Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไม่เหมือนเดิม

ชื่อตอน : ไม่เหมือนเดิม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่เหมือนเดิม
แบบอักษร

วันต่อมา

"อืออออ แค่กๆ"เยว่จือพยายามลืมตาขึ้นมาแม้ว่าหนังตาจะหนักอึ้งจนลืมตาไม่ขึ้น รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนของตัวเอง

"เยว่เออร์!!!!เจ้าฟื้นแล้ว!"เทียนจินเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ การที่ต้องเฝ้ามองร่างบางนอนไม่ได้สติทั้งยังไข้ขึ้นสูงตลอดเวลาทำเอาใจเขาเจ็บแปลบขึ้นมา

ยิ่งวันแรกที่เขานอนเฝ้านางแล้วนางเกิดไข้ขึ้นกลางดึก เนื่อตัวร้อนจนเลือดกำเดาไหลออกมาทำเอาเขาว้าวุ่นใจทำอะไรก็รนไปหมด

"เยว่จือ!เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!"จิงซินรีบเข้าไปถามเมื่อสหายของนางฟื้นขึ้นมาเสียที นางเป็นห่วงแทบแย่ยิ่งเห็นเยว่จือนอนไม่ได้สติเช่นนี้ยิ่งห่วงหนัก

"แค่กๆ น้ำ..."นางพยายามพูด การหลับไปสองวันทำเอาคอแห้งผากราวกับหากกลืนอะไรลงไปแล้วจะกลายเป็นผุยผง

"นี่น้ำเจ้าค่อยๆดื่มนะ"เป็นเทียนจินที่รีบหยิบถ้วยใส่น้ำมาป้อนนาง ตอนนางหลับเขาต้องใช้ช้อนตักน้ำในถ้วยป้อนตลอด

ร่างบางมองถ้วยน้ำในมือสลับกับใบหน้าเขา นางไม่อยากให้คนๆนี้เป็นคนป้อนนาง แต่ความกระหายที่มีมากกว่าทำให้นางต้องยอมดื่มน้ำในมือเขา

"เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง"เป็นจิงซินที่เอ่ยถามออกมา

"รู้สึก.....เจ็บ"นางเอ่ยตอบเพื่อนก่อนจะหันไปจ้องหน้าอีกคนนิ่งในคำสุดท้าย  นางดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาก่อนจะตะแคงตัวหันหน้าไปอีกทาง

จิงซินเห็นแบบนี้ก็เริ่มสงสารองค์ชายสองขึ้นมา เป็นสหายกันมาสามปีใจแข็งกว่าสหายนางคนนี้ก็คงเป็นก้อนหินทั้งภูเขาแล้ว แต่อย่างไรทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น นางถอยออกมาจากห้องเพื่อให้ทั้งสองได้ปรับความเข้าใจกัน

"เยว่เออร์ รู้สึกปวดหัวอยู่รึไม่"เทียนจินถามด้วยความเป็นห่วง แม้จะรู้สึกใจมันหวิวๆที่นางเฉยชาใส่เขา

"ท่านหมอหลวง" หมอหลวงชรารีบเข้ามาตรวจก่อนจะรายงานออกไป ตอนนี้ร่างเล็กก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วเหลือเพียงแค่รักษาอาการป่วยให้หายเท่านั้นเทียนจินจึงเบาใจไปเปราะหนึ่ง แต่อีกเปราะนึงนี่สิคงยากน่าดู

ร่างสูงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนออกไป ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆทำใจกล้าเดินไปสั่งอีกฝั่งแต่นางก็พลิกตัวหนีเขาอีก

เทียนจินลุกขึ้นอีกครั้งเดินไปอีกด้าน แต่ครั้งนี้เขาจับตัวนางเอาไว้ไม่ปล่อยให้นางหลบหน้าเขาอีก แบบนี้จะได้คุยกันเสียที

"ปล่อยเพคะ"เยวจือพูดออกมาอย่างแผ่วเบาแต่ด้วยความเงียบในห้องทำให้เขาได้ยินชัดเต็มสองหู นางไม่มีแรงจะไปขัดขืนอะไรเขาหรอกแรงจะพูดยังไม่มีเลย

