HiMeMOE

ขอบคุณที่ชอบผลงานของโมน๊าาาาา นักเขียนไร้สำนักคนนี้จะพยายามต่อไปฮับ~

ตอนที่ 7 พบเจอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 พบเจอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 904

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2562 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 พบเจอ
แบบอักษร

ตอนที่ 7 พบเจอ             

“แฮ่ก แฮ่ก ร้อน...” ข้าวบ่นออกมาเบาๆ อย่างเหลืออด ไม่คิดว่าวันแรกที่เริ่มงานจะต้องออกแรงมากมายขนาดนี้ ไม่ต้องถามถึงเพื่อนๆ คนอื่นๆ ของเขาที่มีชะตากรรมเดียวกัน เขาเหลือบมองเพื่อนทั้งสี่ที่ออกจากประตูหนีไฟหลังจากเขาไม่นาน สภาพของเพื่อนๆที่หอบไม่แพ้กันเรียกความเห็นใจจากข้าวได้ไม่ยาก เพียงแต่เวลานี้เขาเองก็เหนื่อยเกินกว่าจะไปสนใจใคร

 “เป็นไงวะไอ้ข้าวเจอรับน้องโหดเลยไหมล่ะ” เพื่อนของข้าวเอ่ยเป็นภาษาไทย สร้างช่องว่างระหว่างภาษากับรุ่นพี่ทันที

“กูว่าโดนแกล้งแล้วเวรเอย! ” หนึ่งในนั้นสบถบ้าง คงจะมีเพียงข้าวเท่านั้นที่พยายามจะอธิบายถึงเหตุผลที่พวกเขาต้องขึ้นทางบันไดหนีไฟ

“วัน...หยุด” ข้าวเอ่ยไม่เป็นภาษา ชายหนุ่มไม่เคยรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้ยามอยู่ที่ทำงานมาก่อน ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเหนื่อยล้าจริงๆ เห็นทีหลังจากนี้เขาคงต้องหาเวลาออกกำลังกายเสียหน่อยแล้ว

“ไอ้ข้าวหยุดๆ ๆ ๆ ห้ามหอบนะแม่ง! ” หนึ่งในเพื่อนชาวไทยเอ่ยขึ้น ก่อนจะสาวเท้าทั้งสองเดินตรงมายังชายหนุ่มเจ้าของชื่อ ข้าวได้แต่เอียงคอมองด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดอะไรจนกระทั่งเพื่อนของเขาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“อิจฉาว่ะ หน้าตาดีเวลาเหนื่อยยังจะเซ็กซี่อีกหรอมึงเนี่ย! กะจะเอาสาวจีนด้วยรึไงวะ”

“เปล่าๆ” ข้าวรีบปฏิเสธ ทั้งเรื่องที่เขาหน้าตาดี เซ็กซี่ หรือแม้แต่เรื่องสาวจีน เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

“เอ้าน้องๆ ทำไมพูดภาษาไทยล่ะ นินทาอะไรพวกเรางั้นหรอ?” หวังหยวนเอ่ยขึ้นก่อนจะกอดคอหนุ่มรุ่นน้องของเขาไว้แน่น พลางลากชายหนุ่มให้เดินตามเขาหมายจะตรงไปยังห้องประธาน ก่อนจะหันมาสบตากับสี่คนที่เหลือ แววตาของหวังหยวนเต็มไปด้วยความหงุดหงิด คงจะมีเพียงข้าวเท่านั้นที่ไม่ได้เห็นดวงตาแสนน่ากลัวคู่นั้น

“พี่เข้าใจภาษาไทยนะ” หวังหยวนว่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างไม่ปกปิด

“...” เพื่อนๆ ชาวไทยของข้าวต่างมองชายร่างสูงข้างกายข้าว นึกอึ้งที่หนุ่มตี๋คนนั้นฟังสิ่งที่เขาพูดออก ทั้งน้ำเสียงแววตาที่น่ากลัวนั่นก็ด้วย เห็นทีการมาฝึกงานแลกเปลี่ยนครั้งนี้ของพวกเขา จะโดนหมายหัวไว้เสียแล้ว

“ไอ้ข้าวท่าจะซวยสุด ได้รุ่นพี่โหดวะ”

“ไม่ กูว่าพวกเรานั่นแหละที่ซวยสุด”

ต่างฝ่ายต่างเถียงกันไปมาไม่หยุด สุดท้ายก็ปล่อยให้ข้าวเดินเข้าห้องประธานใหญ่เพียงผู้เดียว โดยมีรุ่นพี่หนุ่มอย่างหวังหยวนรออยู่ข้างนอกห้อง หวังหยวนยืนกอดอกมองกลุ่มคนไทยทั้งสี่ที่โต้เถียงกันด้วยภาษาบ้านเกิดอย่างออกรส ก็นึกโชคดีที่อย่างน้อย รุ่นน้องของเขาก็ดูไม่ใช่พวกปากมากแบบคนกลุ่มนั้น

