ปลายจมูกโด่งนั้นถูกผิวหน้าตนเอง ไอจากลมหายใจกระทบผิวแก้ม ทำเอาขนในกายเธอลุกซู่

เดวิสรีบดึงใบหน้าหนีห่าง พูดเสียงลอดไรฟัน  

“ถ้ายังอยากให้บ่อนของพ่อเธอตั้งอยู่บนพื้นที่ของฉันอย่างสงบ ช่วยถอยห่างออกจากตัวฉันสักสิบเมตร”

ย้ำชัดเป็นรอบที่สองด้วยสายตาวาวโรจน์ มันมากพอจะทำให้ลูซีต้องรีบทำตาม

กระนั้นก็ยังช้ากว่าคนบนเตียงคนไข้ เจ้าหล่อนนอนกะพริบตาจ้องมายังสองร่าง ซึ่งกำลังอยู่ในท่วงท่าควบขี่ บนเก้าอี้ถัดห่างจากเตียงเล็กน้อย

มายาวีพยายามเพ่งมองภาพดังกล่าวให้ชัดขึ้น ในหัวยังมึนงง จับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกใคร? แล้วมาทำอะไรกันอยู่ตรงนั้นล่ะ... ก่อนคนป่วยจะหลับตาลงอีกหนเพื่อต้องการตั้งสติ รับรู้เพียงตอนนี้ร่างกายเธอมันร้าวระบบ ขยับนิดยังเจ็บ และตรงแขนของเธอ มันมีสายอะไรสักอย่าง ห้อยระโยงระยางเกะกะ...

-------------------------------------- 

 

 

 

ความคิดเห็น