"ข้าไม่ปล่อยจนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง วันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่บอกข้ามาสิ"น่าขำที่เขามาถามหาความจริงจากนางเอาตอนนี้หลังจากที่ทำเช่นนั้นกับนาง ทุกคำพูดดูถูกนางจำได้ดีจำได้ขึ้นใจ

"จะถามไปทำไมกันเพคะ มีประโยชน์อะไรหากต้องอธิบายให้ยืดยาวในเมื่อทรงตัดสินหม่อมฉันไปแล้ว"

"ความจริงจะเป็นเช่นไรมันไม่สำคัญอีกแล้วเพคะ"นางคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาก่อนจะรินไหลอาบสองแก้มนวล

"เยว่เออร์..."เสียงของเทียนจินสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด แล้วอย่างไรเขาเสียใจนางก็เสียใจเหมือนกัน เจ็บกายยังพอทนแต่เจ็บที่ใจมันเกินจะทนจริงๆ

บางทีความสัมพันธ์เขากับนางมันคงเดินหน้าเร็วจนเกินไป มันเดินไปข้างหน้ารวดเร็วแต่กลับไร้ซึ่งความมั่นคงทั้งยังเปราะบางมากอีกด้วย คงจะดีถ้าได้ถอยออกมาหยุดทบทวนดูอีกสักครั้ง

"กลับไปที่ขององค์ชายเถิดเพคะ  ที่นี่ไม่เหมาะกับฐานะขององค์ชายหรอกเพคะ"

"ทำไมเล่า ตอนนี้ที่ข้าพร้อมจะฟังแต่เจ้ากลับเลือกที่จะไล่ข้าไป หรือความรู้สึกของเจ้าเปลี่ยนไปแล้ว" เอ่ยถามเสียงเบาหวิว รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ ดวงตาคมแดงก่ำคลอไปด้วยน้ำตา

"สุดท้ายแล้วองค์ชายก็ยังคงเป็นองค์ชาย ความจริงที่ทรงอยากรู้ก็คือองค์ชายไม่เคยเชื่อใจหม่อมฉันสักครั้ง ไม่ว่าตอนนี้หรือเมื่อสามปีก่อน อึก ทรงเลือกที่จะตัดสินหม่อมฉันก่อนถามหาความจริงเสมอ"ร่างสูงชะงักไปกับคำพูดจากนาง และมันก็เป็นดังที่นางว่าจริงๆ แต่ทั้งหมดก็เพราะรักและหวงนางทั้งนั้น

"องค์ชายทรงมองข้ามความรักความซื่อสัตย์ของหม่อมฉันเหยียบย่ำมันด้วยคำพูดร้ายๆพวกนั้น ทรงรู้อะไรรึไม่เพคะหากหม่อมฉันคิดจะทำคงไม่ต้องรอให้องค์ชายออกไปปราบโจรหรอกเพคะ"

"เวลาตั้งสามปีหากคิดจะไปหาชายอื่นหม่อมฉันคงทำได้ไม่ยากนักหรอก"เยว่จือพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ส่วนเทียนจิงถึงกับพูดไม่ออก หากเขาพูดอะไรไปมันก็เป็นแค่การแก้ตัวเท่านั้น เขาทำสิ่งที่ผิดลงไปแล้ว ผิดแรกคือปกป้องนางไว้ไม่ได้ ผิดที่สองคือการทำร้ายจิตใจของนาง เขาควรทำเช่นไร

"หม่อมฉันว่าบางทีเราน่าจะห่าง..."

"ไม่!! ไม่นะเยว่เออร์ ข้าจะไม่ห่างกับเจ้า ไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าขอโทษที่ไม่เชื่อใจเจ้า..ให้อภัยข้าสักครั้งได้รึไม่" เทียนจินเข้าไปกอดร่างเล็กเอาไว้ ให้ปล่อยนางไปเขาทำไม่ได้จริงๆ

ร่างบางสะอื้นไห้ออกมาจนคนตัวโตรู้สึกถึงแรงสั่นนั้น เขาค่อยๆผละออกแล้วเช็ดน้ำตาให้นางอย่างเบามือ