ใช่ หวังหยวนคิดไม่ผิด เพราะทันทีที่ข้าวเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มก็ยืนสงบนิ่งไม่ขยับเข้าใกล้คนบนเก้าอี้ตัวโต ยิ่งเห็นสายตาคู่คมจับจ้องไปที่กองเอกสาร เขายิ่งไม่กล้าพูดอะไรออกมา จนเป็นเจ้าของห้องเสียแทนที่เปิดปากคุยกับเขาก่อน แม้ใบหน้าจะยังจับจ้องที่เอกสารไม่วางตา

“ชื่ออะไร?” เสียงเข้มถามกลับ

“ไป๋ครับ” เพียงสิ้นเสียงของข้าว ประธานหนุ่มก็รีบเงยหน้าจากกองเอกสาร สบตาเจ้าของชื่อนั้นทันที ก่อนจะยกยิ้มโดยไม่รู้ตัวเมื่อพบเข้ากับใบหน้าสดใสน่ารักของเจ้าของเสียง

“อยู่แผนกอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง ทำหัวใจของหนุ่มไทยกระตุกขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“การตลาดครับ รุ่นพี่ที่ดูแลเป็นพี่หยวน” ข้าวตอบสั้นๆ กระชับได้ใจความ ทั้งที่เขาและเจ้านายหนุ่มชาวจีนเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก แต่ทำไมกันนะ ข้าวถึงได้รู้สึกกลัวชายคนนี้มากเกินกว่าคนที่เพิ่งพบเจอกันจะรู้สึกได้ จนสุดท้ายต้องเป็นข้าวเองที่หลบสายตาคู่คมนั้น

ต่างจากเจ้านายหนุ่มที่ยังคงมองใบหน้าขาวใสของหนุ่มชาวไทย ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากเมื่อเรื่องราวที่เขาไม่คิดว่ามันเป็นความจริงกำลังเกิดขึ้นตรงหน้าของ

"ถ้าบอสไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวนะครับ" ข้าวเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามไม่ให้ตัวเองแสดงความกลัวออกมา เขายังคงทำหน้านิ่งเฉยเมยกับเจ้านายของตัวเอง แม้ในใจจะรีบร้อนอยากออกจากห้องนี้แล้วก็ตาม

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอเจ้าของบริษัทใหญ่ ตั้งแต่ที่ข้าวทำงานมา เขาไม่เคยเจอผู้บริหาร หรือหัวหน้าระดับสูงเลยสักครั้ง ยอมรับว่าเห็นหน้าพวกเขาเหล่านั้นจากบอร์ดบริหารหน้าแผนก ครั้นเมื่อเจอตัวจริงของเจ้าของบริษัทที่เขาทำงานอยู่ เจ้าตัวกลับทำตัวไม่ถูกเสียอย่างงั้น

"เชิญ..." บอสใหญ่ของข้าวเอ่ย ใบหน้ายังคงยกยิ้มอย่างเคย หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกประทับใจกับรอยยิ้มและน้ำเสียงทรงเสน่ห์นั่นแล้ว แต่ข้าวกลับรู้สึกหวาดกลัวเสียมากกว่า

เขากลัว... กลัวว่าจะเผลอพูดอะไรไม่ดีกับเจ้านายของตัวเอง กลัวว่าจะเดือดร้อนและเจ็บปวด ทั้งที่นายของเขาเพียงเรียกให้มาพบ พูดคุย และยกยิ้ม แค่เท่านั้น ชายหนุ่มก็รู้สึกไม่ดีเสียแล้ว

ไม่ใช่ว่าเจ้านายชาวจีนของเขาคนนี้ไม่หล่อ หรือหน้าตาน่ากลัว ข้าวยอมรับเสียด้วยซ้ำว่านายหนุ่มคนนี้ มีใบหน้าหล่อเหลา แต่งตัวภูมิฐาน เมื่อเจ้าตัวยกยิ้ม ยิ่งเพิ่มความหล่อให้ใบหน้าขาวได้เป็นอย่างดี ขนาดเขาเป็นผู้ชายยังยอมรับเลยว่าคนตรงหน้ามีเสน่ห์มากมายเหลือเกิน

ถึงอย่างนั้นข้าวก็ยังหวาดกลัวเขาไม่หายอยู่ดี บรรยายกาศรอบตัวเขาต่างจากเพื่อนร่วมงานในแผนกทุกคน ‘จอมมารหน้าหล่อ’ นั่นคือสิ่งเดียวที่ข้าวคิดได้จากนายของตัวเอง หล่อ หน้าตาดี แต่น่ากลัว...

“ไป๋ เป็นไงบ้าง เจ้านายหล่อใช่ไหมล่ะ” หวังหยวนกอดคอรุ่นน้องชาวไทยทันทีที่ออกจากห้อง ก่อนจะกึ่งลากกึ่งเดินพารุ่นน้องของเขาให้กลับไปยังแผนกเดิม ไม่ลืมที่จะส่งสายตาเจ้าเล่ห์น่ากลัวไปยังรุ่นน้องชาวไทยที่เหลืออย่างไม่เป็นมิตร

“น่ากลัวครับ...” ข้าวเอ่ยพลางยิ้มแห้งๆ ก่อนจะมองไปยังเพื่อนๆ ของเขาที่เหลือ ด้วยสายตากังวล ขนาดเขายังกลัวเลย เจ้าพวกนี้จะขนาดไหน?