"อย่าร้องอีกเลยนะ ข้าขอโทษ อึก ข้า....ข้าทำไปเพราะ....เพราะข้ารักเจ้ามากนะ"กลั้นใจพูดออกไป เยว่จือแข็งทื่อไปทั้งตัวไม่คิดว่าเขาจะมาสารภาพรักกับนางเอาในเวลานี้ แล้วมันก็ได้ผลเพราะหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางมันพองโตจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

คำสั้นๆคำนี้ที่นางรอฟังมาตลอดหลายปี คำที่มีค่าที่สุดสำหรับนาง ในที่สุดเขาก็เอ่ยมันออกมาเสียที

เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบสนองเทียนจินจึงเอามือของนางมากุมไว้อีกครั้งโอบกอดนางเอาไว้แน่นก่อนจะพูดต่อไป  

"ต่อไปนี้ข้าจะเชื่อใจเจ้านะเยว่จือ ข้าขอโทษ ข้ารักเจ้านะ"

"ฮึก ฮือออออออ" เยว่จือร้องไห้ออกมาอีกครั้งด้วยความตื้นตัน คำว่ารักคำนั้น... นางได้ฟังมันแล้ว

 

"ข้าขอโทษ ขอโทษจริงๆ ขอโทษที่ทำร้ายจิตใจของเจ้านะเยว่เออร์" เขาโอบกอดนางไว้แน่นกว่าเก่า สัมผัสได้ถึงผิวกายอุ่นร้อนของนาง

 

"ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง ฮึก หากมีครั้งต่อไปล่ะก็ข้าจะไม่ฟังคำขอโทษจากท่านอีกแล้ว"ครานี้เป็นเทียนจินที่ตัวแข็งทื่อไปเขาไม่ได้ฝันหรือกำลังหูฝาดใช่รึไม่! นางอภัยให้เขาแล้วจริงๆ!

เยว่จือเห็นอีกฝ่ายตะลึงไปก็นึกขันขึ้นมา เขาผละออกจากนางแต่กลับจ้องนางตาปริบๆจะพูดอะไรก็ไม่พูด จะอึ้งอะไรนักหนา

จุ๊ป

นางจุมพิตเขาเร็วๆหนึ่งทีแกล้งขบริมฝีปากล่างอย่างยั่วยุจนชายหนุ่มตาเบิกกว้างอย่างตกใจ แต่นางกลับมองว่าน่ารัก เยว่จือดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเองไว้ด้วยความเขินอาย ความโกรธความเสียใจก่อนหน้าหายไปจนสิ้น ในเมื่อเขาพูดแล้วว่าจะทำให้ได้นางก็จะลองเชื่ออีกสักครั้ง

"คิดว่าคลุมผ้าไว้แล้วจะหนีข้าได้รึ!^^"เทียนจินดึงผ้าห่มออก แต่กลับพบว่าร่างบางหลับไปเสียแล้ว เขาลืมไปเลยว่านางเพิ่งฟื้นทั้งยังไม่หายดีอีกด้วย ไอเขาก็ใจร้อนคาดคั้นความจริงจากนาง ยังดีที่ปรับความเข้าใจกันได้

"หึ่ม ครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อนก็ได้"  เทียนจิน

ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบา

"องค์ชายเรื่องที่ให้สืบได้ความแล้วพ่ะยะค่ะ"

"ว่ามา"สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นฝีมือองค์ชายห้าพ่ะยะค่ะ วันเกิดเรื่องมีคนเห็นนางกำนัลสองคนจากตำหนักองค์ชายห้าออกนอกวังไปพร้อมๆกับมีหญิงชาวบ้านเข้ามาแทนสองคน คาดว่านางกำนัลสองคนนั่นจะเป็นคนที่ล่อลวงแม่นางเยว่จือออกมา..."