“ใช่ไหม!! พี่ก็คิดแบบนั้น แต่สาวๆ ในแผนกกลับกรี๊ดในใจกันไม่หยุด รู้ไหมบอสมีฉายาด้วยนะ” หวังหยวนกระซิบในช่วงท้ายพลางมองซ้ายมองขวา ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ ให้เด็กใหม่อย่างข้าวได้รู้

“....”

“เจ้าชายปีศาจ...หล่อ เท่ รวย แต่โหด ยิ่งแผนกของเรานะคูณสองไปเลย” หวังหยวนว่าเสร็จก่อนจะใช้นิ้วชี้ของตนทำท่าปาดคอตัวเอง พลางมองข้าวด้วยสายตาหวาดกลัว

“ไม่ต่างจากที่ผมคิดเท่าไหร่” ข้าวตอบก่อนจะลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความรู้สึกน่ากลัวที่เขามีต่อเจ้านายคนนี้ คงเป็นเพราะเขาทำงานอยู่แผนกที่เจ้านายหนุ่มโหดด้วยมากที่สุด ยิ่งพอได้เห็นท่าทีของนายตัวเองตอนที่รู้ว่าเขาอยู่แผนกอะไร ข้าวยิ่งรู้สึกเย็นวูบไปทั้งตัว

“งั้นหรอ? ไป๋เอ๊ยไป๋ มาทำงานต่างสาขาทั้งที ดันซวยอยู่แผนกนี้ซะได้...ไม่เป็นไรๆ วันนี้พี่จะเลี้ยงข้าวกลางวันเอง” หวังหยวนส่ายหน้าไปมา นึกสงสารรุ่นน้องหนุ่ม

ไม่นานทั้งคู่ก็เดินกลับลงมายังชั้นล่างประจำแผนกของตัวเอง ตอนขึ้นช้า เหนื่อยล้า และกินเวลา ไม่ทันใจทั้งข้าวทั้งหวังหยวน แต่ขากลับสบายแถมยังรวดเร็วอีกด้วย

ทันทีที่ชายหนุ่มทั้งสองเดินเข้าห้องแผนกของตัวเอง หวังหยวนมองพวกเพื่อนๆ ของเขาที่ก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะดันหลังเจ้ารุ่นน้องชาวไทยที่ยืนนิ่งมองโต๊ะของตัวเองด้วยสายตาประหลาด

“เอาน่าๆ พวกเราเขินนะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วไปดูที่โต๊ะใกล้ๆ สิ” หวังหยวนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี มือทั้งสองยังคงดันร่างของข้าวให้ก้าวเดินไม่ได้หยุด

“...” ข้าวเงียบไม่ตอบอะไร ดวงตาจ้องมองข้าวของมากมายในห่อกระดาษหลากสีที่ตั้งกองบนโต๊ะด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบแต่ละกล่องขึ้นมาดูด้วยมือสั่นเทาของตัวเอง

“ส่วนนี้ของพี่...” หวังหยวนวิ่งไปหยิบของใต้โต๊ะตัวเองมาก่อนจะวางเจ้ากล่องกระดาษสีกรมท่าลงบนโต๊ะ

“อะไรกันครับ...ผม” ข้าวสะอื้นเล็กน้อย ก่อนจะเช็ดน้ำตาของตัวเองอย่างลวกๆ แล้วหันไปมองพวกพี่ๆ ของเขาที่ยกยิ้มกว้างแม้ใบหน้าจะจ้องมองที่เอกสาร หรือหน้าจออยู่

“ของขวัญต้อนรับน้องใหม่ในแผนก เป็นธรรมเนียมของที่นี่...ไม่เอาน่าอย่าร้องสิ” หวังหยวนเกาแก้มแก้เขิน เขาที่ได้รับหน้าที่เป็นตัวล่อพารุ่นน้องเดินไปทั่วบริษัทย่อมลำบากใจที่สุด ตื่นเต้นแทนข้าวมากที่สุด ครั้นได้เห็นใบหน้าหวานที่ยกยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย น้ำเสียงสั่นเครือ ก็ถือว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในการรับน้องแล้ว

“ขอบคุณครับ...ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับผมเลย” ข้าวตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะโค้งขอบคุณทั่วทิศรอบตัวตนเอง น้ำเสียงขอบคุณยังดังออกมาไม่หยุด

อย่างที่คิดเลย พวกเขาโชคดีจริงๆ ที่ได้ชายคนนี้มาเป็นรุ่นน้องคนใหม่ในแผนก แม้ระยะเวลาที่จะได้ทำงานร่วมกันมันจะสั้น แต่พวกเขาก็มั่นใจว่าจะสามารถสร้างความทรงจำดีๆ ให้รุ่นน้องคนนี้ได้แน่นอน...

“ยินดีต้อนรับสู่แผนกการตลาดอย่างเป็นทางการนะ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}