"แล้วอย่างไรต่อ"น้ำเสียงเยือกเย็นกดลงต่ำจนทหารองครักษ์ขนลุกเกรียว แววตาแบบนี้น้ำเสียงแบบนี้เหมือนตอนที่ออกรบไม่มีผิด ไม่สิครั้งนี้มันดุดันกว่าเป็นไหนๆ ไม่ต้องพูดเสียงดังแต่กลับทำให้หวาดกลัว

"คะ คือหลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกพ่ะยะค่ะ แต่มีนางกำนัลเล่าว่าเดินผ่านศาลาได้ยินเสียงร้องให้ช่วย นางนึกว่าเป็นภูติผีก็เลยเกิดกลัวจนวิ่งหนีออกมาพ่ะยะค่ะ"

เทียนจินพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้คร่าวๆ หากเป็นองค์ชายห้าคงไม่พ้นเรื่องโจรกลุ่มนั้น ที่เขาไม่อยู่สอบสวนพวกมันเพราะเขารู้ทุกอย่างหมดแล้วแต่ไม่คิดจะเอาเรื่องเพราะเห็นว่าเป็นน้องชาย

"ในเมื่อคิดทำร้ายคนของข้าก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยไป!"

"ไปบอกคนของเราให้ยื่นฎีกาเรื่องเจ้าห้ายักยอกภาษีของราษฎรต่อเสด็จพ่อ เห็นแก่ความเป็นพี่น้องข้าจะสั่งสอนแค่เล็กน้อยก่อน"

"พ่ะยะค่ะ"เล็กน้อยที่ใดกัน ภาษีที่ยักยอกไปรวมๆแล้วก็สามสี่ปีป่านนี้ไม่เป็นร้อยเป็นพัน ตำลึงทองหรอกรึ! แค่นี้ก็ต้องโทษไปอีกหลายเดือนแล้ว!

"เยว่เออร์ข้าขอโทษนะที่ทำให้เจ้าได้เพียงเท่านี้" ให้ตายเถิด!องค์ชายพูดว่าแค่เท่านี้!!!แค่เท่านี้รึ! องครักษ์วัยกลางคนถึงกับสงสารในชะตาชีวิตขององค์ชายห้าขึ้นมา แต่ทำอย่างไรได้ใครๆก็รู้ว่าองค์ชายของเขาหวงนางกำนัลคนนี้ขนาดไหน ถึงกับทำให้นางเกือบตายเช่นนี้ลงโทษเท่านี้นับว่าปราณีมากแล้ว

วันต่อมา

"เยว่จือเจ้าอย่าดื้อสิเจ้าต้องกินยานะ"     เทียนจินที่พยายามจะป้อนยาให้นางมาสักพักเอ่ยขึ้น นางว่ายามันขมนางไม่กิน จะให้เอาไปเททิ้งให้ได้

"ไม่เอาเพคะ มันขมหม่อมฉันไม่กินเด็ดขาด"นางยังงอแงไม่หยุดจนเทียนจินถอนหายใจพรืดใหญ่ด้วยความเหนื่อยใจ ไม่กินยาจะหายได้อย่างไรกัน

"แต่ก่อนหน้านี้เจ้าก็กินไปหลายถ้วยแล้วนะ เหตุใดมาดื้อดึงเอาตอนนี้เล่า"

"ก็ตอนนั้นหม่อมฉันป่วยไม่ได้สติ อีกอย่างลิ้นก็รับรสไม่ได้มากนัก แต่ตอนนี้หม่อมฉันรู้แล้ว ยานี่เข็มเกินไปหม่อมฉันไม่เอาเพคะ"

"อ้าวพี่สองทะเลาะอะไรกันแต่เช้ารึ"เฟยเทียนถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาก็พบว่าคนนึงทำหน้ามุ่ยไม่พอใจกับอีกคนที่ทำหน้าเหมือนเหนื่อยใจเสียเหลือเกิน

"เห้อออ เยว่เออร์ไม่ยอมกินยา"

"ฮ่าๆๆเหมือนกันไม่มีผิดสมแล้วที่เจ้ากับจิงซินเป็นสหายกัน"

"แล้วเจ้าทำอย่างไรเวลาคนของเจ้าดื้อเช่นนี้เล่า"เยว่จือมองหน้าทั้งสองที่กำลังสนทนาสลับกัน นี่มันสมาคมพ่อบ้านหรืออย่างไร มีแลกเปลี่ยนประสบการณ์เสียด้วย!

"นี่พวกท่านซุบซิบอะไรกัน!"เยว่จินรีบโพล่งถามออกไปเมื่อเห็นสีหน้าร้ายกาจของชายหนุ่มทั้งสองคนในห้อง โดยเฉพาะเขาเทียนจิน!

"เยว่จือข้าจะให้โอกาสเจ้าเลือกครั้งสุดท้าย จะกินยาดีๆรึไม่?"เทียนจินยกยิ้มมุมปากจนนางขนลุก เขามีแผนอะไรรึเปล่า ที่แน่ๆต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่องค์ชายสองซุบซิบกันเมื่อครู่เป็นแน่

เมื่อไม่ได้คำตอบใดๆจากร่างบางเทียนจินแสยะยิ้มร้ายออกมาก่อนจะตักยานั้นเข้าปาก

"อะ องค์ชาย!!!!ทำอะไรเพคะ!!"เยว่จืออุทานลั่นเมื่อเห็นเขาตักยาเข้าปากคำโต นี่อย่าบอกนะว่าจะประชดกันด้วยพิธีนี้!

"องค์ชายไม่ได้ป่วยเสียหน่อยอย่าทำแบบนี้เลยเพคะ....!!!!"ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อเขาก็ขึ้นมานั่งบนเตียง ลำแขนแข็งแกร่งตวัดรวบรัดร่างของนางเข้ามา ดวงตากลมโตจ้องประสานกับตาคมคู่นั้นก่อนที่อึดใจต่อมาเขาจะทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้นางถึงกับตาเบิกกว้าง!

ตัวยาค่อยๆถ่ายจากปากหนามายังริมฝีปากบาง น่าแปลกที่ครั้งนี้มันไม่ขม ออกจะหวานเสียด้วยซ้ำ เยว่จือถึงกับหลงในรสชาติยาถ้วยนี้ไปชั่วครู่ แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาใบหน้างามก็เห่อแดงด้วยความเขินระคนอับอาย

ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เขากับนางเสียหน่อย!ยังมีองค์ชายสามอยู่ที่นี่อีกคน! นางรีบผลักเขาออกทันทีที่ตั้งสติได้ ร่างสูงยิ้มออกมาอย่างพอใจที่หาวิธีป้อนยานางได้สำเร็จ

"ทีนี้เจ้าจะยอมกินยาดีๆหรือจะให้ข้าป้อนดีเล่า^^" ครานี้ใบหน้างามแดงลามไปถึงใบหู ยิ่งหันไปเห็นรอยยิ้มจากองค์ชายสามนางยิ่งอยากจะกรีดร้องให้รู้แล้วรู้รอด พวกเขาร้ายกาจเกินไปแล้ว!

เยว่จือแย่งถ้วยยามากระดกรวดเดียวหมดราวกับว่ากำลังดื่มน้ำเปล่า ดื่มเสร็จก็ยัดถ้วยยาใส่มือหนาแล้วล้มตัวนอนหันหลังให้เขาทันที

"ได้เห็นอาการของนางข้าก็หมดห่วง คงต้องไปบอกจิงซินให้รู้ก่อนว่าสหายของนางใกล้หายดีแล้ว"

"อืม ไปเถิด" ทันทีที่คล้อยหลังน้องชายเทียนจินก็หันกลับมาสนใจร่างบางบนเตียงทันที เขารู้ว่านางยังไม่หลับจึงค่อยๆนอนลงดึงนางมากอดเอาไว้

"ทะ ทำอะไรเพคะ"

"แล้วเจ้าอยากให้ข้าทำสิ่งใดเล่า?"เอ่ยเสียงเบาประชิดกกหูเล่นเอาเยว่จือขนลุกซู่ขึ้นมา พวงแก้มใสแดงระเรื่อ

"มะ ไม่เพคะ"

"หืม แน่ใจรึ"แกล้งถามนางอีกครั้ง

"องค์ชายถ้าไม่หยุดแกล้งหม่อมฉันจะโกรธแล้วนะเพคะ><"

"หึๆ นอนพักเถิด"เป็นฝ่ายกลั่นแกล้งนางแท้ๆไม่อยากจะบอกเลยว่าเขาทรมานมากแค่ไหน ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ได้กอดร่างนุ่มนิ่มนี่ยิ่งทำให้ความปราถนาของบุรุษเพศพุ่งสูงขึ้น กว่าจะสงบลงได้เขาต้องโคจรลมปราณจนหน้าดำหน้าแดง คราหลังคงต้องคิดให้ดีกว่านี้เสียแล้ว

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}